บางเขน
เพนกวิน
รับข้อหา

ร่วมกันชู 3 นิ้ว-เผาหมาย -ติดสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎร ‘เพนกวิน’ พร้อมเพื่อนๆ รวม 7 คนขึ้นโรงพักบางเขน รับทราบข้อหาผิดพ.ร.บ.ชุมนุมและละข้อหาหยุมหยิม สาธารณะ กรณีรวมกลุ่มหน้าสน.เรียกร้องให้ปล่อยอานนท์-ไมค์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม อัดตำรวจสองมาตรฐานทีกลุ่มไทยภักดีก็ชุมนุม แต่ไม่เคยมีใครโดนคดีแม้แต่คนเดียว ด้านนักเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุดแจ้งความถูกครูด่าหยาบคาย แถมทุบตี ตัดคะแนนความประพฤติกรณีร่วมม็อบบอดินไม่อินเผด็จการ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่สน.บางเขน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ ตัวแทนกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก นายชาติชายหรือธัชพงศ์ แกดำ น.ส.ศุกรียา วรรณยุวัฒน์ และนายภัทรพงศ์ น้องฝาง 7 ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ที่หน้าสถานีตำรวจบางเขนเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ได้เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ทั้ง 7 คนจะเข้าพบพนักงานสอบสวนนั้น ได้ร่วมกันยืนหน้าสถานีตำรวจ โดยนายพริษฐ์ หรือเพนกวินกล่าวว่า การออกหมายเรียกครั้งนี้ไม่เป็นธรรม ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักของกฎหมาย แต่ทำตามคำสั่งนาย ซึ่งการชุมนุมในที่สาธารณะไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เพียงแค่แจ้งให้ทราบก่อน 24 ช.ม.เท่านั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งข้อหากับฝ่ายประชา ธิปไตยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งต่างกับการชุมนุมของกลุ่มไทยภักดี ที่ไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เลย ก่อนจะจุดไฟเผาเอกสารหมายเรียก เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ พร้อมกันชู 3 นิ้ว แล้วเดินเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ทันที

ต่อมา เมื่อเวลา 15.30 น. เพนกวิน-นายพริษฐ์ ได้ออกมาแจ้งกับมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจประมาณ 30 คนโดยปัดรับผิดการชุมนุมหน้า สน.บางเขน ก่อนโดนปรับอีก 1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ความสะอาด เนื่องจากนำสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎร 2563 ติดทับตราโล่ที่กระจกประตูทางเข้าอาคาร สน. บางเขน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายพริษฐ์เดินออกมาจากโรงพัก ก็ได้นำสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎร 2563 ปิดทับตราโล่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กระจกประตูโรงพัก และผู้ที่เดินทางมาให้กำลังใจก็ถูกปรับอีก 1 ราย เนื่องจากนำสติ๊กเกอร์ไปติดที่ป้ายคำขวัญของตำรวจนครบาล ก่อนที่ตำรวจจะมาแกะออกไป

นายพริษฐ์กล่าวว่า เบื้องต้นพวกตนโดนแจ้งความใน 3 ข้อหา คือ ชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุม,พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียง และ กีดขวางจราจรตาม พ.ร.บ. จราจร ซึ่งพวกตนให้การปฏิเสธทั้งหมด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามจะให้พิมพ์ลายนิ้วมือแต่ตนปฏิเสธไปเนื่องจากเป็นการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก หลังจากนี้พนักงานสอบสวนนัดส่งหนังสือคำให้การต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 22 ต.ค. นี้

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่สน.วังทองหลาง น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พาตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ เงินฉลาด รอง ผกก.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง และ ร.ต.อ.วิทยา ทองแดง รอง สว.(สอบสวน) ให้ดำเนินคดีครูที่ทำโทษนักเรียน และต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย รวมทั้งจะตัดคะแนนความประพฤติ เพราะร่วมชุมนุมกลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.

น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ตามที่มีคลิปเสียง และมีภาพการทำโทษด้วยการเฆี่ยนตีนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา ปรากฏในสื่อออนไลน์ ระบุว่าสาเหตุมาจากนักเรียนไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ และจะนำตัวเด็กรายนี้เข้าห้องฝ่ายปกครอง เพื่อตัดคะแนนความประพฤติ พร้อมให้ขอขมาครูจากการอัดคลิปเสียงมาเผยแพร่ ซึ่งประธานนักเรียนไปพูดคุยกับผู้บริหารแล้วไม่เอาผิดนักเรียน แต่การกระทำของครูรายนี้ ถือเป็นเรื่องที่ผิดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2548 เรื่องการลงโทษนักเรียน จึงมาแจ้งความดำเนินคดีครูรายนี้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ขอให้โรงเรียนดำเนินการทางวินัยกับครูเพื่อเป็นบรรทัดฐานสังคมว่า เมื่อมีผู้ใหญ่ที่ละเมิดเด็ก จะเป็นเรื่องจริงเท็จอย่างไร ก็ขอเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานสอบสวนที่จะตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดหรือไม่ เพื่อปกป้องนักเรียน แม้จะเป็นภารโรงพบความผิดก็เดินขึ้นโรงพักมาแจ้งความได้เลย เพราะการทำโทษนักเรียนยังมีวิธีอื่น เช่น ทำทัณฑ์บน หักคะแนนความประพฤติ ให้ทำกิจกรรมปรับเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องตี เพราะนักเรียนรู้ความแล้ว เพียงพูดตักเตือนก็น่าจะได้

แกนนำคนอยากเลือกตั้ง กล่าวต่อว่ากรณีนี้ตนมาแจ้งความในฐานะพลเมืองที่ออกมาปกป้องเด็ก เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ไปติดต่อกับเด็กที่ถูกทำโทษโดยตรง แต่ได้ข้อมูลจากนักเรียนชั้น ม.6 ว่ามีนักเรียน ม.1 ที่ถูกทำโทษ ยังหวาดกลัว ทั้งเรื่องคะแนนสอบ การกลั่นแกล้ง ซึ่งแสดงถึงเรื่องอำนาจนิยมภายในโรงเรียน หากครูทำผิดแล้วมีหลักฐาน การดำเนินการทางกฎหมายเท่านั้นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม ที่ผ่านมายังมีเด็กถูกกล้อนผม และถูกทำโทษด้วยการลุกนั่งจนเสียชีวิต กระทรวงศึกษาธิการควรมีเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ควรจะมีสารวัตรครู คอยสอดส่องการละเมิดต่างๆ ดังที่เคยมีสารวัตรนักเรียน

ด้านตัวแทนนักเรียนกล่าวว่า ครูรายนี้เป็นครูสอนสังคมศึกษา ชั้น ม.1 ซึ่งคลิปที่ปรากฏเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ครูรายนี้ได้ตีนักเรียนชั้น ม.1 ที่เป็นข่าวไป 5-6 คน ไม่ทราบว่าสาเหตุจากเรื่องใดที่ต้องมาเข้าแถวถูกทำโทษ แต่ปกติครูรายนี้จะตีเพื่อเป็นการลงโทษเป็นประจำ ตนก็เคยถูกทำโทษตอนยังเรียนชั้น ม.1 เพราะทำผิดจริง แต่รอบนี้ชัดเจนว่าเป็นการตีเพื่อระบายอารมณ์ โดยเจาะจงใช้ไม้บรรทัดซิลิโคนหรือไม้ฟุตเหล็กเพื่อตีให้เจ็บ อีกทั้งครูรายนี้ยังเหยียดสีผิว เพศ และรูปร่าง ซึ่งผู้ปกครองเคยมาร้องเรียนกับโรงเรียนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการลงโทษของครูยังมีอีกหลายวิธีมากมายที่ไม่ใช่การตีเท่านั้น

พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบ โดยจะเชิญนักเรียนที่ถูกตี รวมถึงครู มาสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กำหนดจัดงาน 44 ปี 6 ตุลา ตึกกิจกรรมนิสิต สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วันที่ 6 ต.ค. เวลา 16.00-17.00 น. พิธีเปิดห้องประชุมดร.บุญสนอง บุณโยทยานและวิชิตชัย อมรกุล โดย ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข วิดีโอจาก ศ. ดร.ธงชัย วินิจจะกูล

เวลา 17.30-19.00 น. เสวนา “6 ตุลาฯ และอนาคตของสังคมไทย” โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายประจักษ์ ก้องกีรติ และนางสาวกนกรัตน์ เลิศชูสกุล ดำเนินรายการโดย รัชพงษ์ แจ่มจิรชัยกุล ชมรมหนังสือพิมพ์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน