บิ๊กตู่โต้-แจกใบสั่งสว.
ยื้อโหวตญัตติแก้รธน.
ภูมิใจไทย-ปชป.พัลวัน
ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน
ดัน‘ประสงค์ พูนธเนศ’
นั่งรมว.คลังใหม่ตค.นี้
‘บิ๊กตู่’ ชี้ตั้งกมธ.ศึกษาก่อนลงมติร่างแก้ไขรธน. เป็นไป ตามกติกาสภา ยันไม่มีใบสั่ง ชี้ส.ว.ทุกคนมีเกียรติ ‘ไพบูลย์’ ยอมรับ พปชร.เตรียมแผนสำรองไว้นานแล้ว ภูมิใจไทยลั่นสมัยประชุมหน้า โหวตรับหลักการแน่นอน ประชาธิปัตย์ยันไม่รู้เรื่องมาก่อน ‘ชวน’ บอก ‘ผมก็โดนหลอก’ กมธ.ดีเดย์ถกนัดแรก 30 ก.ย. เพื่อไทย -ก้าวไกลขอโทษประชาชน ผลักดันแก้ไขรธน. ไม่สำเร็จ ‘ภูมิธรรม-สมชัย’ เตือนตุลาเดือด นายกฯ เคาะรมว.คลังคนใหม่ ‘ประสงค์ พูนธเนศ’ จ่อนั่งเก้าอี้หลังเกษียณปลัดคลัง
เปิดชื่อ 432 เสียงลงมติตั้งกมธ.
จากกรณีที่ประชุมรัฐสภาลงมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ รวม 6 ฉบับ นำเสนอโดยรัฐบาล 1 ฉบับ และฝ่ายค้าน 5 ฉบับ ใช้เวลาพิจารณา 1 เดือน และนำกลับเข้ามาพิจารณาในรัฐสภาอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มประชาชนปลดแอกมาชุมนุมกดดันหน้ารัฐสภา เพื่อจับตาการลงมติและประกาศชุมนุมอีกครั้งในเดือนต.ค.
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงมติให้ตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการเมื่อวันที่ 24 ก.ย. มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 717 คน ปรากฏว่าเห็นด้วย 432 ไม่เห็นด้วย 256 เสียง งดออกเสียง 28 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ตรวจสอบพบว่าเสียงเห็นชอบให้ตั้งกมธ. แบ่งเป็นส.ส.มี 203 เสียง ส.ว. 229 เสียง โดยส.ส. ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 119 เสียง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 59 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 2 เสียง คือนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 2 เสียงคือ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
48ปชป.ไม่เห็นด้วย
พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง ส่วนพรรคละ 1 เสียง ประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศ ไทย ครูไทยเพื่อประชาชน ไทยรักธรรม ประชาธิปไตยใหม่ ประชาภิวัฒน์ พลเมืองไทย พลังไทยรักไทย พลังธรรมใหม่ และจากพรรคเพื่อไทย 1 คนที่สวนมติพรรค คือ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี
ส่วนเสียงไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ. ส่วนใหญ่เป็นพรรคฝ่ายค้านเกือบทั้งนั้น รวมทั้งนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคประชาธิปัตย์ 48 เสียง แต่ร่วมเป็นกมธ.ด้วย
ที่งดออกเสียง ได้แก่ พรรคพลังท้องถิ่นไท 5 เสียง พรรคชาติพัฒนา 4 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง และนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา งดออกเสียง
ขณะที่ไม่ลงคะแนน 1 เสียง คือนายมงคล สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์
3พท.-ผบ.เหล่าทัพโนโหวต
ด้านการออกเสียงของส.ว. พบว่า ส่วนใหญ่ลงคะแนนเห็นด้วย แต่มี 3 คนที่ลงมติไม่เห็นด้วย ได้แก่ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นายพิศาล มาณวพัฒน์
งดออกเสียงมี 6 คน ได้แก่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา นายกล้านรงค์ จันทิก นายคำนูณ สิทธิสมาน นายวันชัย สอนศิริ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ และนายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล
นอกจากนี้ยังพบว่ามี สมาชิกรัฐสภา ที่ไม่ปรากฏการลงคะแนน พรรคเพื่อไทย (พท.) 3 คน ได้แก่ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น น.ส.พรพิมล ธรรมสาร นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ พรรคพลังประชารัฐคือ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายสวาป เผ่าประทาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ส่วนพรรคประชาชาติคือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส และนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี
ส.ว.มี 12 คนที่ไม่ปรากฏลงคะแนน ได้แก่ นายกษิดิศ อาชวคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. พล.อ.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม (กห.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. น.ส. ภัทรา วรามิตร พล.อ.อ.มนัส รูปขจร พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.
‘ชวน’บอกถูกหลอกเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 24 ก.ย. หลังการลงมติตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ 45 คนแล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตนเตรียมตัวที่จะมาโหวตญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่เพิ่งมาทราบในช่วงค่ำว่าจะมีการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“การที่มีสมาชิกบางคนห่วงว่าถูกหลอกนั้น คงไม่ต้องกลัว เพราะถ้าถูกหลอก ผมก็ถูกหลอกด้วย ระหว่างปิดสมัยประชุมขอให้สมาชิกระวังตัวอย่าไปติดโควิด”นายชวน กล่าว ก่อนให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านพระราชโองการปิดสมัยการประชุม จากนั้นจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 20.35 น.
‘บิ๊กตู่’ลั่นไม่เคยมีใบสั่ง
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมสภากลาโหมกรณีการตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการว่า ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของรัฐสภา บรรยากาศการประชุมวันแรกเป็นไปได้ด้วยดี แต่วันที่สอง เริ่มขัดแย้งกันมากขึ้น ทุกคนเห็นแล้วว่ามีการก้าวล่วงต่างๆ หลายคนรับไม่ได้ จึงเกิดการลงมติดังกล่าว รวมถึงเปลี่ยนแปลงญัตติต่างๆ ซึ่งตนไม่เคยสั่ง
การลงมติไม่ใช่ว่าจะเห็นชอบด้วยกันทั้งหมด เพราะมีบางส่วนเห็นแตกต่าง ต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นั่นคือผู้ทรงเกียรติ ดังนั้น เราต้องรับฟังกัน หากมีการให้ร้ายว่ากล่าวเบียดเบียนกัน พูดจาไม่สุภาพ เราก็รับไม่ได้ ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้แก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ เขาเรียกว่าความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ฝากพวกเราช่วยแก้ด้วย
ส่วนสถานการณ์ในวันนี้ก็มีปัญหามาก ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด และการชุมนุมไม่ว่าจะทำเพื่อใครหรือเพื่ออะไร ขอฝากประชาชนทั้งประเทศช่วยกันคิดด้วย ตนคิดว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี การทำความดีของทุกคนจะช่วยเป็นกุศลให้บ้านเมืองสงบสุข เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ตนลงพื้นที่ต่างจังหวัด เห็นว่าทุกคนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดี โดยปัญหาที่เขาสนใจมากกว่าคนกทม.ขณะนี้คือปัญหาปากท้อง เรื่องอาชีพและรายได้ ซึ่งรัฐบาลได้ทำเต็มที่เพื่อดูแล นั่นเป็นสิ่งที่อยากฝากให้ทุกคนช่วยดูแลบ้านเมืองต่อไป
ส.ว.มีเกียรติ-50คนก็มาจากปชช.
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายฝ่ายมองว่ายื้อเวลา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่าจะเรียบร้อย แต่วันที่สอง ทุกคนมีวุฒิภาวะและรักในศักดิ์ศรี บางทีการพูดจา ก็ทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปไม่ได้ และการชะลอ 1 เดือน ก็ทำตามกฎหมายทำตามกติกาของสภา มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ก็ให้ไปดูข้างหน้า
ถ้าทุกคนผ่อนสั้นผ่อนยาวไปได้บ้าง มันไม่ได้เกี่ยวกับตนเลย มันไม่ได้ทำให้ตนดีขึ้นหรือเลวลง เป็นเรื่องความคิดเห็นของทุกคน ถ้าทุกคนบอกว่าประชาธิปไตย นี่ก็คือประชาธิปไตย ฉะนั้นต้องรับฟังเหตุผล จะทำอย่างไรให้เดินหน้าไปด้วยกันได้ด้วยความปรองดอง และการหารือรวมกันต่างๆ เหล่านี้ ตนไม่คาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ต่อข้อถามว่ามีการล็อบบี้จากรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า จะไปล็อบบี้อะไร ล็อบบี้ใคร และจะไปสั่งใคร เพราะส.ว. ก็มีเกียรติ และอย่าลืมว่าในส.ว. 250 คน ก็มีส.ว. 50 คนที่มาจากการเลือกของประชาชน และอีก 200 คนก็มาจากผู้ที่มีศักยภาพและประสบการณ์จากภาครัฐและเอกชน ขอให้ฟังพวกเขาบ้างว่าทำอะไรที่เสียหาย
ย้ำไม่ขัดข้องแก้รัฐธรรมนูญ
“หลายคนมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอื้อตรงไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องกลไกแต่ละคนที่ทำงานมา ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะอยู่จนถึงโลกแตก เพราะอะไรที่หารือกันได้ ช่องทางไหนที่พูดกันได้ แก้ไขตรงนั้นก็ว่ากันไป แก้บางฉบับหรือแก้บางมาตรา ก็ให้เกียรติเขา เพราะส.ว.ก็เป็นตัวแทนประชาชน หลายคนมองว่ามาจากผมนั้น ผมบอกเลยว่าไม่รู้จักทั้งหมด เป็นเรื่องการกลั่นกรองขึ้นมา ผมมองประสบการณ์ของเขา ก็อนุมัติเท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าใจนายกฯอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่เคยตอบว่าอยากให้ ไม่อยาก แต่ตนตอบว่าไม่ขัดข้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะแก้อย่างไรก็ว่ากันมา
‘วิษณุ’ปัดเทคนิค-ยื้อโหวตรธน.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากกมธ.ศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 1 เดือน จะนำกลับเข้ามาแจ้งรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร อาจจะลงมติได้ทันที ส่วนข้อถกเถียงว่าญัตติทั้ง 6 ฉบับ จะขัดต่อข้อบังคับหรือไม่นั้น ให้ไปถกเถียงกันในกมธ. และเห็นว่าเป็นโอกาสดี หากกมธ.จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของไอลอว์มาหารือด้วย เนื่องจากร่างแก้ไขก็คล้ายกัน
ผลการประชุมที่ออกมา ไม่ใช่เรื่องเทคนิคของสภา แต่เป็นเรื่องปกติตามข้อบังคับ เหมือนที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เคยระบุว่ามีร่างกฎหมายที่ส.ส.เสนอ ซึ่งรัฐบาลขอนำมาตั้งกมธ.เพื่อศึกษาก่อน เป็นต้น ไม่ใช่เรื่องเทคนิค การที่ฝ่านค้านไม่เข้าร่วมในกมธ. คิดว่าไม่มีปัญหาเพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ส่วนการจัดทำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการอยู่ คาดว่าจะเสร็จในไม่กี่วัน จากนั้นจะส่งสภา ซึ่งคงจะใกล้เคียงกับที่มีการศึกษาญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญพอดี
รัฐบาลไม่เคยคุยกับส.ว.
ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ว.บางคน อ้างว่าการยื้อเวลาศึกษาออกไปอีก 30 วัน เพื่อรอร่างแก้ไขที่มาจากรัฐบาล นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยพูดคุยและไม่ทราบว่าใครพูดอย่างไร และแปลว่าอะไร จึงอาจจะเดา แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยพูดคุยกับส.ว. โดยผู้ที่เสนอร่างได้คือ ครม. สมาชิกรัฐสภา และประชาชนเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ ต่อข้อถามว่า ถ้ารัฐบาลจะเสนอร่างแก้ไขเข้าไปร่วมด้วย จะใช้เวลานานแค่ไหน นายวิษณุกล่าวว่า ไม่นาน หากจะช้าก็คือขั้นตอนการจัดทำร่าง และใช้ช่วงเวลาปิดสมัยประชุมสภาดำเนินการได้ และสามารถเสนอพร้อมกับญัตติ 6 ฉบับได้แต่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเสียงวิจารณ์ว่ายื้อเวลาและไม่จริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ รัฐบาลไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ก่อนหน้านี้ มีคนอธิบายว่าถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน รัฐบาลเอาหน้า เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่พอถึงเวลาตั้งกมธ.แล้วจะดึงรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องทำไม ส่วนที่รัฐบาลไม่เสนอร่างของตัวเอง แต่เสนอในนามพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเขาตกลงกันว่าจะทำในนามพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเห็นตรงกันต้องแก้ไข แต่มีหลายประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน และอาจทำในนามของรัฐบาลได้ยาก

เปิดบ้านสุรินทร์ – นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมเปิดบ้านสุรินทร์ “Surin Open Up” ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ที่ตลาดอาเซียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
‘ไพบูลย์’รับมีแผนมานานแล้ว
ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การเสนอตั้งกมธ.เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 121 วรรคสาม ไม่ได้ยื้อเวลาและไม่มีใบสั่ง ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมีความจริงใจในการแก้ไข เชื่อว่ากมธ.ชุดนี้ใช้เวลาไม่นานเพื่อพูดคุยให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน เพราะที่ผ่านมาส.ว.ไม่เข้าใจญัตติของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นเพิ่มเติมมา 4 ญัตติ และมีการเร่งพิจารณาเพื่อลงมติ การตั้งกมธ.เพื่อศึกษา 30 วัน จึงเป็นผลดีเพราะเป็นการพบกันครั้งแรกทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นกมธ.ก็ไม่เป็นไร สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้จนครบกำหนด 30 วันจะนำผลการศึกษาเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเสนอตั้งกมธ.แสดงถึงความไม่จริงใจเพราะไม่มีการตกลงต่อที่ ประชุมวิป 3 ฝ่ายก่อน นายไพบูลย์กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐคิดมานานแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่าง เรามีแผนไปสู่เป้าหมายในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เข้าใจฝ่ายค้านว่าทำไมถึงโลกสวย ไม่มองตามข้อบังคับการประชุมที่เขียนชัดเจน หรือฝ่ายค้านอ่านไม่ออก
ยืนยันการเสนอตั้งกมธ.ชุดนี้ไม่มีการชี้นำจากใครเพราะเตรียมแผนสำรองนี้ไว้ แต่ฝ่ายค้านไม่เคยมาประชุมร่วมในประเด็นนี้กับส.ว.และยังไปด่าเขาด้วย แล้วใครจะมายกมือให้ เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐเห็นด้วยกับ 5 ญัตติของฝ่ายค้านหรือไม่ หากไม่มีการปรับแก้และจะเสนอเข้าพิจารณาในสมัยประชุมหน้า นายไพบูลย์กล่าวว่า “ปกติผมก็ไม่เคยเห็นด้วยกับฝ่ายค้านอยู่แล้ว” นายไพบูลย์กล่าว
เสียดายฝ่ายค้านไม่สังฆกรรม
น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภามีมติตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการอีก 30 วัน เป็นการเปิดโอกาสการทำงานร่วมกันของ 2 สภา ซึ่งต้องให้เวลาส.ว.ได้ศึกษาก่อน ที่ผ่านมาเป็นเพียงการศึกษาในส่วนของส.ส.เท่านั้น และส.ส.ไม่มีโอกาสพิจารณาร่วมกับส.ว.หรือศึกษาร่วมกัน พรรคพลังประชารัฐเห็นว่าการตั้งกมธ.ครั้งนี้จะเปิดกว้างให้ส.ว.ได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่
ยืนยันว่าการตั้งกมธ.ไม่มีความพยายามถ่วงเวลา แต่เรามองว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจถึงช่องว่างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก่อนแก้ไข และน่าเสียดายที่ฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรมกับกมธ.ชุดดังกล่าว เพราะเราคาดหวังว่าการตั้งกมธ.ทั้งฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะนำร่างทั้งหมดเข้ามาหารือกันก่อนให้เกิดเป็นร่างเดียว เพื่อเสนอต่อสภา จึงน่าเสียดายที่ฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ
‘อนุทิน’ฮึ่มภท.ไม่ถอยอีก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ก่อนการลงมติตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ทางส.ส.พรรคได้หารือและมีข้อสรุปว่า ไม่ว่าผลการศึกษาจะออกมาอย่างไร เมื่อร่างแก้ไขกลับเข้ามาสู่การประชุมรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า ส.ส.พรรคทุกคนจะลงมติรับหลักการร่างแก้ไขที่สมาชิกพรรคได้ร่วมลงชื่อเสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญคือการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ส.ส.พรรคลงมติด้วยความไม่สบายใจ เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีแนวทางเช่นนี้ แต่มีคำอธิบายว่าเป็นแนวทางสายกลางที่จะนำไปสู่เป้าหมายคือการแก้รัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนต้องการได้ เราถอยถึงที่สุดแล้ว เวลา 30 วันที่กมธ.ศึกษา พรรคภูมิใจไทยขอยืนยันหลักการให้แก้ไขมาตรา 256 และจะไม่ถอยอีกแล้ว
“ผมมอบให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี แจ้งต่อวิปรัฐบาลว่าการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ฉะนั้น ส.ส.ของพรรค ขอสงวนสิทธิ์ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส.ส.พรรคเสนอ โดยไม่ผูกพันกับมติของวิปรัฐบาล เราต้องเชื่อมั่นร่างแก้ไขที่ร่วมลงชื่อเสนอเอง ต้องไม่บิดเบือนเจตนารมณ์ของตัวเรา และต้องรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน นี่คือจุดยืนต่อการแก้รัฐธรรมนูญ” นายอนุทินกล่าว
ปชป.ชูจุดยืนชัดเจน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ. พรรคมีจุดยืนชัดเจนให้แก้รัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวด 1-2 เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเสนอร่างแก้ไขมาแล้ว ควรจะรับหรือไม่รับในวาระที่ 1 ได้เลย และถ้าจะปรับปรุงแก้ไขก็ทำได้ในชั้นแปรญัตติในวาระที่ 2 แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ตั้งกมธ. พรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ และตั้งตัวแทนเข้าไปร่วมเป็นกมธ. ถือเป็นพื้นฐานหลักการปฎิบัติในสภาอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ช่วยผลักดันให้การแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ
เมื่อถามว่า การตั้งกมธ. เป็นการยึดเวลาออกไป 1 เดือน จะทำให้การประท้วงรุนแรงขึ้นและจะกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ นาย จุรินทร์ กล่าวว่า เราพิจารณาตามหลักการ การแก้รัฐธรรมนูญถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ควรดำเนินการให้เป็นตามนั้น เพื่อพิสูจน์ความตั้งใจให้กับประชาชน
อ้างนั่งกมธ.คุมแก้ม.256
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และไม่หวั่นข้อกล่าวหาว่าพรรคไม่จริงใจ เพราะพรรคต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด และทราบเรื่องการตั้งกมธ. ล่วงหน้าไม่ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยเพราะสภาได้ศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญมาพอสมควรแล้ว จะศึกษาเรื่องใดอีก และการที่ ส.ว.อ้างว่าไม่มีเวลาศึกษาทำความเข้าใจนั้น จะเป็นไปได้หรือ เพราะแต่ละฉบับ มีรายละเอียดเพียงไม่กี่มาตรา มั่นใจว่าสังคมต้องตั้งคำถามต่อรัฐสภาว่าเหตุใดจึงต้องตั้งกมธ.เช่นกัน
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย แต่ส่งส.ส.เป็นกมธ.นั้น เพื่อควบคุมและรักษาหลักการแก้ไขมาตรา 256 และเป็นประเด็นตั้งต้นให้มีส.ส.ร. จึงหวังว่า กมธ.ชุดนี้จะไม่ขยายกรอบเวลา 30 วัน ออกไปอีก เพราะ 1 เดือนจากนี้มีเวลามากพอที่จะศึกษา ก่อนนำเข้าลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภาในเดือนพ.ย.นี้ และขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับหลักการการแก้ไขมาตรา 256 และให้ตั้ง ส.ส.ร.
กมธ.ถกนัดแรก 30 ก.ย.
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า จะมีการประชุมกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ นัดแรกในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา และเสียดายที่ฝ่ายค้านไม่ได้เข้าร่วมเป็นกมธ. เพราะเป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกัน ระหว่างส.ว.กับส.ส.ฝ่ายค้านในบางประเด็น เพราะกมธ.ชุดนี้จะมาร่วมกันดูในส่วนที่มีความเห็นร่วมกันหรืออะไรที่ไม่เหมือนกันในร่างทั้ง 6 ฉบับ เพื่อปรับจูนให้ตรงกัน โดยใช้เหตุและผล
การตั้งกมธ.ชุดนี้ไม่ได้ซื้อเวลา แต่เป็นการหาจุดร่วมกัน ไม่กังวลว่าจะส่งผลต่ออุณหภูมิทางการเมือง ซึ่งจะเร่งพิจารณาหาข้อยุติให้ได้ภายใน 1 เดือนตามกรอบเวลา เมื่อเปิดสมัยประชุมมาก็พร้อมนำเข้าสภาพิจารณาได้ทันที อย่าไปคิดว่าเป็นอุณหภูมิทางการเมืองเลย ถ้าเผื่อการนำม็อบออกมาแล้วบอกว่าเป็นอุณหภูมิ ถ้าเป็นม็อบแบบประชาชนจริงๆ ก็อีกแบบหนึ่ง ถ้าเกิดวันหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยไม่ให้แก้ ออกมาจะทำอย่างไร
ต่อข้อถามว่ามีรายงานว่าส.ว.ไม่ขัดข้องหากจะแก้มาตรา 256 แต่ไม่เห็นด้วยกับการมี ส.ส.ร. นายวิรัชกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันในกมธ. ส่วนไหนที่เกินเลยไปก็ต้องปรับ หากปรับแก้ไม่มาก แต่หากแก้ไขมากจนส่งผลให้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของร่างอาจจะต้องพูดคุยหาข้อยุติว่าจะทำอย่างไร ยื่นใหม่หรือไม่
ส.ว.เสรีวอนอย่ากดดัน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะกมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ กล่าวว่า การทำงานของกมธ.จากนี้จะมีความน่าเชื่อถือ หรือตอบโจทย์สังคมได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลว่ายังมีจุดเเข็ง จุดอ่อน จาก 6 ญัตติหรือไม่ อาจมีเเนวทางที่ดีกว่าก็ได้ การจะใช้เงินกว่าหมื่นล้านบาท มาเพื่อแค่ไม่ให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ยกเลิกผลพวงประกาศคำสั่งคสช. หรือเเค่จะแก้ปัญหาบัตรเลือกตั้ง และระบบเลือกตั้งเท่านั้น ต้องคิดถึงผลประโยชน์ชาติโดยรวมและความคุ้มด้วย เพราะสมาชิกรัฐสภา บางคนเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติมากว่า 16 ล้านเสียง ต้องรับฟังเสียงเหล่านี้ด้วย จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งทีจะใช้วิธีกดดันเอาให้ได้โดยไม่ฟังเหตุผลกันเลย ในที่สุดประเทศจะเสีย หากปล่อยให้โหวต แล้วมติออกมาว่าไม่ผ่าน ก็มาโทษส.ว.และไล่ส.ว.อีก บ้านเมืองจะอยู่กันอย่างนี้ โดยคนกลุ่มหนึ่งมากดดันตัดสินใจเเทนคนทั้งประเทศได้เชียวหรือ
เชื่อว่ากมธ.จะทำงานออกมาได้น่าเชื่อถือ อาจจะเจอข้อเสนอที่ดีและเป็นประโยชน์กว่า 6 ญัตติที่เสนอก็ได้ อีกทั้งการตั้งกมธ.ชุดนี้ ไม่ได้ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือร่างของไอลอว์ตกไป ยืนยันร่างของ ไอลอว์ยังอยู่ รอเข้าพิจารณาในสมัยประชุมหน้า อย่าไปสร้างกระเเสให้คนเข้าใจผิด และสิ่งที่ควรระวังจะต้องไม่กระทบสถาบัน และเราต้องทำหน้าที่ปกป้องสถาบันด้วย
พท.-ก้าวไกลขอโทษประชาชน
วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมขอโทษพี่น้องประชาชน ที่ผลักดันวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ผมขอขอบคุณ พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน”
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ขอโทษด้วยนะครับ ที่ผลักความฝันของพวกเราในการที่จะมีรัฐธรรมนูญของประชาชนไม่ได้ แต่จะผลักต่อไป ผลักต่อไปอีก ยอมรับว่าผิดคาดและผิดหวัง แต่พลังยังคงมีอยู่ ไม่ท้อถอย
ถามว่ายังเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาอยู่ไหม ต่อให้มันเชื่อไม่ได้ ก็ยังต้องเชื่อ เพื่อพยายามทำให้มันเชื่อได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เราสามารถทำให้ระบบรัฐสภาเชื่อถือได้ การเมือง สังคม และเศรษฐกิจไทยจะถูกปรับเข้าสู่ความเป็นระบบ และเป็นความหวัง ที่ประชาชนพึ่งพาได้
ฉะ‘บิ๊กตู่’ลอยตัวหนีปัญหา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศและประชาชน เสียโอกาสมามากแล้ว ความพยายามยื้อเวลาออกไป เป็นการยืนยันชุดความคิด พล.อ. ประยุทธ์ อยากอยู่ยาว ยังคงเป้าหมายเดิม แม้จะอยู่มาเกือบ 7 ปี ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ประชาชนเห็นถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลที่ใช้วิปรัฐบาล วิปวุฒิสภา ยื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ นอกจากจะไม่ถอนฟืนออกจากกองไฟ ยังยั่วยุ ผลักสถานการณ์ไปสู่การเผชิญหน้า
ขณะที่รัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ กลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชนเดินขบวนมาสังเกตการณ์การลงมติรอบรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ยังใช้กระบวนท่าไม้ตายตามถนัด คือลอยตัวเหนือปัญหา ไปมอบนโยบายป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ สะท้อนการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ความเข้าใจและทัศนคติมีปัญหา นักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชน ออกมาแสดงพลังมากขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะลอยตัวหนีปัญหา โดยไม่ตัดสินใจอะไรเลยไม่ได้
‘เสี่ยอ้วน’เตือนระวังตุลาเดือด
ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อรัฐบาลผู้มีอำนาจไม่ฟังเสียงประชาชน ประเทศไร้ความหวังและอนาคตน่าเป็นห่วง จากการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. มีมติตั้งกมธ.ศึกษาก่อนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ซึ่งผู้มีอำนาจตัดสินใจผิดพลาด ละทิ้งโอกาสนำประเทศให้ก้าวหลุดพ้นจากวิกฤต มิได้คำนึงถึงเสียงเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะโอกาสในการดึงความเชื่อมั่นให้กลับคืน เพื่อเริ่มต้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มติดังกล่าวดับความหวังในการฟื้นคืนประเทศอย่างน่าเสียดาย เชื่อว่าจากนี้ รัฐบาลคงเดินหน้าบริหารบ้านเมืองไปโดยไม่ใส่ใจเสียงท้วงติงใดๆ ของประชาชนที่เห็นต่าง รังแต่จะสร้างและเพิ่มปริมาณปัญหาให้มากยิ่งขึ้น วิกฤตของประเทศต่อจากนี้คงยากจะคลี่คลาย
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องตระหนักถึงวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบถอดสลักชนวน เพื่อคลี่คลายปัญหา เพราะสถานการณ์ล้วนเปราะบาง ง่ายต่อการแตกหักและพังทลาย สังคมไทยจับจ้องการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แทบไม่มีความหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ สถานการณ์จากนี้เป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่รัฐบาลจะต้องเร่งคลี่คลายให้ประเทศออกจากวิกฤตให้ได้ อย่าปล่อยให้คำทำนายเรื่อง ตุลาเดือด เกิดขึ้นจริงๆ หากเป็นเช่นนั้นพวกท่านมิอาจรับผิดชอบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้เลย
‘สมชัย’ให้จับตาตุลาอาถรรพ์
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผอ.ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปรากฏการณ์วันที่ 23-24 ก.ย. บอกอะไรหลายอย่าง 1.คำอภิปรายของส.ว.ที่เป็นขุนศึกและผู้เกาะติดกับผู้มีอำนาจ สะท้อนถึงมุมมองทัศนคติที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องมีข้าเท่านั้น ชาติถึงอยู่รอด คนอื่นล้วนไม่รอบคอบ คิดไม่เป็น ประชาชนไว้วางใจไม่ได้ ไม่กล้าให้ประชาชนเลือกคนของเขามาร่างรัฐธรรมนูญเอง
2.การตัดสินใจไม่ลงมติ และตั้งกมธ.ศึกษาอีก 1 เดือน ด้านหนึ่งอาจมองว่ายื้อเวลา แต่มองให้ลึก คือความขลาดกลัวและเริ่มหวาดผวากับพลังความไม่พอใจของสังคมภายนอก พูดแบบชาวบ้านว่า ปากเก่งตอนอภิปราย แต่ถึงเวลาไม่กล้าลงมติ 3.การชุมนุมของประชาชน สามารถระดมคนในเวลารวดเร็วและผู้นำควบคุมฝูงชนได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งมองย้อนในอดีต หากมีผู้นำที่ไม่ถนอมรักประชาชน ยุให้ประชาชนขัดขวางการเดินทางกลับของส.ส. ส.ว. หรือยุให้บุกเข้าไปในสภา ภาพความรุนแรงวุ่นวายต่างๆ คงเกิดขึ้นและเป็นบาดแผลของสังคมอีกครั้ง 4.จากนี้ เมื่อช่องทางในสภาถูกปิด ลมเย็นที่พอช่วยคลายความร้อนก็สิ้น ต.ค.นี้ จึงมีแนวโน้มเป็นตุลาอาถรรพ์อีกครั้ง โทษใครไม่ได้ เพราะบุญทำมาเท่านี้
10 เหตุผลที่สภาผู้เฒ่ากลัว
ต่อมานายสมชัยโพสต์อีกว่า 10 เหตุผล ที่สภาผู้เฒ่า กลัว หากมี ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญ 1.รัฐธรรมนูญใหม่ อาจมีสภาเดียว ไม่มีวุฒิสภา ทำให้ผู้ยึดตำแหน่ง ส.ว.เป็นอาชีพ ไม่มีที่รับเงินเดือน 2.เปลี่ยนคุณสมบัติองค์กรอิสระ ทำให้เหล่าข้าราชการเกษียณไม่มีงานทำ 3.กำหนดให้นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. บรรดาทหารไม่ชอบ 4.ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระได้ 5.รัฐมนตรีต้องไม่มีประวัติด่างพร้อย พวกติดคุกต่างประเทศด้วยเหตุค้าแป้งมันจะหมดโอกาส
6.เลิกยุทธศาสตร์ยาวๆ ปฏิรูปแกนๆ เสียหน้ากันหมด อุตส่าห์วางรากฐานแบบโง่ๆ ไว้ 7.กำหนดโทษประหารชีวิตพวกรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ มันจะรุนแรงไป 8.บัตรเลือกตั้ง กลับไปเป็น 2 ใบ กำหนดคะแนนขั้นต่ำ พรรคจิ๋วหายเรียบ กล้วยหมดความหมาย 9.ผู้บริหารท้องถิ่นต้องเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ 10.มันจะเป็นร่างของประชาชน ที่ประชาชนร่วมกันร่างได้ดีกว่า ปรมาจารย์ทางกฎหมายยอมไม่ได้
‘โรม’บี้รมต.ลงมติขัดรธน.
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากที่รัฐสภาลงมติให้ตั้งกมธ.ศึกษาญัตติทั้ง 6 ฉบับ ตนได้ทักท้วงว่ามีส.ส.ที่ควบรัฐมนตรี กดปุ่มโหวตด้วย อาจขัดต่อมาตรา 163 ที่กำหนดว่า รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมรัฐสภา แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่ออกเสียงลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นเป็นส.ส.ด้วย
พบว่ารัฐมนตรีที่ลงมติเห็นด้วย 12 คนได้แก่ จากพรรคพลังประชารัฐ 9 คนคือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
พรรคภูมิใจไทย 1 คนคือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จากพรรคชาติไทยพัฒนา 2 คนคือ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ส่วนรัฐมนตรีที่ลงมติไม่เห็นด้วย 3 คนจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย ไม่ลงมติ/ลาประชุม/ขาดการประชุม จึงอยากฝากไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มีคำวินิจฉัยต่อกรณีนี้ต่อไป
เลขาฯชวนตำหนิม็อบพูดหยาบ
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ใช้ถ้อยคำรุนแรงหยาบคาย จนเจ้าหน้าที่อาจต้องใช้ความรุนแรง แต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เตือนสติว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคือประชาชนและลูกหลาน ขอให้ใช้วิธีละมุนละม่อมจากเบาไปหาหนัก แต่ตนขอตำหนิการกระทำและคำพูดต่างๆ ของม็อบ ที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อนายชวน ทั้งที่นายชวน แสดงความเป็นห่วง จึงหวังว่าจะสำนึกในการกระทำดังกล่าว รวมถึงตำหนิเรื่องการใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียในการชุมนุม มีการใช้ถ้อยคำหยาบคายไม่สุภาพเกี่ยวกับนายชวน
“ผมคงไม่สามารถไปพูดอะไรกับคนเหล่านั้นได้ แต่ขอเตือนว่าสักวัน พวกคุณอาจจะโดนแบบนี้บ้าง ถ้าพวกเราปล่อยให้สังคมยังเป็นอยู่แบบนี้ ขอชี้แจงว่านายชวน ได้ดำเนินการประชุมร่วมรัฐสภาด้วยความเป็นกลาง ยึดหลักรัฐธรรมนูญและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด รวมถึงหลักจริยธรรมด้วย มติทุกอย่างของที่ประชุมวันที่ 24 ก.ย. เป็นความคิดของที่ประชุม ไม่ใช่ความคิดของนายชวน ท่านเพียงควบคุมการประชุมให้ราบรื่น บางครั้งก็ต้องใช้ความเด็ดขาด ดังนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมจะพอใจหรือไม่พอใจ ก็ไปพูดกับส.ส.และส.ว. อย่ามากล่าวหานายชวน เพราะปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
‘ราเมศ’เดือดไล่ไปถามพ่อแม่
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวพาดพิงนายชวนว่า การทำหน้าที่ของนายชวน ทำอย่างตรงไปตรงมา ยึดข้อบังคับ ยึดรัฐธรรมนูญมาตลอด ไม่มีแบ่งว่าใครจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ใครเป็นฝ่ายค้านหรือส.ว. เหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ย. การที่มีสมาชิกรัฐสภาใช้สิทธิ์อาศัยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 121 วรรคสาม เสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาตั้งกมธ. เมื่อเป็นเช่นนั้น นายชวนไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือบังคับสมาชิกรัฐสภาได้ ยืนยันว่านายชวนทำหน้าที่ตรงไปตรงมา และไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ทราบล่วงหน้า เพิ่งทราบในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
หลังลงมติ น.ส.ปนัสยา ใช้ถ้อยคำที่หยาบคายผ่านโซเชี่ยลพาดพิงนายชวน และมีการแชร์ข้อความนี้จำนวนมาก ทั้งที่นายชวน แสดงความเป็นห่วงต่อผู้ชุมนุมอยู่เสมอ อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลด้วยมิตรไมตรี ไม่ให้ใช้ความรุนแรง รวมทั้งตัวตนยังเดินทักทาย ผู้ชุมนุมโดยใช้เวลาหลายชั่วโมง เพราะเห็นว่ารัฐสภาคือที่ของราษฎร ย่อมมาแสดงความคิดเห็นได้
“น.ส.ปนัสยา ใช้คำพูดพาดพิงนายชวน ในลักษณะเช่นนี้ ถ้าไม่มีใครบอกน้องได้ว่าถ้อยคำดังกล่าวมันเตี้ยต่ำ หยาบคายขนาดไหน ขอให้กลับไปถามพ่อกับแม่น้องดูว่าคำพูดเช่นนั้นควรพูดออกมาหรือไม่” นายราเมศกล่าว
นายกฯ ได้รมว.คลังคนใหม่แล้ว
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้ตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรมว.คลังแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ทราบชื่อ ไม่รู้ว่าเป็นใคร และอย่างน้อยก็รู้ว่าเป็นคนไทย ทราบเพียงอย่างเดียวว่านายกฯ ให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำงานกับตนได้ ท่านให้ความสบายใจแค่นั้นเอง ซึ่งเท่าที่นายกฯสัมผัสการทำงานร่วมกับตนช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ท่านก็รู้ว่าตนเป็นคนยังไง ทำงานแบบไหน และรมว.คลังคนใหม่อาจไม่จำเป็นต้องเคยทำงานกับตนมาก่อน
“แนวทางอย่างที่ผมเป็น คือ เน้นเรื่องการเดินหน้าเข้าสู่การแก้ปัญหาให้เศรษฐกิจของประเทศชาติกลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด ส่วนด้านความมั่นคงก็ช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ให้เกิดขึ้นระลอก 2 เพราะถ้าเกิดการระบาดรอบสองปัญหาจะใหญ่กว่าที่คิดไว้” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
‘ประสงค์’จ่อนั่งเก้าอี้
รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่ง ทั้งประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยให้เหตุผลว่าจะเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย. แต่คาดว่าการลาออกครั้งนี้ เนื่องจากนายประสงค์ได้ตอบตกลงกับพล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็น รมว.คลัง แทนนายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกมา 1 เดือนแล้ว
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าจะได้รมว.คลัง คนใหม่ในเดือน ต.ค.นี้
‘เจ๊หน่อย’ไขก๊อกปธ.ยุทธศาสตร์
ค่ำวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ เฟซบุ๊กว่า วันนี้ได้ขอลาออกจากประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยังเป็นสมาชิกพรรคที่พร้อมจะยืนหยัด ต่อสู้เคียงข้างกับพี่น้องประชาชนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และร่วมผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จ ตามแนวทางที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ได้เสนอไว้ทั้ง 5 ญัตติ
สุดท้ายขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ได้สนับสนุนพรรค เพื่อไทยในช่วงที่ดิฉันได้ทำหน้าที่ให้กับพรรคมาโดยตลอด จนทำให้พรรคชนะการเลือกตั้งเป็นลำดับ 1 ของประเทศได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด ขอขอบคุณกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคทุกท่านที่ทำงานอย่างหนักเพื่อพรรคมาโดยตลอด และขอขอบคุณส.ส.ของพรรคทุกท่าน ที่ได้ร่วมทำงานกันมาด้วยความเสียสละทุ่มเทเพื่อพี่น้องประชาชน และร่วมผลักดันญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวอย่างเต็มความสามารถ

แก้มลิง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ติดตามการก่อสร้างโครงการ แก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม แหล่งกักเก็บน้ำและแหล่งผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภคของชาวบ้าน เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
‘ป้อม’เร่งพัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่จ.สมุทรสงคราม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและติดตามการดำเนินการในพื้นที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน บริเวณต.ยี่สาร อ.อัมพวา
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า โครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำและแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ 2,623 ไร่ แบ่งระยะการดำเนินการเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 ขุดลอกแก้มลิงทุ่งหิน เพื่อให้มีความจุ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ระยะที่ 2 การก่อสร้างโรงกรองน้ำเพื่อผลิตน้ำประปา ขนาด 1,000 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง ระยะที่ 3 ปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีตสายทางเข้าแก้มลิง ทุ่งหินความยาว 6.8 กิโลเมตร และระยะที่ 4 จะก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ในพื้นที่ 250 ไร่ และการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างเศรษฐกิจให้กับจ.สมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง
วันนี้ได้มอบให้ทุกหน่วยงานศึกษาความเป็นไปได้ให้ชัดเจนทั้งด้านเทคนิค สังคมและ สิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้บูรณาการและขับเคลื่อนร่วมกัน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามการดำเนินงาน และให้กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธา ธิการและผังเมือง ไปศึกษาสำรวจออกแบบในส่วนที่เกี่ยวข้องและขอให้ทุกหน่วยงาน ช่วยกันแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำของจังหวัด ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน