ฮึ่ม-นอนไม่หลับแน่
ทำคดีจนกว่าจะได้ตัว
ชี้เด็กไม่ได้เดินหลง
ลุงพล-ป้าแต๋นมาฟัง
พ่อแม่ขอบคุณตร.
ผบ.ตร.‘บิ๊กปั๊ด’นำแถลงคดีน้องชมพู่ ชี้แจงละเอียด สรุป 8 ข้อ ระบุได้ว่าเด็ก 3 ขวบ เดินขึ้นเขาเหล็กไฟห่างจากบ้านถึง 5 ก.ม.ไปตาย เองไม่ได้กลัวที่สูง ไม่ชอบที่มืด ยันเดินหน้าคุ้ยคดีต่อ ฝากไปถึงคนลงมือฆ่าให้นอนเครียดต่อไป แม้วันนี้ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นฝีมือใคร เพราะยังไม่มีหลักฐานมัด แต่คดีมีอายุความ 20 ปี ด้านลุงพล-ป้าแต๋น เดินทางมานั่งฟังแถลงด้วย ขอความเป็นธรรมจากสังคม ส่วนพ่อแม่ทำบุญให้น้องชมพู่ก่อนฟังแถลงที่บ้านกกกอก มุกดาหาร พอใจมากกับการแแถลงของผบ.ตร. ขอบคุณตำรวจที่ติดตามทำคดีจนมีความคืบหน้าถึงวันนี้
นายกฯ ยันเกาะติดคดีน้องชมพู่
เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงความคืบหน้าคดี ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก่อนพบว่าเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพัก 5 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาสอบสวนยาวนานเกือบครึ่งปีว่า “ก็ดีแล้ว ไม่ดีหรือ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ติดตามคดีนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ติดตามทุกวัน ติดตามทุกเรื่อง พอไม่พูดถึงก็บอกว่านายกฯ ไม่ได้ตาม นายกฯ ทำงานทุกวัน เรื่องไหนค้าง เรื่องไหนตาม ก็ว่ากันไป ก็ฟังที่ผบ.ตร.แถลง โดยก่อนหน้านี้ก็รายงานมาว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร สงสัย หรือสถานการณ์สอบสวนเป็นอย่างไร ก็ให้ไปฟังตำรวจแถลง แม้ตนรู้ทุกเรื่อง แต่รายละเอียดต้องให้เขาชี้แจง ไม่อย่างนั้น นายกฯ ก็ทำงานแทนอธิบดี 200 กรม เพียงแต่นายกฯ รู้เรื่องก็เก่งแล้ว
‘ลุงพล-ป้าแต๋น’มารอฟังแถลง
ด้านครอบครัวของน้องชมพู่ เวลา10.30 น. นายอนามัย และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อ-แม่น้องชมพู่ ได้เดินทางไปไหว้พระทำบุญให้กับน้องชมพู่ โดยรอดูการแถลงของผบ.ตร.อยู่ที่บ้านกกกอก ไม่ได้ขึ้นมาที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีความคาดหวังว่า จะได้รับความชัดเจน และความจริงว่าสรุปแล้ว ลูกสาวตัวเองนั้นเสียชีวิตเพราะอะไร
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่สโมสรตำรวจ นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล กับนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา ซึ่งเป็นพี่สาวของแม่น้องชมพู่ เดินทางมาพร้อมด้วย ทนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิ โดยนายไชย์พลกล่าวว่า เดินทางมาเพื่อรอฟังคำแถลงของผบ.ตร. ว่าจะสรุปคดีของน้องชมพู่ออกมาเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเงียบๆ ทำให้ไม่รู้ว่า มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง จึงอยากทราบว่า วันนี้ตำรวจมีหลักฐานอะไรที่จะดำเนินคดีกับคนผิด แต่หากตำรวจจะพักการสืบสวนหาผู้กระทำผิด ตนและป้าแต๋นจะเดินหน้าเรียกร้อง ขอให้มีการตรวจสอบหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าทันทีที่พบศพ น้องชมพู่ ทำไมถึงทราบว่า มีคนพาน้องขึ้นมา และน้องขาดอาหาร นายไชย์พลกล่าวว่า อยากให้ไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเองว่า ทำไมถึงตนถึงพูดออกไปแบบนั้น ซึ่งแม้ว่า วันนี้ผลออกมาเป็นอย่างไร ตนก็น้อมรับ จนถึงตอนนี้ก็ยังเชื่อว่า น้องชมพู่ไม่ได้เดินขึ้นเขาไปเองแน่นอน ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ โดยวันที่ 11 พ.ค. ตนไม่ได้เจอน้องชมพู่เลย
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของตนและแม่น้องชมพู่ หลังจากที่แม่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากงานเผาศพน้อง ตนก็ไม่ได้ไปที่บ้านอีกเลย ยอมรับว่ารู้สึกแย่ จึงไม่ได้ติดต่อกัน เขาเปลี่ยนไปมาก จากแต่ก่อนในฐานะญาติที่รู้จักกันมา ซึ่งตนบอกได้เลยว่า ถ้าวันนั้นแม่น้องชมพู่ไม่ปล่อยให้น้องอยู่กับสะดิ้ง สองคนตามลำพัง เรื่องนี้มันก็จะไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ อยากให้ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง
ด้านทนายกฤษฎากล่าวว่า วันนี้มีคำถามอยากฝากไปถึงผบ.ตร.ว่า ตอนนี้ลุงพลพ้นผิดหรือยัง เพราะที่ผ่านมามีแต่สังคมเป็นคนพิพากษาว่า เป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว วันนี้จึงอยากได้ยินว่าลุงพลเป็นผู้บริสุทธิ์

คดีชมพู่ – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นำนายตำรวจที่เกี่ยวข้องแถลงความ คืบหน้าคดีการเสียชีวิตของด.ญ.อรวรรณ หรือน้องชมพู่ วงศ์ศรีชา หนูน้อยวัย 3 ขวบ ขณะที่ ลุงพล (ภาพเล็ก) เดินทางมาร่วมฟังการแถลงด้วย ที่สโมสรตำรวจ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.
ผบ.ตร.เปิดคลิปแถลงคดี
จากนั้น เวลา 14.30 น. ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดการแถลงคดีน้องชมพู่ พร้อมด้วยนายตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีมาตั้งแต่ต้น ประกอบด้วย พล.ต.ท.ยรรยงค เวชโอสถ ผบช.ภาค 4, พล.ต.ต.ณัฐนันท์ ประชุม ผบก.สส.ภาค 4, พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภาค7, พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3, พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกูร นักวิทยาศาสตร์ สบ.5 กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน และพ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.กก.1 บก.สส.บช.น. ร่วมแถลง
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า การแถลงครั้งนี้เป็นความคืบหน้า ไม่ใช่การปิดคดี โดยมีรายละเอียดที่เปิดเผยได้ต่อประชาชน จากข้อมูลพยานหลักฐาน คดีนี้เป็นการตั้งข้อหาว่า พรากเด็กและกักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และข้อหาซ่อนเร้นเคลื่อนย้ายทำลายและอำพรางศพ แต่ผู้กระทำผิดถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอออกหมายจับหรือดำเนินคดีกับใครได้
“แต่เดิมที่เคยวางแผนไว้ในการสืบสวนสอบสวน ถึงวันนี้มีความจำเป็นที่ต้องทำเพิ่มเติมในบางส่วน ความคาดหวังเดิม 100% ทำเสร็จไปแล้ว โดยต้องทำเพิ่มเติม ซึ่งคดีมีอายุความ 20 ปี แม้ว่าตามระเบียบตำรวจ ถ้าดำเนินคดีใครไม่ได้ ผ่านไป 1 ปี ต้องส่งสำนวนให้อัยการ แต่ถ้ามีหลักฐานเอาผิดได้ จะมีอายุความถึง 20 ปี ยืนยันว่าดำเนินการไปตามหลักกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม สรุปว่าเชื่อว่า น้องชมพู่ไม่ได้เดินขึ้นไปเอง อาจถูกบางคนกระทำด้วยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งจะมีข้อความผิดตามที่แจ้งไป” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
เมื่อถามถึงการที่ลุงพลตกเป็นผู้ต้องสงสัย พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานพอที่จะแจ้งใคร เราไม่สามารถบอกได้ว่าสงสัยหรือไม่สงสัยใคร ที่ว่าเป็นจำเลยสังคมก็คงต้องไปถามคนที่มอบตำแหน่งนั้นให้ ตำรวจตอบไม่ได้
สอบพยาน 384 ปาก
ภายหลังการชี้แจงของผบ.ตร. ด้านพ.ต.อ. เผด็จ งามละม่อม ผกก.กก.1 บก.สส.บช.น. กล่าวในรายละเอียดของการสืบสวนสอบสวนคดีพร้อมเปิดพรีเซ็นเตชั่นและคลิปประกอบไปด้วยว่า จากที่เด็กหญิงอรวรรณ ได้หายตัวไปจากบ้านพัก เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ชาวบ้านได้ช่วยกันออกตามหาแต่ไม่พบ ต่อมามารดาได้เข้าแจ้งความ และระดมออกค้นหาอย่างหนัก จนวันที่ 14 พ.ค. เวลา 19.00 น. พบน้องชมพู่เป็นศพในสภาพนอนเปลือยบนเขาภูเหล็กไฟ โดยคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนคดี
พ.ต.อ.เผด็จกล่าวต่อว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สัมภาษณ์พยานบุคคลทั้งสิ้น 384 ปาก สอบปากคำเข้าสำนวนสอบสวน 120 ปาก สอบผู้เชี่ยวชาญ 13 ปาก เก็บวัตถุพยาน 113 ชิ้น เป็นพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ 16 ชิ้น เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ 154 ตัวอย่าง สำนวนการสอบสวนหนา 918 หน้า สรุปสำนวนชันสูตร ยืนยันว่า น้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนจุดพบศพด้วยตัวเอง
สรุป 8 เหตุผลเชื่อไม่ตายเอง
1.เส้นทางที่ยากลำบากเกินความสามารถ จากเส้นทางที่เดินเท้าขึ้นไปได้จนถึงจุดพบศพมีจำนวนทั้งสิ้น 4 เส้นทาง จะมีอุปสรรคเป็นเนินหินชัน ที่มีความชันมากกว่า 60 องศามาขวางกั้นอยู่ในทุกเส้นทางเกินความสามารถของน้องชมพู่ เพราะน้องชมพูยังไม่สามารถขึ้นบันไดที่บ้านได้ ซึ่งบันไดที่บ้านนั้นมีความชันเพียง 45 องศา
2.พลังงานไม่เพียงพอ นักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพและการกีฬา มีความเห็นสอดคล้องกันว่า อาหารเช้ามื้อสุดท้ายที่น้องชมพู่รับประทานเข้าไปมีเพียงไข่เจียว 3 คำ และน้ำส้ม 1 ขวด ไม่สามารถให้พลังงานได้เพียงพอที่จะเดินขึ้นไปบริเวณจุดพบศพด้วยตัวเองได้ 3.ชาวบ้านให้การสอดคล้องว่า เด็กไม่สามารถเดินขึ้นเองได้ 4.มีการเทียบเคียงจากการหายตัวของชาวบ้านในหมู่บ้าน ชาวบ้านหาเจอได้ในคืนเดียว
5.แพทย์นิติเวช ได้เดินไปถึงจุดพบศพพบว่า เด็กไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ กุมารแพทย์ให้ความเห็นว่า เดินห่างจากบ้าน 200 เมตรยังเห็นบ้านได้ แต่ไม่สามารถเดินไปยังจุดพบศพได้
6.สภาพศพเปลือยกาย ขณะที่บิดามารดายืนยันว่าน้องชมพู่ถอดเสื้อเองไม่ได้ 7.พบเส้นผม 36 เส้น ตกอยู่ข้างศพ โดยพบว่าเกิดจากการตัดการเฉือนด้วยมีด เด็กไม่สามารถตัดเองได้ และ 8.เด็กกลัวที่สูง กลัวป่า กลัวที่มืด ไม่เคยเล่นไกลบ้าน พ่อแม่ไม่เคยพาไปไกลบ้านเลย ทำให้เชื่อได้ว่าไม่สามารถเดินขึ้นไปเองได้ จึงเชื่อว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้พาน้องชมพู่ไปและทำให้น้องถึงแก่ความตาย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งผู้กระทำผิดนั้นจะต้องมีความผิดฐานพรากเด็กและกักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต” และมีความผิดในข้อหา ซ่อนเร้น เคลื่อนย้าย ทำลาย และอำพรางศพ อีกด้วย
จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า จากการสรุปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องเวลาที่ที่เกิดเหตุ คือ ระหว่าง 09.11-09.49 น. อ้างอิงจากดูคลิปวิดีโอในโน้ตบุ๊ก เป็นคลิปสุดท้าย และเวลา 09.49 น. เป็นเวลาที่พี่สาวใช้เฟซบุ๊กเป็นครั้งสุดท้าย จึงยืนยันว่าหายตัวไปในช่วงเวลา ดังกล่าว ส่วนเวลาการเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรสันนิษฐานว่า น่าจะเสียชีวิต วันที่ 12 พ.ค. เวลา 14.30 น. ถึงวันที่ 13 พ.ค. เวลา 14.30 น. ในห้วงเวลา 24 ชั่วโมง จากการสอบปากคำ นักกีฏวิทยา ที่พบหนอนในการชันสูตร โดยวันที่ 15 พ.ค. ไม่ใช่วันพบศพ หนอนอยู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน เมื่อนับย้อนไปคือวันที่ 12 พ.ค. อยู่ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่แพทย์สันนิษฐานไว้ หากเทียบกับการเน่าของเนื้อหมูบริเวณภูเขา จากการจำลองพบว่า มีอัตราเร่งมากกว่าปกติ เมื่อนำมาวิเคราะห์ การเจริญเติบโตของหนอนมีเวลา 33 ชั่วโมง ทำให้พบว่าน้องชมพู่น่าจะเสียชีวิตวันที่ 12 พ.ค. เวลา 14.30 น. ไปจนถึงวันที่ 13 พ.ค. เวลา 14.30 น.
“จากพยานหลักฐาน 16 ชิ้นสำคัญ มีการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์พิเศษที่ล้ำสมัยที่สุด ซึ่งระบุในสำนวนแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งหากหลักฐานสมบูรณ์ก็จะไปยังผู้กระทำผิดได้ดีเอ็นเอที่ตรวจในคดีนี้ไม่เหมือนกับคดีอื่นๆ โดยมีการเก็บเส้นผมจากที่เกิดเหตุ โดยตรวจไม่พบรากผม ทำให้ตรวจได้เฉพาะดีเอ็นเอสายมารดาอย่างเดียว เช่น แม่ ป้า ยาย ทั้งนี้ ตามปกติเป็นการตรวจนิวเคลียสดีเอ็นเอ จะใช้ยืนยันตัวบุคคลได้ แต่ต้องมีรากผม มีเซลล์รากผม แต่ผมที่ได้ในคดีนี้ไม่มีราก จึงเป็นการตรวจอีกแบบ คือเป็นการตรวจไมโทคอน เดรียดีเอ็นเอ เป็นการทดสอบอีกแบบ หมายความว่าถ้ามีไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอตรงกับผู้ใด ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนร้าย แต่อยู่ในเครือญาติกับคนร้าย” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
ยันไม่ถูกทำอนาจาร
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ไม่พบบาดแผลใดๆ ที่นำไปสู่การเสียชีวิต และไม่พบร่องรอยการกระทำอนาจารทางเพศ แต่แพทย์สันนิษฐานว่า อาจเสียชีวิตจากการขาดน้ำ เพราะเนื้อผิวหนังน้อยกว่าภายใน สาเหตุจากการขาดน้ำทำให้มีการเน่าน้อยกว่า และยังไม่พบอาหารในกระเพาะ แต่พบของเหลว 10 ซีซีในกระเพาะ ซึ่งคาดว่าเกิดจากกระบวนการเน่าของศพ จึงไม่ยืนยันว่าของเหลวที่พบคืออาหาร
เมื่อถามว่าพฤติการณ์คนร้ายต้องการอะไร เพราะพ่อแม่ชมพู่ก็ไม่มีฐานะอะไร แล้วทำไมต้องนำไปทิ้งภูเหล็กไฟว่า ตำรวจวางกรอบการทำงานอย่างไร เราคิดตามหลักธรรมดา คนจะไปถึงตัวเด็ก ให้ออกจากที่ควรอยู่ ไปที่ที่ไม่ควรไป วันเวลาที่เด็กหาย คนกระทำควรอยู่ตรงนั้น มีใครเข้าถึงตรงนั้นได้บ้าง สอบเป็นร้อย เหลือใครเข้าถึงได้กี่คน ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ฟังได้ไม่ได้ เราคุยกับพ่อแม่ พี่สาว ปกติเด็กจะไม่ให้ใครอุ้ม ไม่ไปกับใคร ตั้งเป็นคำถามกับคนที่ฟัง ข้อเท็จจริง เราได้รับการยืนยันจากญาติ ว่าเด็กไม่ไปกับคนแปลกหน้า ถ้าเราเชื่อเรื่องนี้ ใครเข้าถึงตัวน้องได้โดย ไม่ร้อง และไม่ต่อต้าน หรือไม่ก็อาจถูกบังคับไป คนสนิท หรือไม่รู้จัก แต่บังคับ หรือ สองอย่างผสมกัน ส่วนคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ได้ เชื่อจากตรรกะ เขาต้องรู้จักภูเขานั้น หรืออย่างน้อยต้องเคยเดิน เพราะไม่ใช่ที่ปกติที่คนจะไปเดิน สำหรับแรงจูงใจ กำหนดไม่ได้ในวันแรกๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร แรงจูงใจทางเพศมีไหม ไม่ทราบ เหตุผลอื่นๆ มีไหม เราต้องซักปากคำคนที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ใช่เลย มีหลายเคส ที่การกระทำเกิดจากคนที่เรา ไม่คาดหมายเลย เราทำจากใกล้ไปหาไกล ตรวจสอบพูดคุย ซักถาม ตรวจค้นด้วย ทั้งในกกกอก เต่างอย พื้นที่ใกล้เคียง เราดู ทุกออปชั่น ตำรวจมีข้อสงสัยในใจ มีเยอะ ด้วย สงสัยใครพิเศษไหม มี พูดได้ไหม พูดไม่ได้
ตำรวจไม่ได้ทำงานตามกระแส
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ใช้เวลา 4 เดือน ไม่นานสำหรับตน แต่ประชาชนอาจคิดว่าทำไมยังไม่มีคำตอบ เราทำคดีมาเยอะ แตกต่างกัน คดีนี้มีความยาก เพราะมีกระแสต่างๆ เกิดตามธรรมชาติ หรือถูกสร้างขึ้นก็ตาม แต่ทำให้งานยาก แต่เราไม่เลิก อาจตอบคำถามไม่ถูกใจท่าน แต่ถ้ามีหลักฐานพอ เราจับแล้ว
ไม่เลิกสืบ-คนร้ายนอนเครียดต่อ
“ขอให้คนร้ายที่ฟังอยู่นอนเครียดต่อไปเพราะตำรวจยังไม่เลิกสืบสวน ไม่ว่าจะกินเวลานานเท่าไร ตำรวจไม่แขวนคดี ตอนนี้เราก็ทำอยู่ อาจมีเร็ว มีช้าบ้าง ตัวสำนวนถ้าไม่มีการตั้งข้อหาใครได้ เราก็จะส่งไปให้อัยการ แต่คดีมีอายุความถึง 20 ปี เราต้องสืบสวนให้เต็มที่” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝากอะไรถึงแม่น้องชมพู่บ้างหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ จะทำความจริงให้ปรากฏให้ได้ เราไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน
ป้าแต๋นยันไม่ได้ขึ้นไปบนเขา
ด้านนายไชย์พล หรือลุงพลกล่าวภายหลังแถลงข่าวของผบ.ตร.อีกครั้งว่า ไม่อยากกังวลใจอะไรมาก ในการแถลงท่านไม่ได้เปิดโอกาสให้เราถามอะไรมาก แค่อยากถามสั้นๆ เท่านั้น ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอ ตรงกับผู้หญิงฝ่ายแม่เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับลุงอยู่แล้ว โดยผบ.ตร.บอกแล้วว่า ใครเป็นผู้ต้องสงสัย ดังนั้นก็เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด สบายใจ เพราะดีเอ็นเอเป็นฝ่ายผู้หญิง
เมื่อถามว่าป้าแต๋นกังวลใจหรือไม่ เพราะเป็นดีเอ็นเอฝ่ายแม่ นางสมพร หรือป้าแต๋น กล่าวว่า ไม่ได้กังวลใจเลย ก่อนที่ลุงพลจะตัดบทและตอบแทนว่า วันที่ 14 พ.ค. ที่พบศพ เครือญาติไม่มีใครขึ้นเขาเหล็กไฟเลย แต่วันที่ 18 พ.ค. มีคนขึ้นไปที่เกิดเหตุเกือบ 100% และไม่มีการกั้นที่เกิดเหตุ เมื่อถามว่าป้าแต๋นมีการสัมผัสกับน้องชมพู่หรือไม่ ป้าแต๋นกล่าวว่า มีการสัมผัสก่อนหน้า ไม่ใช่วันที่ 11 พ.ค. และไม่ได้ขึ้นเขาไปด้วยเลย
จากนั้นลุงพลกล่าวต่อว่า อยากให้สังคมให้ความยุติธรรมกับครอบครัวด้วย และอยากฝากว่า ลุงยังยืนอยู่ ก่อนที่จะกลั้นน้ำตา และป้าแต๋น ได้พูดแทนว่า เราจะอยู่สู้แทนน้องชมพู่ เมื่อถามว่าใครอุ้มน้องชมพู่ได้บ้าง ลุงพลกล่าวว่า ญาติๆ อุ้มได้ แต่ก็ต้องแล้วแต่อารมณ์ของน้องด้วย ซึ่งภาพที่เห็นว่าตนอุ้ม เป็นวันที่พาไปเที่ยว อากาศร้อนมาก จึงอุ้มเพราะเด็กเดินเองไม่ได้ เมื่อถามว่าผบ.ตร.ได้ระบุว่า มีการให้การไม่ตรงกัน พูดกับตำรวจอย่างหนึ่ง พูดกับสื่ออย่างหนึ่ง ลุงพลกล่าวว่า น่าจะหมายถึงชาวบ้านที่ไปให้เบาะแส
เมื่อถามถึงคลิปเสียงนายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการ คือ อยากให้ฟังคลิปเสียง ที่บอกว่ามีคนขึ้นไปบนเขา เวลาตีสองถึงเก้าโมงเช้า มีการตรวจสอบหรือไม่ ไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรใคร มันเป็นคลิปเสียงที่ไม่มีการตัดต่ออะไร

พ่อแม่ชมพู่ – นายอนามัย และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่ของด.ญ.อรวรรณ หรือน้องชมพู่ นั่งดูพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของลูกสาวทางโทรทัศน์ โดยขอบคุณตำรวจที่ทุ่มเททำคดีอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 ต.ค.
แม่พอใจมาก-ขอบคุณตำรวจ
ด้านนางสาวิตรี แม่น้องชมพู่ กล่าวถึงความรู้สึกภายหลังการแถลงคดีว่า ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้อย่างเต็มที่ รู้สึกพอใจมาก ที่คิดเหมือนเรา และบางทีแม่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ตอบคำถามอะไรบ้าง
เมื่อถามตำรวจบอกว่าไม่มีการพักจะสืบคดีไปเรื่อยๆ นางสาวิตรีกล่าวว่า ดีใจ อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า บางครั้งเราไม่ต้องเรียกร้องอะไร ส่วนการที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร ผบ.ตร.ก็ตอบแล้วว่า หวังลึกๆ เหมือนกัน ก็เหมือนที่แม่หวัง เมื่อถามว่าในฐานะเป็นพ่อแม่พอใจกับการแถลงหรือไม่ นางสาวิตรี พอใจมาก อยากขอบคุณตำรวจที่ทำงานทุกวัน ผบ.ตร.บอกแล้วว่า คดีมีอายุความ 20 ปี หลายคนเห็นว่าแม่ได้ดิ้นรน เรียกร้อง เพราะไม่ต้องการก้าวก่าย กดดันการทำงานของตำรวจ