ปล่อยตัว15แกนม็อบ
อีก70แห่งคุกคามนร.
ยื้อผลักดันกันวุ่น ‘แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์’ เดือด สาดสีใส่ ซัดตำรวจชอบป้ายสีประชาชนจึงต้องเอาคืนด้วยวิธีศิลปะ ขณะที่แกนนำทั้ง 15 คนปฏิเสธข้อหาทั้งหมด ได้รับการปล่อยตัวพร้อมนัดส่งอัยการกลางเดือนหน้า หลัง ‘ไผ่ ดาวดิน’ นำ 14 แกนนำม็อบที่ถูกแจ้งข้อหาจากกิจกรรมเยาวชนปลดแอก พากันเดินทางเข้ามอบตัวสน.สำราญราษฎร์ โดยมีมวลชนกว่าร้อยคนร่วมไปให้กำลังใจด้วย เครือข่ายนักเรียนแฉ มีเพิ่มอีก 70 โรงเรียนคุกคามนักเรียน ปิดกั้นไม่ให้แสดงออกทางการเมือง ส่งรายชื่อให้รมต.นกหวีดสอบแล้ว

วัดพลัง – กลุ่มมวลชนและตำรวจผลักดันกันช่วงที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมกลุ่มผู้มีรายชื่อถูกออกหมายเรียกกรณีชุมนุมเยาวชนปลดแอก ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน พร้อมกลุ่มผู้มีรายชื่อที่ถูกออกหมายเรียกรวม 15 คน กรณีการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค. เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.ควบคุมโรค
สำหรับบรรยากาศที่หน้าโรงพัก มีเจ้าหน้าที่จากองค์กรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส.ส.พรรคก้าวไกล นักวิชาการ มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังพร้อมตั้งแผงเหล็กเป็นแนวกั้นล้อมรอบบริเวณทางเข้าออกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชนเข้าไป
เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกว่า 100 คน เดินทางมาถึงหน้าโรงพัก พบว่ามีการถกเถียงกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าแผงกั้น ก่อนที่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบูลส์ ถือถังสีพลาสติกมาสาดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังอยู่อีกชั้นหนึ่งก่อนถึงใต้ถุนโรงพัก จนตำรวจเปื้อนสีทั้งตัวทำให้เกิดความวุ่นวาย แล้วผู้ชุมนุมก็พากั้นยื้อแย่งแผงเหล็กอีกชั้นจนเข้ามาถึงใต้ถุนโรงพัก
ด้านแอมมี่ ได้กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวนี่ไม่ใช่คำขู่ หากยังคุกคามพวกเราอยู่ ผมจะคุกคามคุณกลับด้วยวิธีที่เป็นศิลปะ
ต่อมาเวลา 10.15 น.ผู้ชุมนุมทยอยขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวตามหมายเรียก พร้อมบอกว่า เดี๋ยวเจอกันข้างล่าง
ที่สน.สำราญราษฎร์ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 กล่าวว่า สำหรับผู้ชุมนุมที่ถูกออกหมายเรียกรวมทั้งหมด 15 ราย ได้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นกำลังสอบปากคำอยู่คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน จากนั้นตำรวจจะปล่อยตัวชั่วคราวไป ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนมากจะขอไปให้การในชั้นศาล โดยหลังจากนี้จะต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด และจะนัดส่งสำนวนให้อัยการในวันที่ 16 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ส่วนกรณีการฝ่าแนวกั้นตำรวจของผู้ชุมนุมเมื่อช่วงเช้า ล่าสุดพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุกระทำผิดในลักษณะใดบ้าง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับแกนนำผู้ชุมนุมที่ตกเป็น ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัว หากได้รับการประสานเข้าพบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
จากนั้นเมื่อเวลา 14.15 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน พร้อมพวกรวม 15 ราย ประกอบด้วย น.ส.ลัลนา สุริโย นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนาแอม นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ น.ส.จิรฐิตา ธรรมรักษ์ นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ หรือเฟลอ นายธนชัย เอื้อชา น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นายยามารุดดิน ทรงศิริ หรือดิน นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ หรือเอฟ นายปรัชญา สุรกําจรโรจน์ หรือ อาร์ท ตัวแทนกลุ่ม Rap Against Dictatorship นายทักษกร มุสิกรักษ์ นายกฤษณะ ไก่แก้ว และนายจักรธร ดาวแย้ม ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังเข้าแสดงตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
นายจตุภัทร์กล่าวว่า พวกตนทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ซึ่งตำรวจนัดส่งสำนวนให้อัยการศาลแขวงดุสิตในวันที่ 16 ก.ย. ที่จะถึงนี้ เราเชื่อว่าตำรวจดีๆ ยังมีอีกเยอะ ถ้าตำรวจมาแสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชนเราก็จะปกป้อง หากคุณอยู่เคียงข้างผู้มีอำนาจ เราก็อยู่คนละข้างกัน ที่ผ่านมาพวกเราพยายามสุภาพเรียบร้อยมาโดยตลอด
นายจตุภัทร์กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์มีผู้สาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงเช้านั้น ก่อนอื่นต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากนี้จะระดมเงินซื้อชุดเครื่องแบบให้ใหม่ และยืนยันว่า เราไม่ได้สู้กับตำรวจ แต่สู้กับระบบเผด็จการเพราะเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจ หากการทำตามคำสั่งนายแล้วมันขัดกับความสำนึก ทุกคนล้วนมีราคาต้องจ่าย แต่หากพวกท่านปลดแอกตัวเองจากระบบนี้ก็ไม่ต้องไปฟังคำสั่งใครอีก
รายงานข่าวแจ้งว่า จากเหตุการณ์ชุลมุนก่อนมีการสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนมีรอยเปื้อนเครื่องแบบรวมทั้งหมด 13 นาย เป็นชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) 11 นาย สว.ป. 1 นาย และชุดสืบสวน 1 นาย โดยผู้บังคับบัญชาได้มอบเงินค่าตัดชุดใหม่ให้นายละ 2,500 บาท
ล่าสุด นายไชยอมร หรือ แอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์ โพสต์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ความว่า ที่ผ่านมาหลายคนคงรับรู้ถึงการที่ ผมเข้าไปให้กำลังใจรุ่นน้องของผม ที่สถานีตำรวจมาก่อน วันนั้นผมเชื่อมั่นในวิธีการแบบสันติ ผมเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่และบทบาทเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุด คือการที่ผมยืนอยู่ในระเบียบ และพยายามเรียกร้องให้ใครบางคน หันมาสนใจแต่เรากลับถูกเพิกเฉย ถูกมองข้าม ไม่ว่าเราจะตะโกน เสียงดังแค่ไหนก็ตาม
วันนี้สิ่งที่ผมทำลงไป มันคือการกระทำของผมแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนหรือแกนนำของการชุมนุมใดใดทั้งสิ้น ผมรู้ดีว่าการกระทำดังกล่าว เปรียบเสมือน ดาบ สองคม ผมเพียงแต่หวังว่า เหตุการณ์ในวันนี้จะทำให้ใครหลายๆ คน ตระหนักถึงความสำคัญ ของการทวงคืน “ความยุติธรรม”
วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกลุ่มภาคีเครือข่ายนักเรียนแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาติดตามผลการออกมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียนจากการแสดงความคิดเห็น โดยใช้เวลาพุดคุยนานกว่า 1.30 ชั่วโมง ว่า ตัวแทนนักเรียนได้ส่งข้อมูลโรงเรียนที่มีปัญหาคุกคามเด็กเพิ่ม เป็น 170 โรงเรียน จากเดิม 109 โรงเรียน ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงเรียนทั้ง 109 โรงเรียนที่มีข้อมูลว่าคุกคามนักเรียนนั้น เบื้องต้นพบว่า มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจริง หลายแห่งได้มีการหาทางออกโดยการพูดคุยทำความเข้าใจแก้ไขปัญหาด้วนสันติวิธี ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสม เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ซึ่งครู นักเรียน ผู้บริหารและ ผู้ปกครอง ต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยและรับมือกับเรื่องนี้ คิดว่าหลายแห่งเริ่มเข้าใจ ขณะที่อีกหลายแห่งต้องใช้เวลา
นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ภาคีนักเรียนฯ ยังได้เสนอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักเรียน เป็นเวทีที่รับฟังโดยไม่จำกัด ตนไม่ขัดข้องเพียงแต่แสดงความห่วงใยว่าการพูดคุยโดยไม่มีข้อจำกัดนี้ จะสร้างความแตกแยกในโรงเรียนหรือไม่ ส่วนตัวขอชื่นชมแนวคิดแต่ตัวเองแต่คิดถึงปัญหาของคนอื่น เช่น เพื่อนนักเรียนห่างไกล ที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาภาระงานของครูที่มีมากเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่ในศธ. ได้รับข้อมูลที่แท้จริง นำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนกรณีที่กลุ่มนักเรียนจำนวน 25 โรงเรียนนัดหมายจะมา ชุมนุมที่ศธ. ในวันที่ 5 กันยายนนี้นั้น ตนก็พร้อมต้อนรับและจะลงมารับฟังข้อเสนอด้วยตนเอง ในวันดังกล่าวจะใช้โอกาสชี้แจงถึงสิ่งที่ศธ.ได้แก้ไขปัญหาการศึกษาให้ หรือมีปัญหาติดขัดเรื่องใด อาทิ กรณีที่นักเรียนเรียกร้องให้ครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้มากขึ้นนั้น ศธ.ได้เสนอของบประมาณจ้างครูต่างชาติ มาแล้ว 1 หมื่นคน แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้
“ผมขอยืนยันว่าโรงเรียนยังเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง และที่ศธ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น จะเน้นไปในเรื่องการศึกษาทั้งนี้นักเรียนยังสามารถพูดเรื่องการเมืองได้ แต่ในการนำข้อสรุปมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ต้องแยกการศึกษาออกจากการเมือง ” นายณัฏฐพลกล่าว และว่า ในส่วนของตนได้เตรียมการเปิดช่องทางให้นักเรียนสื่อสารได้โดยตรง เป็นเว็บไซต์กลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาวิธีปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลที่นักเรียนส่งมา ตนต้องมั่นใจก่อนว่า นักเรียนที่ให้ข้อมูลต้องปลอดภัย 100% จึงจะสามารถเปิดช่องทางได้ คาดว่าจะแล้วไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยกับนักเรียน นายณัฏฐพล ได้เล่าถึงประสบการณ์การเป็นแกนนำในการชุมนุม ซึ่งต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น ในส่วนตัวตนและภรรยาเคยถูกดำเนินคดี ก็ต้องทำความเข้าใจกับครอบครัว และทำความเข้าใจกับภรรยาว่า เราทั้งคู่ต้องยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ระหว่างการพูดคุยทางภาคีนักเรียนฯ ได้ต่อโทรศัพท์ให้ผู้ปกครองร้องเรียนกรณีลูกถูกครูทำร้ายร่างการจากการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งนายณัฏฐพล ก็รับไปตรวจสอบ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร ประธานสูงสุดประจำ Uncommon International Group, ฝ่ายพัฒนาระบบ แผน และกลยุทธ์ และโฆษก ประจำภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้มาติดตามมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียน ซึ่งได้เสนอข้อมูลการคุกคามนักเรียนเพิ่ม เป็น 170 แห่ง ภาพรวมรู้สึกพอใจ เพราะรัฐมนตรีได้เข้ามาพูดคุยและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น หลายเรื่อง นายณัฏฐพล รับปากจะลงไปแก้ไขปัญหาให้ อาทิ นักเรียนถูกตัดทุนและไล่ออก เพราะไปแสดงออกทางการเมือง