‘ธนาธร’บี้ถาม
บิ๊กตู่โต้สื่อนอก
ไม่ใช่เผด็จการ
รบ.ยอมตั้งสสร.
‘บิ๊กตู่’หงุดหงิด สื่อนอกถามปมถูกเรียกนายกฯเผด็จการ ยันมาตามกระบวนการประชาธิปไตย วิปรัฐบาล เคาะยื่นญัตติแก้มาตรา 256 ตั้งส.ส.ร. ‘บิ๊กป้อม’ ลั่นห้ามแตะต้องหมวด 1-2 สภาเล็งบรรจุญัตติฝ่ายค้านเข้าที่ประชุมร่วม 28 ส.ค. ก้าวไกลแจงจุดยืนรื้อมาตรา 269-272 ไม่เกี่ยวล้มล้างการปกครอง เพื่อไทยจ่อยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ‘ธนาธร’ จี้ถาม ‘บิ๊กแดง’ กลางวงกมธ.งบฯ ปมทหารใช้งบปฏิบัติการไอโอ ผบ.ทบ.แจงวุ่น ยันไม่เคย ใช้ไอโอกับคนไทย กมธ.กฎหมายรุมซักเดือดปมส.ส.ตบทรัพย์ อธิบดีกรมน้ำบาดาลยันเรื่องจริง ศาลรธน.นัดชี้สถานภาพส.ส. ‘ปารีณา-ศรีนวล’ 23 ก.ย. โผทหารลงตัว ‘บิ๊กบี้’คุมทัพบก
สื่อนอกบี้ถามปมนายกฯเผด็จการ
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ตึกภักดีนฤบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) นัดแรกเสร็จสิ้น ระหว่างเดินกลับเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ได้มีกลุ่ม ผู้สื่อข่าวดักรอเพื่อสัมภาษณ์ถึงผลการประชุม ซึ่งนายกฯ หันมาโบกมือ พร้อมชู 2 นิ้ว ปรากฏว่ามีสื่อมวลชนต่างประเทศจากสถานีโทรทัศน์ ช่อง 4 ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะของอังกฤษ ได้ตะโกนถามเป็นภาษาอังกฤษว่า มีเด็กๆ เรียกท่านเป็นนายกฯ เผด็จการรู้สึกอย่างไร ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมเดินขึ้นยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
‘บิ๊กตู่’หงุดหงิด-ลั่นมาจากเลือกตั้ง

สื่อนอกถาม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนต่างประเทศ ตั้งคำถามว่ามีความรู้สึกอย่างไร ที่เด็กเรียกนายกฯเผด็จการ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ส.ค.
ต่อมาเวลา 15.10 น. ที่ตึกสมช. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมสมช. ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดโพเดียมให้สัมภาษณ์ ห่างจากคณะสื่อมวลชน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวน้ำเสียงหงุดหงิดทันทีว่า “ถอยออกไปๆ พูดออกไมค์อยู่แล้ว ทำไมต้องมาเข้าใกล้ขนาดนี้ ทำตัวแบบผู้เจริญหน่อย” จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงเช้าประชุมเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องลำดับแรกขณะนี้ เราเผชิญโควิดวิกฤตทั่วประเทศ แม้แต่อังกฤษของสื่อที่ถามวันนี้ก็มีปัญหาเหมือนกัน เรามีปัญหาทางการเมืองด้วยรัฐบาลจะมุ่งมั่นทำหน้าที่ทั้งสองมิติให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าหลายคนมองตนว่ามาอย่างไร เผด็จการอย่างไร แต่วันนี้อย่าลืมว่าเราเข้ามาด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เรามีรัฐธรรมนูญ ส่วนที่จะแก้อะไรก็ไปว่ากันต่อไปในอนาคต แต่ขออย่าก้าวล่วงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน
วิษณุย้ำรัฐบาลยังไม่มีร่างรธน.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าแก้รัฐธรรมนูญว่า แต่ละพรรคได้เตรียมร่างรัฐธรรมนูญของตนเองเอาไว้ แต่รัฐบาลยังไม่ได้เตรียม เพราะต้องรอการหารือระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวิปวุฒิสภาก่อน จากนั้นรัฐบาลจะหารือกัน ซึ่งแต่ละขั้นตอนดำเนินการไปพร้อมกันได้ และต้องรอคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีความชัดเจนช่วงปลายเดือนส.ค.นี้ และสุดท้ายจึงจะมาจบที่ครม. ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าพรรคฝ่ายค้านเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 เรื่องทั่วไปและหมวด 2 พระมหากษัตริย์
‘ป้อม’ค้านแก้หมวด 1-2
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคก้าวไกลเห็นว่า ไม่ควรจำกัดอำนาจสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ว่า เรื่องนี้ ต้องมาคุยกัน พปชร.ยังพูดคุยกันอยู่ว่าจะแก้อะไรบ้าง ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแก้หมวดดังกล่าว ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ ต้องมาดูกัน เมื่อถามว่าในอนาคตยังจำเป็นต้องใช้เสียงส.ว. 250 เสียงเลือกนายกฯหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องดูว่าเขาคุยกันเรื่องนี้หรือไม่
ปชป.ไม่หนุนก้าวล่วงสถาบัน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรค มอบให้ วิปพรรคไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะการยื่นญัตติต้องใช้เสียงถึง 98 เสียง จึงต้อง หารือเพื่อจัดทำร่างแก้ไขร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคมีจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้น แก้ไขอย่างน้อยมาตรา 256 และมีประเด็นเพิ่มเติม ได้แก่ เรื่องการตั้งส.ส.ร. การปรับรูปแบบเลือกตั้งไปใช้บัตร 2 ใบ การเพิ่มสิทธิเสรีภาพประชาชน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รวมถึง แก้ปัญหาการตรวจสอบป.ป.ช.
ส่วนที่บางพรรคจะแก้ไขในหมวด 1 และ 2 นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนไม่ก้าวล่วงสถาบัน ฉะนั้น พรรคจึงไม่สนับสนุน ส่วนข้อเรียกร้องให้ยกเลิกส.ว.และใช้รูปแบบสภาเดี่ยวนั้น พรรคยังเห็นว่า ส.ว.ยังมีความจำเป็น เพื่อช่วยกลั่นกรองกฎหมาย และควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน แต่จะต้องจำกัดของเขตบทบาทภารกิจ
ชทพ.แนะพ่วงแก้รายมาตรา
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรคเห็นด้วย ต่อการแก้ไขมาตรา 256 ส่วนที่ฝ่ายค้านเสนอแก้มาตราดังกล่าวและให้ส.ส.ร.ดำเนินการนั้น อาจใช้เวลานานกว่า 1 ปีจึงจะแก้ไขสำเร็จ ดังนั้น เพื่อความรวดเร็ว ควรเสนอแก้ไขเป็นรายมาตราร่วมด้วย เพราะมีหลายประเด็น ที่ควรแก้ไข เช่น ระบบเลือกตั้งด้วยบัตร เลือกตั้งใบเดียว เกณฑ์การนับคะแนน และการทำไพรมารี่โหวต อย่างไรก็ตาม กมธ.ศึกษา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตนเป็นคณะทำงาน จะทำ รายงานเสนอต่อสภาภายในสิ้นเดือนส.ค. และวันที่ 9-10 ก.ย. จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา
‘ชวน’โยนฝ่ายกม.ตรวจญัตติ
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการบรรจุญัตติการแก้ไข รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านว่า เชื่อว่าภายใน สัปดาห์นี้ จะตรวจสอบความถูกต้องเสร็จสิ้น จึงไม่ต้องรอญัตติของพรรคต่างๆ เมื่อถามว่าหากมีการยื่นแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2 จะแก้ไข ได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญหรือไม่
จ่อเข้าประชุมรัฐสภา 28 ส.ค.นี้
ต่อมานพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา แถลงว่า จากการตรวจสอบร่างญัตติของพรรคฝ่ายค้านแล้วพบว่า รายชื่อขีดฆ่าชื่อออกไป 21 รายชื่อ ซึ่งเป็นของส.ส. พรรคก้าวไกล และเหลือรายชื่อ 153 คน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการยื่นญัตติ และเมื่อ ตรวจเนื้อหาแล้ว มีถ้อยคำผิดเล็กน้อย ไม่ได้ผิด ในหลักการ ซึ่งต้องส่งให้แก้ไขคำผิด
นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จะบรรจุเข้าวาระประชุมรัฐสภา ซึ่งประธาน รัฐสภา นัดประชุมวันที่ 28 ส.ค. แต่ตามระเบียบวาระ ร่างแก้ไขไม่ได้อยู่อันดับที่หนึ่ง ยังมีร่างพ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอไว้ล่วงหน้า เกี่ยวกับ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด 3 ฉบับ และร่างที่เกี่ยวกับหมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ 1 ฉบับ จึงขึ้นกับที่ประชุมรัฐสภา จะเลื่อนร่างแก้ไขมาพิจารณาก่อนหรือไม่ แต่หากไม่ทัน มีการกำหนดประชุมร่วมรัฐสภาไว้วันที่ 15 ก.ย.
วิปรบ.เคาะแก้ม.256-วางสเป๊กส.ส.ร.
เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิป รัฐบาล พร้อมตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค แถลงหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า วิปได้ข้อสรุปว่าเราจะยื่นญัตติแก้ไขมาตรา 256 โดยไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 ส่วนหมวดอื่นๆ อยู่ระหว่างการหารือกัน และจะตั้ง ส.ส.ร. โดยวิปรัฐบาลเตรียมวางโครงสร้างของส.ส.ร. ซึ่งจะเริ่มให้เร็วที่สุด คาดว่า จะเสร็จก่อนที่กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สรุปผลเข้าที่ประชุมสภา จากนั้นเราจะยื่นญัตติอย่างเป็นเอกภาพคือพรรคร่วมรัฐบาล ยื่นพร้อมกัน ส่วนโครงสร้างของส.ส.ร.วางไว้กว้างๆ ยังไม่ได้ลงรายละเอียด อาจมีตัวแทนของจังหวัด นักวิชาการ ซึ่งต้องไปพูดกันในพรรคร่วมรัฐบาล
น.ส.พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพปชร. กล่าวว่า พปชร.มีมติเห็นชอบยื่นแก้ไข โดยเสนอตั้งส.ส.ร. แก้ไขบางหมวด และยืนยันว่าจะไม่แก้หมวด 1 และ 2 ส่วนหมวดอื่นๆ ต้องพิจารณาอีกครั้ง ยืนยันไม่มีการประวิงเวลา แต่ต้องละเอียดรอบคอบ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนบนพื้นฐานของความเสมอภาค และความเท่ากันของคนไทยทุกกลุ่ม
ภท.ชงยุบสภาทันทีหลังแก้รธน.
ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) พร้อมส.ส. 61 คน แถลงถึงข้อเสนอของพรรคต่อข้อเรียกร้องของภาคประชาชนว่า 1.ภท.สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 256 ให้มีส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอรัฐสภาพิจารณารับรอง 2.การแก้ไขต้องไม่กระทบหมวด 1 และ 2
3.ส.ส.ร.เป็นอิสระในการยกร่างทุกขั้นตอน 4.ภท.พร้อมสนับสนุนร่างของส.ส.ร. เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว พรรคเห็นด้วยที่จะให้ยุบสภา จัดเลือกตั้งใหม่ตามข้อเสนอของภาคประชาชน 5.พรรคไม่สนับสนุนการคุกคามผู้เห็นต่างทุกกรณี และ 6.การสนับสนุนข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญของภท. เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในข้อ 12
โยนส.ส.ร.แก้ไขอำนาจ-ที่มาส.ว.
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกภท. กล่าวว่า การยื่นญัตติแก้ไขต้องใช้เสียงส.ส.ไม่น้อยกว่า 100 คน ภท.มีส.ส. 61 คน จำเป็นต้องหาสมาชิกจากพรรคอื่น ดังนั้น ส.ส.พรรคอื่นที่มีแนวคิดเดียวกับเราสามารถร่วมลงชื่อด้วยได้ คาดว่าจะได้รายชื่อครบภายในสัปดาห์นี้ และจะยื่นญัตติร่างแก้ไขของภท.ต่อประธานสภาได้ภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าคือวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. และหากพรรคอื่นเสนอร่างแก้ไข หากมีแนวทางตรงกัน เราอาจไปร่วมลงชื่อด้วย ส่วนการแก้ไขอำนาจและที่มาของส.ว. นายภราดรกล่าวว่า จุดยืนของพรรคคือแก้มาตรา 256 ให้มีส.ส.ร. และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของส.ส.ร.ว่าจะออกไปแนวทางใด
พท.กั๊กลงชื่อญัตติก้าวไกล
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาที่ส.ส.พรรคก้าวไกล ถอนชื่อออกจากญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเตรียมยื่นร่างแก้ไขอีกร่าง เคารพเหตุผลกันและกัน ซึ่งอาจมีความคิดไม่เหมือนกัน แต่แนวทางหลักใหญ่ตรงกัน เพียงรายละเอียดอาจไม่ตรงทั้งหมด และเป็นเทคนิคที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จริง
ส่วนพท.จะร่วมลงชื่อในญัตติของพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น นายสุทินกล่าวว่า ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อหารือกันก่อน เพราะเรื่องการแก้ไข บางประเด็นเห็นต่างมุมกัน ส่วนประเด็นหมวด 1 และ 2 เห็นต่างได้ แต่ยังมีการแปรญัตติ ในชั้นการพิจารณา ที่แก้ไขได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าอาจต้องปรับจูนวิธีทำงานให้เป็นระบบ มั่นใจว่าฝ่ายค้านยังเดินหน้า ต่อไปได้
จ่อยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปม.152
“ประชาชนและแนวร่วม ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องเทคนิคเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จจริงๆ การเสนอกฎหมาย คนหนึ่งคิดเรื่อง เนื้อหา คนหนึ่งคิดเรื่องกฎหมาย เราเสนอไป เราก็หวังผลแก้ได้จริง จึงต้องปิดจุดเสี่ยง คือ 1.เรื่องส.ว.ที่อาจไม่เอาด้วย และ 2.ความเห็นศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2555 ที่การตั้งส.ส.ร. ปลายเปิดไว้ หมายถึงแก้ทั้งฉบับ คือการ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างการปกครองและเหมือนส.ว.ก็ตั้งป้อมอยู่ด้วยว่าจะเล่นเรื่องนี้ ถ้าเสนอไปแล้วเขาหยิบเรื่องนี้ มันอาจทำให้ร่างตกไป จึงต้องเลี่ยงยังไงไม่ให้รัฐธรรมนูญตก เราก็เลี่ยงข้อนี้” นายสุทินกล่าว
นายสุทินกล่าวถึงมติการประชุมส.ส.พรรค เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เรามีมติเอกฉันท์ว่า ในสมัยประชุมนี้จะเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เพื่อซักถามและเสนอประเด็นการแก้ไขเศรษฐกิจที่โยงปัญหาสังคม การเมือง และการชุมนุม จึงต้องการหารือ เพราะปล่อยไว้จะมีปัญหาได้ เชื่อว่ากรอบเวลาทันก่อนปิดสมัยประชุมนี้ และวันที่ 20 ส.ค. จะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน และจะยื่นญัตติได้ภายในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าจะไม่ทับซ้อนกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะสลับเวลากันได้
สำหรับมาตรา 152 ระบุว่า ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อครม. โดยไม่มีการลงมติได้
‘บิ๊กแดง’ลั่นไม่ค้านแก้รธน.
ที่รัฐสภา กมธ.วิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 มีการพิจารณาในส่วนของกระทรวงกลาโหม ที่เป็นงบของกองทัพบก 107,600 ล้านบาท ทั้งนี้ หลังจากพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ แล้ว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะกมธ. ได้ถามความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พล.อ.อภิรัชต์ชี้แจงว่า ได้พูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่าเราเป็นทหารที่มีประชาธิปไตย เราต้องคิดใหม่ ต้องค่อยๆ เปลี่ยนวัฒนธรรมของเรา ยืนยันว่าไม่คิดเป็นศัตรูกับประชาชน เพราะทหารก็ถือเป็นประชาชน กลับบ้านเจอกับครอบครัวที่เป็นประชาชน จึงเข้าใจถึงความเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ภายในถึงภายนอก แม้มีบางครั้งอาจจะมีวาทะหรือคำพูด บางอย่างออกไป ถือเป็นบทบาทหน้าที่ และใน ฐานะประชาชนและข้าราชการ ตนไม่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นกลไกทางการเมืองที่สภาจะต้องเสนอผ่านกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งนายกฯ ก็ยินดีที่จะเปิดให้มีการแก้ไขตามกฎหมาย ซึ่งตนตอบในนามส่วนตัว
ธนาธรแฉมีหลักฐานใช้งบไอโอ
ด้านนายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ ที่ปรึกษากมธ. กล่าวว่า การที่พล.อ.อภิรัชต์ระบุทหารต้องเป็นประชาธิปไตยนั้น ยินดีที่พูดเช่นนี้และเห็นว่าทหารประชาธิปไตยที่ดีต้องไม่ยุ่งและไม่พูดเรื่องการเมือง หากให้ความเห็นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ จะถือเป็นการเลือกข้าง
นายธนาธรกล่าวว่า อยากสอบถามถึงการนำงบไปใช้ในปฏิบัติการไอโอกับคนที่คิดต่างทางการเมือง ซึ่งมีเอกสารยืนยันได้ว่ามีการนำงบไปใช้กับปฏิบัติการนี้ ขอให้ผบ.ทบ.และเจ้ากรมทหารบกช่วยตอบว่า เอางบ จากส่วนไหนมาใช้ จะได้ตามไปตัดถูกในขั้นอนุกมธ. เพราะถือเป็นเครื่องมือทำร้ายกันทางการเมือง ไม่ควรทำ
ผบ.โต้ไม่เคยคุกคามประชาชน
ด้านพล.อ.อภิรัชต์ ยืนยันว่าไม่เคยนำภาษีประชาชนมาใช้คุกคามประชาชน ทหารก็คือประชาชนเช่นกัน แต่ปฏิบัติการไอโอถูกนำมา ใช้กรณีภัยคุกคามจากต่างประเทศ ส่วนงบที่ใช้ ไม่ใช่งบด้านการข่าว แต่ใช้งบด้านสาธารณูปโภค เช่น การจ่ายค่าโทรศัพท์หรือค่าอินเตอร์เน็ต ส่วนการพูดถึงรัฐธรรมนูญไม่ได้หวังให้เกิดความขัดแย้งใดๆ
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า การดำเนินการทุกเรื่อง พยายามให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปองค์กร ทุกอย่างต้องใช้เวลา ขอให้ทุกฝ่ายให้เวลากองทัพบกด้วย ส่วนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล เพราะมีการลดกำลังพล แต่ไปเพิ่มในส่วนยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการป้องกันอธิปไตยของชาติ ศาสน์ กษัตริย์
“ผมอยู่ในตำแหน่งผบ.ทบ. อีก 50 วัน ข้างหน้า คุณธนาธรคงไม่เห็นผมแล้ว แต่สิ่งที่ทำ เป็นการเริ่มต้นเพื่อให้กองทัพเป็นของประชาชนและพัฒนาได้มากขึ้น และทุกครั้งที่เชิญกองทัพมาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นกมธ.หรืออนุกมธ.ชุดไหน ผมไม่เคยปฏิเสธ และเชื่อว่าวันนี้ทหารเข้าใจการเมือง แต่ประชาธิปไตยเสรีภาพต้องมีขอบเขตเช่นกัน เราไม่อยากแบ่งแยกเพราะอยู่ในบ้านเดียวกันแม้เห็นต่างทางการเมือง และขอความกรุณากมธ.ช่วยพิจารณางบ เพราะกองทัพบกได้ตัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็นจริงๆ ออกไปแล้ว” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว
กก.ย้ำไม่เกี่ยวล้มล้างการปกครอง
ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล จากการเสนอแก้หมวด 1 และ 2 ว่า พรรคจะไม่ยื่นร่างแก้ไขในส่วนส.ส.ร. เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นไปแล้ว เแต่เราจะยื่นเกี่ยวกับการปิดสวิตช์ ส.ว. เสนอยกเลิกมาตรา 269-272 แน่นอนว่าพรรคมี 54 เสียง จำเป็นต้องขอเสียงจากพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย ซึ่งวันที่ 20 ส.ค. ฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกัน เราหวังว่าจะได้เสียงถึง 98 เสียงขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าการก่อกระแสว่าก้าวล่วงการล้มล้างการปกครอง ไม่น่าส่งผลดีต่อสถานการณ์การเมือง และเราเห็นว่ามีบางฝ่าย บางกลุ่ม ตั้งใจยกเรื่องนี้มาเพื่อขัดขวางการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผ่านการตั้งส.ส.ร.
“ส่วนหมวด 1 และ 2 ผมขอย้ำว่า พรรคไม่ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมตอนนี้ เพียงแต่การสงวนความคิดเห็นไว้ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ ไม่มีความจำเป็นใดๆ เนื่องจากมาตรา 255 ได้จำกัดไว้อยู่แล้วว่า การแก้รัฐธรรมนูญโดยมีผลในการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐนั้น จะกระทำมิได้ เราจึงบอกว่าไม่มีความจำเป็น มีแต่ไปสร้างความเข้าใจผิด แต่เมื่อมีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา มีการเรียกร้อง เราก็กังวลและเรียกร้องให้สังคมมีวุฒิภาวะในการฟังพวกเขา แต่การล็อกไว้แบบนี้จะยิ่งทำให้สังคมลดวุฒิภาวะในการรับฟังกันมากขึ้น” นายชัยธวัชกล่าว
เมื่อถามว่าร่างของพรรคดำเนินการถึงไหนแล้ว นายชัยธวัชกล่าวว่า อยู่ในขั้นต้องประชุมร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน คาดว่าในสัปดาห์นี้เสียงจะครบ ต่อข้อถามว่าหากเสียงไม่พอ มีแผนจะดำเนินการอย่างไร นายชัยธวัชกล่าวว่า คงใช้ช่องทางเข้าชื่อกับประชาชน 50,000 รายชื่อ
ทส.ส่งรายงานลับถึงมือปธ.สภา
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 บางคนเรียกเงิน 5 ล้านบาทจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ส่งรายงานลับมาถึงตนแล้ว ซึ่งทส.ไม่ได้เปิดเผยชื่อ แต่มีเบอร์โทรศัพท์ ได้มอบให้เลขาธิการสภาตรวจสอบ และส่งต่อให้กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฏร เป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ส่วนหน้าที่ของหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องอย่างป.ป.ช. ตนได้กำชับให้เลขาธิการสภาให้ความร่วมมือ
อธิบดียันถูกตบทรัพย์จริง
ที่รัฐสภา มีการประชุมกมธ.กฎหมาย ที่มีนายสิระ เจนจาคะ เป็นประธานการประชุม โดยเชิญนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาชี้แจงกรณีถูกเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการผ่านงบ และยังเชิญอนุกมธ.บูรณาการ 2 มาชี้แจงด้วย แต่ไม่มีตัวแทนมา
นายศักดิ์ดาชี้แจงว่า เหตุเกิดขึ้นวันที่ 4 ส.ค. เวลา 19.10 น. มีคนโทรศัพท์มาหา พร้อมแนะนำตัวว่าเป็นกมธ.ในคณะ โดยของานขอเงินตามจำนวนที่ตนพูดต่อที่ประชุมอนุกมธ.เอาไว้จริง ในการประชุมวันที่ 5 ส.ค. มีการซักถามรายละเอียดต่างๆ ในการขุดเจาะบ่อบาดาลนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งตนไม่ได้โต้เถียง ได้แต่นั่งฟังคณะที่มาด้วยชี้แจง แต่เมื่อฟังแล้วไม่ใช่ประเด็นเลยไปเข้าห้องน้ำ ออกไปเดินเล่น กลับมาก็ยังอยู่ในประเด็นเดิม ดูเหมือนอนุกมธ. บางคนเหมือนจะไม่เข้าใจ ทั้งที่เราชี้แจงในรายละเอียดไปหลายครั้ง จึงตัดสินใจพูดความจริง ตามที่เป็นข่าวเพื่อให้อนุกมธ.ได้รับทราบ
กมธ.รุมจี้ถามชื่อส.ส.
นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ กมธ.จากพรรคเพื่อไทย ถามว่า ตามที่อธิบดีระบุว่าคืนวันที่ 4 ส.ค. มีคนโทรศัพท์มาหานั้นเป็นใคร เบอร์โทร.อะไร เป็นอนุกมธ.บูรณาการ 2 ใช่หรือไม่ นายศักดิ์ดาชี้แจงว่า ข้อมูลตรงนี้ได้ส่งบันทึกให้ปลัดกระทรวงทส. ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบได้ขอข้อมูลไปบางส่วนแล้ว ขออนุญาตไม่บอกว่าเป็นใคร เพราะตนอาจถูกกล่าวหาในข้อหาหมิ่นประมาทได้
อย่างไรก็ตาม กมธ.พยายามเจรจาให้นายศักดิ์ดา ระบุชื่อส.ส.ที่เรียกรับผลประโยชน์ รวมทั้งระบุว่ามีการข่มขู่แลกกับการไม่ผ่านงบให้หรือไม่ มีคลิปเสียงหรือไม่ คนที่โทรศัพท์มาหาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ขณะที่นายสิระกล่าวว่า เรื่องนี้กระทบต่อส.ส.และสภา ต้องขอให้อธิบดี เปิดเผยออกมา ไม่เช่นนั้นกระแสจะตีกลับไปยังอธิบดีได้ว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง มีข้อมูลจริงหรือไม่ และจะปล่อยให้ส.ส. 2 คนที่เป็นอนุกมธ.ได้ร่วมพิจารณางบ ยังอยู่ในอนุกมธ.ชุดนี้อีกหรือไม่
‘ศักดิ์ดา’มั่นใจไม่มีมวยล้ม
นายศักดิ์ดาชี้แจงว่า ยืนยันว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์และข่มขู่จริง ที่ผ่านมาไม่เคยให้ข่าว กับสื่อเลย และขอบคุณนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นใจและให้กำลังใจ ส่วนข้อมูลต่างๆ นั้น ป.ป.ช. เชิญไปสอบถามแล้ว สตง.ก็ติดต่อมา เชื่อว่าหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างเร็ว
“มั่นใจข้อมูลที่ให้กับหน่วยงานตรวจสอบ ถ้าผมให้ข้อมูลเท็จ ผมก็เดือดร้อนหรือถ้า ไปกุเรื่องมา ก็ไม่สมควรอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ถ้าจะให้เปิดเทปบันทึกเสียง ทุกคนคงรู้จักกันหมด แต่ทุกคนคงพอทราบบ้างแล้ว คงไม่ไกลกว่าที่ทุกคนคิด หากได้อ่านบันทึกที่เสนอปลัดหรือที่ส่งมายังประธานสภา คงพอรู้ว่าเป็นใคร ผมมีพยานหลักฐาน แต่ไม่ขอเปิดเผย ไม่มีมวยล้ม ถ้าล้มมวย เราหกล้มกลางทาง เราจะเดือดร้อน เชื่อว่าหน่วยงานตรวจสอบ จะเชื่อมั่นในตัวผม ยืนยันว่าถ้าได้อ่านบันทึกที่ส่งไปให้ผู้บังคับบัญชา จะรู้ว่าเป็นใคร ผมไม่อยากให้คดีหนึ่งตกเป็นโจทก์ อีกคดี ตกเป็นจำเลย ต้องเสียเวลามานั่งแก้ต่าง” นายศักดิ์ดากล่าว
เผยชื่อส.ส.ไล่บี้กรมน้ำบาดาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี และนายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ในฐานะอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ได้เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงด้วย โดยนายสาธิตกล่าวว่า ได้ฟังการชี้แจง ช่วงหนึ่ง อธิบดีเดินออกจากห้องประชุมแล้วกลับ เข้ามาและได้บอกว่าโดนตบทรัพย์ ตนอยู่ในอนุกมธ.ชุดนี้ แต่ไม่รู้เรื่องด้วย จนมาทราบทีหลังว่ามีคนไปตบทรัพย์ ทำให้ตนถูกเหมารวมว่าได้ส่วนแบ่ง ทั้งที่ไม่ได้รู้ หรือใครคุยอะไร กับใคร
ทำให้ กมธ.กฎหมายฯ รุมถามทันทีว่า การมาชี้แจงของอธิบดี ส.ส.ที่เป็นอนุกมธ. ใครเป็นคนซักถามมากที่สุด นายสาธิตกล่าวว่า “ถามกันหลายคน โดยมีตน มีนายศิริพงษ์ นายอนุรักษ์ และนางนันทนา” ทำให้ที่ประชุม รุมถามอีกว่า อนุรักษ์ไหน พรรคอะไร โดยนายสาธิต ได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ จากนั้นที่ประชุมขอมติประชุมลับ เพื่อให้อธิบดีลงในรายละเอียดมากกว่านี้ และเชิญสื่อออกจากห้องประชุม
ศาลนัดชี้สถานะ‘ปารีณา-ศรีนวล’
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการอภิปราย เพื่อวินิจฉัยในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพส.ส.ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101(7) ประกอบมาตรา 185(1) กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ส.ส.เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จากการนำเจ้าหน้าที่รัฐไปตรวจสอบที่ดินในอ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บุกรุกป่า หรือไม่ และสมาชิกภาพส.ส.ของน.ส.ศรีนวล บุญลือ สิ้นสุดลงตามมาตรา101(7) ประกอบมาตรา 185 (2) จากกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ส.ส.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณปี 2563 ขณะเป็นส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้าไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้จัดสรรงบให้โรงพยาบาลในพื้นที่จ.เชียงใหม่ หรือไม่
โดยศาลเห็นว่า ตามคำร้องและคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของน.ส.ปารีณา และน.ส.ศรีนวล มีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ โดยไม่ต้องไต่สวน จึงนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 09.30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น.
ลั่นไม่กังวล-เอ๋ชี้ถูกกลั่นแกล้ง
ด้านน.ส.ศรีนวลกล่าวว่า ยื่นคำชี้แจง ต่อศาลไปแล้วว่า ตนทำหน้าที่เป็นเพียงไปรษณีย์นำจดหมายขอความช่วยเหลือของผอ.โรงพยาบาลจอมทอง ไปให้นายอนุทิน เท่านั้น ไม่ได้ไปคุยเรื่องของบประมาณ จึงไม่กังวลที่ศาลจะวินิจฉัยเรื่องนี้ เพราะตนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนน.ส.ปารีณากล่าวว่า ตนไม่กังวล เพราะ เรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ใช้อำนาจของกมธ.ปราบโกง ร้องเรียนว่า ตนแทรกแซงเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว
บิ๊กแดงชงชื่อ‘ณรงค์พันธ์’คุมทบ.
วันที่ 19 ส.ค. มีรายงานว่า เหล่าทัพได้จัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 เสร็จสิ้นและส่งให้กระทรวงกลาโหมเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการประชุม คณะกรรมการปรับย้ายนายทหารประจำปี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อของกองทัพบก เป็นเหล่าทัพสุดท้ายที่ส่งมายังกระทรวงกลาโหม เนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า นายกฯผลักดันให้พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผบ.ทบ. ขึ้นเป็นผบ.ทบ. หรือข้ามไปเป็น ผบ.ทสส. ก่อนจะเกษียณราชการในปี 2564 ซึ่งต้องมีการหารือกันอีกครั้ง ในการประชุมบอร์ดปรับย้าย
มีรายงานว่า การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารในส่วนกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ ได้วางตัวบุคคลใน 5 เสือทบ.ให้กระจายรุ่นเตรียมทหาร โดยมีชื่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือบิ๊กบี้ ตท.22 ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ ตท.19 เสนาธิการทหารบก เป็น รอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ ตท.20 แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี ตท.22 แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ ตท.20 รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก และเปลี่ยนแม่ทัพภาคใหม่ทั้งหมด โดยมีชื่อ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น แม่ทัพภาคที่ 4
ขณะที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. เสนอชื่อพล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ รองผบ.ทร. ขึ้นเป็นผบ.ทร. ส่วนพล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. เสนอชื่อพล.อ.อ.ธรินทร์ ปุนศรี ผู้ช่วยผบ.ทอ. เป็นผบ.ทอ. ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย มีรายงานว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. เสนอชื่อพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร เป็นผบ.ทสส.