พท.จัดทัพตามโผ
ปัดโยง‘หญิงอ้อ’

‘บิ๊กตู่’เผยทูลเกล้าฯร่างพ.ร.บ. งบปี 64 พร้อมชื่อรมว.คลัง คนใหม่แล้ว ‘บิ๊กป้อม’ ปัด 2 ป. ตั้งพรรคใหม่ ลั่นมี‘พปชร.’อยู่แล้ว ‘วิษณุ’ ยันนายกฯ ไม่ได้สั่งพรรครัฐบาลโหวตรับ 2 ญัตติแก้รธน.มาตรา 256 เลขาฯชวนเผยร่างฉบับ ‘ไอลอว์’ เตรียมบรรจุวาระเข้าที่ประชุมรัฐสภาพ.ย.นี้ พร้อม 6 ญัตติเดิม เพื่อไทยจัดทัพใหม่ได้ 24 กก.บห.ตามโผ ‘สมพงษ์’ คัมแบ๊กหัวหน้า ‘ประเสริฐ’ เลขาฯ ปฏิเสธ ‘หญิงอ้อ’คุมพรรค มหาดไทย-กกต.ถกเลือกตั้งท้องถิ่น ชงครม. เคาะรูปแบบสัปดาห์หน้า ก่อนแจ้งกกต.กำหนดวันเลือกตั้ง ป.ป.ช.ฟัน‘นิพนธ์’ มท.2 ไม่จ่ายค่ารถซ่อมบำรุงทางให้บริษัทเอกชนสมัยเป็นนายกอบจ.สงขลา

‘บิ๊กตู่’ไปแหลมฉบัง-ปลุกอีอีซี

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รอ. ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นาย สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปติดตามความก้าวหน้าการเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ จ.ชลบุรี

เวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว เลขทะเบียน ธฉ 999 กรุงเทพมหานคร มายังสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อฟังรายงานสรุปโครงการท่าเรือบก ท่าเรือแหลมฉบัง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภายใต้การเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน พร้อมเป็นประธานการประชุมกับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ ประกอบ ด้วยบริษัทชั้นนำ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), Mitsubishi Motor (Thailand) QMB Co., Ltd เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ในยุคนิวนอร์มัล

รับรถโมโนเรลขบวนแรก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีอย่างต่อเนื่อง จะเชื่อมโยงการขนส่งในทุกด้าน นี่คือโอกาสในการลงทุนและเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะให้กับคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ นี่คือแผนพัฒนาประเทศต่อไป ถึงแม้จะเจอกับปัญหาที่เพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลไม่เคยหยุดคิด โดยวางยุทธศาสตร์ชาติเพื่อวันข้างหน้า เพื่อเป็นอนาคตของประเทศและทุกๆ คน

ต่อมาเวลา 12.10 น. ที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ท่า C0) พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานพิธีรับขบวนรถไฟฟ้าโมโนเรล ขบวนแรก โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเชื่อมต่อเส้นทางคมคมทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ ยืนยันตนจะทำทุกอย่างให้เป็นประโยชน์ของประเทศชาติให้มากที่สุด อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต้องคลี่คลาย ซึ่งทุกเรื่องถ้าได้รับแรงใจจากประชาชน เราก็จะเดินหน้าและแก้ปัญหาได้ วันนี้เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหมดแล้ว แต่ปัญหาคือการจราจร จึงขอความร่วมมือภาคประชาชนด้วย ขอย้ำว่ารัฐบาลขับเคลื่อนทุกอันเพื่อให้ประเทศก้าวข้ามกับดักปัญหาทุกประการ และวันนี้ต้องรวมไทยสร้างชาติต้องรวมกันทั้งหมด เพราะเราคือคนไทยต้องรักประเทศไทยของเรา

ทูลเกล้าฯงบ 64-ขุนคลังเดี๋ยวก็ออก

ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ แนะนำรอง นายกฯ และรัฐมนตรีที่มาร่วมงาน ก่อนกล่าวว่า ทุกคนเดินหน้ากับนายกฯ เพื่อเดินหน้าทุกอุปสรรค จึงขอให้สร้างความเข้าใจกันให้มากกว่า เพื่อร่วมกันเดินหน้าประเทศ และย้ำว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องทำต่อเนื่อง เพราะไม่ได้อยู่แค่เรา แต่ต้องทำเพื่ออนาคตลูกหลาน

เวลา 12.45 น. ที่ท่าเรือแหลมฉบัง พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการนำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า น่าจะทูลเกล้าฯ แล้ว ตนเซ็นไปหลายอย่าง อะไรเร็วสุดก็ลง เดี๋ยวก็ออกมา ผู้สื่อข่าวถามว่าได้นำชื่อรมว.คลังคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวก็ออก วันนี้พวกเราต้องช่วยกันเดินไปข้างหน้า อย่ามาดึงกันไปเรื่อยทุกเรื่อง บ้านเมืองก็ไปไม่ได้”

จัดทัพใหม่ – พรรคเพื่อไทยประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 24 คน โดยนายสมพงษ์ อมร วิวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นเลขาธิการพรรค ที่ทำการพรรคเพื่อไทย

 

‘บิ๊กป้อม’ปัดตั้งพรรคสำรอง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว 2 ป. เตรียมตั้งพรรคการเมืองสำรองว่า ชี้แจงไปหมดแล้ว จะมีอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่ามีชื่อพล.อ.ประวิตรอยู่ด้วย รอง นายกฯ กล่าวว่า เรามีพรรคอยู่แล้ว จะไปตั้งพรรคใหม่ทำไม คิดไปเอง ไม่มีอะไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พร้อม เมื่อถามว่าสนามผู้ว่าฯ กทม.พร้อมด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พร้อมๆ

เชื่อตั้งกมธ.ศึกษารธน.-ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ 6 ฉบับจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ดี ดีขึ้นอยู่แล้ว คุยกันให้เรียบร้อย ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเหตุผลใดที่จะได้รับการสนับสนุนจากส.ว. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คิดว่าส.ว.ก็มีความคิดของเขาเอง

ต่อข้อถามว่าบางส่วนเห็นว่าควรจัดทำประชามติก่อนตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องแล้วแต่รัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ก็ว่าตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องพูดคุยกับส.ว.ก่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ตั้งกมธ.ให้มาพิจารณาร่วมกัน ส่วนจะทำให้บรรยากาศพูดคุยทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและส.ว.ดีขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องเชิญฝ่ายค้านเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย

‘วิษณุ’ยันนายกฯเปล่าส่งสัญญาณ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงส.ว.ไม่เห็นด้วยที่นายกฯส่งสัญญาณให้รับญัตติ ของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เสนอแก้มาตรา 256 ว่า ทุกอย่างต้องไปพูดคุยกันในกมธ. รัฐบาลและตนออกความเห็นอะไรไม่ได้ เพราะเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 1 ร่าง ร่างพรรคฝ่ายค้าน 1 ร่างที่หลักการคล้ายกัน และร่างของฝ่ายค้านที่ให้แก้รายมาตราอีก 4 ร่าง ร่างของภาคประชาชนหรือไอลอว์อีก 1 ร่าง ที่ประธานรัฐสภาอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งหมดจะเข้าไปสู่การพิจารณาของกมธ.

ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ไปยังหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากระหว่างการพูดคุย ตนได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ เป็นธรรมดาที่จะพูดคุยกัน ก่อนการประชุมครม. รัฐมนตรี หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือเรื่องต่างๆ ให้นายกฯฟัง

“ระหว่างนั้นนายกฯ ได้บอกว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกพรรคร่วมลงชื่อกันเยอะมากกว่า 200 คน จึงเป็นธรรมดาที่พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเสนอแล้ว ก็ต้องเข็นต่อไป จะไปกลับลำได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่นายกฯพูด ซึ่งทุกพรรคก็เห็นด้วย ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ยืนยันไม่ได้ส่งซิกอะไร” นายวิษณุกล่าว

ชี้เปิดสภาวิสามัญยุ่งยาก

ต่อข้อถามว่าส.ว.บางส่วนเรียกร้องหากจะตั้งส.ส.ร.ต้องทำประชามติก่อนนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ส.ว.ให้ความเห็นเช่นนี้มานานแล้ว ถือว่าเป็นข้อสังเกตที่ดี นั่นคือที่มาของการตั้งกมธ. ใช้เวลาศึกษา 30 วัน ซึ่งไม่ใช่เป็นการถ่วงเวลา แต่เพื่อความรอบคอบ และถึงจะรับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว สมมติว่าไม่ได้ตั้งกมธ.ชุดนี้ ก็ยังเดินหน้าต่อไม่ได้ และอย่างมากก็ตั้งกมธ.พิจารณาในวาระที่ 2,3 กระทั่งเปิดสภามาพิจารณาวาระที่ 2 รายมาตรา พิจารณาเสร็จ ทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อพิจารณาวาระที่ 3 เสร็จก็ต้องทิ้งไว้อีกเป็นเดือน เพราะยังไปทำประชามติไม่ได้ ซึ่งตนทำปฏิทินไว้ในใจว่า กว่ากฎหมายประชามติจะผ่าน ก็ถึงเดือนก.พ.-มี.ค.2564 ฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ทำเสร็จในเดือนธ.ค. ต้องทิ้งเอาไว้อยู่ดี

ส่วนการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณานั้น ยุ่งยากและใช้เวลา เพราะต้องมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เปิดสภา และพ.ร.ฎ.ปิดสภาอีก ขอให้รอฟังกมธ. เชื่อว่าพูดคุยกันเดี๋ยวก็เข้าใจ ในเมื่อแต่ละคนมีเหตุผล ก็ให้นำมาพูดกัน

ร่างไอลอว์เข้ารัฐสภาพ.ย.นี้

เวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขณะนี้สภาได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน หรือไอลอว์ 101,450 คน เสร็จแล้ว ใช้เวลาตรวจสอบเพียง 8 วัน จากวันที่ยื่น 22 ก.ย.-30 ก.ย. จากกรอบตรวจสอบ 45 วัน และวันนี้สำนักเลขาธิการสภาได้ส่งข้อมูล เลขบัตรประชาชนของผู้มีรายชื่อดังกล่าว ไปยังกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบว่ารายชื่อมีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้ว จะส่งกลับมายังสภา ซึ่งจะสำรวจจำนวนผู้เข้าชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 5 หมื่นรายชื่อหรือไม่ ก่อนประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์ของสภา รวมทั้งมีหนังสือแจ้งผู้มีรายชื่อเพื่อตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ขั้นตอนตรงนี้ใช้เวลา 30 วัน หากตรวจสอบเรียบร้อยประธานรัฐสภาก็บรรจุเข้าไปในระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาภายใน 15 วัน

เมื่อถามว่าตามกรอบเวลาแสดงว่าสามารถพิจารณาร่วมกับอีก 6 ญัตติได้ นายสมบูรณ์กล่าวว่า ตามตารางเวลา ร่างแก้ไข 6 ฉบับ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกมธ. ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 23 ต.ค. ถ้าไม่ขอขยายเวลาพิจารณา คงนำรายงานของกมธ.บรรจุเข้าที่ประชุมรัฐสภา ส่วนร่างของภาคประชาชนคงบรรจุเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในเดือนพ.ย.นี้ ส่วนขั้นตอนการพิจารณา ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างไร

กมธ.ตั้งอนุกก.ถกข้อกฎหมาย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะที่ปรึกษากมธ.วิสามัญศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนลงมติรับหลักการ 6 ฉบับ เปิดเผยว่า ที่ประชุมกมธ.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ เช่น การจะต้องทำประชามติถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก่อนลงมติรับหลักการหรือไม่ เพื่อให้กมธ.ประกอบการตัดสินใจ

โดยมีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานอนุกรรมการ พร้อมเชิญส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว. นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อาทิ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมเป็นอนุกรรมการด้วย

หวังช่วยส.ว.ลงมติทางเดียวกัน

การศึกษาหาข้อมูลของคณะอนุกรรมการ ต้องทำเสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะกมธ.ชุดใหญ่มีกรอบเวลาการทำงานถึงวันที่ 22 ต.ค. จะต้องได้ข้อยุติว่าทั้ง 6 ญัตติ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยกมธ.จะเสนอทิศทางต่อรัฐสภาด้วยว่า ควรจะรับหรือไม่รับร่างแก้ไขในประเด็นใด เชื่อว่าความเห็นของกมธ. จะช่วยให้ส.ว.ลงมติไปในทางเดียวกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะอนุกรรมการ อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ ส.ว. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. นายเจษฎ์ โทณะวณิก นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรธ. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นอกจากนี้ยังทาบทามนายชัยเกษม นิติสิริ และนายชูศักดิ์ ศิรินิล แกนนำพรรคเพื่อไทย แต่ทั้ง 2 คนปฏิเสธมาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว

เพื่อไทยเลือก 24 กก.บห.ใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ 24 คน มีแกนนำ สมาชิกพรรค ตัวแทนสาขาพรรค ทยอยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายชัยเกษม นิติสิริ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรค รวมทั้ง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน โดยนายพิชัยกล่าวว่า สมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ระยะหนึ่งแล้ว วันนี้เหมือนได้กลับมาบ้านเก่า

ต่อมาเวลา 10.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มาถึงห้องประชุมชั้น 7 มีส.ส.บางส่วนปรบมือต้อนรับเพื่อให้กำลังใจ โดยคุณหญิงสุดารัตน์มีสีหน้ายิ้มแย้ม ตามมาด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรค เดินทักทายสมาชิกอย่างเป็นกันเอง

ไม่พลิกโผ-‘สมพงษ์’คัมแบ๊ก

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกตั้ง โดย กก.บห.ชุดใหม่ ประกอบด้วย หัวหน้าพรรคคือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค 10 คน 1.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 2.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง 3.นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4.นายเกรียง กัลป์ตินันท์ 5.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร 6.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ 7.นายสุทิน คลังแสง 8.นายไชยา พรหมา 9.พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ 10.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด

เลขาธิการพรรคคือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองเลขาธิการพรรค 5 คน ประกอบด้วย 1.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม 2.นาย จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ 3.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล 4.นายคุณากร ปรีชาชนะชัย 5.นายนพ ชีวานันท์ เหรัญญิกพรรคคือ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายทะเบียนพรรค คือนายจักรพงษ์ แสงมณี โฆษกพรรคคือ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ ส่วนกก.บห. 4 คนคือ 1.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ 2.นายสรวงศ์ เทียนทอง 3.นายองอาจ วงษ์ประยูร 4.นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงคะแนนเลือก กก.บห.ชุดใหม่นี้ นายสมพงษ์ได้คะแนนสูงสุด 376 คะแนน น่าสนใจคือนายประเสริฐได้ 330 คะแนน โดยมีบัตรเสียถึง 37 ใบ และงดออกเสียง 13 ใบ

ลุย 4 ภารกิจเพื่อปชต.-ปชช.

นายสมพงษ์กล่าวภายหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคว่า ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ร่วมลงคะแนนให้ความไว้วางใจ เลือกตนกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้อยู่ภายใต้ภาวะวิกฤตทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ พรรคจำเป็นต้องปรับตัว ปรับโครงสร้างการบริหาร ให้แบกรับภารกิจ เป็นที่หวังของประชาชน ภารกิจสำคัญอย่างแรกคือมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรายืนยันจะจับมือร่วมกับทุกเครือข่าย เดินหน้าเร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดกติกาที่ยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด

ภารกิจที่สอง คือมุ่งมั่นแบ่งเบาความทุกข์ยาก เดือดร้อนของประชาชน พรรคจะระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกพรรค เพื่อร่วมกันสร้างและผลักดันนโยบาย เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ภารกิจที่สามคือ กระชับความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิก และประชาชน รวมทั้งกลุ่มประชาสังคมทุกเครือข่าย ให้เกิดการเรียนรู้ ร่วมมือกันให้แน่นแฟ้น สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทยร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน

ภารกิจท้ายสุดคือการรวบรวมและนำเทคโนโลยี มาใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดหรือสื่อสารไปยังประชาชนและส.ส. เพื่อรับรู้ปัญหา และแก้ไขปัญหาให้ดียิ่งขึ้น จะผนึกกำลังจากรุ่นสู่รุ่น จับมือกันให้แน่น เพื่อร่วมถักทอความหวัง ความฝันที่จะเห็นประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้อย่างมีความสุขกับชีวิตที่ดีขึ้น

มั่นใจฟื้นความยิ่งใหญ่

นายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า กก.บห.ชุดใหม่มีบุคลากรที่ชำนาญด้านเศรษฐกิจ แต่จะเชิญบุคลากรหลายท่านมาช่วยแนะนำในด้านนี้เพิ่มเติม เพื่อวางแนวทางร่วมกัน สานความนิยมของพรรค ซึ่งส.ส.แต่ละพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่าประชาชนยังสนับสนุนพรรคเช่นเดิม เพียงแต่ต้องทำงานหนักเพื่อเข้าไปนั่งในใจประชาชน และ กก.บห.ชุดนี้มีทั้งคนหน้าเก่าหน้าใหม่ผสมผสานกัน เพื่อนำพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเก่า จากนี้ขอเวลา 1 เดือนเพื่อปรับสิ่งต่างๆ จากนั้นจะมีนโยบายออกมาเป็นรูปธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่าคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร ให้คำแนะนำอะไรบ้างหรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า คุณหญิงพจมานไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรค แต่อาจมีสมาชิกไปหารือกับท่าน ตรงนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ตนคงไม่ก้าวล่วง ส่วนกระแสข่าวจะเข้ามาคุมพรรคนั้น เป็นเพียงการลือกันไปต่างๆ นานา เพราะงานท่านมีอยู่เยอะ พรรคเรางานก็ยุ่ง ส่วนข่าวนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร จะมาร่วมงานการเมืองกับพรรคนั้น ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ

เมื่อถามถึงคุณหญิงสุดารัตน์มาร่วมงานด้านใดบ้าง นายสมพงษ์ตอบว่า คุณหญิง สุดารัตน์ยังเป็นสมาชิกและเป็นประธานสรรหาผู้สมัคร ส.ส.กทม.อยู่ เพียงแต่ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเท่านั้น

เตรียมประชุมวางนโยบาย

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เน้นเรื่องการกระจายอำนาจ แบ่งภารกิจกันอย่างชัดเจน โดยมีกก.บห.เป็นศูนย์กลางการบริหาร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนไป วันนี้ประชาชนขาดศรัทธา จึงจะขับเคลื่อนทุกองคาพยพ โดยภารกิจเริ่มแรกที่สำคัญคือ ต้องเร่งระดมความคิดเห็น โดยประชุมกก.บห.ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อวางกรอบนโยบายในด้านต่างๆ ต่อมาคือเร่งสร้างนโยบายของพรรคให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน สร้างพรรคให้เข้มแข็งด้วยการกระจาย อำนาจ แบ่งส่วนงาน กระจายความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับ ส.ส.ทุกคน เพราะถือเป็นผู้ที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนโดยตรง จะรับรู้ รับทราบปัญหา

พรรคจะสร้างมิติใหม่ทางการเมืองเพื่อความหวังของประชาชนในอนาคต โดยวันนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามา เป็นการผสมความคิดของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่ามารวมกัน จะทำงานประสานกัน เด็กหลายคนมีความคิดสร้างสรรค์ วันนี้เทคโนโลยีและการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก จึงต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และพรรคยืนหยัดที่จะทำให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จะมีทีมงาน ซึ่งถ้าเปิดประชุมสภาคงจะได้พูดกันในสภาต่อไป

ปฏิเสธ‘หญิงอ้อ’คุมบริหาร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน จะกลับมาบริหารพรรค นายประเสริฐกล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรคที่เราให้ความเคารพนับถือ แต่ที่ผ่านมาท่านไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพรรค

ส่วนข่าวที่จะดึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมา นายประเสริฐกล่าวว่า นายชัชชาติได้ปฏิเสธในเบื้องต้น คงเป็นเรื่องในอนาคต ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน สำหรับการดึงกลุ่มบุคคลต่างๆ กลับมาร่วมงาน อาทิ กลุ่มแคร์ เขาเป็นกลุ่มนักวิชาการ มีแนวความคิด และข้อคิดเห็นหลายอย่าง อะไรที่เป็นประโยชน์พรรคเพื่อไทยก็พร้อมรับฟัง โดยอาจจะร่วมสนทนา สัมมนากันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคตก็เป็นไปได้

เมื่อถามถึงการดึงคุณหญิงสุดารัตน์ เข้ามาร่วมงาน นายประเสริฐกล่าวว่า ท่านยังเป็นสมาชิกและบุคลากรคนสำคัญของพรรคอยู่ หลังจากกก.บห.ได้ประชุมกันแล้ว คงจะมีการพูดคุยกันว่าจะขอให้ท่านกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไร

มท.-กกต.ถกเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประชุมร่วมกับพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และคณะผู้บริหารท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย (มท.) หารือถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

พล.อ.อนุพงษ์แถลงภายหลังการประชุมว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ประสานสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งท้องถิ่น ร่วมกับกกต.และอปท. ได้แก่ ข้อมูลจำนวนราษฎรที่ใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 30 ม.ค.2563 ไปแล้ว

จ่อชงครม.-13 ธ.ค.แค่ข่าวหลุด

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งจังหวัดกำชับอปท.เตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไว้เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะการจัดเตรียมงบเพิ่มเติมเพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอปท.ได้ตั้งงบสำหรับการเลือกตั้งของอปท.ในปีงบประมาณ 2564 ไว้พร้อมแล้ว

เมื่อกกต.แสดงความพร้อมถึงการจัดเลือกตั้งอปท.ในทุกระดับ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็มีความพร้อม กระทรวงมหาดไทย จะเสนอครม.สัปดาห์หน้า เมื่อครม.เห็นชอบและกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งอปท.รูปแบบใด จะมีมติและแจ้งให้กกต.รับทราบ เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเมื่อกกต.กำหนด วันเลือกตั้งแล้ว จะเสนอให้ครม.รับทราบ เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง และเมื่อกกต.กำหนดวันเลือกตั้ง ผู้บริหารและสมาชิก อปท.นั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเลือกตั้งอบจ.ในวันที่ 13 ธ.ค. พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เป็นเพียงข่าวหลุด ไม่มีอะไร

แนะผู้ลงสมัครเตรียมตัวดีๆ

ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.ได้ออกระเบียบที่เกี่ยวข้องจำนวน 11 ฉบับเพื่อใช้ในการควบคุมดูแลการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนการแบ่งเขตการเลือกตั้งอปท.นั้นได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว รวมถึงการจัดอบรมวิทยากรระดับจังหวัดและระดับอำเภอเพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง การเตรียมสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเตรียมการในเรื่องการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อครม.เห็นชอบให้มีการเลือกตั้งอปท. และแจ้งให้กกต.ทราบเมื่อใด สำนักงานกกต.จะนำเสนอต่อกกต. เพื่อพิจารณาประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เท่าที่ทราบพบว่าผู้ที่สนใจจะลงสมัครเลือกตั้งได้เตรียมตัวแล้ว จึงขอแจ้งให้ศึกษาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เพื่อจะได้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ให้เตรียมตัว โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ในวันเลือกตั้งและหากมีการเลือกตั้งก็ขอให้มาใช้สิทธิ

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด‘นิพนธ์’

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่า ช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา กรณีละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณแก่ บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน วงเงิน 50,850,000 บาท ทึ่ทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2556

โดยก่อนหน้านี้วันที่ 7 พ.ย.2560 ศาลปกครองจังหวัดสงขลา มีคำพิพากษาให้อบจ.สงขลา ชำระเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ เป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเงิน 52 ล้านบาท โดยศาลเห็นว่า ไม่ปรากฏว่ากรรมการของเอกชนผู้ชนะการประกวดราคาเป็นหุ้นส่วนกับเอกชนอีกรายหนึ่งที่เข้ายื่นเสนอราคา ให้เกิดการสมยอมในการประกวดราคา สัญญาจึงยังคงผูกพันคู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม ถือว่า อบจ.สงขลาผิดสัญญา โดยป.ป.ช.เตรียมเปิดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดคดีนี้ในเร็วๆ นี้

ขั้นตอนต่อไปหลังกรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คนแล้ว ลงนามรับรอง จะส่งอัยการเพื่อพิจารณาจะส่งฟ้องหรือไม่ต่อไป

ประท้วงจีน – กลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมชุมนุมหน้าตึกทรูทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กทม. ตรงข้ามสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ประท้วงนโยบายจีนเดียว และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.

เปิดเซฟ‘อุตตม’อู้ฟู่ 230 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง กรณีนายอุตตม สาวนายน พ้นตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2563 ซึ่งนายอุตตมดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.2562

นายอุตตมและคู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 230,823,088 บาท ไม่มีหนี้สิน มีรายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งรวม 13,394,000 บาท แบ่งเป็นรายได้ของนายอุตตม ประกอบด้วยเงินเดือน เบี้ยประชุม ดอกผลและผลตอบแทนจากกองทุน และรายได้จากการขายรถ Cayenne Turbo รวม 4,294,000 บาท รายได้คู่สมรส ประกอบด้วย เงินเดือน 5,800,000 บาท โบนัส 2,300,000 บาท และดอกเบี้ยตอบแทนจากกองทุน รวม 9,100,000 บาท ส่วนรายจ่ายรวมทั้งหมด 4,660,000 บาท

เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งแจ้งว่าทรัพย์สินรวมคู่สมรส 223,866,935 บาท มีหนี้สิน 1,938,699 บาท เท่ากับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 6,956,153 บาท หนี้สินหายไป 1,938,699 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน