ไทยเฮไม่มีคนติดเชื้อโควิดในประเทศ 100 วัน แต่ยังต้องคุมเข้ม ‘อนุทิน’เตือนต้องสวมหน้ากากสม่ำเสมอ ล้างมือ ใช้เจลแอลกอฮอล์ ‘บิ๊กตู่’ ชี้ไม่พบเชื้อ 100 วันเป็นเรื่องดีที่คนไทยร่วมมือกันทำประเทศปลอดภัย ยันยังไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ศบค.เผยพบติดเชื้อเพิ่ม 8 ราย มาจากต่างประเทศ เป็นครอบครัวชาวอเมริกัน 4 ราย ชายหญิงรับจ้างกลับจากสหรัฐ 2 ราย น.ศ.กลับจากออสเตรเลีย และหญิงไทยกลับจากญี่ปุ่น ส่งกักตัวในสเตต ควอรันทีน ขณะที่จนท.ไทยในซาอุฯติดโควิดส่งตัวกลับมารักษาในไทยแล้ว
ป่วยโควิดอีก 8-ครอบครัวมะกัน 4
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 8 ราย ไม่มีหายป่วย และไม่มีเสียชีวิตเพิ่มเติม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,425 ราย หายป่วยและกลับบ้านรวม 3,274 ราย ยังรักษาในร.พ. 93 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย
ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่มาจากต่างประเทศแล้วเข้าพักในสเตต ควอรันทีน ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 6 ราย โดยรายที่ 1-4 เป็นครอบครัวสัญชาติอเมริกัน เป็นชาย 2 ราย อายุ 15 ปี และ 48 ปี หญิง 2 ราย อายุ 13 ปี และ 49 ปี ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน เดินทางถึงไทยวันที่ 19 ส.ค. เข้าพักในอัลเทอร์ เนทีฟ สเตต ควอรันทีน ในจ.สมุทรปราการ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 31 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 5-6 เป็นคนไทย คือเพศชายอายุ 34 ปี และหญิงอายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 27 ส.ค. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 31 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
2.ออสเตรเลีย 1 ราย เป็นนักศึกษาชายไทยอายุ 27 ปี เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 24 ส.ค. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 27 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ 3.ญี่ปุ่น 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 29 ปี เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 28 ส.ค. เข้าพักในสเตต ควอรันทีนใน จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 31 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มี ผู้ติดเชื้อรวม 25,900,705 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 267,511 ราย อาการรุนแรง 60,546 ราย รักษาหายแล้ว 18,193,612 ราย เสียชีวิต 861,251 ราย โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด จำนวน 6,257,571 ราย เป็นรายใหม่ 41,979 ราย ตามด้วยบราซิล 3,952,790 ราย เป็นรายใหม่ 41,889 ราย อินเดีย 3,766,108 ราย เป็นรายใหม่ 78,169 ราย รัสเซีย 1,000,048 ราย เป็นรายใหม่ 4,729 ราย เปรู 657,129 ราย เป็นรายใหม่ 5,092 ราย
‘อนุทิน’ชี้อย่าวางใจไร้เชื้อ 100 วัน
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศไทยไม่มีรายงานการติดเชื้อโรคโควิด-19 ภายในประเทศ 100 วันนั้นว่า เรายังต้องอยู่อย่างเข้าใจโรคโควิด-19 จะกลัวจนไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ทั้งนี้ การไม่มีติดเชื้อในประเทศ 100 วันแสดงถึงมาตรฐานการ เฝ้าระวัง ควบคุมโรค คัดแยก คัดกรอง และรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ และตอนนี้ยัง ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยอิสระ ก็ต้องเชื่อว่าในประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นต้องเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติให้มากที่สุด แต่ยังต้องใส่หน้ากาก ล้างมือ หากยังทำตัวเหมือนช่วงที่ระวังโรคอย่างมาก โอกาสการติดเชื้อก็ยิ่งแทบไม่มี
นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับการปิดโรงเรียนของจังหวัดตามแนวชายแดน ขึ้นกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ สธ. ยืนยันว่ายังไม่มีความน่ากังวล และได้ร้องขอให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งกระทรวงมหาด ไทย ตำรวจ และทหาร ช่วยเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดนที่ไม่มีด่าน หรือตามช่องทางธรรมชาติให้มากขึ้น และขอวิงวอนคนไทยอย่าเห็นแก่อามิสสินจ้าง ต้องรักประเทศชาติ บ้านเมือง อย่าอำนวยความสะดวกให้คนที่ลักลอบเข้ามา ซึ่งอสม.จะช่วยกันสอดส่องด้วย ถ้าเห็นการเคลื่อนไหวผิดปกติจะรายงานฝ่ายความมั่นคงทันที
‘บิ๊กตู่’ยันยังไม่รับนักเที่ยวต่างชาติ
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ว่า มีการพิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ เรื่องของมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชน มีการพูดถึงใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทที่อยู่ในแผนฟื้นฟู ซึ่งระยะแรกใช้ไปเกือบแสนล้านบาทแล้ว และเราจะใช้อย่างไรต่อไป ต้องไปพูดคุยกันและยังหารือถึงการช่วยเหลือซอฟต์โลน ช่วยเหลือภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และพูดถึงการจ้างงาน ทั้งนิสิต นักศึกษา ที่จะจบในปีนี้ รวมถึงคนที่ตกงานอยู่เดิมของปี 62 ปี 63 นอกจากงบจ้างงานของกระทรวงแรงงานแล้ว ยังมีงบจ้างงานของกระทรวงอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน ไม่ใช่ว่าเราจะมองไปที่เงินฟื้นฟูอย่างเดียว ตอนนี้ทุกหน่วยงานมีงบฯส่วนนี้เพื่อไว้ในการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีรายได้น้อยก็ตาม ซึ่งงบตรงนี้จะลงไปถึงท้องถิ่น และในพื้นที่ด้วย ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างรัฐบาลใช้งบอย่างระมัดระวังและมีมาตรการที่เหมาะสม
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว วันนี้เราเน้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศมีมากขึ้น จะเห็นได้ว่าโรงแรมต่างๆ มีการจองกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทดแทนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่รัฐบาลยืนยันว่าเพียงแค่ศึกษาไว้ก่อนเท่านั้น ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ทุกคนอย่าตื่นตระหนกไปหมด เราต้องให้ความสำคัญเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจจะเดินหน้าต้องกลับมาดูสุขภาพด้วย ให้ไปพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นก็จะฉุดกันไปมาในวันข้างหน้า
“วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ครบ 100 วันที่เราไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ เป็นสิ่งที่พวกเราช่วยกันมาตลอด ช่วยรัฐบาล ช่วย นายกฯในการที่จะทำให้ประเทศมีความปลอดภัย เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และเสนอแนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หากไม่ช่วยกันตรงนี้ ก็ไปไม่ได้กันทั้งหมด ติดไปหมด ทำอะไรไม่ได้ แล้วประเทศชาติก็จะอยู่กับที่ ประชาชน ก็จะเดือดร้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขอฝากไว้ด้วย” นายกฯ กล่าว
ประจวบฯติดรั้วกั้นสกัดต่างด้าว
นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้จ.ประจวบฯ ยังคงระงับการเข้า-ออกของบุคคลตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งช่องทางหลักคือจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ และช่องทางธรรมชาติ 47 ช่องทางที่กระจายในพื้นที่ 8 อำเภอ พร้อมสั่งการให้นำรั้วลวดหนามปิดกั้นช่องทางธรรมชาติและจัดชุด เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังไม่ให้ลักลอบเดินเท้าข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าด้วยพื้นที่ที่กว้างอาจทำให้การดูแลของเจ้าหน้าที่ไม่ทั่วถึง จึงกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่อาศัยในพื้นที่บริเวณชายแดน ร่วมกันจัดเวรยามเฝ้าระวังอีกทางหนึ่งด้วย ในส่วนด่านสิงขร แม้จะมีการระงับการเข้า-ออกของบุคคล แต่อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้า-ส่งออก สินค้าประเภทแห้งได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยกำหนดจุดขนถ่ายสินค้าในพื้นที่แนวสันแดนบริเวณศาล เจ้าพ่อหินกอง ไม่อนุญาตให้ยานพาหนะจากฝั่งเมียนมาเข้ามายังฝั่งไทย และมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานของไทยบูรณาการร่วมกันในการตรวจสอบสินค้าและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างเข้มงวด
ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวถึงกรณีการปิดโรงเรียน 2 แห่งในต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และต.บึงนคร อ.หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย.63 ว่า เนื่องจากพบว่ามีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชาติพันธุ์ลักลอบเดินเท้าข้ามไปยังฝั่งเมียนมาและกลับเข้ามาประเทศไทย จึงต้องปิดโรงเรียนชั่วคราวและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค และคัดกรองบุคคลที่ข้ามไปฝั่งเมียนมา พบว่ามี 5 คน มีการเก็บตัวอย่างไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 คาดว่าจะทราบผลเวลา 21.00 น. ของวันนี้ จากการรับทราบรายงานเบื้องต้น พบว่าบุคคลดังกล่าวเดินทางไปยังบ้านมูด่อง ภาคตะนาวศรีของเมียนมา ซึ่งอยู่ห่างจากรัฐยะไข่จุดที่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 มาก และการเดินทางกลับไป ก็เพื่อทำสวนทำไร่ ไม่ได้เดินทางไปไหน จึงไม่น่าวิตกกังวลมากนัก
ผลตรวจ 3 พม่าไร้เชื้อโควิด
จากกรณีนายนิล โชคสงวนทรัพย์ ผอ. โรงเรียนบ้านกุยแหย่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจน บุรี โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งผู้ปกครองและนักเรียนให้ทราบถึงการปิดเรียน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-3 ก.ย. เนื่องจากที่ผ่านมามีบุคคลต่างด้าวชาว เมียนมา 2 ราย คือนายเชิด อายุ 20 ปี และนายแดง อายุ 17 ปี เดินทางข้ามจากเมียนมาผ่านช่องทางธรรมชาติ ในต.ห้วยเขย่งเข้ามาพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 3 บ้านพุล่อ ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ ทั้ง 2 คนมีไข้สูง 39-40 องศา และเดินทางเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุยแหย่ เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อนั้น
ล่าสุด นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีแจ้งไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อเป็นชาย 2 คนและ เด็ก 1 คนในพื้นที่อ.ทองผาภูมิ ผลตรวจ พบว่า ชายวัย 20 ปี ชายวัย 17 ปี และเด็กอายุ 1 ขวบ ผลตรวจออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อ ส่วนการปิดโรงเรียนเป็นเพียงมาตรการป้องกันที่ไม่ประมาทต่อสถานการณ์เท่านั้น
รวบ 6 จีนหลบหนีเข้าไทย
เมื่อเวลา 04.00 น. นายชัยพฤกติ์ เชียร ธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.ตาก ตำรวจตระเวนชายแดน-346 ตำรวจ สภ.แม่สอด ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 พร้อมผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยม่วงและชุดอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านห้วยม่วง อ.แม่สอด เดินเท้าออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่จุดล่อแหลมท่าข้ามธรรมชาติริมแม่น้ำเมย ติดแนวชายแดน ไทย-เมียนมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินตรวจมาถึงบริเวณแนวป่ารกทึบท้ายหมู่บ้านห้วยม่วง ม.6 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด มีเรือหางยาง ไม่ทราบฝ่ายแล่นผ่านกลางแม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนสองประเทศ และพากลุ่มคน ไม่ทราบสัญชาติหลายคนมากับเรือลำดังกล่าวมาจอดอยู่เกาะกลางแม่น้ำเมย
จากนั้นพบกลุ่มชาย 6 คนรีบลงจากเรือแล้วว่ายน้ำข้ามฝั่งมาในเขตประเทศไทย ทันทีที่ชายทั้ง 6 คนว่ายน้ำขึ้นฝั่งไทย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว ทั้งหมดพยายามหลบหนีแต่ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ตรวจสอบทั้ง 6 คนเป็นคนจีน ตกอยู่ในสภาพอิดโรยตัวเปียกน้ำและโคลน พร้อมส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลการตรวจชาวจีนทั้ง 6 รายไม่พบเชื้อโควิด-19 พร้อมส่งตัวชาวจีนทั้งหมดดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนพ.ร.บ.โรคติดต่อ และฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่เมืองใหม่ของชาวจีนซึ่งเป็นบ่อนกาสิโนในเขตจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ช่วงนี้ตกงาน บ่อนปิดตัวจากปัญหาโควิด-19 และทุกคนต่างก็กลัวจะติดโรคโควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในหลายรัฐของเมียนมา จึงหนีตายโดย มีการว่าจ้างนายหน้าชาวเมียนมา ให้ขับเรือหางยาวมาส่งข้ามชายแดนแต่มีเจ้าหน้าที่ไทยตรึงกำลังจำนวนมากเรือไม่สามารถจอดเทียบฝั่งไทยได้ พวกตนเองจึงตัดสินใจว่ายน้ำเมยข้ามฝั่งในท่าข้ามธรรมชาติแต่ก็ไปไม่รอดมาถูกจับกุมตัวได้ทั้งหมด
จับ 3 เมียนมาหนีเข้าไทย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมชาวพม่า 3 คนได้ที่บริเวณริมแม่น้ำเมย บ้านแม่กุหลวง หมู่ที่ 1 ต.แม่กุ อ.แม่สอด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินดดีตามกฎหมาย เมื่อค่ำวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา และนำตัวตรวจโรคโควิด-19 ก่อนผลักดันกลับประเทศ เมียนมาต่อไป
ล่าสุดทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด และชุดสายตรวจกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านเขตอำเภอแม่สอดต้องเสริมกำลังเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าตัว ตั้งด่านตรวจบนถนนเลียบแนวชายแดน หลังพบว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนสัญชาติเมียนมาตลอดรวมถึงชาวจีนจำนวนมาก แอบลักลอบว่ายน้ำแม่น้ำเมยข้ามฝั่งชายแดนอย่างผิดกฎหมาย
เตือน 10 จว.ชายแดนสกัดโควิด
วันเดียวกัน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ไม่ว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพม่าจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยต้องเตรียมการอย่างดีเพื่อป้องกันการมีผู้ป่วยกระเซ็น เข้ามา โดยเน้นคุมเข้ม 10 จังหวัดที่มีชายแดนไทย-พม่า คือ ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย รวมถึงกลุ่มจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายมักจะไปทำงาน ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม คือ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ชลบุรี เป็นต้น โดยจังหวัดเหล่านี้ต้องเตรียมความพร้อม ซักซ้อมจัดระบบการป้องกัน ค้นหา เตรียมระบบรักษาพยาบาล และเตรียมทีมสอบสวนโรคเพิ่มเติม
นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. สมาพันธ์แพทย์อินโดนีเซียเปิดเผยว่า มีแพทย์เสียชีวิตจากการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 แล้วราว 100 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานอายุ 28-39 ปี และถ้าดูการกลับมาระบาดรอบ 2 ในประเทศนิวซีแลนด์ เวียดนาม ก็พบว่ามีการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ดังนั้นประเทศไทยที่ไม่เจอผู้ป่วยมาระยะหนึ่ง ถ้าจะกลับมาเจอผู้ป่วยอีก ระยะแรกก็อาจจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้ ตรงนี้คืออีกหนึ่งจุดแตกหักของการระบาด ดังนั้นสธ.จึงกำชับ โรงพยาบาลให้คงมาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลต่อไป เช่นเดียวกับโรงเรียนต้องเข้มงวดคัดกรองไข้เด็ก และกลับไปใช้มาตรการที่ได้มาตรฐานตามที่ สธ.กำหนดอย่างเร็ว ซึ่งกรมควบคุมโรคและกรมอนามัยยินดีให้การสนับสนุน
นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยว “ภูเก็ตโมเดล” และหลายจังหวัดที่มีความพร้อม อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมใน ด้านต่างๆ โดยให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมบริหารสถานการณ์ คือ จังหวัดต้องมีความพร้อมรับมือหากมีผู้ป่วย เพิ่มศักยภาพระบบการควบคุมโรค เพิ่มทีมสอบสวนโรค 3-5 เท่า เตรียมเตียงรองรับ เตรียมการตรวจวินิจฉัย
จนท.ทูตติดโควิดกลับถึงไทย
วันเดียวกัน นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตามที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการนำตัวเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคนไทยของสำนักงานแรงงานไทยในกรุงริยาดนั้น กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับญาติของผู้ป่วยรายนี้ และกระทรวงแรงงานเพื่อนำตัวกลับมารักษาตัวต่อที่ไทย และได้รับรายงานจากสถานทูตไทยในกรุงริยาดว่า ได้ประสานขอรับใบอนุญาตสำหรับเที่ยวบินเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ เพื่อรับตัวกลับมารักษาต่อที่ประเทศไทยแล้ว และล่าสุดออกเดินทางจากกรุงริยาด มาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เวลา 00.45 น. เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว มีทีมแพทย์จาก ร.พ.ราชวิถีมารับตัวไปรักษาต่อไป
นายเชิดเกียรติกล่าวต่อว่า กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทีมแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถานเอกทูตในกรุงริยาด สำนักงานแรงงานไทยในกรุงริยาด กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข ในการทำงานร่วมมือกันในภารกิจนำตัวเจ้าหน้าที่รายนี้ ซึ่งเป็นบุคลากรของไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศจนตนเองติดเชื้อโรคโควิด-19 กลับเข้ามารักษาในประเทศไทยได้จนสำเร็จ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากญาติในการเตรียมการที่เกี่ยวข้องต่างๆ ด้วย