‘บิ๊กอุ้ย’ทร.-ตั้ง792นายทหาร
สภาถล่ม‘มท.’ส่งท้ายพรบ.งบฯ
ชื่อโผล่อีก‘ออมสิน’รมว.คลัง
โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายทหาร 792 ตำแหน่ง ‘บิ๊กบี้’ ผงาดผบ.ทบ.ตามโผ ‘บิ๊กอุ้ย’ คุมทัพเรือ ฮือฮา‘แอร์บูล’ นั่งผบ.ทอ. ‘บิ๊กแก้ว’ ผบ.ทหารสูงสุด สภาถกงบปี’64 วันสุดท้าย ฝ่ายค้านจี้ ‘บิ๊กตู่’ จ่ายค่าสู้คดีเหมืองทองอัคราเอง รุมจวกมหาดไทย-ยุติธรรม ส่อทุจริตสารพัดโครงการ ก้าวไกลฉะส.ส.ดึงงบสร้างถนนในนครพนม รองประธาน ‘ศุภชัย’ ร้อนตัว ท้าโชว์หนังสือ ขอเงิน ลั่นถ้าผิดจริงยอมลาออกจากส.ส. ภูมิใจไทยเสนอโละทิ้งกระทรวงศึกษาฯ ชี้ ล้มเหลวทุกด้าน ‘วันชัย’ คุยกลุ่ม 84 ส.ว. ตัวชี้ขาดแก้รธน. ทุบโต๊ะถ้าไม่ยอมให้แก้ อาจถึงขั้นรัฐบาลอยู่ไม่ได้ ชื่อโผล่อีก ‘ออมสิน ชีวะพฤกษ์’ คั่วเก้าอี้ขุนคลัง
‘บิ๊กตู่’ชมฝึกซ้อมการค้นหา
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 18 ก.ย. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม. 2 รอ. เขตพญาไท กทม.ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
จากนั้นนั่งรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 8 กพ 6275 กรุงเทพมหานคร มายังค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise หรือ SAREX ประจำปี 2563 พร้อมชมการสาธิตการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากอากาศยานประสบภัยและการส่งต่อทางการแพทย์
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมดำเนินการต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีคำกล่าวที่ใช้ได้ทุกโอกาสว่า “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ” แม้จะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นแต่ต้องเตรียมความพร้อม ทั้งคน เครื่องมือ ระเบียบปฏิบัติต่างๆ ให้สอดคล้องกัน ทั้ง พลเรือน ตำรวจ และทหาร เพราะภารกิจเรามีมากมาย อย่างวันนี้เราเจอสถานการณ์ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดว่าทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย

ลุงกับหลาน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พูดคุยกับเด็กนักเรียนป.3 ยืนยันสิ่งที่ลุงและรัฐบาลทำกำลังจะดีขึ้น ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ที่ค่ายพระรามหก จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
‘ออมสิน’ตัวเต็งขุนคลัง
พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทักทายพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมฝึกซ้อม โดยช่วงหนึ่งได้ถือโอกาสพูดคุยกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มาร่วมในงานว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่ลุงและรัฐบาลทำจะดีขึ้นตามลำดับ วันข้างหน้าก็จะทำต่อไปและจะดีขึ้นอีก ทุกคนต้องทำงานไปด้วยกัน พร้อมสานต่อสิ่งที่ดีงาม สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และในทุกๆ เรื่อง ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ไม่ว่าจะวงเล็กหรือวงใหญ่ และแม้จะเป็นเด็ก ทุกคนก็มีความคิด วันนี้ลุงก็รับฟังทั้งหมด
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวถามเรื่องการปรับครม. ในเดือนต.ค.จะปรับตำแหน่งที่ว่างอย่างเดียวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เรื่องนี้พูดไปหลายครั้งแล้ว” และเดินทางกลับกทม. เวลา 11.50 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/3 เพื่อหาบุคคลมาแทนนายปรีดี ดาวฉาย อดีตรมว.คลัง ที่ลาออกตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ล่าสุดมีชื่อบุคคลที่ถูกทาบทามคือ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯและอดีตรมช.คมนาคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ช่วงปี 2558-2559 จากก่อนหน้านี้มี 3 แคนดิเดตคือ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และนายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตผู้บริหารเอสซีจี
‘บิ๊กป้อม’ไม่เรียกคุยส.ส.ดูรูปโป๊
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุจะไปพูดคุยกับนายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ดูภาพโป๊ในมือถือกลางห้องประชุมสภาระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2564 ในวาระ 2 เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ย. ว่า เขาได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นาย รณเทพ ระบุว่า ขณะนั่งประชุมมีข้อความส่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้เลยว่าส่งภาพโป๊เข้ามา เมื่อกดเข้าไปดู จึงรู้ว่าเป็นภาพอะไร จากนั้นก็ส่งข้อความขอความช่วยเหลือและเรียกรับเงิน บุคคลที่ส่งข้อความมาอ้างว่าไม่มีเงินกินข้าว ตนเห็นท่าไม่ดีเลยลบข้อความทิ้งทั้งหมด และภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้น ตนถูกกลั่นแกล้งจากศัตรูทางการเมือง
‘เจ๊โอ๋’แจ้งจับ‘เต้’ผิดพรบ.คอมพ์
ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทร สงคราม พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ เฟซบุ๊กระบุถึงค่าอาหารใน กมธ.สวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรราคา 300 บาท/มื้อว่า การโพสต์แบบนี้ สร้างความเสื่อมเสียให้กับกมธ. ที่สำคัญยังเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จทั้งหมด เพราะค่าอาหารรวมอาหารว่างราคาเพียงแค่ 95 บาท วันนี้จึงเข้าแจ้งความที่ สน.บางโพ เพื่อเอาผิดกับนายมงคลกิตติ์ ในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีการโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเกิดการดูถูกเหยียดหยาม ส.ส.
ระหว่างการแถลงข่าว น.ส.รังสิมา ได้แสดงหลักฐานใบเสร็จการจัดซื้ออาหารมาแสดง พร้อมใบแจ้งความด้วย โดยระบุว่า สัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตนและนายมงคลกิตติ์ ไปให้ปากคำเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายมงคลกิตติ์มาขอโทษ จะถอนฟ้องหรือไม่ น.ส.รังสิมากล่าวว่า ไม่มีทางถอนฟ้อง จะสู้ให้ถึงที่สุด และตนไม่ได้แถลงในนามของกมธ. แต่พูดในฐานะส.ส.คนหนึ่ง
‘วันชัย’คุย 84 ส.ว.โตวันโตคืน
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ หรือแก้ไขรายมาตราจะสำเร็จได้นั้น ต้องมีเสียงส.ว.โหวตเห็นชอบไม่น้อยกว่า 84 เสียงหรือ 1 ใน 3 ของส.ว.ทั้งหมด ดังนั้น การรวบรวมเสียงส.ว.ให้ได้ 84 เสียง จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ชี้ขาดต่อสถานการณ์
ขอบอกว่ากลุ่ม 84 ส.ว.กำลังโตวันโตคืน ตอนนี้ส.ว.มีการหารือกันหลายกลุ่มหลายแห่งอย่างเข้มข้น ทั้งกลุ่มจังหวัด กลุ่มพื้นที่ กลุ่มอดีตที่เคยทำงานร่วมกัน อดีตข้าราชการ ทหาร ตำรวจ อดีตส.ว.สารพัดกลุ่ม ระดมทั้งความคิด ความเป็นเอกภาพที่จะลงคะแนน เห็นได้ว่ากลุ่มที่สงวนท่าที ก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีกันมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนกลายเป็นความเติบโตของกลุ่ม 84 ส.ว. ส่วนกลุ่มอื่นจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ แต่กลุ่ม 84 ส.ว.จะเป็นตัวชี้ขาดต่อการแก้รัฐธรรมนูญ
สิ่งที่กลุ่มนี้นำมาหารือกันมากคือ การให้แก้กับการไม่แก้รัฐธรรมนูญ อะไรจะดีกว่ากัน ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ ถ้าไม่ยอมให้แก้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะมีปัญหา ทั้งภายในและภายนอกรัฐบาล อาจถึงขั้นรัฐบาลอยู่ไม่ได้ ที่สำคัญคือความสงบเรียบร้อยของประเทศ จะกลายเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย กระทบต่อประเทศและประชาชนโดยรวม จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หากแข็งขืนต่อไป มีแต่ความเสียหายมากกว่า ซึ่งข้อสรุปนี้ตกผลึก กำลังขยายในส.ว.กลุ่มต่างๆ และเห็นตรงกันว่าจะต้องร่วมกันผลักดันหาแนวร่วมแก้ปัญหาให้กับประเทศ เอาส่วนรวมเป็นตัวตั้ง
ตนยืนยันว่าสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งมีส.ส.ร.หรือแก้รายมาตรา เพียงตั้งข้อสังเกตว่า รายมาตราบางเรื่อง ส.ส.ควรตกผลึกให้เป็นเอกภาพก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียแนวร่วมการลงคะแนน ถ้าส.ส.ยังรวมกันไม่ได้ในบางรายมาตราก็เกรงว่าจะตกม้าตายไปก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่วิตกว่าในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 24 ก.ย. จะได้โหวตเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเปล่า จะมีอุบัติเหตุในสภาหรือนอกสภาหรือไม่
สภาถกงบ 64 วันสุดท้าย
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 พิจารณาเสร็จแล้ว โดยปรับลดงบเหลือ 3.28 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 เป็นวันที่สาม วันสุดท้าย
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมวันสุดท้ายต้องพิจารณาตั้งแต่มาตรา 17 มาตรา ถึง 40 มาตรา ทราบว่าเมื่อคืนวันที่ 17 ก.ย ทางคณะกรรมการประสานงาน(วิป) ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้ตกลงกันให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 11 ชั่วโมง คาดว่าการพิจารณาวาระ 2 จะเสร็จภายในเวลา 22.00 น. และลงมติในวาระ 3 ซึ่งทุกอย่างต้องเสร็จไม่เกิน 24.00 น. หากไม่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันนี้จะกระทบต่อการพิจารณาในชั้นวุฒิสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-22 ก.ย. ทำให้ต้องช้าออกไป และอาจจะกระทบต่อการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 ก.ย.ด้วย
ก้าวไกลฉะดึงงบลงนครพนม
ส่วนช่วงดึกวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา นาย สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบของกระทรวงคมนาคม ซึ่งขอปรับลง 5.55 เปอร์เซ็นต์ โดยยกตัวอย่างโครงการที่ส.ส.พยายามแปรญัตติดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเอง เอาเงินภาษีไปหาเสียง เช่น โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่ทำป้ายขอบคุณส.ส.ในพื้นที่ ปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าว
วิธีแบบนี้เรียกว่าสูบเลือดจากคนทั้งแผ่นดิน เพราะมีโลโก้พรรคและชื่อส.ส. ชัดเจน คำถามคือการใช้เงินภาษีไปหาเสียงขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ไม่มีงบส.ส. และส.ส.ไม่สามารถดึงงบไปลงพื้นที่ได้ ซึ่งรมว.คมนาคม และเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการทำแบบนี้ผิดหรือไม่ จะแก้ปัญหามือใครยาวสาวได้สาวเอาอย่างไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าภูมิใจเลย

ขอบคุณ – ป้ายข้อความของชาวอ.บ้านแพง จ.นครพนม ขอบคุณนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำมาประกอบการอภิปรายงบประมาณกระทรวงคมนาคม โดยระบุมีการแปรญัตติของบลงพื้นที่ตัวเอง กระทั่งนายศุภชัยในฐานะส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ต้องลงจากบัลลังก์มาชี้แจง
‘สหายแสง’โต้-ไม่รู้ใครขึ้นป้าย
ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง รองประธานสภา คนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงในฐานะส.ส.ในพื้นที่ว่า ยืนยันว่าไม่เคยประสานของบจากรมว.คมนาคม ทั้งทางเอกสารและวาจา และไม่เคยทำหนังสือขอแปรญัตติ แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน แต่เมื่อประชาชน อ.บ้านแพง เดือดร้อน ถนนทรุดโทรมมาหลายปี เรียกร้องมายังส.ส.ให้ช่วยเหลือ ตนในฐานะส.ส.จะละเลยได้อย่างไร
เมื่อทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดิน ได้ให้ลูกน้องประสาน เจ้าหน้าที่แขวงการทางว่าถนนชำรุดให้ไปดู ตนไม่ทราบว่านานกี่เดือนจึงซ่อมถนนตรงนี้ เมื่อตนลงพื้นที่อีกครั้ง ก็เห็นถนนซ่อมแซมแล้ว สาเหตุน่าจะมาจากป้าย เป็นความบริสุทธิ์ใจของพี่น้องตรงนั้น เขาคงดีใจ คงเข้าใจว่าเพราะส.ส.ประสานงานให้จึงทำป้ายขอบคุณ ตนไม่ทราบว่าใครขึ้นป้าย และป้ายขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตนเห็นป้ายก็ไม่สบายใจ จึงขอให้ชาวบ้านเอาออก
ลั่นผิดจริงยอมลาออก
“การกล่าวหาของนายสุรเชษฐ์ เป็นเหตุรุนแรงถ้าผมทำผิดกฎหมายจริง จะต้องหลุดจากส.ส. ผมขอท้านายสุรเชษฐ์ หรือจะทั้งพรรคก็ได้ว่าถ้ามีหนังสือว่าผมทำหนังสือไปของบจาก รมว.คมนาคม หนังสือแปรญัตติของบถ้าผมผิดจริง ผมยินดีลาออกจากส.ส. และรองประธานสภาทันที แต่ถ้าไม่มี นายสุรเชษฐ์จะรับผิดชอบอย่างไร” นายศุภชัยกล่าว
นายสุรเชษฐ์ชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนตั้งเป็นคำถาม ถูกผิดอยู่ที่ศาลตัดสิน แต่มาตรา 144 จะตีความอย่างไร อยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คำถามคือ ภาพที่ตนแสดงไป เป็นการกระทำผิดจริงหรือไม่
เวลา 23.30 น. ที่ประชุมสภามีมติเห็นด้วยกับมาตรา 15 งบกระทรวงคมนาคม ด้วยมติ 260 เสียง ไม่เห็นด้วย 61 เสียง
จากนั้นพิจารณามาตรา 16 งบรายจ่ายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 5 พันล้านบาท กมธ.เสียงข้างมากปรับลดลง 224 ล้านบาท เหลือ 4.7 พันล้านบาท โดยส.ส.ขอให้ปรับลดงบในโครงการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ดีอีเอส เนื่องจากไม่สามารถรักษาหลักการที่กำหนดได้ ก่อนเห็นชอบด้วยมติ 255 เสียง
สับกรมป่าไม้-กรมอุทยานฯ
ส่วนการประชุมสภาวันที่ 18 ก.ย. เริ่มเวลา 09.30 น. มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาเป็นประธานการประชุม เริ่มพิจารณามาตรา 17 งบรายจ่ายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานในกำกับ ปรับลดเหลือ 11,535,748,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่ส.ส.ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า ขณะนี้มีปัญหาป่าทับซ้อนพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่ ซึ่งหลายพื้นที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีสภาพเป็นป่ามาตั้งแต่ต้น แต่กลับประกาศเป็นพื้นที่ป่า จึงควรเพิกถอนสภาพป่าในพื้นที่ปัญหาและเยียวยาประชาชน
นอกจากนี้ ประชาชนผู้ยากไร้มักจะถูกบังคับใช้กฎหมาย คนเฒ่าคนแก่ไปเก็บของป่าถูกปรับจำคุก แต่คนมีอำนาจบารมีไปปลูกบ้านพักอยู่ในเขตอุทยาน เพียงแค่รื้อออกก็ไม่มีความผิดแล้ว
ภายหลังอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 256 เสียง ต่อ 98 เสียง และงดออกเสียง 10 เสียง
ต่อมาพิจารณามาตรา 18 งบรายจ่ายของกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานในกำกับ โดยส.ส.ส่วนใหญ่ อภิปรายถึงนโยบายของกระทรวงพลังงานที่ไม่สนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเท่าที่ควร ซึ่งภายหลังอภิปรายกันครบถ้วนแล้วที่ประชุมสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 262 เสียง ต่อ 101 เสียง และงดออกเสียง 9 เสียง
มาตรา 19 งบรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานในกำกับ ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 263 เสียง ต่อ 113 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง
จวกมท.จัดซื้อชุดรังวัดที่ดิน
เวลา 13.15 น. เข้าสู่การอภิปรายมาตรา 20 งบรายจ่ายกระทรวงมหาดไทย (มท.) วงเงิน 268,501,313,800 บาท ปรับลดเหลือ 261,708,146,900 บาท โดยส.ส.ฝ่ายค้านรุมท้วงติงงบที่มีความไม่ชอบมาพากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ปรึกษากมธ. ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปราย กรมที่ดิน ได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพรังวัดที่ดินด้วยระบบดาวเทียม ตั้งงบ 258 ล้านบาท กรมที่ดินซื้อชุดรังวัดที่ดินตั้งแต่ปี 2559 จัดซื้อมาเรื่อยๆ ทุกปี โดยมีเพียงบริษัทที่ได้รับสัมปทานคือ บริษัท CC จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจีน เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าของจีนดีกว่าของยุโรป
“ราคาซื้อเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบเคลื่อนที่ (ROVER) ราคาในท้องตลาดหลายบริษัทประมาณ 200,000 บาท แต่กรมที่ดินตั้งไว้ 496,700 บาท ราคาแตกต่างกันเกือบสองเท่า และในการประกวดราคาซื้อ บริษัทอื่นเสนอมาต่ำกว่าเท่าไรไม่มีใครผ่าน ถูกปัดตกด้วยเหตุผลเทคโนโลยีทั้งหมด หากยังยืนยันที่จะเอาไว้ ตรงนี้จะเป็นมรดกบาปที่ติดตัวไปอนาคต เพราะเครื่องจีนจะถูกใช้วัดที่ดินของประชาชนทั้งประเทศ” นายวรวัจน์กล่าว
ติงโครงการโคกหนองนา
ด้านนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าโครงการจัดหาวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทยที่มีการกำหนดแผนการซื้อวิทยุสื่อสาร หรือวอล์กกี้ทอล์กกี้ 76,236 เครื่อง วงเงิน 4,344 ล้านบาท ตกเครื่องละ 56,980 บาท ตนไปสำรวจตลาดพบว่าราคาปลีกแพงที่สุดอยู่ที่เครื่องละ 9,500 บาท ต่างกันไม่รู้กี่เท่า จึงเป็นเหตุผลที่ขอปรับลดงบ 5 เปอร์เซ็นต์
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายท้วงติงงบโครงการโคกหนองนาโมเดลของกรมพัฒนาชุมชนว่า จะเหมือนกับ OTOP นวัตวิถี เมื่อปีที่เเล้ว ที่กรมพัฒนาชุมชนชุดเดียวกันนี้ ใช้งบไป 9,300 ล้านบาท แต่มีกรณีวัดครึ่ง กรรมการครึ่ง ถ้าไม่เชื่อลองตามไปดูไม้ไผ่ที่ปักไว้ตามหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้านไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหนแล้ว ซึ่งเละเทะ เงิน 9,300 ล้านบาทเสียหายหมด ต้องมีการตรวจสอบโดยป.ป.ช.และสตง.แน่นอน เพราะคนทำอีเวนต์ เเบ่งเงินกันเลย
ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามที่กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 262 ไม่เห็นด้วย 119 งดออก เสียง 7
ยธ.ส่อทุจริตกำไล EM
ส่วนการพิจารณามาตรา 21 งบรายจ่ายกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) 13,216,651,000 บาท โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตัดงบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่า ปัจจุบันสถานการณ์การคุกคามประชาชนในประเทศไทยมีความน่าเป็นห่วง แต่กรมชี้แจงกับกมธ.โดยให้ความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าประชาชนไม่ทำผิดกฎหมายก็ไม่ถูกคุกคาม จึงขอตัดงบเกี่ยวกับโครงการขับเคลื่อนด้านสิทธิเสรีภาพ 34 ล้านบาท
ด้านนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอตัดงบ 5 เปอร์เซ็นต์กรมคุมประพฤติ งบโครงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM ที่ตั้งตามมติครม.ต่อเนื่อง 2563-2565 วงเงิน 877 ล้านบาท ส่อมีการทุจริต
นายสันติ กีระนันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกมธ. ชี้แจงกรณีกำไล EM ที่จัดซื้อในปี 2563 ไม่สามารถใช้การได้จริง จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากกำไลข้อเท้าเป็นกำไลข้อมือให้ใช้การได้จริงและยกเลิกของเดิม จึงต้องมีการจัดหาใหม่ ส่วนประเด็นราคาเช่าที่แพงกว่าซื้อมากนั้นเนื่องจากไม่ได้จัดซื้อเฉพาะชิ้น แต่รวมทั้งระบบการติดตามตัวด้วย
ที่ประชุมลงมติเห็นด้วย 259 เสียง ไม่เห็นด้วย 124 เสียง งดออกเสียง 8 ไม่ลงคะแนนเสียง 4
ภท.ชงยกเลิกกระทรวงศึกษาฯ
เวลา 16.30 น. เข้าสู่พิจารณามาตรา 24 งบรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) วงเงิน 129,854,825,700 บาท โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เสนอให้ยกเลิกกระทรวงศึกษาธิการ แทนการตัดงบ เพราะเห็นชัดเจนว่าล้มเหลวทุกด้าน
สิ่งสำคัญกระทรวงศึกษาธิการไม่ให้ความสนใจ หรือดูแลครู เช่น ครูเกษียณอายุตุลาคม แต่ปีการศึกษา เกิดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ไม่เหมาะสมทำให้เด็กถูกทอดทิ้ง บางครั้งครูต้องเสียสละสอนโดยไม่รับเงินเดือน วันนี้กระทรวงแก้อะไรไม่ได้ ไม่มีใครห่วงเด็ก และบุคลากรทางการศึกษา ผมขอชื่นชมนาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่ไปพบเด็ก กล้าหาญและอดทน วันนี้เห็นชัดระบบศึกษาต้องแก้ไข ไม่รู้จะเกิดอะไรกับแผ่นดิน
ที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่กมธ.แก้ไข 256 ไม่เห็นด้วย 131 งดออกเสียง 12 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
เฉ่ง‘บิ๊กตู่’จ่ายค่าสู้คดีเหมืองทอง
การพิจารณามาตรา 26 งบกระทรวงอุตสาหกรรม ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับผิดชอบ ออกค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัดเอง กรณีใช้อำนาจหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา
นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อ้างความเป็นนายกฯใช้เงินของรัฐในการระงับขอพิพาทกับบริษัท คิงส์เกตฯ นายกฯเป็นคนจะเปลี่ยนสีตามสิ่งแวดล้อมไม่ได้ บางวันไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บางวันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ละอายใจบ้างหรือที่เป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียวของประเทศซึ่งอยู่เหนือกฎหมาย ทั้งที่พร่ำพูดว่าทุกคนต้องทำตามกฎหมาย ท่านคิดว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ จึงขอตัดงบประมาณของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.)ทั้ง 111,115,700 บาท ไม่ให้แม้แต่บาทเดียว
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. บริษัท คิงส์เกตฯ ขึ้นเว็บไซต์แจ้งว่า รัฐบาลไทยอนุญาตให้บริษัทฯ นำกากตะกอนทองคำ 4,750 ออนซ์ และเงิน 34,800 ออนซ์ รวม 42,550 ออนซ์ออกไปขายได้ ถือเป็นการเอาทรัพยากรประเทศไประงับข้อพิพาทใช่หรือไม่ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์รักษาเกียรติภูมิด้วยที่ไม่มีอยู่แล้วตามที่เคยลั่นวาจาจะรับผิดชอบเอง ดังนั้นขอให้สภาตัดงบการต่อสู้คดี 99.1 ล้านบาท
หลังจากอภิปรายมาตรานี้ครบถ้วนทุกคนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 260 ต่อ 114 งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนน 3 เสียง
พท.ให้ตำรวจดูแลนักศึกษา
เวลา 19.00 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 27 งบรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนัก นายกฯ กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกฯ วงเงิน 4.39 หมื่นล้านบาท แต่กมธ.เสียงข้างมากปรับลดลง 311 ล้านบาท เหลือ 4.36 หมื่นล้านบาท
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนขอบคุณที่ การไฟฟ้าเข้าดูแลไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ ม.ธรรมศาสตร์(มธ.) ซึ่งจะมีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนวันที่ 19 ก.ย. โดยการดูแลรักษาความสงบทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ใช้แผนกรกฎ 52 ดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิด ตนสนับสนุนให้ใช้กำลังตำรวจ เพราะตำรวจใกล้ชิดกับประชาชน และมั่นใจในตัวพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และขออย่าตัดสัญญาณ
สัญญาณคลื่นวิทยุและการสื่อสารทั่วไป (แจมเมอร์) เพื่อให้การติดต่อสื่อสารของเยาวชนในพื้นที่ชุมนุมดำเนินการได้ แต่หากใครกระทำผิดตำรวจต้องจัดการคนผิด
หลังลงมติเห็นชอบมาตรา 27 แล้ว เป็นการอภิปรายมาตรา 28-40 จนจบ และลงมติในวาระ 3 จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวขอบคุณสภา ก่อนปิดประชุมสภา จากนี้จะส่งให้วุฒิสภา ซึ่งกำหนดพิจารณาวันที่ 21-22 ก.ย. แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป


โปรดเกล้าฯแต่งตั้งบิ๊กทหาร
วันที่ 18 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการ สนองพระเดชพระคุณ จำนวนทั้งสิ้น 792 นาย ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
สำหรับตำแหน่งที่สำคัญ อาทิ พล.อ.นรศรักษ ฐิตะฐาน (ตท.19) เป็น จเรทหารทั่วไป สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชูชาติ บัวขาว (ตท.20) เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยพฤกษ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) เป็นรองปลัดกระทรางกลาโหม พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี (ตท.20) เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมควร ทองนาค (ตท.20) เป็น ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม พล.ท.วรวิช มลาสานต์ (ตท.20) เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา พล.ท.สรวุธ รัชตะนาวิน (ตท.21) เป็น ผอ.ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
กองทัพไทย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ‘บิ๊กแก้ว’ เสนาธิการทหาร (ตท.21) ขึ้นเป็นผบ.ทสส. พล.ร.อ.ช่อฉัตร กะเทศ (ตท.20) เป็นรองผบ.ทสส. พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ (ตท.20) เป็น รองผบ.ทสส. พล.อ.คำรณ เครือวิชญยาจารย์ เป็นรองผบ.ทสส. พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง (ตท.21) เป็นรองผบ.ทสส.
พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เป็น เสนาธิการทหาร พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ เป็นรองเสนาธิการทหาร (ตท.20) พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) เป็น รองผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร
กองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ‘บิ๊กบี้’ (ตท.22) ผช.ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ (ตท.19) เสนาธิการทหารบก เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.22) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20) รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพ ภาคที่ 1
ขณะที่รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับออกไปทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) เป็น รองเสนาธิการ ทหารบก
พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม (ตท.21) เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ปรีชา จึงมั่นคง (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็น แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4
กองทัพเรือ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ‘บิ๊กอุ้ย’ (ตท.20) ผช.ผบ.ทร. เป็น ผบ.ทร. พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ (ตท.20) เป็น รองผบ.ทร. พล.ร.ท.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ (ตท.22) เป็น ผช.ผบ.ทร. พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ (ตท.21) เป็น เสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ท.สุทธินัน สมานรักษ์ (ตท.22 ) เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
กองทัพอากาศ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ (ตท.20) เป็น ผบ.ทอ. พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา (ตท.23) รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น เสนาธิการทหารอากาศ พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร เป็น ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี เป็น ผช.ผบ.ทอ. พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็น ผช.ผบ.ทอ.