บิ๊กตู่ห่วงม็อบ ย้ำไม่สบายใจ

12 ส.ค. 2563 - 10:10 น.

ขอนัดคุยเดือนนี้
สว.เดือดจวกนศ.
ชง2สภาดับไฟ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ม็อบเกินเลย ‘ตู่’ ไม่สบายใจ จ่อเปิดเวทีรับฟังกลางเดือน เริ่มที่ระยองก่อนกระจายหลายภูมิภาค ‘บิ๊กป้อม’ ชี้ต้องทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม วุฒิสภาถกเดือด ชงใช้ ม.165 เปิดสองสภาถกปัญหา ขณะ ‘สมชาย แสวงการ’ หนุนใช้ไม้แข็งจัดการหัวโจก เร่งถอนประกัน ‘อานนท์-ไมค์’ จี้มหาวิทยาลัยรับผิดชอบน.ศ.ชุมนุมเกินเลย มธ.แถลงเสียใจเวที 10 ส.ค. ยันยึดมั่นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ปันสุข – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นำครม.และคู่สมรส ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ‘ปันสุข ปลูกรัก’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

บิ๊กตู่ไม่สบายใจม็อบนศ.

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวทำกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่า ติดตามอยู่ ตนเป็นนายกฯ จะไม่ดูได้อย่างไร เมื่อดูแล้วก็ไม่สบายใจ ส่วน 10 ข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นก็เสนอมา ส่วนการรับฟังความเห็นของนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ วันนี้เตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว โดยจะจัดเวทีกำหนดพื้นที่ไว้หมดแล้วตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป โดยจะจัดหลายพื้นที่และหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการสรุปส่งรายละเอียดให้ตนดูก่อน สำหรับการชุมนุมเป็นสิทธิ แต่การชุมนุมที่เกินเลยมากๆ

พล.อ.ประยุทธ์ยังถามสื่อว่ามีความเห็นอย่างไรกับการชุมนุม พร้อมกล่าวว่า สื่อต้องแสดงความเห็นบ้างว่าทำยังไงให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพื่อให้เดินหน้าแก้ปัญหาโควิดไปได้ ทำอย่างไรให้รัฐบาลทำงานได้ คนเดือดร้อนรอแก้ปัญหาอีกเยอะแยะ ไม่เฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งการทำแบบนั้นเหมาะสมหรือไม่ แล้วจะทำอย่างไร กฎหมายอยู่ตรงไหน แล้วอย่าบอกว่าเอากฎหมายไปกดทับ มันไม่ใช่ เพราะถ้าละเมิดทุกคนก็ต้องถูกลงโทษ ไม่เช่นนั้นทุกคนก็เสียหาย เจ้าหน้าที่ก็เสียหาย ไม่ทำงานก็ถูกฟ้องร้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แล้วมันจะอยู่กันอย่างไร ฉะนั้น สถาบันต่างๆ ต้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบกันบ้าง ไม่ใช่มาลงที่นายกฯ ทั้งหมดต้องช่วยกัน ประเทศชาติเป็นของทุกคน และวันนี้ทุกคนทราบกันดีระหว่างปัญหาประเทศชาติอยู่ตรงไหน หลายอย่างที่เรียกร้องมามันใช่ปัญหาที่ทำได้วันเดียว 1-2 วัน หรือเดือนหนึ่งไหม มันกำหนดอย่างนั้นไม่ได้ หลักคิดอย่างนั้นมันไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร ไปดูรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก่อน”

เมื่อถามว่านักศึกษาจะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะนัดชุมนุมที่ไหนก็ว่ากันไป แต่ถ้าผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย

เล็งประเดิมฟังที่ระยอง

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้สภาพัฒน์จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่นั้น เบื้องต้นนัดแรกจะมีขึ้นที่จ.ระยอง อยู่ระหว่างกำหนดวัน แต่จะเป็นช่วงก่อน ประชุมครม.สัญจร ที่จ.ระยอง ในวันที่ 24-25 ส.ค. และจากนั้นจะมาจัดที่ กทม.และเวียนไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเวทีแรกจะเปิดให้นักเรียน นักศึกษา อาชีวะและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ประมาณ 120 คน โดยสภาพัฒน์จะดำเนินการในฐานะฝ่ายเลขา นุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จะโยนคำถามเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมเป็นประเด็นแสดงความคิดเห็น ซึ่งอยู่ระหว่างการคิดการใช้ภาษาที่เยาวชนเข้าใจได้ง่ายและกระตุกต่อมคิด ทั้งนี้ประเด็นที่ตั้งขึ้นจะเป็นไปในทิศทาง เช่น ต้องการให้แก้ปัญหาในการพัฒนาจังหวัดระยองอย่างไร หรือมีอะไรที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนกำหนดเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ต้องรอนายกฯพิจารณาสรุปอีกครั้งหนึ่ง หลังนายกฯให้สัมภาษณ์ว่ากำหนดเปิดเวทีเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว กำหนดพื้นที่ไว้หมดแล้ว คาดเริ่มได้ตั้งแต่กลางเดือนส.ค.นี้เป็นต้นไป โดยจะจัดหลายพื้นที่และหลายภูมิภาคทั่วประเทศ แต่จะต้องสรุปรายละเอียดส่งมาให้ดูก่อน

ป้อมชี้ต้องทำความเข้าใจ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาว่า อยากให้เด็กๆ เข้าใจว่า ขณะนี้นายกฯได้เน้นย้ำมาตลอดว่าทุกคนต้องช่วยกันสร้างความเจริญให้กับประเทศ หากเด็กๆ มีเรื่องข้องใจอะไรก็สอบถามได้ สำหรับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มนักศึกษาจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่นั้น ขอให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งถามมาก ส่วนเนื้อหาการปราศรัยที่ไม่เหมาะสม แล้วแต่พวกเด็กๆ เขาจะคิดกัน ขอย้ำว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เพื่อจะสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ

เมื่อถามว่าเป็นห่วงการเคลื่อนไหวของอีกกลุ่มที่ออกมาปกป้องสถาบันว่าจะทำให้เกิดม็อบชนม็อบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมเดินทางกลับทันที

จ่อถอนประกัน‘อานนท์-ไมค์’

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร.เรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ประชุมที่สำนักงานรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชั้น 4 เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. โดยพล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผบช.น. เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมชุดสืบสวนเพื่อติดตามเรื่องการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ส่วนกรณีถอนประกันนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ที่เข้าร่วมปราศรัยในการชุมนุม อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าพนักงาน เนื่องจากทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ในส่วนของการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฯ จะมีคณะทำงานแยกพิจารณาอีกชุดหนึ่งโดยส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้รับผิดชอบพื้นที่ อีกทั้งส่วนตัวไม่มีอำนาจเป็นผู้แถลงข่าว โดยผู้ที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่า กระทรวงศึกษาธิการดูแลในระดับโรงเรียน พบว่ามีการจัดกิจกรรมอยู่บ้าง แต่ไม่มีเรื่องความหยาบคาย เป็นการแสดงออกในสถานะที่พอเพียง ดังนั้นไม่น่ากังวล ทางโรงเรียนจึงให้แสดงออกได้ในขอบเขต สำหรับในรั้วมหาวิทยาลัย รมว.การอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นผู้ดูแล แต่จากการติดตามข่าว เท่าที่ดูคำพูดเป็นเรื่องน่ากังวล แม้เป็นสิทธิ์แต่ละคน แต่อยากให้คนไทยร่วมกันหาทางออกในทางที่เหมาะสมของช่วงเวลานี้ น่าจะเป็นทางออกที่ดี ตนไม่เชื่อว่าจำนวนคน 3,000 หรือ 5,000 คน ที่มาชุมนุมจะทราบข้อมูลล่วงหน้าและเห็นด้วยกับข้อมูลนั้น เชื่อว่าหลายคนอาจตกใจอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณในการชุมนุมครั้งต่อไป บางส่วนอยากแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่กลับมาเจอข้อเรียกร้องรุนแรงและร้อนแรง ขณะที่ประเทศต้องการความสามัคคี สื่อมวลชนเองก็ต้องหาทางอธิบายที่เหมาะสมด้วย

แฟลชม็อบ – ภาคีกลุ่มนักศึกษาจัดแฟลชม็อบ โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม ที่สนามหญ้า หน้าตึก 24 (อาคารเรือใบ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

 

มธ.แถลงเสียใจเวที 10 ส.ค.

วันเดียวกัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ ต่อกรณีการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่าจากกรณีที่เครือข่ายนักศึกษาและประชาชนจัดการชุมนุมทางการเมือง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 โดยมีเนื้อหาบางส่วนพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งผู้จัดได้ขออนุญาตมหาวิทยาลัยในการใช้สถานที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องใน 3 ประเด็นเท่านั้น คือ (1) เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ (2) เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา (3) เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบ

ตลอดระยะเวลา 86 ปี ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ดำรงตนอยู่ในหน้าประวัติ ศาสตร์สังคม และการเมืองบนหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเปิดกว้างทางความคิดเห็น และส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ไว้ใน 3 ประเด็นข้างต้นเท่านั้น

ชี้คนพูดเกินเลยต้องรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ได้เกิดการแสดงออกนอกเหนือขอบเขตที่ได้ขออนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มิได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการตามมาตรการภายใต้บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่รับผิดชอบต่อสังคมดังต่อไปนี้

1.การแสดงออกที่เกินกว่าขอบเขตที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องความรับผิดชอบส่วนบุคคลของผู้ที่แสดงออก ซึ่งได้มีการตกลงระหว่างผู้จัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเด็นนี้ก่อนการจัดชุมนุมแล้ว เรื่องกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบุคคลที่มิใช่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเป็นเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ โดยมหาวิทยาลัยจะให้ความร่วมมือและให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

2.สำหรับการแสดงออกของผู้ที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่เหมาะสมนั้นมหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมตามข้อเท็จจริงภายใต้ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
3.มหาวิทยาลัยจะป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก โดยจะเคร่งครัดเรื่องการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัย และจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมที่มีลักษณะเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย

สุดท้ายนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอแสดงจุดยืนว่ามหาวิทยาลัย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมหาวิทยาลัยสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของนักศึกษาภายใต้กรอบ แห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายของราชอาณาจักรไทย ตลอดจนศีลธรรมอันดีของสังคม

วุฒิฯชงตู่ใช้ม.165เปิดสภาถก

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าสู่วาระ เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. หารือว่า รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ หลังติดตามข่าวการชุมนุมทางการเมือง 3 ครั้งในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 9 ส.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุดวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีข้อเรียกร้องที่เลยเถิดเกินการขับไล่รัฐบาล เช้าวันนี้มีคำถามมากมาย ว่า เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ การใช้กฎหมายเคร่งครัดสถานเดียวและการใช้การเมืองก็เข้าทางเขา ดังนั้นต้องใช้กฎหมายและมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป จึงขอหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกฯ ให้ใช้ตัวช่วยตามระบบการเมืองที่มีอยู่ดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการเมืองด้วยการรับฟังความเห็นข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 โดยเร็ว แม้สมาชิกของทั้ง 2 สภาจะมีความเห็นหลากหลายแตกต่างกันในหลายกรณี

“เชื่อว่าทั้ง 2 สภา มีความเห็นร่วมกันว่า การกระทำบางอย่างของผู้ชุมนุมบางคนใน การชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นไป ทำให้ข้อเรียกร้องปกติของประชาชนส่วนใหญ่ต้องถูกทำให้เสียหาย สุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อันจะสร้างแผลลึกส่งต่อลูกหลานต่อไป โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะซ้ำเติมประเทศไทยจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ หากแก้ไขไม่ทัน ดังนั้นจึงเห็นว่ารัฐสภาควรเป็นเวทีที่หาทางออกให้บ้านเมืองก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า 6 ตุลา ภาค 2 ขึ้นมา ในเร็วๆนี้ และหากถึงวันนั้นรัฐสภาและรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ก็แก้ไม่ได้” นายคำนูณกล่าว

จี้มหา’ลัยคุมเข้มน.ศ.ชุมนุม

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า ขอเสนอให้ใช้ไม้แข็งดำเนินการกับหัวโจกชุมนุม คือ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบเส้นทางการเงินที่สนับสนุนการชุมนุมทั้งหมด เพราะมีการใช้จอแอลอีดี ค่าเช่ามูลค่าหลายแสนบาท ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปอท.จัดการสื่อสารทางโซเชี่ยลต่อผู้กระทำผิดเผยแพร่โฆษณาโดยเร็ว และให้ตำรวจถอนประกัน นายอานนท์ นำภา และไมค์ ระยอง เพราะผิดเงื่อนไขการประกัน และขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะจัดการชุมนุม รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีออกมาขอโทษไม่เพียงพอ ขอให้สื่อหยุดสื่อสารข่าวสารของการชุมนุม รวมทั้งให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศญี่ปุ่นที่นายประวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และประเทศที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อยู่ ซึ่งทั้ง 2 คน ปลุกระดมมวลชนผ่านเครือข่ายและวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มายังกลุ่มผู้ชุมนุมเวทีธรรมศาสตร์

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาปฏิเสธกระบวนการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่มีคนบางกลุ่มอาศัยจังหวะโอกาสสอดแทรกในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงขอให้ผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจับกุมคุมขัง ใช้อำนาจเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ เพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาประเทศ จึงขอสนับสนุนให้ใช้เวทีรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 มาแก้ปัญหา
โดยนายพรเพชรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ รีบถอดเทปข้อหารือดังกล่าวโดยด่วนเพื่อส่งไปยังรัฐบาลพิจารณาตามข้อเสนอนี้ต่อไป

แฟลชม็อบกรือเซะโดนข่มขู่

วันเดียวกันนี้ ผู้ที่ร่วมแฟลชม็อบ ที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เข้าแจ้งฝ่ายรณรงค์สหพันธ์นักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS ว่า หลังจากร่วมชุมนุมแล้วได้ถูกคุกคาม กรณีแรก วันนี้เวลาประมาณ 11.00 น. มีเจ้าหน้าที่จากหน่วย 4 นาย เข้าพบผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ลำใหม่ เพื่อพามาพบ น.ส.ซูรัยยา วาหะ ฝ่ายการต่างประเทศ PerMAS หนึ่งในคนที่ขึ้นปราศรัยที่มัสยิดกรือเซะเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเข้ามาขอบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว โดยอ้างว่าต้องการมาพบเพราะเป็นชุดคุ้มครอง กลัวมีมือที่ 3 กรณีที่สอง เวลา 09.30 น. วันนี้ ทหารจาก ฉก.25 ปัตตานี 4 นาย และอส.ในพื้นที่ 3 นาย อ้างว่าได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ให้มาหา นายอับดุลมานัฟ อิสมิง (อานัส) ครูสอนสามัญโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองปัตตานี คณะทำงานอดีตพรรคอนาคตใหม่(ปัตตานี) ที่บ้าน ซึ่งเป็น 1 ใน ผู้ร่วมชุมนุมแฟลชม็อบที่มัสยิดกรือเซะ แต่ไม่เจอ จึงขอข้อมูลส่วนตัวจากคนที่บ้าน แล้วยังได้ถ่ายรูปบัตรประชาชนพ่อด้วย

กรณีที่สาม เวลา 12.00 น. วันนี้ ตำรวจจากสภ.บันนังสตาและตำรวจจากจังหวัดยะลา 10 นาย มาเก็บประวัติส่วนตัวนายอุสมาน อาลีมามะ อดีตนักศึกษาม.อ.ปัตตานี หนึ่งใน ผู้อำนวยการจัดแฟลชม็อบ ที่บ้านต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และกรณีที่สี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก. 12 ยะลา ทั้งหมด 12 นายได้มาที่บ้านนายซุลกิฟลี มามะ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งและอดีตนักกิจกรรมปาตานี หนึ่งใน ผู้ร่วมชุมนุมแฟลชม็อบในวันที่ 2 ส.ค. โดยเจ้าหน้าได้คุยกับทางบ้าน พร้อมกับเอารูปมาให้ครอบครัวดู และถามว่าเป็นแกนนำเรื่องจัดกิจกรรมที่มัสยิดกรือเซะหรือเปล่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก.12 ยะลาถามว่าอยากทราบในฐานะแกนนำจะเสนอนายกฯอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่ง เเมคโดนัลด์ กลุ่มเยาวชนช่วยชาติ นำโดย นายคชโยธี เฉียบแหลม จัดกิจกรรมรวมตัวเเสดงการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ดังนี้ 1.ไล่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เเละนายปิยบุตร แสงกนกกุล ออกนอกประเทศ เเละไม่ให้ผู้ใดนำ 2 คนเข้ามาในประเทศไทย 2.ดำเนินคดีเเกนนำ เยาวชนปลดเเอก เเละคณะประชาชนปลดเเอกให้ถึงที่สุด เเละไม่ให้ประกันตัว 3.ไม่ให้เเก้รัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง เพราะรัฐธรรมนูญ เลือกโดยพวกเราเอง คนไทยพอใจ มีเเค่บางกลุ่มไม่พอใจ 4.จัดการกับพวกหมิ่นสถาบัน ทางออนไลน์ หรือทางตรงเเละทางอ้อม 5.หักคะเเนนประพฤติ นักเรียนคนใดที่ไปชุมนุมกับเยาวชนปลดเเอก เเละไม่ให้ทุน เเละจบไปไม่ให้มีงานทำ

ภาคีน.ศ.ย้ำไม่เอารัฐประหาร

เวลา 17.00 น. ที่สนามหญ้า หน้าตึก 24 (อาคารเรือใบ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภาคีกลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ภายใต้กิจกรรม ได้เวลาชาวเรือใบ ออกเรือ ‘ไล่ทรราช’ รับเพื่อนใหม่ขับไล่เผด็จการ (แบบเบิ้มๆ) #กระจอกก็ออกไปลูกแม่ไทรไม่ต้องการ โดยมีนิสิต นักศึกษากว่า 100 คน ร่วมกิจกรรม โดยกลุ่มผู้จัดงานได้ตั้งจุด คัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมชุมนุม นอกจากนี้ยังมีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดินแดง ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยและความเรียบร้อย

ทั้งนี้ตัวแทนกลุ่มภาคีนักศึกษาได้แสดงความเห็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้กฎหมายของรัฐที่มีการคุกคามประชาชนที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ตลอดจนการทำงานของรัฐบาล และมีข้อเสนอ 5 ข้อไปยังรัฐบาล ให้นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้งและเป็นส.ส.เท่านั้น, ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, ยกเลิกแผนปฏิรูปประเทศ, ยกเลิกการปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษ และยกเลิก ม.279 ที่ว่าด้วยการลบล้างผลพวงการรัฐประหารหรือบรรดาอำนาจและการกระทำของคณะรัฐประหาร ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ทางตัวแทนของภาคีนักศึกษา ยังได้เรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้อง และ 2 จุดยืน โดยข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบไปด้วย หยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ยกเลิกในส่วนของการนำ 250 ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เข้าสู่ระบอบการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องจุดยืน 2 ข้อ คือไม่ยอมรับการรัฐประหาร และไม่ให้เกิดการทำรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารไม่ได้ก่อให้ประเทศเดินหน้า, ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

เวลา 19.10 น.แกนนำขอยุติการชุมนุม ได้ร่วมกันร้องเพลงเสรีชน ก่อนแยกย้ายและได้นัดหมายพบกันในวันที่ 16 ส.ค. นี้

เวลา 17.30 น. ที่สวนสาธารณะกุดน้ำกิน เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนกว่า 50 คน นำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงและเปิดเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาล ซึ่งหลังเวทีมีป้ายข้อความ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หมดเวลาเผด็จการครองเมือง” พร้อมยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งประกาศจุดยืน ไม่เอารัฐประหาร และไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ หลังจากนัดรวมตัวกันผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “กาฬสินธุ์สิบ่ทน” โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองคอยดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ บิ๊กตู่ห่วงม็อบ ย้ำไม่สบายใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง