‘กพฐ.’เสนอ 4.5 พันโรงเรียนเปิดสอนปกติแบบ 100% ไม่ต้องสลับ เรียน ศบค.ชุดใหญ่นัดเคาะวันศุกร์ 7 ส.ค.นี้ ส่วนผลตรวจทหารมะกันชุดแรก 71 คนที่เดินทางมาฝึกในไทย ไม่พบเชื้อ ‘บิ๊กแดง’ แจงเหตุไม่ไปกักตัวทหารมะกันและตรวจเชื้อ ในค่ายทหาร อ้างไม่มีอุปกรณ์เพียงพอ ศบค.แถลงพบไทยติดเชื้ออีก 7 ราย กลับจากต่างประเทศทั้งหมด เข้าอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ขณะที่ทั่วโลกติดเชื้อเกือบ 19 ล้าน เสียชีวิตทะลุเกิน 7 แสน สธ.จับมือททท.แจกตราสัญลักษณ์ SHA ให้ 10 ประเภทกิจการ ท่องเที่ยว ส่งเสริมท่องเที่ยวปลอดภัยโควิด เผยผ่านประเมินแล้ว 4 พันกว่าแห่ง ‘วัดพระแก้ว’ รับตราสัญลักษณ์แล้ว

ตรวจโควิด – ชาวบ้านที่ไปชมคอนเสิร์ต ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ ในงานประจำปีของอำเภอชะอวด ทยอยเข้าตรวจหาเชื้อโควิดฟรี โดยรถตรวจชีวนิรภัยพระราชทาน มาให้บริการที่รพ.สต.บ้านพรุบัว อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 5 ส.ค.
ติดเชื้อเพิ่ม 7 กลับจากตปท.
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวันว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าอยู่ในสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ (สเตต ควอรันทีน)
รักษาหายเพิ่ม 2 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม โดยมีผู้ป่วยสะสม 3,328 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย ในสถานเฝ้าระวัง 391 ราย รักษาหายรวม 3,144 ราย รักษาตัวอยู่ในร.พ. 126 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย
พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า ผู้ป่วยรายใหม่มาจาก 1.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 34 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงไทยวันที่ 29 ก.ค. เข้าพักสถานที่เฝ้าระวัง จ.ชลบุรี ก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยในเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย ตรวจครั้งแรกวันที่ 2 ส.ค. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รักษาร.พ.ใน จ.ชลบุรี
2.อียิปต์ 5 ราย เป็นนักศึกษาทั้งหมด แบ่งเป็นหญิง 1 ราย อายุ 21 ปี และเพศชาย 4 ราย อายุ 22, 23, 26 และ 30 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 30 ก.ค. เข้าพักในสถานเฝ้าระวังจ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 3 ส.ค.ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในร.พ.ในจ.ชลบุรี
3.สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นเพศหญิงอายุ 26 ปี สัญชาติอเมริกัน อาชีพครู เดินทางถึงไทยวันที่ 31 ก.ค. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟสเตต ควอรันทีนในกทม. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 3 ส.ค. ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในร.พ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.
ทั่วโลกตายพุ่งเกิน 7 แสน
พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ป่วยมากกว่า 18.7 ล้านราย รายใหม่มากกว่า 2.5 แสนราย เสียชีวิต 7,177 ราย ทำให้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 7 แสนราย โดย 3 อันดับแรกยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 5.6 หมื่นราย ผู้ป่วยสะสม 4.9 ล้านราย บราซิล ป่วยใหม่ 5.6 หมื่นราย สะสม 2.8 ล้านราย และอินเดีย ติดเชื้อรายใหม่ 5.1 หมื่นราย สะสม 1.9 ล้านราย
โดยทั้ง 3 ประเทศนี้มีผู้ป่วยสะสมรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของการระบาดทั่วโลก ขณะที่ฟิลิปปินส์มีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 6.2 พันราย เวียดนามพบรายใหม่ 20 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ประเทศไทยขยับลงมาอันดับ 112 ของโลก
ตรวจ 617 คนดูคอนเสิร์ต‘เจนนี่’
ส่วนกรณีการจัดคอนเสิร์ตของ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ที่อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช แต่มีการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดรถตรวจหาเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน 5 คันลงพื้นที่ตรวจกลุ่มคนดูคอนเสิร์ตวันที่ 4-5 ส.ค.นั้น
พญ.พรรณประภากล่าวว่า สธ.เป็นห่วงประชาชนทุกคน จึงนำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยจำนวน 5 คันตรวจ ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อฟรี วันที่ 4-5 ส.ค. ตั้งแต่ 09.00-15.00 น. จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ตรวจเชื้อไปแล้ว 617 ราย โดยตรวจ 2 ที่ คือหน้าที่ว่าการอำเภอชะอวด และหน้าโรงเรียนชะอวด ส่วนวันที่ 5 ส.ค. จะแบ่งการตรวจเป็น 4 ทีม น่าจะตรวจได้ประมาณ 2,400 คน
โดยจุดตรวจที่ 1 อยู่ที่ร.พ.สต.นางหลง ช่วงเช้าจะตรวจที่บ้านพรุบัว 300 คน ช่วงบ่ายตรวจที่โรงเรียนเกาะหันประชาภิบาล 300 คน จุดตรวจที่ 2 จะตรวจที่โรงเรียนชะอวด 500 คน จุดตรวจที่ 3 หน้าที่ว่าการอำเภอชะอวด 300 คน และจุดตรวจที่ 4 โรงเรียนชะอวดวิทยาคม 1,000 คน ขอให้คนที่เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ขอรับการตรวจได้ฟรี
ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวต่อว่า สำหรับทหารสหรัฐที่เข้ามาประเทศไทย ตรวจแล้ว 71 ราย ผลทั้งหมดไม่พบการติดเชื้อ กลุ่มที่สองตรวจแล้วแต่รอผลอยู่ หากทราบผลจะนำมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกรณีการเปิดให้เรียนปกติ 100% เต็ม ไม่ต้องสลับกันมาเรียนนั้น ยังไม่มีมาตรการชัดเจน ต้องรอการประชุม ศบค.ใหญ่วันที่ 7 ส.ค. นี้ หากมีมาตรการจะแจ้งให้ทราบให้นักเรียนและโรงเรียนทราบอีกครั้ง
สธ.แจงคอนเสิร์ต‘บิ๊กเมาน์เทน’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเตรียมจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน ระหว่างวันที่ 12-13 ธ.ค.2563 ที่ดิ โอเชี่ยน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยกำหนดคนเข้าร่วมงาน 5 หมื่นคน จากที่รองรับได้ 1.5 แสนคน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงงานดังกล่าว เพราะเกรงจะทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19
วันเดียวกัน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ว่า ผู้จัดงานคอนเสิร์ตสามารถดูมาตรการที่ต้องดำเนินการได้ในคำประกาศของศบค.หรือเข้ามาดูได้ในเว็บไซต์ Thai Stop COVID ของกรมอนามัย ซึ่งจะกำหนดมาตรการต่างๆ ที่ต้องทำในฐานะผู้จัด
เช่น การกำหนดจุดเข้าออก การคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ เรื่องลักษณะที่จัด เช่น พื้นที่เปิด หรือในหอ ในห้องประชุม หรือโรงภาพยนตร์ ซึ่งจะกำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่แตกต่างกันไป ต้องพอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเตรียมพื้นที่ทำความสะอาด มีบริการจุดล้างมือเพียงพอ จุดจัดการขยะ ห้องน้ำห้องส้วม ต้องดูแลทั้งหมด จัดให้มีระยะห่างระหว่างผู้ชมและผู้แสดง
พญ.พรรณพิมลกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ชมต้องร่วมมือ โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา ทำให้สามารถออกเสียงร้องเพลงคลอไปได้ ถือเป็นการสร้างความปลอดภัยต่อตัวเอง และ ผู้ชมคอนเสิร์ตร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตต้องขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ในพื้นที่ที่ไปจัดเสมอ ซึ่งคณะกรรมการจะหารือว่า มาตรการมีความครบถ้วนและเหมาะสมหรือไม่ ถึงจะได้รับอนุญาตและต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด
เตือนนักเที่ยวอย่านั่งรวมกลุ่ม
พญ.พรรณพิมล กล่าวถึงกรณีการไปเที่ยวแล้วนั่งจับกลุ่มรวมกันว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ออกแบบทางกายภาพว่าตรงไหนนั่งได้ นั่งไม่ได้ ส่วนหนึ่งมีการลดอุปกรณ์ในพื้นที่ โดยคำนวณว่าจำนวนพื้นที่ มีผู้ใช้บริการได้กี่คน อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้ผู้ใช้บริการร่วมมือนั่งเฉพาะจุดที่กำหนดไว้ ถ้าร่วมมือกันก็ปลอดภัย ถ้าเป็นกลุ่มที่มาในครอบครัวเดียวกัน ก็นั่งรวมกันได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่แนะนำรวมกลุ่มญาติใหญ่ๆ ขอให้เป็นเฉพาะคนที่มาจากบ้านเดียวกันก็ใกล้ชิดกันได้บ้าง
พญ.พรรณพิมลกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องไลน์อาหารบุฟเฟต์มี 2 รูปแบบคือ มีคนยืนตักให้ โดยท่านถือภาชนะตัวเองไป โดยเลือกอาหารได้แบบบุฟเฟต์ทั่วไป มีพนักงานบริการตักให้ท่าน ส่วนอีกแบบคือแจกอุปกรณ์ให้ใช้ส่วนบุคคล ไม่ต้องไปหยิบตัวตักร่วมกัน แต่ห้ามใช้เป็นช้อนกินส่วนตัวต่อ แต่บางที่เพื่อความสะดวกก็งดบุฟเฟต์ โดยจัดให้เป็นชุดๆ ขึ้นกับการจัดการ
สธ.-ททท.แจกสัญลักษณ์‘SHA’
วันเดียวกัน พญ.พรรณพิมลแถลงข่าวมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 กับการท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศหรือไทยเที่ยวไทย ถือเป็นการพักผ่อน ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว จากที่ผ่านมาต้องเครียดกับโควิด-19 แต่ต้องท่องเที่ยวแบบชีวิตวิถีใหม่ เพื่อให้สามารถไปพักผ่อนกับครอบครัว คนที่เรารัก ก็จะมีความสุขมากขึ้น
ดังนั้น สธ.จึงร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำมาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA โดยทำเป็นตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามีความปลอดภัย มีสุขลักษณะ สุขอนามัย สุขภาพ ที่ดี โดยเมื่อวันที่ 4 ส.ค.มีการมอบตราสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ประกอบการในด้านการท่องเที่ยว 10 ประเภทกิจการ
“การดำเนินการเรื่อง SHA เช่น พัฒนามาตรฐานส้วมสาธารณะที่สะอาดในทุกเส้นทางที่ต้องแวะพัก สัญลักษณ์ Clean Food Good Taste ของร้านอาหาร Street Food Good Health ในชุมชน สำหรับมาตรการเพื่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยเน้นเรื่อง Care Clean Clear สำหรับผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
สิ่งสำคัญคือการคัดกรอง การลงทะเบียนไทยชนะ จัดพื้นที่ให้เว้นระยะห่างได้ จัดระบบระบายอากาศ มีที่ล้างมือ สื่อสารทำความเข้าใจ ทำความสะอาดต่อเนื่องโดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม โดยต้องเพิ่มรอบ ช่วยสร้างความมั่นใจผู้รับบริการ จัดการขยะสิ่งปฏิกูล ยิ่งหน้าฝน หากทิ้งไว้ยิ่งหมักหมม จัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ”
พญ.พรรณพิมลกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ใช้บริการ ก่อนไปเที่ยวต้องวางแผนให้ดีในเรื่องเส้นทาง อาจไปเที่ยวไปเรียนรู้พื้นที่อยู่ใกล้เรา เที่ยวในจังหวัดตัวเองหรือจังหวัดใกล้ๆ พกอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้ว น้ำ ช้อน ส้อม จะปลอดภัยมากขึ้น สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปในที่สาธารณะ เตรียมเจลล้างมือให้พร้อม ล้างมือบ่อยๆ พยายามเว้นระยะห่าง ลงทะเบียนไทยชนะ รวมถึงเตรียมตัวล่วงหน้าในการลงทะเบียนเข้าชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันหลายที่มีการเปิดเป็นรอบๆ ที่ต้องลงทะเบียนก่อน สำหรับผู้ให้บริการต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง และหากป่วยให้งดปฏิบัติงาน
ยกระดับท่องเที่ยวไทย
ด้านนางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตราสัญลักษณ์ SHA เป็นมาตรการของสธ.ผนวกกับ มาตรฐานบริการททท. โดยผู้ประกอบการที่ปรับปรุงกิจการให้เข้ากับมาตรฐานก็จะสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะเกิดความเชื่อมั่น โดยมาตรฐานที่กำหนดไว้มี 3 ด้าน คือ อาคารสถานที่ การทำความสะอาด และสุขภาพผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดเช็กลิสต์ได้ที่เว็บไซต์ thailandsha เพื่อศึกษาว่าต้องดำเนินการด้านไหน อย่างไร อย่างกิจการโรงแรมก็จะมีเรื่องพื้นที่สาธารณะ ห้องพัก ห้องประชุม ห้องอาหาร ฯลฯ เมื่อสมัครเข้าร่วมแล้ว คณะกรรมการที่มาจากภาครัฐและเอกชนจะตรวจรับรอง และททท.จะออกตราสัญลักษณ์ SHA หากทำถูกต้อง โดยจะออกเป็นหมวด ประเภท เลขที่ของผู้ประกอบการรายนั้นๆ และประชาชนสามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้ว่าผู้ประกอบการรายไหนได้รับตราสัญลักษณ์ไปแล้วบ้าง
นางรุจิรัศมิ์กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการมี 10 ประเภทกิจการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีผู้ประกอบการลงทะเบียนหมื่นกว่าราย ส่งรูปถ่ายพร้อมสมัครแล้ว 5,800 กว่าราย ผ่านการประเมิน 4 พันกว่าราย เมื่อได้รับตราสัญลักษณ์ SHA แล้ว ในเว็บไซต์จะลงเบอร์โทรศัพท์ โลเกชั่น ข้อความอธิบายแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีความสำคัญและจุดเด่นอย่างไร
อย่างขณะนี้วัดพระแก้วก็ได้รับตราสัญลักษณ์แล้ว เมื่อวันที่ 4 ส.ค.มีผู้ประกอบการพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านพันกว่าราย แต่จัดให้มารับตราได้ 500 กว่าคน ทั้งนี้ ททท.ยังโปรโมตให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติทราบถึงตราสัญลักษณ์นี้ อย่างจีนเราได้โปรโมตให้บริษัทนำเที่ยวและตัวแทนในจีนรับรู้ตราสัญลักษณ์ ถ้าเปิดประเทศก็จะเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งที่มีตราสัญลักษณ์ SHA เท่านั้น
‘บิ๊กแดง’แจงทหารมะกันมาฝึก
วันเดียวกัน เวลา 07.00 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงประชาชนเป็นห่วงกรณีทหารสหรัฐเดินทางเข้ามาร่วมฝึกกับทหารไทยในประเทศว่า มาตรการของทหารสหรัฐเดินทางเข้ามาก็ปฏิบัติตามมาตรการ ของศบค.ทุกอย่าง โดยไม่เคยมีการปฏิเสธ รวมถึงการเข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือก หรือ Alternative State Quarantine (ASQ) และมีการสวอปถึง 3 ครั้งตามที่พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะผอ.ศบค.ทบ.ชี้แจงสื่อไปก่อนหน้านี้
ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า ส่วนการฝึกที่ไม่จำเป็นเราก็ลดและเลื่อนออกไปก่อน ส่วนการฝึกใดที่จำเป็น เราก็ลดระดับและขนาดการฝึกลงมา ทหารยังคงต้องดำรงเรื่องการฝึก เพราะเราไม่สามารถปิดประเทศได้ แต่การระวังป้องกันที่ผ่านมาตนเชื่อว่าคนไทยได้รับตัวอย่าง และไทยเป็นประเทศตัวอย่างที่สามารถป้องกันเพราะเรามีวินัยและสวมหน้ากากอนามัยกันทุกคน ทำให้ชาติอื่นมองเห็นและมีความเชื่อมั่น เป็นสิ่งที่เห็นได้ว่ารัฐบาลสามารถควบคุม แม้การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะยืดออกไปแต่ก็มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นระยะ
จึงเชื่อว่าไม่ว่าจะคณะทูต คณะทางการค้า ทางรัฐบาลก็คงจะมาตรการพิจารณา โดยนายกฯ คิดแบบนี้ตลอดว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมครม.ที่จ.ระยอง ถือเป็นการเริ่มต้นการประชุมในรูปแบบนิวนอร์มัล หรือชีวิตวิถีใหม่ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย ส่วนทหารก็ถือเป็นองค์กรหนึ่ง การจัดประชุมก็เหมือนการฝึก
“โรคโควิด-19 เป็นกันทั่วโลกอยู่ที่ 1.วินัย และ 2.การระวังป้องกันและเป็นโรคที่รักษาหายได้ รวมทั้งมีวิธีการป้องกัน” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงใช้การสถานที่กักกันเป็นโรงแรมใจกลางกรุงแทนสถานที่ของทหาร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ต้องผ่านขั้นตอนการคัดกรองโรคก่อน ซึ่งการไปคัดกรองโรคในค่ายทหารก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอเพราะไม่ได้จัดแบ่งห้องไว้ จะให้ไปอยู่ในค่ายทหารได้อย่างไร แต่มีการปิดโรงแรมและทางเขาออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่างเพื่อดำรงความต่อเนื่องในการฝึก แม้เดิมคนจะมา 300 คน แต่ปรับลดขนาดลงมาเพื่อเอาเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ทุกประเทศที่มาฝึกไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไรต้องปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ทุกคน และมีการสวอปถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกผ่านไปแล้วเรียบร้อย ทุกคนมีผลการตรวจเชื้อออกมาเป็นลบ ไม่มีใครติดโควิด-19 จากนั้นเหลือการสวอปครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ก่อนที่จะมีการฝึกต่อไป โดยจะฝึกแบบระบบปิดในค่ายทหาร
ชง 4.5 พันโรงเรียนเปิด 100%
วันเดียวกัน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เชิญหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดทั้งสพฐ. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มาหารือ เพื่อจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ขอเปิดเรียน 100% ทราบว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. จะเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ศบค.พิจารณา ในวันที่ 7 ส.ค.
ทั้งนี้ สพฐ.เสนอให้โรงเรียนที่มีความพร้อมกว่า 4,500 โรงเรียนเปิดเรียน 100% โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด ให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และงดเว้นกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ขณะเดียวกันจะใช้แนวทางประเมินความเสี่ยง ของศบค.และสธ.เข้ามาช่วยดูแลอย่างเคร่งครัด
นายอำนาจกล่าวต่อว่า ในช่วงที่เปิดภาคเรียนมาประมาณ 1 เดือนนั้น ในส่วนของโรงเรียนที่เปิดสอนแบบ ON-SITE หรือการเรียนในโรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไขของ สบค. จังหวัด ประมาณ 23,000 โรงเรียน ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะโรงเรียนดูแลเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิ และการเว้นระยะห่าง เพียงแต่ครูต้องมีภารกิจมากขึ้น ส่วนโรงเรียนที่สอนแบบผสมผสานคือเรียนออนไลน์ที่บ้านและเรียนที่โรงเรียน พบข้อจำกัดผู้ปกครองบางคนไม่มีเวลาดูแลเด็ก และหากปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงอาจจะมีความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ ตรงนี้ต้องมองเป็นภาพรวม ขณะเดียวกันเด็กยังมีเสียงสะท้อนว่าอยากเจอครู อยากเจอเพื่อน อยากมาโรงเรียน ส่วนเรื่องการเรียนออนไลน์หรืออุปกรณ์ก็ไม่มีปัญหาเพราะ สพฐ.เตรียมความพร้อมพอสมควรแล้ว
“สพฐ.เฝ้าระวังอยู่ตลอด ตราบใดที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็ยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้เด็กสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่าง กรณีเด็กป่วยเป็น โรคมือ เท้า ปาก ก็จะมีการปิดเรียน รวมถึงประสานสธ. ให้เข้ามาช่วยดูแล รวมถึงทำความสะอาดโรงเรียนด้วย ขณะเดียวกัน ได้แจ้งไปยังโรงเรียนให้ประเมินผลการเรียนการสอน จากการสังเกตพฤติกรรมเด็กด้วยไม่ใช่การสอบอย่างเดียว เน้นการสัมภาษณ์ สังเกต การอ่าน เพราะตามจริงแล้วการประเมินผลมีหลายรูปแบบ เพียงแต่ครูอาจจะชินต่อการสอบ” นายอำนาจกล่าว