‘สุโขทัย’ท่วมมิด สั่งพิจิตรรอรับมือแม่ยมล้น
‘พิจิตร’ รับมือมวลน้ำก้อนใหญ่ จากสุโขทัย – พิษณุโลก ผู้ว่าฯ ถกด่วนสั่งระวัง 4 อำเภอ ชาวบ้านริมฝั่งน้ำยม เตรียมอพยพขนข้าวของ สัตว์เลี้ยง ชายวัย 60 ปี ถูกน้ำยมพัดจมเสียชีวิต ส่วนสุโขทัยยังหนักที่สวรรคโลก ศรีสำโรง กว่า 400 ครัวเรือนเดือดร้อนหนัก บ้านถูกน้ำซัดพัง ตัดขาดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน บางจุดน้ำสูงกว่า 3 เมตร ขนาดแคลนอาหารน้ำดื่ม รุนแรงสุดรอบ 30 ปี ที่ลำปางเจอแล้วศพที่ 2 ตกฝาย ‘บิ๊กตู่’ สั่งสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ เล็งผุดโครงการใหญ่ลุ่มน้ำยม
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 13 จังหวัด แยกเป็นน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,055 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ยังวิกฤต – น้ำยมล้นทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 7 ต.ในเมือง และหมู่ที่ 8 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ชาวบ้านกว่า 400 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.
นายชยพลกล่าวว่า โดยที่ จ.น่าน น้ำป่าไหลหลาก 11 อำเภอ ได้แก่ เมืองน่าน, เฉลิมพระเกียรติ, เวียงสา, ภูเพียง, สันติสุข, นาน้อย, ท่าวังผา, แม่จริม, บ่อเกลือ, บ้านหลวง และอำเภอปัว ได้รับผลกระทบ 7,032 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย
ขณะที่ จ.แพร่ น้ำไหลหลาก 8 อำเภอ ได้แก่เมืองแพร่, ร้องกวาง, สูงเม่น, สอง, ลอง, หนองม่วงไข่, วังชิ้น และเด่นชัย ได้รับผลกระทบ 3,651 ครัวเรือน ส่วน จ.เชียงใหม่ น้ำไหลหลาก อ.แม่ออน และ อ.เวียงแหง ได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน ส่วน จ.ลำปาง น้ำไหลหลาก 9 อำเภอ ได้แก่เมืองปาน, เมืองลำปาง, แม่เมาะ, เถิน, แม่ทะ, เกาะคา, สบปราบ, เสริมงาม และแจ้ห่ม ได้รับผลกระทบ 11 ครัวเรือน
ขณะที่ จ.พะเยา น้ำไหลหลากที่ อ.เชียงม่วน ได้รับผลกระทบ 124 หลังคาเรือน, จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าไหลหลาก อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ท่าปลา อ.พิชัย และ อ.ลับแล ได้รับผลกระทบ 1,229 หลังคาเรือน, จ.ลำพูน น้ำไหลหลากใน อ.บ้านธิ, จ.แม่ฮ่องสอน น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ ได้แก่เมืองแม่ฮ่องสอน, ปางมะผ้า, แม่ลาน้อย, ขุนยวม, ปาย, แม่สะเรียง และสบเมย ได้รับผลกระทบ 530 หลังคาเรือน
จ.สุโขทัย น้ำป่าไหลหลาก อ.เมืองสุโขทัย อ.สวรรคโลก และ อ.ศรีสำโรง ได้รับผลกระทบ 4,410 หลังคาเรือน และ จ.ตาก น้ำป่าไหลหลาก อ.แม่สอด และ อ.ท่าสองยาง ได้รับผลกระทบ 8 หลังคาเรือน ส่วนดินสไลด์เกิดที่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และ จ.น่าน
ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาท่วมภาคเหนือว่า ต้องไปดูแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร หลายพื้นที่เกิดปัญหาซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซาก ถ้าคิดแบบเดิม ไม่ทำอะไรใหม่ๆ เลย ไม่ทำอ่างเก็บน้ำ ไม่มีระบบจูงน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำสำรองขนาดใหญ่ ถ้าไม่ทำ ปัญหาก็เกิดขึ้นซ้ำเดิม ต้องไปดูว่าจะสามารถทำโครงการใหญ่ๆ อะไรได้บ้าง ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำแผนงานแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งทั้งประเทศ ทั้งระบบมาให้ดูว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมและกักเก็บน้ำ
นายกฯ กล่าวว่าฉะนั้นถ้าบอกว่าอันนั้นก็เสียหาย อันนี้ก็ทำไม่ได้ แล้วจะไปแก้ไขอะไรได้ นี่คือสิ่งที่ต้องคิดกันใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับให้ได้ ศึกษาทั้งผลดีและผลกระทบ ถ้าคิดแบบเดิมก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ลักษณะภูมิประเทศก็เปลี่ยน ที่อยู่อาศัยก็เปลี่ยน
โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม จ.สุโขทัย มีปัญหามาทุกปี เสียหายเป็นหมื่นล้านบาทมาหลายปี ที่เป็นคลองไส้ไก่ที่คด สามารถตัดตรงได้ไหม เอาน้ำออกเพื่อกักเก็บข้างนอกหรือไม่ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งทั้งระบบได้ในอนาคต ไม่อย่างนั้นต้องระบายทิ้งทั้งระบบ ซึ่งรัฐบาลมอบแนวทางใหม่ให้ สทนช. เพื่อบริหารจัดการน้ำแล้ว
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น ที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีมวลน้ำจาก จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ไหลบ่าลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง คาดว่า 5-6 วัน มวลน้ำจะถึงเขต จ.พิจิตร จากสถานการณ์ดังกล่าว นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เรียกประชุมด่วนเพื่อรับมือ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยริม 2 ฝั่งแม่น้ำยม ให้เตรียมขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เพราะอาจเกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมฉับพลัน
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.นคร สายอุต สารวัตรเวร สภ.โพทะเล จ.พิจิตร รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิตที่แม่น้ำยม พื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านน้อย อ.โพทะเล จึงประสานหน่วยกู้ภัยส่งนักประดาน้ำงมหานาน 2 ชั่วโมง จึงพบศพอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร ทราบชื่อนายคำปัน พิพัฒน์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 ต.บ้านน้อย สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายคำปันผูกเรือไว้ริมตลิ่งแม่น้ำยม เมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำสูงขึ้น เรือที่ผูกไว้หลุด นายคำปันจึงเดินลุยน้ำออกไป เพราะว่ายน้ำไม่เป็น สุดท้ายถูกกระแสน้ำพัดจมหายและเสียชีวิต
ส่วน จ.ลำปาง จากกรณีนายประจวบ เทพปินตา อายุ 51 ปี และนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี ทั้งคู่อยู่ที่บ้านทุ่งม่านพัฒนา หมู่ 11 ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง ออกไปช่วยดันผักตบชวาออกจากบริเวณหลังฝายน้ำล้นลำน้ำแม่ตุ๋ย ปรากฏว่าลื่นตกน้ำ และถูกกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากซัดจมหายไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผ่านมา 3 วัน เจ้าหน้าที่ค้นหาพบศพนายประจวบ ล่าสุดวันที่ 25 ส.ค. เจ้าหน้าที่ค้นหาพบศพนายอนันต์แล้ว อยู่ในกองผักตบชวาที่ลอยมาเต็มหน้าฝาย ภายหลังชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นแล้ว จึงส่งไปยังแผนกนิติเวช ร.พ.ลำปาง
ด้าน จ.สุโขทัย สถานการณ์ยังวิกฤตหลายจุด เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำยมยังไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ และขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมู่ 7 ต.ในเมือง และหมู่ 8 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก น้ำจากแม่น้ำยมที่ระบายลงสู่ประตูระบายน้ำคลองหกบาท ต.ป่ากุมเกาะ เพื่อตัดมวลน้ำบางส่วนออก ก่อนจะไหลไปยังประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์
ทำให้พื้นที่ริมแนวคลองถูกน้ำที่ผันมาจำนวนมากไหลเข้าท่วมพื้นกินบริเวณกว้าง ชาวบ้านกว่า 400 ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก และมีบ้านถูกกระแสน้ำซัดจนพังด้วย อีกทั้งน้ำยังไหลข้ามถนนคลองยาง-คลองวังทอง บางจุดน้ำไหลรุนแรง โดยเฉพาะที่หมู่ 8 ต.คลองยาง บางจุดน้ำลึกกว่า 3 เมตร สัญจรเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้ ชาวบ้านขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม นับว่ารุนแรงสุดในรอบ 30 ปี
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่หมู่ 5 ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย น้ำยังคงไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเริ่มขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ริมแม่น้ำยม ฝั่งตะวันตก ทางด้านใต้ของ อ.ศรีสำโรง ตั่งแต่เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน บ้านถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถหุงหาข้าวปลาอาหารได้