แห่ให้กำลังใจ
6นักร้องดังปลื้ม

ข่าวสดไลฟ์สดคอนเสิร์ต ‘Boost Up @rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้’ ที่ระยอง สุดคึกคัก6 ยอดนักร้องร็อกเมืองไทย “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ -อี๊ด วงฟลาย- ปู แบล็คเฮด- เจี๊ยบร็อก อำพัน-เหน่ง วายน็อตเซเว่น-พั้นช์ วรกาญจน์” ปลื้มได้ร่วมโชว์เสียงเพลง ช่วยฟื้นฟูระยอง หลังเจอ วิกฤตโควิดจากทหารอียิปต์ ผู้ชมแห่เขียนให้กำลังใจผ่านเพจข่าวสด ในงานมีมาตรการ คัดกรองเข้ม ‘สาธิต ปิตุเตชะ’ รมช.สธ.พอใจสร้างพลังใจให้ชาวระยอง ศบค.เผยไทยไม่มีติดเชื้อเพิ่มทั้งในประเทศ และกลุ่มที่เดินทางกลับเข้ามา

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คอนเสิร์ต “Boost Up @rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้” โดยศิลปินร็อกเกอร์ชั้นนำของเมืองไทย เปิดการแสดงที่ลานกิจกรรม สตาร์ไอทีเซ็นเตอร์ ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ระหว่างเวลา 17.00-20.00 น. มีชาวระยองและแฟนขาร็อกจากจังหวัดต่างๆเข้าชมฟรีด้วยการแจ้งลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า ตามจำนวนที่กำหนดไว้ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 แบบนิวนอร์มัล

พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชน ทั่วประเทศมีโอกาสร่วมชมไลฟ์สดการแสดงนี้จากจ.ระยอง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Khaosod – ข่าวสด ซึ่งมี ผู้ติดตามกว่า 15 ล้านคนไปทั่วประเทศรวมถึงแฟนเพจที่อยู่ต่างประเทศด้วย

รวมพลัง – บรรยากาศคอนเสิร์ต ‘Boost Up @ rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้’ รวมพลศิลปินร็อกชั้นนำของไทย เพื่อเสริมสร้างพลังใจฝ่าฟันวิกฤตโควิด ที่สตาร์ไอทีเซ็นเตอร์ จ.ระยอง โดยไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก Khaosod-ข่าวสด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

 

คอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นการแสดงสดบนเวที 6 สุดยอดร็อกเกอร์เมืองไทย ได้แก่ โป่ง หิน เหล็ก ไฟ, อี๊ด วงฟลาย, ปู แบล็คเฮด, เจี๊ยบร็อก อำพัน, เหน่ง วายน็อตเซเว่น และพั้นช์-วรกาญจน์ จัดขึ้นเพื่อสร้างวัคซีนใจให้เกิดภูมิคุ้มกันความเข้มแข็งทางจิตใจแก่พี่น้องชาวระยอง หลังผ่านพ้นช่วงหวาดผวากรณีทหารอียิปต์มาแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและจิตใจ ช่วยปลุกพลังใจในการต่อสู้กับวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะป็นเรื่องของเศรษฐกิจ หน้าที่การงาน หรือการปรับตัวต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเปิดการแสดงคอนเสิร์ต นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้เดินตรวจความเรียบร้อยภายในงาน และ พูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมชมคอนเสิร์ต ในครั้งนี้

นายสาธิตให้สัมภาษณ์ว่า “สำหรับคอนเสิร์ต Boost Up @rayong เป็นโครงการเล็กๆ สำหรับชาวระยอง กับกรณีที่ได้พบเจอวิกฤตทหารอียิปต์ นี่เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ หลังจากที่ชาวระยองร่วมกันฝ่าฟันสถานการณ์นี้มาจนขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายลงมาก ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข และทางรัฐบาลก็ทำงานอย่างเต็มที่

โดยใน วันที่ 24-25 ส.ค. 63 ก็ได้จัดตั้ง ครม.สัญจร เดินทางมายังจ.ระยอง ทุกกระทรวง หวังให้เศรษฐกิจครึกครื้นขึ้น นอกจากนี้ ทางกรมสุขภาพจิต และกระทรวงสาธารณสุข จัดทำแอพพลิเคชั่น ในการตรวจวัดความเครียดชื่อว่า Check up แอพพลิเคชั่นที่ทุกคนสามารถ โหลดมาวัดความเครียดทางจิต หวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้ทุกคน อึด ฮึด สู้ ไปด้วยกัน ในการเสริมสร้างพลังใจ กับวิกฤตโควิด-19”

 

ส่วนทางด้าน อี๊ด วงฟลาย เปิดใจถึงการมาแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า รู้สึกยินดีที่ได้เจอพี่น้องชาวระยอง ส่วนหนึ่งที่เรามาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่เพื่ออยากให้กำลังใจชาวระยอง ซึ่งเราเตรียมเพลงมายุค 90 มีให้ฟังกันเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเพลงฮิตทั้งหมด เพราะเวลานี้เราอยากมอบเพลงที่หลายคนรู้จักให้กับแฟนเพลง เพราะว่ามีศิลปินหลายคนอยู่บนเวที ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเป็นไอดอลของใครหลายคน อย่างพี่ใหญ่ของเราวันนี้ พี่โป่ง พี่ปู แบล็คเฮด และก็น้องพั้นช์ พี่เจี๊ยบ พิสุทธิ์ เป็นเวทีร็อก ครั้งนี้พิเศษสำหรับคนที่ไม่ได้มาร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีการไลฟ์สดผ่าน เฟซบุ๊กข่าวสด ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้ายของงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมเขียนให้กำลังชาวระยองผ่านเพจข่าวสดด้วย โดยมีประชาชนร่วมให้กำลังใจ จำนวนมาก

สำหรับบรรยากาศภายในงานมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดไข้และให้บริการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลเพื่อฆ่าเชื้อต่อผู้ร่วมงานทุกรายตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเมื่อคอนเสิร์ตเริ่มขึ้น ชาวระยองนั่งชมคอนเสิร์ตด้วยความตื่นตาตื่นใจ เรียกเสียงปรบมือ และเสียงกรี๊ดได้อย่างสนุกสนาน นับว่าเป็นงานที่สร้างขวัญกำลังใจ สร้างรอยยิ้ม สร้างพลัง อึด ฮึด สู้ ให้กับชาวระยองได้เป็นอย่างดีตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม ในขณะเดียวกัน เสียงเพลงคอนเสิร์ตดังกึกก้องไปทั่วบริเวณศูนย์การค้าสตาร์ไอทีเซ็นเตอร์ ซึ่งทำให้แม่ค้าที่อยู่ละแวกต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

“พั้นช์-วรกาญจน์” เผยว่า วันนี้ตีรถจากกรุงเทพฯมาระยอง เพื่อมาขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ นักร้องผู้หญิงคนเดียวในเวทีนี้ เห็นบรรยากาศในงานแล้วไม่ได้เงียบ คนที่มาดูคอนเสิร์ต ก็นั่งดูกันอย่างเรียบร้อยมาก ซึ่งตนเตรียมเพลงที่ทุกคนรู้จักมาร้องให้ฟังกัน

“จริงๆ พั้นช์มาจ.ระยองบ่อยมาก ปีนี้น่าจะมี 3-4 ครั้งที่มา มีทั้งมาร้องเพลง มาเที่ยวด้วย อย่างวันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่เรามาช่วยกัน บูสต์ อัพ ระยอง อึด ฮึด สู้ ทุกคนตอนนี้อาจจะประสบปัญหาหลายๆ อย่าง ก็อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ และก็มาเที่ยวที่จ.ระยอง ทะเลเขาสวย คนก็เงียบสงบดี สำหรับเรื่องงานของพั้นช์ ตอนนี้เริ่มมีงานคอนเสิร์ตเข้ามาบ้างแล้ว อาจจะเจอกับแฟนเพลงมากขึ้น หลังจากหายกันไปหลายเดือน สถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ห้างร้านหลายๆ ที่ก็ต้องปิดกิจการกันไป ก็อยากให้ตั้งหลักลุกขึ้นมาสู้กันต่อไปค่ะ”

ด้าน เหน่ง-วายน็อตเซเว่น กล่าวว่า ตนห่างหายจากการมาระยองระยะหนึ่ง อันนี้เป็นคอนเสิร์ตแรกในรอบ 5 เดือนหลังเจอโควิด -19 ดีใจที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมระยองอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้มีโอกาสมาสร้างบรรยากาศให้จ.ระยองว่าพื้นที่จ.ระยองปลอดภัยมาเที่ยวกันได้สบายใจ คิดว่าวันทุกคนน่าจะสนุกกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ส่วนตัวตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะว่าไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตนาน ครั้งนี้เลยเตรียมเพลงมาเยอะ สำหรับใครที่ไม่ได้มา ก็เข้าไปชมได้ในเฟซบุ๊กข่าวสด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตอนนี้ใช้ชีวิตแบบ นิวนอร์มัลเป็นอย่างไรบ้าง นักร้องหนุ่ม กล่าวว่า “แรกๆ ก็คงจะปรับตัวยากนิดหนึ่ง เพราะอยู่บ้านไม่เคยได้ออกไปไหนเลย 2-3 เดือน หลังๆ เริ่มชินแล้วครับ เริ่มปรับตัววิถีชีวิต ที่ปลอดภัยจากโรคระบาด รู้สึกว่าตัวเอง เป็นคนรักษาความสะอาดเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย แล้วก็เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปพร้อมๆ กันครับ”

วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่าไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ หายป่วยเพิ่มขึ้น 1 ราย ไม่มีเสียชีวิต เพิ่มเติม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,390 ราย หายกลับบ้านรวม 3,220 ราย ยังรักษาในร.พ. 112 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 23,108,150 ราย อาการรุนแรง 61,827 ราย รักษาหายแล้ว 15,705,300 ราย เสียชีวิต 802,971 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา 5,796,727 ราย 2.บราซิล 3,536,488 ราย 3.อินเดีย 2,973,368 ราย 4.รัสเซีย 946,976 ราย และ 5.แอฟริกาใต้ 603,338 ราย ส่วนประเทศไทยขยับลงมาอยู่ในอันดับที่ 117

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่าจากการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ กิจกรรมและกิจการที่ได้รับการผ่อนคลาย ในส่วนของการอนุญาตแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชมได้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิดในประเทศไทยในขณะนี้อยู่ในระดับ สีเขียว คือไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศ แต่ยังต้องทำตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพราะยังไม่มีวัคซีนรักษา และสถานการณ์ รอบประเทศ ไทยยังมีผู้ยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทุกวัน

โดยศบค.กำหนดแนวทางการจัดการแข่งขันกีฬา แบ่งเป็นประเภทเป็นกีฬากลางแจ้งที่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ หรือจำนวนผู้เข้าชมในสนามต่อความจุไม่เกิน 4,000 คน อาทิ ฟุตบอล รักบี้ ส่วนสนามกีฬากลางแจ้งที่ไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือจำนวนผู้เข้าชมในสนามต่อความจุไม่เกิน 6,000 คน เช่น กีฬาเทนนิส ยิงธนู และยิงปืน

ขณะที่ประเภทกีฬาในร่มมีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม หรือจำนวนผู้เข้าชมในสนามต่อความจุไม่เกิน 1,000 คน อาทิ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และมวย ส่วนกีฬาในร่มที่ไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม หรือจำนวนผู้เข้าชมในสนามต่อความจุไม่เกิน 2,000 คน เช่น สนุ้กเกอร์ และหมากรุก หากช่วงทดลองให้มีจำนวนผู้ชมตามประเภทกีฬาแล้วดำเนินการเป็นไปได้ด้วยดี จำนวนผู้ชมจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีก

ขณะเดียวกัน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิดในหลายประเทศทั่วโลก ขณะนี้ยังมีการระบาดเป็นวงกว้าง นอกจากนี้มีหลายประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วและกลับมาระบาดระลอกใหม่ เช่น ประเทศเมียนมาในรัฐยะไข่ ทำให้องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่าการที่ประชาชนผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด ไม่ใส่ใจต่อการดูแลตนเอง เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศไทยได้เกิดการศึกษาเรียนรู้

นพ.โสภณกล่าวว่า จากข้อมูลผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด -19 โดยกรมควบคุมโรค ออนไลน์ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 4-18 ส.ค. จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,346 ราย พบว่าหลังผ่อนปรนมาตรการในเฟส 6 ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเองในเรื่องการสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึง ร้อยละ 93.5 ลดลงจากครั้งที่ 14 (ร้อยละ 68.5) ถึงร้อยละ 4 ต่ำที่สุดจากที่เคยสำรวจทุกครั้ง ที่ผ่านมา และมีผู้ตอบว่าจะสวมหน้ากาก ต่อเนื่องเพียงร้อยละ 55.3 ลดลงจากที่เคยสูงสุดร้อยละ 63.7

เมื่อสอบถามถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด ร้อยละ 46.5 ตอบว่ามีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.9 มีรายได้ลดลง และร้อยละ 34.1 ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติหรือเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ แต่ก็มีประชาชนที่ตอบในเชิงบวกว่าทำให้รับผิดชอบ ตัวเองและสังคมมากขึ้นถึงร้อยละ 55.3, ได้ทำ สิ่งใหม่หรือค้นพบว่าตัวเองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ร้อยละ 55.1 และได้พักผ่อนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.3

นพ.โสภณกล่าวว่า โดยสรุปพบว่าพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคของประชาชนมีแนวโน้มลดลง เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก จึงขอย้ำให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน และตลอดเวลาขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการ ด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อช่วยกันรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน