ลากตั้ง45กมธ.
ศึกษาใน30วัน
ฝ่ายค้านจับมือ
‘ไม่สังฆกรรม’
คุก‘วัฒนา’99ปี
ทุจริตบ้านเอื้อฯ

รัฐสภาเดือดส่งท้ายปิดสมัยประชุม ถก 6 ญัตติแก้รัฐธรรมนูญ 2 วันสุดท้ายเหนื่อยฟรี รัฐบาลจับมือส.ว. เล่นเกมเตะถ่วง ไม่ยอมโหวตรับหลักการ แต่เสนอตั้งกมธ.วิสามัญขอเวลาศึกษาอีก 1 เดือน แล้วค่อยไปรอโหวตสมัยประชุมสภาหน้า ปชป.ทำมึน อ้างไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่ก็ร่วมยื้อด้วย ฝ่ายค้านโวยแหลก สภาหลอกต้มประชาชน ตบเท้า ไม่ร่วมสังฆกรรมคณะกมธ. ‘สุทิน’ ดักคอ ‘บิ๊กตู่’ เล่นบทตีสองหน้า ให้ปีกซ้ายเสนอร่าง กระซิบปีกขวาให้ล้ม ‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่ก้าวล่วงส.ว.ลงมติ ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก ‘วัฒนา เมืองสุข’ 99 ปี คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร ได้ประกันตัวสู้ชั้นอุทธรณ์ ‘กี้ร์-อริสมันต์’โดนด้วย 4 ปี

คุก99ปี – นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯ ยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้าน ได้ประกันตัว เดินออกจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังถูกสั่งจำคุก 99 ปี คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร เมื่อวันที่ 24 ก.ย.

ศาลฎีกาฯตัดสินคดีบ้านเอื้อฯ

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

1.นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการกคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548-19 ก.ย.2549 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) 4.นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง

6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจ กระทำการแทน 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนล คอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน

10.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย 11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด 12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย 13.บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทย เฉน หยูฯ

สู้มายาวนานถึง 14 ปี

ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91

ทั้งนี้ นายวัฒนาได้เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.วีรดา เมืองสุข ลูกสาว ให้สัมภาษณ์ก่อนฟังคำพิพากษาว่า ตนพร้อมฟังคำพิพากษา สู้มา 14 ปีก็รอวันนี้ รัฐประหาร 2 ครั้งได้มา 10 คดี คดีนี้เป็นคดีสุดท้าย เกิดจากรัฐประหาร 2549 จนกระทั่ง 2557 คดีไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร ตนมีความมั่นใจ และไม่เคยคิดหลบหนี

จำคุก‘วัฒนา’99 ปี-‘กี้ร์’4 ปี

คดีนี้เริ่มพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมาจนเสร็จสิ้นเมื่อ วันที่ 26 ส.ค.2563 ขณะที่จำเลยที่ 6-7 และ 10 หลบหนีคดี ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว

เวลา 14.20 น. ศาลพิพากษาว่า นายวัฒนา เมืองสุข จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 148 ทั้งหมด 11 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 9 ปี รวมทั้งหมด 99 ปี ตามกฎหมายให้จำคุกได้สูงสุด 50 ปี ปรับ 1,323 ล้าน ชำระภายใน 30 วัน หากไม่ชำระยึดทรัพย์ จำเลยที่ 4 นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง มีความผิด 11 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมทั้งหมด 66 ปี ตามกฎหมายให้จำคุกได้สูงสุด 50 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 20 ปี จำเลยที่ 6 เป็นเวลา 44 ปี จำเลยที่ 7 เป็นเวลา 32 ปี ปรับจำเลยที่ 8 เป็นเงิน 275,000 บาท และจำเลยที่ 10 นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 1 กระทง จำคุก 4 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2, 3, 9 และ 11-14

แม้ศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว คดียังไม่ถึงที่สุด คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีกครั้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 ให้สิทธิคู่ความในการยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน

ต่อมาทนายความของนายวัฒนา ได้ยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท เป็นบัญชีธนาคารหลักทรัพย์เดิม 5 ล้านบาท และเติมเงินสด เพิ่มอีก 5 ล้านบาท ก่อนศาลพิจารณาและให้ประกันตัว แต่มีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

แอ่วเหนือ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบปะกลุ่มชาติพันธุ์ ระหว่างตรวจเยี่ยมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ที่เทศบาลตำบลแม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 24 ก.ย.

‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่เชียงราย

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะเดินทางด้วยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย และได้ประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่โรงแรม เดอะ รีเวอร์ รีบาย กะตะธานี ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย

ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ พบปะประชาชนและตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหา หมอกควันไฟป่า พร้อมกล่าวว่า นายกฯมีภารกิจทุกจังหวัดของประเทศไทย และทำเพื่อประชาชนกว่า 67 ล้านคน พยายามขับเคลื่อนทุกอย่างให้สอดคล้องกัน ตนอายุก็เยอะแล้ว พูดคำหวานไม่ค่อยเก่ง แต่จะพูดจากความจริงใจ จากหัวใจของนายกฯ เป็นห่วงทุกคน ห่วงทุกที่ ห่วงทุกปัญหา ร่วมกับทั้งครม. วันนี้ต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน

ลั่นถูกด่าแต่ทนได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยความร่วมมือของทุกคน ปัญหาที่จนหรือลำบากอยู่อย่างนี้ เราจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปโดยไม่มีความขัดแย้ง ทุกอย่างถ้าเริ่มต้นด้วยความ ขัดแย้ง แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย มันทำอะไรไม่ได้ ตนอยากให้พวกเรามาแสดงความเห็นเชิงสร้างสรรค์ อยากได้อะไร อยากทำอะไร รัฐบาลจะได้ทำได้ถูกต้อง ปฏิบัติได้เร็วขึ้น ได้ตรงความต้องการของประเทศ

“เราเดินหลายก้าวแล้วช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จึงต้องเดินต่อไปอีกหลายก้าว ถ้าหยุดตรงนี้ แล้วมาเริ่มก้าวที่หนึ่งใหม่ มันจะไหวหรือไม่ ผมไม่ได้อะไรกับใครอยู่แล้ว ผมพูดเยอะจนเหนื่อย แต่คนทำเหนื่อยกว่านี้ ข้าราชการที่ทำก็เหนื่อย ถ้าว่ากันไปมา ด่าข้าราชการ ด่านายกฯ ถึงด่าเขาก็ทำ และอดทน ทนได้ สีทนได้เสมอ ต้องอดทน อดทนเพื่อพวกเรา เพื่อคนทั้งประเทศ จะเริ่มต้นกันใหม่รื้อใหม่ทั้งหมดมันไม่ทันการณ์” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ไม่ก้าวล่วงหน้าที่วุฒิสภา

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่หน้ารัฐสภา เพื่อติดตามการประชุมรัฐสภาที่จะลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงเย็นวันเดียวกันว่า เป็นเรื่องของกรุงเทพฯ ให้ที่กรุงเทพฯเขาดูแลกันไป ตนไม่ต้องสั่งการ หรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ขอวิงวอนให้ทุกคน อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และทำให้คนไทยไม่มีความสุขเลย ขอให้ทำให้ดีแล้วกัน

ส่วนการลงมติญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเย็นวันนี้นั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของ ส.ว.ให้เขาดำเนินการไปเอง ตนไม่ไปก้าวล่วง

เวลา 16.40 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับจาก การลงพื้นที่จ.เชียงราย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ทราบจ้ะ” เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะเป็นการกดดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็แล้วแต่เขา” ก่อนขึ้นรถกลับทันที โดยพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าค่อนข้างที่จะผ่อนคลาย ไม่มีความเคร่งเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.30 น. กลุ่มฟื้นฟู ประชาธิปไตย ,คณะประชาชนปลดแอก รวมทั้ง กลุ่มคนเสื้อแดง ทยอยเดินทางมาจัดกิจกรรม “มาสภา ไล่ขี้ข้าศักดินา” เพื่อเฝ้ารอฟังผลการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจับตากลุ่มส.ว.จะโหวตอย่างไร พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.

ถกแก้ไขรธน.วันสุดท้าย

สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 24 ก.ย. วันที่สอง เป็นวันสุดท้าย เพื่อพิจารณาญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ในขั้นรับหลักการ รวม 6 ฉบับ นำเสนอ โดยรัฐบาล 1 ฉบับ และฝ่ายค้าน 5 ฉบับ ได้แก่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล 1 ฉบับและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคก้าวไกล 1 ฉบับ

อีก 4 ฉบับเสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือแก้ไขมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 เพื่อตัดสิทธิ ส.ว. ในการร่วมลงมติเลือกนายกฯ, ยกเลิกมาตรา 270, 271 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. ในการติดตามแผนปฏิรูปประเทศ, ยกเลิกมาตรา 279 เพื่อยกเลิกการรับรองความชอบธรรมของประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), แก้ไขเพิ่มเติมระบบเลือกตั้ง โดยให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกระหว่าง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ และยกเลิกการคำนวณ ส.ส.พึงมี หลังอภิปรายจบ จะลงมติในเย็นวันเดียวกัน โดยใช้วิธีขานชื่อรายบุคคล แต่ละคนจะกล่าวครั้งเดียวว่าจะลงมติรับหรือไม่รับทั้ง 6 ญัตติ

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดว่าวาระรับหลักการเสียงเห็นชอบต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาตอนนี้ หรือหมายถึงต้องได้เสียงเห็นชอบมากกว่า 369 เสียง และในจำนวนนี้ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วย 84 เสียง

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะเร่งการประชุม หากเป็นไปได้เวลา 17.00 น. ขอให้สรุป เพราะคำนวณเวลาลงมติแล้วเชื่อว่าจะใช้เวลานาน การโหวตครั้งนี้ จะโหวตรวม 6 ฉบับ คำนวณแล้ว 3 ชั่วโมง อาจไม่จบ เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วยังต้องใช้เวลารวมคะแนนอีก 1 ชั่วโมง ดังนั้น เพื่อความ ไม่ประมาทต้องให้จบโดยเร็ว

ส.ว.อภิปรายเสียงแตก

สำหรับการประชุมรัฐสภาพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 24 ก.ย. เริ่มเวลา 09.30 น. มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในส่วนการ อภิปรายของส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้แก้ไข รัฐธรรมนูญในสถานการณ์ปัจจุบัน และแสดงเจตนาไม่รับหลักการทั้ง 6 ญัตติ อาทิ นาย อนุศักดิ์ คงมาลัย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม

ขณะที่นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายว่า การจะแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อมาร่างใหม่ ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ว่าจะให้แก้หรือไม่ แก้ประเด็นนั้นๆ หรือไม่ และรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ใช้เงินกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท จึงมองว่าการตั้งส.ส.ร. ไม่เป็นประโยชน์ และประชาชนไม่ได้เดือดร้อนรำคาญกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประเด็นนี้ ส่วน 4 ร่างที่เสนอโดยฝ่ายค้านนั้น หลักการพอรับได้ แต่รายละเอียดบางเรื่องยังไม่เหมาะสม

ส.ส.รัฐบาลเชียร์ยกร่างใหม่

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ตนเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศขณะนี้จะเกิดปัญหา 3 ประสาน 1.สถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งทางความคิดกันอย่างมากในทุกระดับอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 2.สถานการณ์เศรษฐกิจ มีปัญหาความเหลื่อมล้ำมาก และโควิด-19 ก็มากระทบอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนประสบปัญหาทำมาหากิน และ 3.ปัญหาความขัดแย้งทางชนชั้น ที่เกิดช่องว่างระหว่างวัย ที่เกิดจากโซเชี่ยล เหมือนอยู่คนละโลก ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้รอวันเวลาระเบิด

ขณะนี้เกิดวิกฤตใหม่คือ วิกฤตรัฐธรรมนูญ ที่นำมาสู่การเรียกร้องให้แก้ไข หากไม่แก้ จะเกิดปัญาเป็นเชื้อปะทุไปสู่ปัญหา 3 ก้อนแรก และจะเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่หากรัฐธรรมนูญแก้ไขได้บ้าง จะหยุดความขัดแย้งที่รุนแรงได้ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมได้ จึงขอตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคร่วมรัฐบาล

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศิวิไลย์(ทศล.) อภิปรายสนับสนุนให้แก้ไข โดยการเปิดทางตั้งส.ส.ร. แต่จะไม่แตะต้องหมวด 1 และ หมวด 2 เด็ดขาด

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปตั้งส.ส.ร. เป็นแนวทางหนึ่งในการขจัดเงื่อนไขความขัดแย้ง จึงขอให้สมาชิกรัฐสภา ถามใจตัวเองลึกๆว่าจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอย่างไร

‘สุทิน’แจงเหตุต้องยกเครื่อง

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายว่า ตนได้ฟังเสียงประชาชนทั้งคืน เขาวิตกว่าญัตติทั้ง 6 ฉบับ ตกหมดแน่ เพราะเขา หมดหวังกับส.ว. ขอชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องแก้เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แก้เศรษฐกิจให้อยู่ดีกินดี เพราะการเมืองวันนี้ไม่เอื้อให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ มั่นใจว่าเป็นความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ อะไรที่ฝืนประชาชน ไม่มีใครกล้าเสี่ยงทำ เพราะเขาจะลงโทษคุณแน่

ส่วนที่ถามว่าจะเป็นการล้มประชามติ 16 ล้านเสียงหรือไม่ และสิ้นเปลืองงบนั้น ขอชี้แจงว่าถ้าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ผ่าน รัฐบาลต้องมาขอบคุณพวกตนที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ การทำประชามติคือการกระจายเงินเข้าระบบอย่างทั่วถึงที่สุด ทั้งจัดทำป้าย ทำโปสเตอร์ อย่าเสียดายเม็ดเงินที่ใช้ทำประชามติ เพราะคุ้มค่า และเราจะได้กติกาที่ดี แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เราไม่ข้ามหัว 16 ล้านเสียงที่ทำประชามติไป แต่เราต้องกลับไปคารวะ ท่านอีก 3 รอบ ว่าพวกตนทำมาใหม่ พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วยก็จบ

ดักคอ‘บิ๊กตู่’ตีสองหน้า

นายสุทินกล่าวว่า ประเด็นที่สงสัยว่าทำไมฝ่ายค้านต้องเสนอแก้ 2 แบบ คือแก้ทั้งฉบับ และแก้แบบรายมาตรา ต้องบอกว่า รัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุดคือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับมากที่สุด จะเป็นอย่างนั้นได้ คือต้องให้ประชาชนมาเขียน วันนี้ที่ไม่ยอมรับเพราะ คสช.เขียน จึงต้องมี ส.ส.ร.มาเขียนใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการยื่นแก้เป็นรายมาตราเพราะยื่นให้แก้ทั้งฉบับแล้ว ก็บอกไม่เอา บอกแก้เป็นรายมาตราจะเอา จึงเขียนเสนอให้แล้ว ให้ท่านมาช็อปได้เลย เดินซ้ายก็กลัวท่านไม่เอา ตนก็เลยเดินขวาด้วย ท่านชอบสำรับไหนก็มาเลือก

“วันนี้เรามาร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ถ้าสภาจะเป็นประตูทางออกให้กับประเทศได้คือสิ่งวิเศษ วันนี้เลือกได้ว่าจะหาทางออกให้ประเทศหรือไม่ วันนี้หายากมากที่ฝ่ายค้านกับรัฐบาลจะมีความเห็นตรงกัน ที่เป็นแบบนี้เพราะประชาชนสั่งเรา เราทุกพรรครู้ดีว่าอะไรจะเกิด จึงเป็นนิมิตหมาย แต่ค้างอยู่ฝ่ายเดียวคือฝ่ายส.ว. และนายกฯ ผมเชื่อว่าจะผ่าน ไม่ผ่านวันนี้ อยู่ที่นายกฯ จริงใจหรือไม่ หรือจะตี 2 หน้า โดยการกระซิบให้ปีกซ้ายเสนอ แล้วกระซิบให้ปีกขวาล้ม คนดูออก” นาย สุทินกล่าว

สะพัดเกมยื้อ-ให้รบ.ครบเทอม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีข่าวว่า การโหวตญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มส.ว.จะโหวตเห็นชอบร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ให้แก้มาตรา 256 ตั้งส.ส.ร.มายกร่างฉบับใหม่ จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาศึกษา โดยจะใช้เวลา 2 ปี เพื่อยื้อเวลาให้รัฐบาลอยู่บริหาร จนครบวาระ แล้วจึงใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ต่อมาเวลา 17.15 น. มีกระแสข่าวว่า มีข้อเสนอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาตั้งกมธ.เพื่อศึกษาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ โดยให้เหตุผลว่า หากยืนยันที่จะให้ลงมติในวันนี้ก็มีโอกาสสูง ที่จะถูกคว่ำทั้ง 6 ญัตติ เนื่องจากส.ว.ส่วนใหญ่ต้องการให้มีการทำประชามติถามประชาชนก่อน แล้วค่อยนำเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง เพราะเกรงว่าหากลงมติ รับร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ แล้วในอนาคต มีคนไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการลงมติขัดรัฐธรรมนูญ จะทำให้ผู้ที่ลงมติรับหลักการ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วย โดยจะใช้ข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 121 วรรค 3 ให้ที่ประชุมรัฐสภาตั้งกมธ.ขึ้นมาพิจารณาศึกษาก่อนที่จะมีการลงมติรับหลักการ ซึ่งจะมี ระยะเวลาศึกษา 45 วัน จึงสามารถใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุมไปพิจารณาได้ จากนั้นจึงนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในช่วงเปิดสมัยประชุม ในวันที่ 1 พ.ย.นี้

‘วิรัช’ชงตั้งกมธ.ศึกษา 1 เดือน

จากนั้น 18.05 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายสรุปว่า ก่อนที่ไม่มีญัตติร่างรัฐธรรมนูญ เข้ามาสภา มีความปรองดองสมานฉันท์กันอย่างเต็มที่ แต่ในการประชุม 2 วันที่ผ่านมา กลับเห็นถ้อยคำแปลก เสียดสีกันบ่อยขึ้น ซึ่งเกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เข้าใจว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไม่มีช่องทางในการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพูดคุยหารือกันก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยเข้าใจว่า ข้อบังคับการประชุมฯ ข้อที่ 121 วรรคสาม มีไว้เพื่ออะไร วันนี้ตนเข้าใจแล้ว

เมื่อเดินมาถึงจุดนี้ ตนไม่มีทางยอมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 206 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลตกไป ดังนั้น หากจะช้าไป 1 เดือนก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาสมัยหน้าดีกว่า ต้องยอมรับว่า เสียงของ ส.ว. เป็นเสียงที่มีความสำคัญ หากมีความจำเป็น ในการเปิดประตู มาตรา 256 โดยเปิดโอกาสทั้ง ส.ส. และส.ว.ได้คุยกันบ้าง เพื่อให้เห็นสอดคล้องกันบ้าง โดยใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ตนคิดว่าคุ้ม

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอให้ตั้งกมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 121 วรรคสาม เพื่อให้ตัวแทนทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และส.ว.ได้ร่วมศึกษาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ แล้วทำรายงานเสนอความเห็นต่อรัฐสภาโดยเร็ว

พท.โวยกลัวถูกหลอก

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถ้าจะศึกษาโดยตั้งกมธ.ขึ้นมาไม่จำเป็นและเสียเวลาเปล่า รวมทั้งเกิดข้อกังวลว่าถูกหลอกหรือเปล่า เพราะถ้าไปศึกษา 1 เดือน จะมีหลักประกันอะไรหรือไม่ว่าญัตตินี้จะไม่ตก ดังนั้นตกวันนี้กับตกวันหน้าก็เหมือนกัน สุดท้าย ก็ตกอยู่ดี หากสภาสมัยหน้าลงมติตกแล้ว จะเสนอญัตติแก้ไขใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าตกวันนี้สมัยหน้ายังยื่นญัตติใหม่ได้ โดยไปรวมกับร่าง ขอไอลอว์ ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายกัน ทราบว่าจะนำเข้าพิจารณาในสมัยหน้า

วันนี้เราพยายามมองเจตนาดี แต่ประชาชนข้างนอกมองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเราอู้ เตะถ่วง ถ้าเขามองว่าสภาไม่จริงใจ ฝ่ายค้านเป็นเครื่องมือเขาด้วยก็เจ็บอีก เสียหายอีก ไม่ใช่เสียหายเฉพาะตน แต่สภาเสียหายไปด้วย ในอดีตไม่เคยมีการตั้งกมธ.ก่อนรับหลักการ ถ้าจะตั้งจริง เราไม่ขอร่วมสังฆกรรม

นายสมชาย แสวงการ สว. อภิปรายว่า แม้ประธานวิปรัฐบาลพยายามจะเสนอเพื่อหาทางออก โดยตั้งกมธ.ศึกษาร่วมกัน แต่ ส.ว. ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด อย่ามัดมือชก อย่าเอาเราไปอยู่ในกรอบ มัดมือให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าจะทำการศึกษา ต้องมีร่างของญัตติทั้ง 6 และร่างของประชาชนที่เข้าชื่อมา รวมทั้งอาจมี ร่างอื่น โดยครม. ส.ว.ที่สามารถเสนอเข้ามาได้ ตนก็เตรียมเสนอที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน

ปชป.ตีมึน-อ้างไม่รู้เรื่อง

ส่วนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล อภิปรายว่า เป็น 1 ใน 206 ส.ส.ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับ พรรคร่วมรัฐบาล จุดยืนประชาธิปัตย์ เห็นว่า ตลอด 2 วันที่อภิปรายกัน สมาชิกได้อภิปรายได้ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องตั้งกมธ.ศึกษาก่อน เราไม่อยากเป็นตัวถ่วง เมื่อเสนอร่างเอง จะไป เสนอให้ตั้งกมธ.ศึกษาอีกได้อย่างไร ถ้าเราลงมติรับหลักการ จากนั้นก็ตั้งกมธ.ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ทุกคนจะได้ภูมิใจ และให้พื้นที่สภาเป็นพื้นที่ความหวังของประชาชน โดยไม่ได้อยู่ใต้อาณัติใคร

จากนั้นนายวิรัช รัตนเศรษฐ เสนอให้สั่งพัก การประชุม 15 นาที เพื่อหารือร่วมกันทั้ง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ประชุมให้เวลา 10 นาที เพราะเกรงว่าจะไม่ทันเวลาที่จะลงมติ ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, คณะประชาชนปลดแอก รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง ที่หน้ารัฐสภา ได้พยายามกดดันให้มีการลงมติวันนี้เช่นกัน

มติตั้งกมธ. 432 ต่อ 255 เสียง

ต่อมาเวลา 20.00 น. ได้เปิดประชุมอีกครั้ง และมีสมาชิกขออภิปราย ซึ่งนพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ท่านกำลังเล่นเกมอันตราย เพราะหากสภาถึงทางตันจะเกิดการเมืองนอกสภา จะประสบกับ ภาวะวิกฤตรุนแรงจนเกินคาดเดา

นายวิโรจน์ ลักขณาดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มีประชาชนถามเข้ามามากอยากทราบความชัดเจนว่าสภาจะรับหลักการเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ไม่ต้องรับมรดกบาปของคสช.หรือไม่ หากยอม ให้ตั้งกมธ. และใช้เวลาศึกษา 1 เดือน ถามว่าหลังจาก 1 เดือนแล้วมีการโหวตคว่ำ เท่ากับกับว่า ส.ส.ไม่มีโอกาสยื่นญัตติอีกใช่หรือไม่ และร่างของประชาชนจะตกไปใช่หรือไม่ และกว่าจะเสนอได้อีกคือหลังวันที่ 22 พ.ค.2564 ใช่หรือไม่ ยืนยันว่าหากมีการตั้งกมธ. และประวิงเวลาไป 8-9 เดือน พรรคก้าวไกล ร่วมสังฆกรรมไม่ได้

ฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรม

กระทั่งเวลา 20.15 น. นายชวนได้เรียกสมาชิกให้มาแสดงตน โดยมีสมาชิกแสดงตน 715 คน จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติว่า สมาชิกเห็นด้วยให้ตั้งกมธ. 432 เสียง ไม่เห็นด้วย 255 เสียง งดออกเสียง 28 ไม่ลงคะแนน 1 และเห็นชอบให้ตั้งกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนลงมติรับหลักการ 45 คนตามที่ตัวแทนวิปรัฐบาลจากพรรค พลังประชารัฐเสนอ แยกเป็น ส.ว. 15 คน ส.ส. 30 คน ระยะเวลาศึกษา 30 วัน แต่พรรคฝ่ายค้านทั้งหมด อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคร่วมรัฐบาล 1 พรรค คือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรม ส่งบุคคลร่วมเป็นกมธ.

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ขอให้ประธานวินิจฉัยโดยยก รัฐธรรมนูญ มาตรา 163 ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรี มีสิทธิเข้าประชุมร่วมรัฐสภา แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ โดยออกเสียงได้แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่นายชวน ระบุว่า ถ้าผิดกฎหมายก็ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เวลา 20.33 น. นายชวนได้มอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่สภา อ่านพระบรมราชโองการ ปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญประจำปี และสั่งปิดประชุมรัฐสภา

อัดรัฐบาลไม่จริงใจ

เมื่อเวลา 20.40 น. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า พรรคก้าวไกล แถลงหลังการปิดประชุมสภา โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า เราพยายามทุกวิถีทาง ทุกอย่าง แต่รัฐบาลไม่มีความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนต้องการ

นายพิธากล่าวว่า วันนี้เราผิดหวังเเต่ไม่หมดหวัง เพราะฝ่ายค้านทำงานหนักมาตลอด เพื่อหาทางออกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หาทางออกให้รัฐบาลและส.ว. แต่เสียใจที่รัฐบาลไม่เห็นเป็นทางออกเเละเทญัตติฝ่ายค้านทิ้งลงเเม่น้ำเจ้าพระยา เรายังไม่หมดหวังเพราะยังมีร่างแก้ไขฉบับประชาชนที่ไอลอว์เสนอไว้ จะเข้าสู่การพิจารณาในการเปิดสมัยประชุมหน้า วันที่ 1 พ.ย. ดังนั้นการเสนอตั้งกมธ.ตามมาตรา 121 วรรคสาม เป็นการประวิงเวลาไปอีก 9 เดือนไม่ใช่เเค่ 1 เดือน โดยความเเยบยลของรัฐบาล เป็นเหตุผลของการที่เราไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล

นายสุทินกล่าวว่า ที่เราไม่ร่วมสังฆกรรมเพราะเห็นว่าวิถีทางที่รัฐบาลเสนอจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลวมากกว่าประสบผลสำเร็จ จะถูกหลอก และยังจะทำให้ร่าง ของไอลอว์ตกไปด้วย เพราะหลักการเดียวกัน ดังนั้น ทิศทางของเราจากนี้คือจะดูการทำงานของเขา เราจะสู้ต่อไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ยังไม่จบสิ้น แต่ต้องสู้ไปอีกนาน

ภท.ขอโทษ-ย้ำพ.ย.โหวตรับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย ส.ส.พรรค แถลงว่า ยืนว่าพรรคมีเจตนาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 256 ที่จะเปิดทางตั้ง ส.ส.ร. และต้องไม่ลืมว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคแรกที่แสดงจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่า การจะผ่านวาระ 1 ต้องใช้เสียง ส.ว. 84 คน เมื่อมีความไม่สบายใจของ ส.ว. เกิดขึ้น เราก็กังวลว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและฝ่ายค้านจะไม่ผ่านตั้งแต่วาระ 1

ดังนั้นเมื่อ ส.ว. ขอเวลาศึกษาร่างโดยการตั้งกมธ.ใช้เวลา 30 วัน เมื่อมีการพิจารณาและโหวตร่างวาระ 1 ในเดือน พ.ย. เรายืนยันว่าจะโหวตรับร่างในส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเราได้ให้คำมั่นสัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเข้าใจความรู้สึกของสังคมที่จับจ้องรัฐสภาว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ต้องขอโทษสังคมด้วยที่ไม่สามารถตัดสินใจให้เสร็จสิ้นได้

ปชป.อ้างสปิริต-ร่วมทีมกมธ.

เวลา 21.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงกรณี ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ. แต่กลับส่งส.ส.ร่วมเป็นกมธ.ว่า เนื่องจากต้องเคารพ หลักเสียงข้างมาก เมื่อเสียงข้างมากเห็นว่า ควรตั้งกมธ. จึงต้องส่งส.ส.เข้าร่วมเป็นด้วย และจะเป็นประโยชน์เพื่อติดตามศึกษาความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำหน้าที่อย่างมีสปิริตในฐานะนักการเมือง ในระบบรัฐสภา

ส่วนจะถึงจุดที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นรัฐบาลแล้วหรือไม่ เนื่องจากพรรคแกนนำไม่จริงใจ เสนอเลื่อนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังต้องมีการขับเคลื่อนให้เป็นไปได้จริง หากปฏิเสธทุกอย่างทันที ก็ไม่สามารถร่วมงานกันได้ และจะไม่สามารถเดินหน้าไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ตั้งไว้ ซึ่งจุดที่จะตัดสินใจ อยู่ที่รัฐบาลจะทำตามนโยบายของพรรคได้หรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 แก้ไขได้ยาก จึงต้องให้เวลาทำการศึกษาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน