รถเสียอื้อ
ติดหนึบ
เต็มถนน
ระดมสูบ
กว่า4ชม.
เมืองกรุงโกลาหลฝนถล่มหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายถนนหลายสายจมบาดาลรถติดระนาวต้อง เร่งระบายนานหลายชั่วโมงกว่าจะคลี่คลาย หนักสุดหน้าธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ ย่าน อสมท ระดับน้ำสูงเกือบมิดหลังคารถ จอดเสียเต็มถนน ขณะที่ปภ.สรุปความเสียหายจากฤทธิ์พายุ ‘โนอึล’ 31 จังหวัด ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 27,658 ครัวเรือน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุ ‘โนอึล’ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 31 จังหวัด
ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 135 อำเภอ 290 ตำบล 640 หมู่บ้าน 4 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,658 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระนอง) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์) โดยแยกเป็น
พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 24 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา รวม 91 อำเภอ 178 ตำบล 446 หมู่บ้าน 7 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,912 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่อำเภอขุนหาญ ตำบลบักดอง (หมู่ที่ 8 และ 9) ประชาชนได้รับผล กระทบ 30 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ระดับน้ำสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร
พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตราด พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 58 อำเภอ 134 ตำบล 237 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 746 หลัง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์) พื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ 2 จังหวัด ได้แก่ แพร่ และระนอง รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระนอง)
ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

รอระบาย – สภาพน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักในกทม. รถยนต์หลายคันไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันต้องจอดจมน้ำเกือบครึ่งคัน ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ใกล้แยกอสมท เมื่อวันที่ 23 ก.ย.
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พื้นที่เขตหนองจอก ลาดกระบัง มีนบุรี สะพานสูง บึงกุ่ม คันนายาว ลาดพร้าว บางเขน ดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร บางซื่อ บางพลัด เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงใต้ต่อเนื่องพื้นที่ อ.บางกรวย อ.เมือง จ.นนทุบรี ปริมาณฝนรวมสูงสุดเขตดินแดง 96.5 ม.ม. โดยเฉพาะในพื้นที่ห้วยขวาง หน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ใกล้แยก อสมท มีน้ำท่วมสูง จนรถเล็กไม่สามารถขับผ่านไปมาได้ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก จนรถหลายคันที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวถูกน้ำท่วมจนเกือบมิดคัน
ด้านศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังสูงรวม 11 จุด ประกอบด้วย 1.ถนนประชาสงเคราะห์ บริเวณตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง 2.ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง 3.ถนนพระราม 6 ช่วงลงทางด่วน เขตพญาไท 4.ถนนรามคำแหง บริเวณซอย 1-3 เขตสวนหลวง 5.ถนนราชวิถี บริเวณเชิงสะพานกรุงธน เขตดุสิต 6.ถนนราชวิถี หน้ามรภ.สวนดุสิต เขตดุสิต 7.ถนนเพชรบุรี แยกมิตรสัมพันธ์ เขตราชเทวี 8.ถนนพระราม 6 หน้าร.พ.รามา เขตราชเทวี 9.ถนนพระราม 6 หน้ากรมทางหลวง เขตราชเทวี 10.ถนนกำแพงเพชร 2 หน้าหมอชิตใหฒ่ เขตจตุจักร และ 11.ถนนประชาสุข ตลอดสาย เขตดินแดง โดยทั้งหมดใช้เวลาในการระบายน้ำอยู่ระหว่าง 2-4 ชั่วโมง กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ