ศบค.เผยป่วยโควิด พบอีก 2 ขณะกักตัว รายแรกน.ศ.ไทยกลับจากอินเดีย อีกรายเป็นกาตาร์เข้ามารักษามะเร็ง กรมควบคุมโรคชี้สถานการณ์ในอเมริกาใต้น่าห่วง ชี้เปรูและโคลัมเบียตัวเลขระบาดสูง แต่ประชากรน้อย ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 24 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ เพิ่ม 2 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 1 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มเติม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,397 ราย หายกลับบ้านรวม 3,222 ราย ยังรักษาใน ร.พ. 117 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยรายใหม่มาจากต่างประเทศ คือ นักศึกษาชายไทยอายุ 35 ปี เดินทางจากอินเดีย ถึงไทยวันที่ 8 ส.ค. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 3 ในวันที่ 21 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ให้ประวัติเคยมีอาการ อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเที่ยวบินเดียวกัน เคยมีผู้ป่วยก่อนหน้า 20 ราย

และชายชาวกาตาร์ อายุ 71 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 22 ส.ค. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ ฮอสปิทัล ควอรันทีน หรือสถานพยาบาลกักตัวทางเลือก ที่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 22 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ โดยผู้ป่วยเดินทางเข้ามารักษาโรคมะเร็งตับต่อเนื่อง เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย ผลการตรวจก่อนเดินทางไม่พบเชื้อทั้งสองราย อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 23,583,616 ราย เป็นรายใหม่ 206,768 ราย อาการรุนแรง 61,513 ราย รักษาหายแล้ว 16,080,573 ราย เสียชีวิต 812,513 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 5,874,146 ราย เป็นรายใหม่ 32,718 ราย 2. บราซิล จำนวน 3,605,783 ราย เป็นรายใหม่ 23,085 ราย 3. อินเดีย จำนวน 3,105,185 ราย เป็นรายใหม่ 61,749 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 956,749 ราย เป็นรายใหม่ 4,852 ราย 5. แอฟริกาใต้ จำนวน 609,773 ราย เป็นรายใหม่ 2,728 ราย

วันเดียวกัน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แถลงข่าวถึงมาตรการคัดกรองโควิด-19 คนไข้ต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาตามนัดในไทย หรือสถานพยาบาลกักตัวทางเลือก ว่า ขณะนี้มีผู้เดินทางเข้ามา 166 ราย เป็นผู้ป่วย 90 ราย ผู้ติดตาม 76 ราย โดยวันที่ 24 ส.ค.มีเข้ามาอีก 3 ราย วันที่ 25 ส.ค.เข้ามาอีก 4 ราย ซึ่งเราจะทราบล่วงหน้าเพราะจะมีการแจ้งประสานโรงพยาบาลมาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่ยื่นความจำนงจะเข้ามารวมแล้ว 423 ราย ผู้ติดตาม 250 ราย รวม 673 ราย จะทยอยเดินทางเข้ามา ทั้งนี้ มีโรงพยาบาลเข้ามาแล้ว 98 แห่ง และคลินิก 26 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นคลินิกรักษาการมีบุตรยาก ทันตกรรม และเสริมความงาม ซึ่งกรณีเข้ามารักษากับคลินิกนั้นจะต้องทำร่วมกับโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยที่เข้ามาจะเข้ารับการกักตัวในโรงพยาบาล และคลินิกจะเข้าไปร่วมในการรักษา

เมื่อถามถึงกรณีผู้ป่วยชายชาวกาตาร์ อายุ 71 ปี ที่เข้ามารับการรักษาโรคมะเร็งตับและตรวจพบโควิด นพ.ธเรศกล่าวว่า ชายคนนี้ตรวจหาโควิดใน 72 ชั่วโมงก่อนมา และตรวจทันทีที่มาถึงไทย แต่ก็คล้ายกับสเตต ควอรันทีน ที่พบว่าหลายครั้งตรวจครั้งแรกไม่เจอและมาเจอครั้งหลัง ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระยะฟักตัวของโรค ช่วง 72 ชั่วโมงที่อาจจะยังไม่เจอ แต่ระบบที่เราทำเข้าสู่ระบบปิด ถ้ามีโรคเราสามารถดักจับเชื้อได้ และให้การรักษาต่อได้เลย แต่จะมีการทบทวนประเทศที่เดิมรายงานผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อ

โดยให้กองระบาดไปสอบสวนโรค และดูมาตรฐานการตรวจแล็บของประเทศนั้นๆ เพื่อให้ระบบเรามีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ยืนยันว่าระบบปัจจุบันเราสามารถดักจับเชื้อได้ และอยู่ระบบปิดทั้งหมด ส่วนผู้ติดตามของชายรายนี้เป็นบุคคลในครอบครัวอยู่ในสถานพยาบาลเดียวกัน ยังไม่พบว่าติดเชื้อ

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิดในประเทศกาตาร์ มีผู้ป่วยรายใหม่วันละประมาณ 200 ราย แต่เป็นอัตราที่ค่อนข้างคงที่ เลยจุดพีกของการระบาดมาแล้ว ส่วนผู้ป่วยชาวกาตาร์เข้ามาก็อยู่ในร.พ.ตลอด ถ้าร.พ. ปฏิบัติตามมาตรการก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ

นพ.ธนรักษ์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อโควิดในประเทศมาประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่การระบาดในต่างประเทศยังคงรุนแรงในหลายประเทศ โดยอินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด มีจำนวน 6.1 หมื่นคน สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ส่วนสหรัฐอเมริกามี ผู้ป่วยรายใหม่รองลงมาประมาณ 3.2 หมื่นคน แต่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อันดับ 3-5 มาจากทวีปอเมริกาใต้ทั้งสิ้น คือ บราซิล เปรู และโคลัมเบีย ที่ระบาดรุนแรงอยู่ แม้ตัวเลขเปรู และโคลัมเบีย อาจจะมีผู้ป่วยต่อวันดูไม่สูงมาก แต่เมื่อเทียบกับประชากรล้านคนถือว่าสูงมาก เพราะมีจำนวนประชากรน้อย ขณะที่อินเดียมีประชากรจำนวนมาก อัตราการป่วยเมื่อเทียบกับประชากรล้านคนจึงไม่สูงมาก

นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ ในอาเซียนเมื่อพิจารณาจากอัตราป่วยต่อประชากรล้านคน ไม่ใช่จากจำนวนผู้ป่วยนั้น จะพบว่าสิงคโปร์มีอัตราการป่วยสูงสุด แต่สถานการณ์ค่อนข้างดี กราฟไม่ได้พุ่งขึ้นชัน ส่วนที่เพิ่มค่อนข้างเร็ว คือ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ส่วนไทยค่อนข้างคงที่ เวียดนามก็ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก หากทำได้ค่อนข้างดี เชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์และลงมาเป็น 0 ได้อีกครั้งขึ้นกับความเข้มข้นมาตรการและความร่วมมือของประชาชนของเขา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน