มีทั้งครูและครูพี่เลี้ยง
ร่วมกันก่อเหตุ58ครั้ง
32ผู้ปกครอง-แจ้งจับ
มอบตัวเพิ่มอีก4ราย

ผู้การนนท์สรุปคดีนักเรียนสารสาสน์ฯราช พฤกษ์ถูกทำร้าย 58 ครั้ง ครูและพี่เลี้ยงตกเป็น ผู้ต้องหา 13 ราย ผู้ปกครอง แจ้งความดำเนินคดี 32 คน ด้านผู้ต้องหาอีก 4 คน โร่เข้าพบตร.สารภาพสิ้น โดนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย แม่เด็กน้ำตาคลอเปิดคลิปลูก 3 ขวบ ถูกพี่เลี้ยง ‘มิ้ว’ กระชากแขนตีหลัง เข้าแจ้งความจับ ขณะที่ ‘ครูจุ๋ม’ โดนอีกคดีหยิกหูนักเรียน ผู้ปกครองอีก 2 รายร้อง มูลนิธิปวีณาฯลูกถูกพี่เลี้ยงใช้ถุงดำคลุมหัว แถมกระชากผมกดลงพื้นฉุนไม่ยอมใส่แมสก์ ‘ปวีณา หงสกุล’ส่งเด็ก-ผู้ปกครองฟื้นฟูจิตใจศูนย์พึ่งได้ ร.พ.ตำรวจ

ความคืบหน้ากรณีครูและพี่เลี้ยงร.ร. สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ใช้ความ รุนแรงกับเด็กนักเรียนชั้นเนิร์สเชอรี่ และชั้นอนุบาล เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ต.ค. ที่สภ. ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี น.ส.อภิญญา วิสุทธิ์รังสี อายุ 31 ปี แม่น้องนิวนิว อายุ 3 ขวบ ชั้นอนุบาล 1 ห้องจี ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นำคลิปเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับครู พี่เลี้ยง ชื่อ “มิ้ว”

น.ส.อภิญญาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาคลอว่า มีช่วงหนึ่งที่ลูกไม่อยากไปร.ร.ก็มีการบังคับกันบ้าง ดุบ้าง ตีบ้าง และสงสัยว่าทำไมลูกถึงไม่อยากไป ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก เพราะลูกเพิ่งอายุ 3 ขวบ 3 เดือน ยังสื่อสารอะไรไม่ได้มาก มีอยู่ครั้งหนึ่งมีรอยช้ำที่แขน พอไปจับลูก บอกเจ็บคิดว่าลูกเล่นซนกับเพื่อน ไม่คิดว่า จะโดนทำร้าย แต่มีวันหนึ่งมีรอยช้ำตรงหน้าแข้ง พอถามว่าโดนอะไรมา ลูกบอกว่าเดินชนเก้าอี้ แต่ไม่เชื่อเพราะเก้าอี้ที่ห้องเป็นพลาสติก ไม่น่า จะมีรอยช้ำบวมขนาดนี้

น.ส.อภิญญากล่าวว่า ดูคลิปแค่ 3 วัน คือ วันที่ 21-22-23 ก.ย. มาเจอวันที่ 23 ก.ย. ช่วงแรก 10 โมง 54 นาที ช่วงที่ 2 บ่ายโมงสี่นาที ลูกนำถาดอาหารไปคืน แต่กลับโดนครูพี่เลี้ยงกระชากแขน และตีที่หลัง ตนยังไม่มีโอกาสคุยกับครูพี่เลี้ยงว่าทำไมทำอย่างนั้น เพราะหลังเกิดเหตุมีคลิปครูทำร้ายเด็กอีกห้องหนึ่ง ปรากฏว่าครูมิ้วก็ลาออกไปเลย

“สงสัยอยู่ว่าเวลาไปส่งลูกลูกร้องไห้หนักมาก ถึงขนาดลงไปนั่งกับพื้น แต่พอห็นครูมิ้วเดินมาลูกสาวหยุดร้องไห้ทันที ยังแปลกใจว่าทำไมลูกถึงกลัวขนาดนี้ แต่ลูกเคยบอกว่าครูมิ้วดุมาก เชื่อว่าที่ลูกหยุดร้องไห้เพราะความกลัว” น.ส.อภิญญากล่าว

พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า วันนี้ครูและพี่เลี้ยงเด็กมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว 4 คน คือพี่เลี้ยงเจี๊ยบ ครูบลู ครูอิ้ว และครูนิ ทั้ง 4 รับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ส่วนในข้อหาอื่นต้องรอสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนครูและพี่เลี้ยงที่เหลือคือ ครูแพรว แพร และอิง จะเข้าพบในวันที่ 5 ต.ค. ส่วนครูส้มเข้าพบในวันที่ 8 ต.ค.

ต่อมาเวลา 17.00 น.ที่สภ.ชัยพฤกษ์ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สถิตพร, นายชัยรัตน์ จำนงค์การ ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี ร่วมประชุมสรุปคดีนักเรียนร.ร.สารสาสน์ฯราชพฤกษ์ ถูกครูและพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย

พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า มีผู้ปกครอง บางรายเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมและขอดูกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม และบางรายมาแจ้งความดำเนินคดีกับครูพี่เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ในวันเดียว กันนี้ จากการประชุมและตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรปิด พบมีเหตุการณ์ที่เด็กถูกทำร้าย 58 ครั้ง มีครูและพี่เลี้ยงที่กระทำกับเด็ก 13 คน ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองทยอยเข้า แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 32 คน โดยทางสภ. ชัยพฤกษ์ กำลังรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด ขอยืนยันว่าคดีนี้จะมีความคืบหน้า ทุกวัน

น.ส.ณัฐทณกาญจน์ ลิ่มอติบูลย์ อายุ 35 ปี ผู้ปกครองน้องรีวิว นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ห้องอี ได้เดินทางมายัง สภ.ชัยพฤกษ์ เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ พี่เลี้ยงจุ๋ม หลังพบหลักฐานเป็นภาพรอยหยิกที่ใบหูซ้ายจนแดงช้ำก่ำ ที่เพิ่งมาพบในไลน์กับสามีเมื่อวันที่ 18 ก.ย. จึงนำภาพถ่ายที่น้องรีวิวถูกทำร้ายมาเข้าแจ้งความ ซึ่งเป็นคดีแรกที่ตนแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงจุ๋ม ก่อนหน้านี้ยังไม่มีพยานหลักฐานมาแจ้งความเอาผิด

แม่น้องรีวิวกล่าวอีกว่า หลักฐานบาดแผลบนใบหูของน้องรีวิวนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 18 ก.ย. เมื่อลูกมาถึงบ้านแล้วบ่นว่าเจ็บที่ใบหู สามีสงสัยจึงถ่ายรูปใบหูที่แดงช้ำส่งไลน์มาให้ดู ตอนนั้นไม่ได้เอ๊ะใจ เพราะยังไม่มีคลิปครูทำร้ายร่างกายปรากฏมาก่อน จึงเข้าใจว่าเป็นยุงกัด กระทั่งวันนี้นำรูปถ่ายมาดูชัดๆ พบว่าร่องรอยที่เกิดขึ้นมาจากการหยิกหูอย่างแรง ไม่ใช่รอยยุงกัด รู้เจ็บช้ำใจเป็นอย่างมากที่มารู้ว่าลูกสาวก็ถูกกระทำเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในห้องด้วยกัน และตนไม่ยอมความใดๆ กับพี่เลี้ยงคนนี้แน่นอน

ที่ทำการมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ปกครองเด็กเตรียมอนุบาล รร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ผู้ปกครอง ของน้องวิน (นามสมมติ) อายุ 2 ขวบครึ่ง และ ผู้ปกครองของน้องต้นข้าว กับต้นหอม (ฝาแฝด) อายุ 2 ขวบครึ่ง เรียนอยู่ชั้นเนิร์สเซอรี่เตรียมอนุบาล เข้าพบนางปวีณา ขอให้ช่วยเหลือประสานเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจของลูก หลังพบคลิปถูกครูแพรวและครูอิง ทำร้าย จนมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก ขอให้มูลนิธิช่วยประสานส่งตัวลูกไปตรวจสภาพร่างกายและประเมินฟื้นฟูสภาพจิตใจ พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือประสานศูนย์พึ่งได้ ร.พ.ตำรวจ

ผู้ปกครองของน้องวินกล่าวว่า ดูจากในคลิป กล้องวงจรปิดเมื่อ 21 ก.ย. ลูกชายถูกพี่เลี้ยงชื่อ “อิง” นำถุงดำคลุมหัวลูกชายโดยมีลักษณะ ถอดเข้าออกและมีครูอีก 3 คนยืนหัวเราะกันด้วย ไม่มีใครคิดช่วยเหลือ หลังจากนั้นใช้มือตีอีก ทำให้ลูกมีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง และนั่งร้องไห้นานหลายนาที ทั้งกระชากผมลูกกดลงกับพื้นอย่างแรง ถูกปิดปาก ปิดจมูก ส่วนวันที่ 22 ก.ย. ครูอิงจับตัวลูกชายกระแทกกับพื้นเนื่องจากไม่ใส่แมสก์ พร้อมกับบังคับให้ใส่แมสก์แต่ลูกดิ้น จากนั้นเอามือปิดปากให้ลูกนิ่ง ทำแบบนี้หลายครั้งลูกก็ร้องไห้ ครูก็นำถุงดำมาให้ดูเพื่อข่มขู่จนลูกหวาดกลัว

ส่วนผู้ปกครองน้องต้นข้าว กับน้องต้นหอม กล่าวว่า เมื่อ 21 ก.ย.ยังพบอีกว่าครูแพรวและครูอิง เข้ามาทักทายน้องทั้ง 2 คนด้วยการตีหลังน้องคนละ 1 ที แฝดน้องเข้ามาขอน้ำดื่ม ครูนั่งคร่อมน้องและใช้มือตบหัวจนหัวเกือบจะถึงพื้น จนน้องเอาหัวก้มไปกับพื้นเป็นเวลานาน ส่วนแฝดพี่อีกคน นอนอยู่แล้วตื่นขึ้นมาร้องไห้ ครูจับพลิกไปพลิกมาจนหวาดกลัวมาก และลากไปไว้ใต้โต๊ะนานมาก ส่วนวันที่ 23 ก.ย. จับแฝดน้องนั่งตัก จู่ๆ ก็กระชากผมแฝดพี่อย่างแรงจนเด็กหน้าทิ่ม ขณะที่ครูอิงและครูแพรวหัวเราะสนุกสนานที่แกล้งเด็กได้ ทำให้เกิดความหวาดกลัว ยอมรับว่ารับไม่ได้ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่พฤติกรรมของผู้จะมา เป็นครู

มอบตัว – พี่เลี้ยงเจี๊ยบ ครูบลู ครูอิ้ว และครูนิ 4 จาก 8 รายที่ถูกออกหมายเรียก คดีทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนประจำชั้น โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทั้งหมด รับสารภาพ ที่สภ.ราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 4 ต.ค.

 

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ กล่าวว่า เป็นห่วงสภาพจิตใจของเด็ก รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ด้วย จำเป็นต้องให้การฟื้นฟูจิตใจ เยียวยากลับคืนสู่สังคมเป็นปกติโดยเร็ว มูลนิธิได้ประสานกับพล.ต.ต.พัฒนา กิจไกรลาศ รองประธานคณะทำงานศูนย์พึ่งได้ ร.พ.ตำรวจ รับตัวเด็ก ผู้เสียหาย และผู้ปกครอง เข้าตรวจและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งได้ส่งไปแล้วหลายครอบครัว และในสัปดาห์นี้จะส่งไปอีกในวันที่ 6 ต.ค วันที่ 8 ต.ค และวันที่ 9 ต.ค เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย และได้ประสานงานกับผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี นำใบประเมิน สภาพจิตใจจากร.พ.ตำรวจมารวบรวมเป็นหลักฐานในคดีด้วย

ทั้งนี้จากการที่มูลนิธินำส่งเด็กและผู้ปกครอง ไปประเมินสภาพจิตใจในวันที่ 29 ก.ย 1 ต.ค และ 2 ต.ค 63 ที่ศูนย์พึ่งได้ ปรากฏว่า ที่ประชุมสหวิชาชีพสรุปผลการตรวจร่างกายเบื้องต้น มีผู้ปกครองบางรายเครียด ต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจเช่นกัน โดยให้กลับมาประเมินสภาพจิตตามที่แพทย์นัดหมายต่อไป

วันเดียวกัน นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผอ.สำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบัน นิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็น ข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงข้อสังเกตต่อพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก กรณีความรุนแรง ที่กระทำต่อเด็กนักเรียนในร.ร.ว่า ตามที่มีข่าวความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กนักเรียนในร.ร. เกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กนักเรียนอนุบาลร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์นั้น มีข้อพิจารณาและข้อสังเกตถึงพ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่ใช้เป็นกฎหมายหลักในการป้องกันและจัดการปัญหาความ รุนแรงในร.ร.ที่เกิดขึ้นว่าสามารถป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงที่กระทำต่อเด็ก นักเรียนในร.ร.ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ดังนี้

1.บทบัญญัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กฯ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเป็นการเฉพาะในการป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงในร.ร. ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงในร.ร.ได้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งในการป้องกันไม่ให้เด็กถูกทารุณกรรม แต่ก็มีวัตถุประสงค์อื่นๆ ในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และ ส่งเสริมความประพฤติของเด็ก เพื่อให้เด็ก ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และมีพัฒนาการที่เหมาะสมรวมอยู่ด้วย ไม่ได้มุ่งใช้บังคับเฉพาะเจาะจงกับการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในร.ร. และบทบัญญัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มุ่งใช้บังคับกับเด็กเป็นการทั่วไป ไม่ได้มุ่งเฉพาะเจาะจงกับเด็กนักเรียนในร.ร.เท่านั้น

2.มาตรา 65 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการลงโทษนักเรียน ว่าจะต้องกระทำเท่าที่สมควรเพื่ออบรมสั่งสอนตามระเบียบกระทรวงศึกษาว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 กลับไปบัญญัติอยู่ภายใต้หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ที่มีเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นไปที่การส่งเสริมและควบคุมความประพฤติของเด็กนักเรียน ไม่ได้มุ่งเน้นที่ป้องกันและขจัดความรุนแรงที่กระทำต่อ นักเรียนในร.ร. ทำให้บทบัญญัติในมาตรา 65 เพียงลำพังไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงในร.ร.ได้

3.ประเทศไทยน่าจะมีกฎหมายว่าด้วยความรุนแรงที่กระทำในร.ร.บังคับใช้เป็นการเฉพาะ ซึ่งน่าจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันแก้ไขและขจัดความรุนแรงในร.ร.มีประสิทธิภาพและครอบคลุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในร.ร. ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

ในเรื่องนี้ ประเทศฝรั่งเศสมีบทบัญญัติเรื่องความรุนแรงที่กระทำในร.ร.บังคับใช้เป็นการเฉพาะ โดยบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายการศึกษา (Code de l’ducation) ซึ่งมีบทบัญญัติในเรื่องการป้องกันแก้ไขและขจัดปัญหาความรุนแรงในร.ร.รวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นความรุนแรงที่กระทำระหว่างเด็กนักเรียนด้วยกันเอง ครูกระทำต่อนักเรียน หรือนักเรียนกระทำต่อครูในร.ร. โดยอาจ เป็นความรุนแรงที่กระทำทางกาย ทางวาจา การคุกคามข่มขู่ การคุกคามทางเพศ ความรุนแรงที่กระทำผ่านสังคมออนไลน์หรือผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ พัฒนาการด้านการเรียน ผลการเรียน และคุณภาพชีวิต เป็นต้น

โดยประมวลกฎหมายการศึกษาของประเทศ ฝรั่งเศสได้กำหนดมาตรการในการป้องกันปัญหาความรุนแรงในร.ร. เมื่อมีปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้นในร.ร. แล้วมีขั้นตอนและกระบวนการดำเนินการแก้ไขและจัดการปัญหาอย่างไร มีใครที่จะต้อง เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาบ้าง มีการเยียวยา ความเสียหายซึ่งรวมทั้งการเยียวยา ผลกระทบทางจิตใจอย่างไร ซึ่งประเทศไทยอาจนำเอารูปแบบและเนื้อหากฎหมายความรุนแรง ที่กระทำในร.ร.ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายการศึกษาของประเทศฝรั่งเศส มาปรับใช้ให้มีความเหมาะสมกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในร.ร. ในสังคมไทยได้

เวลา 18.30 น. ที่สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความของร.ร.ในเครือสารสาสน์ มากับครูพี่เลี้ยงจุ๋ม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง อายุ 37 ปี และภรรยา ผู้ปกครองน้องเสือ ที่เข้าทำร้ายร่างกายครู พี่เลี้ยงจุ๋มเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ในงานประชุม ผู้ปกครองที่ร.ร.สารสาสน์ฯราชพฤกษ์ หลังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่น้องเสือถูกครูจุ๋มทำร้าย ทำให้บันดาลโทสะระงับอารมณ์ไม่อยู่

ครูจุ๋มกล่าวว่า ขอโทษผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน ขอโทษผู้บริหารร.ร.สารสาสน์ทุกคน ตนรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายเด็กจริง เพราะเกิดความเครียด ตอนนี้รู้สึกผิดมาก ต้องขอโทษสังคม ส่วนเรื่องคดีความก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย ตนทำผิดก็ขอยอมรับผิด และไม่ได้ติดต่อกับผู้ปกครองคนไหนเลย สภาพจิตใจยังไม่โอเคเท่าไหร่ ยังรู้สึกเครียดอยู่ อันไหนผิดก็ยอมรับผิด

ด้านทนายเดชากล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกไป จึงได้พาครูจุ๋ม ที่ถูกทำร้ายร่างกายมาแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในคดีนี้ต้องว่าไปตามหลักฐานที่มี ใครผิดก็ว่าไปตามหลักฐาน วันนี้นำหลักฐานมายื่นให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ ผู้ปกครอง 2 คนที่ทำร้ายร่างกายครูจุ๋มตามที่ปรากฏในคลิป ตอนนี้ตนรับผิดชอบทุกคดีของร.ร.สารสาสน์ราชพฤกษ์ทั้งหมด มีประมาณ 30 คดีแล้ว มีครูตกเป็นผู้ต้องหา 13 คน ในฐานะที่มาดูแลในเรื่องคดีก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน ว่ากันที่ศาล

“ผมได้รับมอบหมายจากผู้บริหารเครือสารสาสน์ให้รับผิดชอบด้านคดีของร.ร. สารสาสน์ราชพฤกษ์อย่างเป็นทางการในคดี ที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจะขอตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดที่ทางผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีไว้ ทุกอย่างว่ากันไปตามความจริง ถ้าครูหรือพี่เลี้ยงคนไหนรับสารภาพก็ให้ดำเนินคดีไป ส่วนคนไหนที่ไม่ผิดก็แก้ต่างกันในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง” นายเดชาระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน