ยุทธพงศ์แฉกลับ
ชี้พิรุธสัญญาจีทูจี
เพื่อไทยยันไม่ร่วม
แก้ไขมาตรา272
ตั้งแล้ว‘2ปลัด’
‘บิ๊กตู่’ ไม่ขัดข้องแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำปมซื้อเรือดำน้ำ ขึ้นอยู่กับกมธ.งบฯ วอนให้ความเป็นธรรมกองทัพเรือ ชี้แจงมีเหตุผล ทร.งดจ้อ ยันแถลงชัดเจนแล้ว ไม่อยากให้นำไปเป็นประเด็นการเมือง ‘ยุทธพงศ์’ แถลงแฉกลับ ชี้พิรุธ ลงนามจีทูจี ไม่มีใบมอบอำนาจให้ ผบ.ทร.เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย ปชป.มีมติเลิกโหวตหนุน คัดค้านจัดซื้อ เพื่อไทยไม่ร่วมลงชื่อญัตติแก้ ม.272 ตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล
ตู่ลั่นใครทำไม่สงบรับผิดชอบ
เวลา 07.20 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 ถือเป็นการประชุมครม.สัญจรครั้งแรกหลังปรับครม.และการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ทันทีที่เดินทางมาถึงนายกฯ ทักทายสื่ออย่างอารมณ์ดีว่า “สวัสดี นอนหลับสบายดีนะจ๊ะ”

ครม.สัญจร – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์กศน.พรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ONE (จังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี) ก่อนเป็นประธานประชุมครม.สัญจร ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.
จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมโครงการ Circular Living โดยกลุ่มบริษัท ปตท. และระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE 2.0 เพื่อรายงานสถานการณ์นักเรียนยากจนพิเศษที่เพิ่มขึ้นหลังผลกระทบจากโควิด ช่วงหนึ่งนายกฯพูดคุยกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า ตนเมื่ออยู่ท่ามกลางประชาชนแล้วปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าสังคมต้องการความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย ใครที่ทำให้สังคมไม่สงบก็ต้องรับผิดชอบ ขอขอบคุณและให้กำลังใจทุกคน รัฐบาลจะส่งเสริมทุกกิจกรรมของทุกกระทรวง เรื่องสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกัน ร่วมใจกันตามแนวทางรวมไทยสร้างชาติ
ย้ำไม่ขัดข้องแก้รธน.
เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหลัง ครม.กรณีสื่อสังคมโซเชี่ยลปลุกกระแสตามหาลูกสาว อ้างนายกฯถ่ายโอนเงินให้ลูกสาวว่า สังคมก็คิดเอาเองแล้วกัน ตนไม่ตอบเรื่องนี้ แต่เชื่อมั่นในตัวเองว่าไม่ได้ทำอย่างที่เขากล่าวอ้าง ฉะนั้นจะไม่โต้ตอบ ประชาชนตัดสินกันเอาเอง และถ้ามันเกิดกับใครความรู้สึกจะเป็นอย่างไร ก็รู้อยู่แล้ว ตนไม่ตอบโต้ เพราะถือว่าในข้อเท็จจริงรู้ตัวว่าตนทำอะไรถูกอะไรผิดอยู่
ส่วนจุดยืนรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การแก้รัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนในข้อ 12 อยู่แล้ว ที่ระบุว่าสนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องของวิปรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอร่างของแต่ละพรรค เป็นแนวทางที่ทุกคนมีสิทธิเสนอได้ ขอให้รับฟังในขั้นตอนการพิจารณาต่อไป สำหรับตนไม่มีส่วนขัดข้องตรงนี้
ขอความเป็นธรรมให้ทร.
ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำที่แม้กองทัพเรือจะชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นแล้ว แต่ประชาชนยังมีข้อสงสัย ฝ่ายการเมืองก็ตั้งข้อสังเกตโดยเฉพาะการแฉชื่อ ‘นายพล ป’ เกี่ยวข้อง นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องของกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ได้ข้อสรุปอย่างไรเราก็ต้องรอฟัง ยืนยันว่าตนไม่ต้องสั่งการอะไรเพิ่มเติม
จากการฟังคำชี้แจงของกองทัพเรือก็มีเหตุผลและความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกมธ.พิจารณางบ ดังนั้น ขอให้ให้ความเป็นธรรมด้วย ซึ่งวันนี้กระทรวงต่างๆ มีการตัดงบไปแล้วหลายกิจกรรม ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ถูกตัดงบไปแล้วส่วนใหญ่ รวมถึงงบของฝ่ายความมั่นคง ดังนั้นต้องพิจารณากันว่าเราจะเดินหน้ากันไปอย่างไรและหาวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้ไปได้อย่างไร โดยต้องหาวิธีการแก้ผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย
กำนัน-ผญบ.ขอขึ้นเงินเดือน
หลังการแถลงเสร็จสิ้น มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกว่า 20 คน เข้ามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ ในการทำงาน พร้อมแจ้งข้อเรียกร้องเพิ่มเงินเดือน ซึ่งนายกฯรับปากว่าจะไปดูให้ โดยมอบให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รับเรื่องไปพิจารณา
นายกฯ กล่าวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยว่า ขอมอบดอกกุหลาบนี้ให้พวกเราด้วย นี่คือประเทศไทย ต้องรวมใจไทยสร้างชาติขอให้จำไว้ นายกฯจะไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ามีคงอยู่ไม่ได้ ยืนยันจะทำงานให้ดีที่สุด ทุกอย่างต้องดำเนินการ เราต้องแก้ปัญหาโดยใช้วิธีนิวนอร์มัล จะทำอะไรต้องร่วมมือกัน จะขุดบ่อน้ำตรงไหนก็ต้องร่วมมือกัน
จากนั้นนายกฯ ร่วมร้องเพลง “รักกันไว้เถิด” ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก่อนไปปฏิบัติภารกิจต่อที่ จ.จันทบุรี
พท.แถลงโต้กองทัพเรือ
เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในกมธ.งบประมาณ 2564 พร้อมคณะชี้แจงกรณีกองทัพเรือแถลงความจำเป็นจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท พร้อมพาดพิงถึง พท.และอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ จากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่โหวตคัดค้าน
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า สิ่งที่ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ระบุคำพูดของตนสร้างความแตกแยกนั้นไม่เป็นความจริง การตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นการทำหน้าที่ส.ส.และกมธ. ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ส่วนที่กองทัพเรือระบุงบ 2.25 หมื่นล้านบาทเป็นงบของกองทัพเรือนั้น ไม่จริง แต่เป็นเงินภาษีประชาชน และตอนนี้รัฐบาลไม่มีเงินต้องไปกู้เงินมาเกือบเต็มเพดาน ถ้าจะนำเงินไปซื้อเรือดำน้ำควรนำมาช่วยเหลือประชาชนซึ่งสำคัญเร่งด่วนกว่า
ชี้พิรุธ-ไม่มีหนังสือมอบอำนาจ
ที่อ้างจัดซื้อแบบจีทูจี หากมีการมอบอำนาจให้กองทัพเรือเป็นตัวแทนจริงต้องมีหนังสือมอบอำนาจฉบับเต็ม หรือที่เรียกว่า Full Powers มาแสดง แต่ในการแถลงข่าวของกองทัพเรือ กลับไม่พูดเรื่องนี้และไม่ได้นำหนังสือดังกล่าวมาแสดง ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของกทม. ที่ไทยจัดซื้อกับออสเตรียว่าการจัดซื้อแบบจีทูจี ต้องระหว่างรัฐบาลจริงๆ ไม่ใช่ตัวแทนหรือรัฐวิสาหกิจ แม้ครม.มอบให้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย ก็ไม่พบหนังสือมอบอำนาจจากทางไทย รวมทั้งการไปลงนามของพล.ร.อ.ลือชัย ไปลงนามกับประธานบริษัทไชน่า ชิปบิลดิ้ง แอนด์ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (CSOC) ซึ่งหน่วยงานนี้ไม่มีหนังสือรับมอบอำนาจจากประธานาธิบดีจีนหรือรัฐบาลจีน
จากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานดังกล่าวคือองค์การบริหารงานของรัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่กองทัพเรือไปร่วมลงนามด้วย รวมทั้งการไปเจรจาลงนามการซื้อขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีภาพถ่ายการ จับมือระหว่าง 2 องค์กรออกมา แตกต่างจากเอกสารวันที่ 17 พ.ย.2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยลงนามบันทึกความเข้าใจกับรมว.กลาโหมของจีน ว่าด้วยความร่วมมือการป้องกันประเทศ ก็ไม่มีข้อตกลงให้ซื้อเรือดำน้ำ เป็นเพียงข้อตกลงเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพร่วมกัน
“ผมขอร้องพล.อ.ประยุทธ์ กราบวิงวอนขอร้องท่าน บอกกองทัพเรือให้หยุดเถอะ เพราะท่านสั่งกองทัพเรือได้ เห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน ขอเลื่อนไปก่อน เอาไว้ภาวะการเมืองการคลังมันดีกว่านี้ค่อยว่ากัน เพราะกองทัพเรือไม่ฟัง ยังไงเขาต้องซื้อให้ได้ ผมเชื่อว่าปากท้องประชาชนมันด่วนกว่าผลประโยชน์ทางทะเล มันรอได้” นายยุทธพงศ์กล่าว
ลั่นต้านในชั้นกมธ.งบ
ส่วนการประชุมกมธ.งบประมาณวันที่ 26 ส.ค. เวลา 13.00 น. พท.จะขอสู้ต่อ เพื่อให้เลื่อนหรือยกเลิกไปก่อน ไม่เฉพาะเรือดำน้ำ ถ้ารวมเบ็ดเสร็จของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เรือดำน้ำ 3 ลำ เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ที่สนับสนุนติดตามอีก 1 ลำ การสร้างที่จอดเรือยังไม่นับการซ่อมบำรุง การดูแลรักษาที่ต้องตั้งงบทุกปีเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่มีข้อสงสัยมีการล็อบบี้จากบุคคลภายนอก และนายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ เรียกร้องหาเทปบันทึกเสียงจากตนนั้นไม่มี แต่เพื่อความสบายใจขอให้นายสุพลทำหนังสือถึงบริษัทที่ให้บริการมือถือ เพื่อขอบันทึกการโทร.เข้าออกในวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งเป็นวันประชุมอนุกมธ.กับกองทัพเรือ เรื่องเรือดำน้ำ จะได้รู้ว่ามีเบอร์โทร.ใครโทร.เข้าออกบ้าง
เมื่อถามว่าหากตรวจสอบเป็นจีทูจีเก๊จะดำเนินการอย่างไร นายยุทธพงศ์กล่าวว่า กมธ.งบที่ยกมือสนับสนุนจัดซื้อเรือดำน้ำในการประชุม 26 ส.ค. ต้องรับผิดชอบ ตนจะใช้ ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 นำเรื่องนี้สู่ศาลรัฐธรรมนูญให้ได้

โต้ทัพเรือ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย รองประธานอนุกมธ.งบฯ พร้อมคณะ แถลงพร้อมแสดงเอกสารตอบโต้กองทัพเรือ เรื่องซื้อเรือดำน้ำจีนมูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 25 ส.ค.
แนะตู่สั่งทร.ชะลอโครงการ
ด้านนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พท. อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า กองทัพเรือพยายามจะลากอนุกมธ.ไปสู่ผลทางการเมือง เสมือนว่าถ้าใครคัดค้านเรือดำน้ำจะทำคนในชาติเกลียดกัน ในยามวิกฤตแม้อนุกมธ.จะต่อรองให้ซื้อก่อน 1 ลำ กองทัพเรือก็ไม่ยอม อยากได้ตามที่ขอมาอย่างเดียว ทำเหมือนเด็กน้อยงอแง ร้องไห้กระทืบเท้า จะกินขนมให้ได้ แล้วพาลมาถึงพท.ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาจีนในฐานะพี่เบิ้มใหญ่ นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 เราเอาใจเขาทุกเรื่อง การชะลอโครงการนี้ออกไปจีนน่าจะเข้าใจ ขอให้นายกฯ และขุนพลสอพลอทำให้กองทัพเรือชะลอเรื่องนี้ไปก่อน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา รองหัวหน้าพท. กล่าวว่า เราไม่ได้นำเรื่องนี้มาเล่นการเมือง ไม่มีอคติ กองทัพเรือต่างหากเปิดประเด็นให้เป็นเรื่องการเมืองด้วยการพาดพิงโครงการรับจำนำข้าว พท.ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นประโยชน์แก่ประชาชน แต่ซื้อเรือดำน้ำยังสงสัยว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างไร ในสถานการณ์ที่ประเทศมีปัญหาการเงินการคลัง
มติปชป.ไม่หนุนจัดซื้อ
นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกกมธ.งบประมาณ 2564 กล่าวหลังการประชุมส.ส.พรรคว่า ที่ประชุมส.ส.พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้กมธ.งบทั้ง 7 คนของพรรค ไปหารือกับกมธ.งบของพรรคร่วมรัฐบาล ในการเสนอรัฐบาลให้กองทัพเรือทบทวน โดยถอยวาระจัดซื้อเรือดำน้ำออกจากวาระการพิจารณาของกมธ.งบชุดใหญ่ ใน วันที่ 26 ส.ค. เพราะเห็นว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำคัญกว่า แต่ถ้ากองทัพเรือยังยืนยันจะนำเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำเข้าสู่วาระการประชุม กมธ.งบทั้ง 7 คนของปชป.จะไม่สนับสนุนให้ผ่านงบจัดซื้อเรือดำน้ำ ขณะเดียวกันประธานวิปปชป. ประสานนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค แจ้งให้ครม.รับทราบว่าพรรคคิดอย่างนี้
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมส.ส.พรรค กมธ.งบฯ สัดส่วนปชป.ได้หารือกันเบื้องต้น เตรียมลงมติไม่เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ และได้นำผลการหารือเข้าที่ประชุมส.ส.พรรค
เศรษฐกิจวิกฤต-ชะลอไปก่อน
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกปชป. รองประธานกมธ.งบ 64 กล่าวว่า ที่ประชุมส.ส.พรรค มีมติขอให้รัฐบาลชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปก่อน เนื่องจากประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจ และภัยการแพร่ระบาดโควิด จึงควรนำงบส่วนนี้มาช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นได้แจ้งมติพรรคไปยังผู้ประสานงานของพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
ส่วนจะเป็นการวอล์กเอาต์หรือลงมติสวนหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาด้วย นายชัยชนะกล่าวว่า รอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ยืนยันว่าปชป.ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง ยึดมั่นประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ หากฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันจะเสนอของบจัดซื้อเรือดำน้ำพรรคมีคำตอบให้อยู่แล้ว ส่วนจะกระทบถึงขั้นต้องทบทวนการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่เข้าข่ายต้องทบทวนเพราะยังไม่มีการทุจริตอะไรเกิดขึ้น เรือดำน้ำมีความสำคัญในการปกป้องอาณาเขตประเทศแต่ยังไม่ใช่เวลานี้ จึงต้องชะลอไว้ก่อน
ทร.งดจ้อปมเรือดำน้ำ
ที่ บก.ทร. พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เผยว่า กองทัพเรือไม่มีนโยบายให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมประเด็นเรือดำน้ำแล้ว เนื่องจากการแถลงข่าววันที่ 24 ส.ค. ทุกคนพูดชัดเจนเพียงพอแล้ว ไม่อยากให้กรณีนี้ถูกนำไปใช้จุดประเด็นการเมืองอีก และการแถลงตอบโต้เนื่องจากกองทัพเรือถูกกล่าวหาว่าจัดซื้อที่ผิด ดังนั้น สิ่งที่ส.ส.เพื่อไทยเข้าใจผิด ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ
“ถ้าบอกว่ากองทัพเรือผิด ชี้แจงไม่ครบถ้วน ก็ควรติดต่อสอบถามเพิ่มให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่ออกมาแถลงว่ากองทัพเรือทำผิด เพราะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดตามไปด้วย” พล.ท.ประชาชาติกล่าว
โฆษกทร.กล่าวว่า ยืนยันกองทัพเรือจะทำงานตามภารกิจ หน้าที่ ตามความสามารถให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเรือดำน้ำก็ตามพร้อมต่อสู้ป้องกันประเทศ ดูแลความมั่นคงทางทะเลและช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ ส่วนความชอบหรือไม่ชอบถึงความจำเป็นที่จะมีเรือดำน้ำนั้นเป็นความเชื่อที่ฝังในจิตใจแต่ละคน ห้ามกันไม่ได้ แต่อยากให้ประชาชนเชื่อว่ากองทัพเรือยังคงเป็นกองทัพเรือของประชาชนที่มุ่งมั่น ทำงาน และจะปฏิบัติงานตามภารกิจป้องกันประเทศทางทะเล และช่วยเหลือประชาชนในทุกความเดือดร้อนอย่างสุดความสามารถ
พท.แจงยื่นอภิปรายทั่วไป
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พท. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวกรณีพรรคก้าวไกลไม่พอใจพท. ที่ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 แทนที่จะยื่นตามมาตรา 151 เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ว่า วันนี้จะประชุมวิปฝ่ายค้านร่วมกับก้าวไกลเพื่ออธิบาย การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ หากไม่ยื่นสมัยหน้าอาจไม่ทันสถานการณ์บ้านเมือง เพราะสมัยประชุมหน้ารัฐบาลไปไม่รอดแน่ๆ ก้าวไกลเป็นวัยรุ่น เราเข้าใจดี ยืนยันไม่ได้แตกกัน ยังทำงานด้วยกันได้อย่างดี แต่บางครั้งพูดคุยกันน้อย
เมื่อถามว่า พท.และก้าวไกลต่างเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตนเองเข้ารัฐสภา นายสุทินกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นร่างของฝ่ายใดต่างมีหลักการตรงกัน คือการตั้ง ส.ส.ร. เพื่อยกร่างฉบับประชาชนเพียงแตกต่างในรายละเอียด คิดว่าพูดคุยกันในสภาได้ ขั้นตอนนี้โดยหลักการจะแก้หมวดว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนเพื่อตั้งส.ส.ร. โดยไม่ไปแตะเนื้อหารายมาตราอื่นๆ เว้นแต่เกิดกระบวนการเตะถ่วงไม่ให้เกิดการแก้ไข หรือเป็นไปอย่างล่าช้า ฝ่ายค้านจะเสนอการแก้เป็นรายมาตราอื่นๆ เข้าไปด้วย
ซัดก้าวไกลทำลายมิตร
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พท. กล่าวกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ก้าวไกล กล่าวหาพท.ยื่นญัตติอภิปรายตามมาตรา 152 เปิดโอกาสให้รัฐบาลฟอกตัว ว่า พูดเพื่อให้คนเกลียดชังพท. หรือต้องการอะไรกันแน่ ไปรับงานใครมา หากอยากโวยวายก็ควรโวยกับพรรคตัวเองเท่านั้น เช่น ใครแอบไปเปิด ซูเปอร์ดีลกับใครเพื่อหลอกเพื่อนและเอาตัวรอด ใครได้ประโยชน์บ้าง ต้องโวยวายกันเองไม่ใช่มายุ่งกับสิทธิเสรีภาพของพรรคอื่น
สิ่งที่พท.ปรึกษาไปหลายเรื่อง ก้าวไกลเคยฟังหรือไม่ เคยให้เกียรติบ้างหรือไม่ เช่น การยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันแล้ว แต่ 30 นาทีก่อนยื่น ก้าวไกลขอถอนชื่อออกหมด ปล่อยให้เพื่อนกลืนเลือดแต่ตัวเองตีกินทางการเมือง ยืนหล่ออยู่คนเดียว ขอร้องจากนี้อย่าหาเสียงแบบทำลายมิตร อย่าใช้วิธีเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อย่าทำให้เราต้องสู้กับมิตรเลย เพราะศัตรูที่แท้จริงของเราไม่ใช่คุณ คือเผด็จการ โปรดรักษาน้ำใจกันบ้าง
ก้าวไกลรุกแก้ม.272
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เผยถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า หารือถึงประเด็นพท.ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ซึ่งตนเห็นว่าเหมือนเปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลฟอกตัวเอง เท่ากับช่วยเหลือรัฐบาลที่ถูกกดดันอย่างหนักจากผู้ชุมนุม การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสอดคล้องสถานการณ์มากกว่า แต่วิปพท.อธิบายเหตุผลว่าการยื่นครั้งนี้เหมาะสมต่อสถานการณ์ เพราะหากไม่ยื่นก็จะไม่มีโอกาสยื่นอีก เนื่องจากสมัยประชุมหน้าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีข้อมูลพร้อมมากกว่า
นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลขอความชัดเจนต่อการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกอำนาจเลือกนายกฯของส.ว.ตามมาตรา 272 พรรคเคยพูดคุยเรื่องนี้กับพท.หลายครั้ง และร่วมกันพัฒนาร่างแก้ไขมาตรา 272 แต่ผ่านมาเนิ่นนานยังไม่ชัดเจนว่าพท. ซึ่งพท.ขอหารือภายในพรรคก่อนวันเดียวกันนี้
มติพท.ไม่หนุนญัตติก้าวไกล
เวลา 16.40 น. ที่ทำการพท. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพท. กล่าวหลังประชุมพรรคว่า ก่อนหน้านี้เรามีมติให้แก้มาตรา 256 เปิดทางให้ตั้งส.ส.ร.ให้ประชาชนมาแก้ ไม่ใช่คิดแทนประชาชน เชื่อว่าเส้นทางนี้จะเป็นทางออกประเทศ ดังนั้น ต้องดำเนินการตามมติพรรค ส่วนที่พรรคก้าวไกลจะขอให้พท.ร่วมลงชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมในมาตราอื่นๆ นั้น พท.มี 3 ทางเลือกให้สมาชิกลงมติ คือ 1.ไม่ลงชื่อ 2.ลงชื่อ และ 3.ฟรีโหวต ผลปรากฏว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ไม่ร่วมลงชื่อ มีเพียง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน คนเดียวที่เห็นว่าควรเป็นเอกสิทธิ์ส.ส.
ทั้งนี้ ก่อนโหวตได้เปิดให้ส.ส.อภิปราย ได้ข้อสรุปว่าการจะยื่นแก้มาตรา 272 ขัดหลักการพท.ที่ประกาศแต่แรกว่าจะแก้มาตรา 256 ให้ประชาชนร่วมเขียนรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตัดสินใจหรือเขียนแทนประชาชน และ 2.เราเห็นด้วยกับการตัดอำนาจส.ว. แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะดำเนินการ แต่ควรให้ส.ส.ร.ดำเนินการให้เต็มที่ แต่หากการดำเนินการตามช่องทางดังกล่าวไม่สัมฤทธิผล เราก็ไม่ได้ปิดทางที่จะดำเนินการตามมาตรา 272 ร่วมกันในอนาคต
เนาวรัตน์หนุนลดอำนาจส.ว.
เวลา 10.00 น. ในการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานประชุม ช่วงเปิดให้สมาชิกหารือ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ว. หารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 269 ว่าด้วยที่มาของส.ว. เพื่อให้ยึดโยงกับประชาชน และมาตรา 272 ให้ตัดสิทธิ์ อำนาจของส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ ซึ่งสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ตนมองว่าเป็นวิกฤตศรัทธาทางการเมืองและมีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนวัยหนุ่มสาวที่แหลมคม จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและสังคมรับฟังความเห็นและข้อเรียกร้องทุกฝ่าย ขณะเดียวกันรัฐต้องปกป้องไม่ให้เกิดความรุนแรงในการชุมนุมทุกฝ่าย และไม่ควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเงื่อนไขขัดแย้งทางการเมือง และเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่าการแก้รัฐธรรมนูญควรเสนอแก้แบบตรงประเด็น แทนการตั้งส.ส.ร.และรื้อเนื้อหาทั้งฉบับ โดยไม่เห็นทิศทางในอนาคต กังวลว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับเป็นอันตรายต่อการปกครอง ข้อเสนอที่ภาคประชาชนต้องการมี 2-3 ประเด็น แต่การรื้อทั้งหมดเพื่อตอบกระแสม็อบ เพื่อให้ม็อบสงบนั้น จะทำให้การแก้ไขควบคุมไม่ได้ หากการแก้ไขมีผลกระทบต่อการล้มสถาบัน เช่น องคมนตรี อำนาจ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญและลดหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาให้ดี เพื่อไม่ให้การแก้รัฐธรรมนูญนำไปสู่วิกฤตขัดแย้ง เป็นต้นตอของการรัฐประหารที่มักเกิดจากวิกฤตรัฐธรรมนูญ
อันวาร์ลั่นโหวตสวน
เวลา 14.00 น. ปชป.ประชุมส.ส.พรรค โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานส.ส.ทำหน้าที่ประธาน มีส.ส.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงกมธ.งบ ในสัดส่วนพรรคทั้ง 7 คน เข้าร่วมชี้แจงและรับฟังเหตุผลด้วย ซึ่งมีวาระประชุมคือ การกำหนดท่าทีของพรรคต่อการจัดซื้อเรือ ดำน้ำและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีส.ส. หลายคน อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยวุฒิ บรรวัฒน์ ส.ส.ตาก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และนาย อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี อภิปรายคัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำ
นายอันวาร์กล่าวว่า ส่วนตัวสอบถามกมธ.งบของพรรคว่า นอกจากเหตุผลด้านความมั่นคงแล้วกองทัพเรือยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ รวมถึงข้อตกลงของไทย-จีน ถ้าเรายกเลิกจะเสียหายหรือไม่ ตนเห็นว่าถ้าไม่เสียหายก็ควรยกเลิกการจัดซื้อไปเลย ไม่ใช่แค่ชะลอ ส่วนส.ส.คนอื่นๆ เห็นควรให้กองทัพเรือชะลอการจัดซื้อออกไปก่อน แต่ถ้ากองทัพเรือยังดันเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกมธ.งบชุดใหญ่อีก ตนขอสงวนสิทธิ์อภิปราย และโหวตสวนในวาระ 2 และ 3 หากนำเข้าที่ประชุมสภา ซึ่งที่ประชุมจึงมีมติให้ กมธ.งบชุดใหญ่ทบทวนในกรณีนี้ว่าพรรคไม่สนับสนุนจัดซื้อเรือดำน้ำ
26ส.ค.ยังไม่ถกงบเรือดำน้ำ
เวลา 17.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ประเด็น โครงสร้างส.ส.ร. ร่างเสร็จแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเสนอญัตติต่อสภาได้วันที่ 1 ก.ย. เบื้องต้นให้ส.ส.ร. มีเวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 240 วัน ไม่รวมเวลาทำประชามติ เหตุผลที่ต้องให้ถึง 240 วัน เผื่อเวลาไว้ตามกรอบที่เคยร่างมาแต่มีโอกาสที่จะร่างเสร็จก่อนอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดสัดส่วนส.ส.ร.นั้น ฝ่ายรัฐบาลจะเปิดกว้างให้สภาเป็นผู้กำหนด และวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะนัดหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับส.ว.ด้วย ยืนยันไม่จะแก้ไขในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 เด็ดขาด
สำหรับการพิจารณางบปี 2564 ในชั้นกมธ.งบชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค. พปชร.ยังไม่ได้พูดคุยว่าจะมีแนวทางอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องงบจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้กมธ.ของพรรคลงมติได้อิสระ ต้องหารือกันก่อน เชื่อว่าเรื่องงบเรือดำน้ำจะยังไม่เข้าสู่การพิจารณาวัน 26 ส.ค.นี้ เพราะยังไม่มีใครพูดถึง ส่วนที่มีข่าวปชป.จะลงมติไม่ให้ผ่านเรือดำน้ำในชั้นกมธ.นั้น ยังไม่ทราบ ขณะนี้ภารกิจหลักคือการแก้รัฐธรรมนูญ
อันวาร์ลั่นโหวตสวน
เวลา 14.00 น. ปชป.ประชุมส.ส.พรรค โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานส.ส.ทำหน้าที่ประธานมีส.ส.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงกมธ.งบ ในสัดส่วนพรรคทั้ง 7 คน เข้าร่วมชี้แจงและรับฟังเหตุผลด้วย ซึ่งมีวาระประชุมคือ
การกำหนดท่าทีของพรรคต่อการจัดซื้อเรือดำน้ำและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีส.ส.หลายคน อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.
บัญชีรายชื่อ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยวุฒิ บรรวัฒน์ ส.ส.ตาก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และนาย
อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี อภิปรายคัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำ
นายอันวาร์กล่าวว่า ส่วนตัวสอบถามกมธ.งบของพรรคว่า นอกจากเหตุผลด้านความมั่นคงแล้วกองทัพเรือยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ รวมถึงข้อตกลงของไทย-จีน ถ้าเรายกเลิกจะเสียหายหรือไม่ ตนเห็นว่าถ้าไม่เสียหายก็ควรยกเลิกการจัดซื้อไปเลย ไม่ใช่แค่ชะลอส่วนส.ส.คนอื่นๆ เห็นควรให้กองทัพเรือชะลอการจัดซื้อออกไปก่อน แต่ถ้ากองทัพเรือยังดันเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกมธ.งบชุดใหญ่อีกตนขอสงวนสิทธิ์อภิปราย และโหวตสวนในวาระ 2 และ 3 หากนำเข้าที่ประชุมสภา ซึ่งที่ประชุมจึงมีมติให้ กมธ.งบชุดใหญ่ทบทวนในกรณีนี้ว่าพรรคไม่สนับสนุนจัดซื้อเรือดำน้ำ
26 ส.ค.ยังไม่ถกงบเรือดำน้ำ
เวลา 17.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ประเด็นโครงสร้างส.ส.ร. ร่างเสร็จแลว้ 90 เปอร์เซ็นต์คาดว่าจะเสนอญัตติต่อสภาได้วันที่ 1 ก.ย.เบื้องต้นให้ส.ส.ร. มีเวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 240 วัน ไม่รวมเวลาทำประชามติเหตุผลที่ต้องให้ถึง 240 วัน เผื่อเวลาไว้ตามกรอบที่เคยร่างมาแต่มีโอกาสที่จะร่างเสร็จก่อนอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดสัดส่วนส.ส.ร.นั้น ฝ่ายรัฐบาลจะเปิดกว้างให้สภาเป็นผู้กำหนด และวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะนัดหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับส.ว.ด้วย ยืนยันไม่จะแก้ไขในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด2 เด็ดขาด
สำหรับการพิจารณางบปี 2564 ในชั้นกมธ.งบชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค. พปชร.ยังไม่ได้พูดคุยว่าจะมีแนวทางอย่างไร โดยเฉพาะ
เรื่องงบจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้กมธ.ของพรรคลงมติได้อิสระ ต้องหา
รือกันก่อน เชื่อว่าเรื่องงบเรือดำน้ำจะยังไม่เข้าสู่การพิจารณาวัน 26 ส.ค.นี้ เพราะยังไม่มีใครพูดถึง ส่วนที่มีข่าวปชป.จะลงมติไม่ให้ผ่านเรือดำน้ำในชั้นกมธ.นั้น ยังไม่ทราบ ขณะนี้ภารกิจหลักคือการแก้รัฐธรรมนูญ