ช็อกโลก‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐและภริยาติดเชื้อโควิด-19 ต้องกักตัวด่วนคาดติดจากทีมงานเลขาฯสาวระหว่างนั่งเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกันไปร่วมหาเสียง เลือกตั้ง ขณะที่ผู้นำทั่วโลกอวยพรขอให้เอาชนะเชื้อไวรัสร้าย ‘บิ๊กตู่’ ก็เป็นห่วง ในฐานะเพื่อน อวยพรให้หายเร็ววัน ‘ทักษิณ’ เผยตนเองติดเชื้อโควิดเมื่อปลายเดือนส.ค.ระหว่างอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ตอนนี้รักษาหาย กลับมาใช้ชีวิตปกติ ได้แล้ว ส่วน ‘ปู-ยิ่งลักษณ์’ ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ ศบค.พบไทยติดเชื้ออีก 6 กลับจาก ต่างประเทศทั้งหมด มีทหารไทยกลับจากซูดานใต้ป่วยโควิดอีกราย เป็นราย ที่ 25

ช็อกโลก‘ทรัมป์-เมีย’ ติดโควิด

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา สตรีหมายเลขหนึ่ง ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเพื่อรอดูอาการ หลังจากน.ส.โฮป ฮิกส์ สมาชิกทีมงานผู้ช่วยคนสนิทถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.

นายทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสฯ ระบุว่า “สตรีหมายเลขหนึ่งและผมรอผลตรวจอยู่ ขณะนี้เราเริ่มเข้าสู่กระบวนการกักตัวแล้ว”

ต่อมาผู้นำสหรัฐทวีตอีกครั้ง ระบุตนและนางเมลาเนียตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นบวก หมายความว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้วว่า “ผมมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก เราจะเริ่มขั้นตอนกักตัวและฟื้นฟูทันที เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

แหล่งข่าวเผยว่า สำหรับน.ส.ฮิกส์เริ่ม มีอาการไม่สบายเล็กน้อย ระหว่างนั่งเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกับนายทรัมป์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ขณะกลับจากการหาเสียงที่ มินเนโซตา จึงถูกกักให้ไปนั่งห่างจากคนอื่นๆ กระทั่งวันต่อมา ผลตรวจพบว่าติดโควิด-19 แล้ว เป็นเหตุให้ต้องถูกกักตัวตรวจหาเชื้อ

‘บิ๊กตู่’อวยพรให้หายเร็ววัน

ขณะที่ผู้นำจากทั่วโลกต่างอวยพรขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์ และภริยาหายป่วยจาก โควิด-19 โดยเร็ว โดยนายบอริส จอห์นสัน นายกฯของอังกฤษ ขอให้นายทรัมป์ และภริยาฟื้นจากอาการติดเชื้อโควิด-19 โดยเร็ว

“ขออวยพรไปยังประธานาธิบดีทรัมป์ และสตรีหมายเลข 1 หวังว่าทั้งสองจะฟื้นจากอาการป่วยติดเชื้อโควิดโดยเร็ว” นายกฯอังกฤษ กล่าว

ด้านนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ก็อวยพรขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์หายป่วยเร็ววัน และด้วยศักยภาพของผู้นำสหรัฐจะช่วยให้เขาเอาชนะเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ได้

“ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความกระปรี้กระเปร่า สปิริตแรงกล้า และการมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้เขารับมือกับเชื้อไวรัสอันตรายนี้ได้”

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และภริยา นางเมลาเนีย ทรัมป์ ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ทราบจากสื่อมวลชนแล้ว

เมื่อถามว่ามีแถลงการณ์จากทำเนียบขาวแล้วยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จริง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในฐานะเพื่อนกันก็ต้องเป็นห่วงกันเป็นธรรมดา ถ้าตนเป็นโควิด-19 เขาก็ห่วงเหมือนกัน ตนห่วงทุกคน เพราะวันนี้ผู้นำประเทศอยู่ในช่วงการบริหารสถานการณ์ โควิด-19

“ถ้าเป็น ก็ขออวยพรให้หายเร็วๆ ก็เพื่อนกัน ไม่ว่ายังไงก็เพื่อนกัน คำว่าเพื่อนก็คือเพื่อน ในฐานะผู้บริหารประเทศระดับสูงของแต่ละประเทศ ซึ่งเราก็ต้องให้กำลังใจกัน ส่วนจะมีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป ตรงนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

เมื่อถามว่า เราจะเตือนคนไทยอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า คนไทยเตือนไม่รู้จะเตือนอย่างไรแล้ว สถานทูตก็ดำเนินการ รัฐบาลก็ดำเนินการ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

‘ทักษิณ’ป่วยโควิด-รักษาหายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นผู้นำอีกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีอาการก่อนหน้านี้ ระหว่างพำนักที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รักษาตัวโดยใช้แพทย์จากหลายโรงพยาบาล และขณะนี้หายป่วยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในเวลาใกล้เคียงกันคือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย และยังมีผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ได้แก่เลขาฯ คนขับรถ ที่ติดเชื้อเช่นกัน แต่ทั้งหมดรักษาหายแล้ว ส่วนคนเดียวที่ไม่ติดเชื้อคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายทักษิณกล่าวว่า ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ ตนติดโควิด-19 จริง รู้ตัวตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และเข้ารับการตรวจทันที และให้คนรอบตัวตนทั้งหมดผ่านระบบการตรวจทุกคน พร้อมกักตัว 14 วัน จากการตรวจและการกักตัวตามมาตรการ พบว่าคนรอบตัวไม่มีใครติดเลย ตนติดเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ตนได้ผ่านกระบวนการรักษาจนหายเป็นปกติ และใช้ชีวิตตามปกติแล้ว

นายทักษิณกล่าวติดตลกด้วยว่า “กลัวตก เทรนด์ เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐก็ยังเป็น”

ไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 6

วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 6 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 5 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,575 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 637 ราย หายกลับบ้านรวม 3,384 ราย ยังรักษาในร.พ. 132 ราย เสียชีวิตรวม 59 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่กักกัน ได้แก่ 1.ซูดานใต้ 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 34 ปี อาชีพข้าราชการ เป็นทหารช่างเฉพาะกิจ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางทหาร เดินทางถึงไทยวันที่ 22 ก.ย. เข้าพักใน สเตต ควอรันทีนในจ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 26 ก.ย.ผลไม่ชัดเจน ตรวจซ้ำอีกครั้งวันที่ 30 ก.ย.ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้า โดยเครื่องบินลำเดียวกันมีผู้ติดเชื้อยืนยันก่อนหน้า 24 ราย ทำให้ยอดทหารที่กลับจากซูดานใต้ติดเชื้อรวม 25 ราย

2.อินเดีย 2 ราย เป็นเด็กชายอินเดีย อายุ 7 เดือน เดินทางมาพร้อมมารดาและพี่สาวที่ตรวจพบเชื้อก่อนหน้านี้ เดินทางถึงไทยวันที่ 23 ก.ย.เข้าพักในสเตต ควอรันทีนใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 26 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เที่ยวบินเดียวกันมี ผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 6 ราย และชายอินเดีย อายุ 23 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางถึงไทย วันที่ 25 ก.ย. เข้าพักในสถานกักกันเฉพาะองค์กร (OQ) จ.ปทุมธานี ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 30 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เที่ยวบินเดียวกันมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 4 ราย

3.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย เป็นพี่น้องคนไทยอายุ 29 ปี และ 42 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงไทยวันที่ 25 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในจ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อ ครั้งแรกวันที่ 29 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการทั้งคู่

4.ญี่ปุ่น 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพค้าขาย เดินทางถึงไทยวันที่ 30 ก.ย. ผ่านด่านควบคุมโรคแล้วเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยสอบสวนโรค (PUI) เริ่มป่วยวันที่ 29 ก.ย.ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ +30 ก.ย.ผลตรวจพบเชื้อ

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มี ผู้ติดเชื้อรวม 34,476,323 ราย เป็นผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 319,406 ราย อาการรุนแรง 66,079 ราย รักษาหายแล้ว 25,666,557 ราย เสียชีวิต 1,027,631 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกาจำนวน 7,494,671 ราย เป็นรายใหม่ 47,389 ราย ตามด้วยอินเดีย 6,391,960 ราย เป็นรายใหม่ 81,693 ราย

ส่วนพม่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1,010 ราย ยอดสะสมรวม 14,383 ราย

‘บิ๊กช้าง’แจงส่งทหารฝึกสหรัฐ

วันเดียวกัน ที่องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกองทัพยังจัดส่งกำลังพลไปฝึกร่วมในต่างประเทศในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดนั้นว่า การส่งกำลังพลไปฝึกร่วมเป็นพันธกรณีระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพมิตรประเทศ รวมถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในภารกิจรักษาสันติภาพ ซึ่งกองทัพไทยมีมาตรการการป้องกันตัวเองของกำลังพลที่เดินทางไปอย่างรัดกุมตามข้อกำหนดของศบค. ทั้งก่อนและหลังเดินทางไป

ส่วนที่มีกำลังพลติดเชื้อกลับมาแล้วทำให้ประชาชนกังวลนั้น พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า เรามีมาตรการดูแลตั้งแต่เดินทางเข้ามาในประเทศ ต้องกักตัวเอง 14 วันในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ ตามข้อกำหนดของศบค. สำหรับที่กองทัพบกส่งกำลังพลชุดเดิมที่เคยติดโควิดมาจากการฝึกสหรัฐไปร่วมประเมินผลที่สหรัฐอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 3 ต.ค.-2 พ.ย.นั้น ต้องให้กองทัพบกเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า เรื่องการฝึกต้องมีความต่อเนื่อง และเป็นแผนปฏิบัติที่มีการเตรียมการไว้แล้ว

สธ.ชี้ตัวเลขจริงไทยติดเชื้อ 6พัน

ด้านนพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคโควิด -19 ประมาณ 34 ล้านคนแล้ว ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ยังคงอยู่ในระดับสูง ตัวเลขที่เปิดเผยในปัจจุบัน นักวิชาการคาดว่า ต่ำกว่าตัวเลขจริง ส่วนประเทศไทยก็เช่นกัน ปัจจุบันรายงานผู้ป่วยโควิดอยู่ที่ 3,575 คน แต่ทีมวิชาการคาดว่าประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่วยมากกว่านี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 พันกว่าคน

นพ.ธนรักษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์พม่าเป็นตัวกดดันสำคัญของไทยว่า จะมีการระบาดเข้ามาหรือไม่ หากเรามีระบบควบคุมป้องกันโรค มีการจัดการที่ดีในระยะเวลาที่เหมาะสม ก็จะควบคุมการระบาดในประเทศไทยได้ แต่หากยังมีการปล่อยให้ลักลอบเข้ามา ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในประเทศไทยก็จะเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้การระบาดของพม่าเริ่มจากย่านตะวันตกแถบรัฐยะไข่คืบคลานมาทางตะวันออกมากขึ้น มีการระบาดรุนแรงในเมืองย่างกุ้งมาสักระยะ และเริ่มมีเมืองอื่นๆ เจอผู้ป่วยประปราย รวมถึงรัฐมอญซึ่งมีชายแดนบางส่วนติดกับไทยและอีก 2 รัฐคือขะฉิ่นและอีก 1 รัฐอาจจะเจอผู้ป่วยไม่มาก แต่เริ่มเห็นว่าการระบาดของโรคใกล้ชายแดนไทยเข้ามาทุกที เพราะฉะนั้นเรื่องการกวดขันคนที่เดินทางเข้าเมืองผิดกฎหมายให้เข้ามาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน