บี้สภาประชุม-แก้รธน.
นัดหยุดเรียน-หยุดงาน
ลั่นปักหลักชุมนุมยาว
‘ราม’คึกตั้งเวทีโหมโรง
ทำเนียบถกแผนรับมือ

แถลงแผนชุมนุมใหญ่ วันที่ 14 ตุลาฯ นี้ คณะราษฎร 2563 ลั่นยึดคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมใจ นัดหยุดงานหยุดเรียนยาว ตั้งเวทีปักหลักชุมนุมค้างคืน ร่วมกันขับไล่‘บิ๊กตู่’ลาออก จี้สภาเปิดวิสามัญพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้องของประชาชน มั่นใจประชาชนจะหลั่ไหลมากันไม่น้อยกว่าที่ออกมาชุมนุมสนามหลวงเมื่อวันที่ 19 ก.ย. นักศึกษารามคำแหงเปิดลานสวป.โหมโรง แกนนำขึ้นเวทีพรึบ ด้านแกนนำเสื้อแดงโคราชคึก เชื่อเสื้อแดงอีสานหลายหมื่นคนเข้าร่วม เพราะมั่นใจแนวทางการเคลื่อน ไหวของกลุ่มนักศึกษา

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ท้องสนามหลวง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นายกรกช แสงเย็นพันธ์ หรือปอ นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว อดีตประธานสนท. นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ ตัวแทนกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ในนาม “คณะราษฎร 2563” แถลงแนวทางกิจกรรมการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ มีตัวแทนกลุ่มออกมาอ่านแถลงการณ์ว่า แถลงการณ์จากคณะราษฎรว่าคณะราษฎรไม่ได้หายไปไหน แต่ยังอยู่ในหัวใจของราษฎรทุกคนที่รักในประชาธิปไตย ณ สนามราษฎร์เวลานี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำพาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศและเข้าสู่อำนาจอย่างหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อว่าสถาน การณ์ยังอยู่ในการณ์ปกติ แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังพังพินาศ หลายล้านชีวิตอดอยาก ในขณะที่ชนชั้นศักดินา นายทุน และนายพล สุขสบายบนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน

เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องใดที่ผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ได้ประกาศไว้ เราในฐานะราษฎรและในนามคณะราษฎร ขอประกาศจัดการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน วันที่ 14 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

1.ประยุทธ์ต้องออกไปจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ นำกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามครรลองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

ข้อเรียกร้องข้างต้น มิใช่การล้มล้างการปกครอง หากแต่เป็นการทำให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อมิให้ต้องมีผู้อดอยากแร้นแค้น สูญเสียโอกาส สูญเสียอนาคต จากการบริหารที่ผิดพลาดและกฎกติกาที่บิดเบี้ยว ขอราษฎรทั้งผองจงมาร่วมกัน นำอนาคตที่เป็นของราษฎรกลับมาสู่ราษฎรทั้งปวง “ศักดินาจงพินาศ ประชา ราษฎร์จงเจริญ” 8 ตุลาคม 2563 ท้องสนามราษฎร์

นายอานนท์กล่าวว่า วันที่ 14 ต.ค.นี้ เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการชุมนุมขับไล่เผด็จการ จึงเป็นที่มาของการเลือกวัน ดังกล่าวจัดกิจกรรมขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยเราได้นัดหยุดงาน และหยุดเรียน ขอนัดให้นักเรียนนักศึกษามารวมกันเวลา 14.00 น. ที่ร้านแมคโดนัลด์ ก่อนทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งรัฐได้นำต้นไม้ที่ไม่ได้มีความสวยงามไปตกแต่ง ในวันนั้นจะไม่มีสิ่งใดมากีดขวางอนุสาวรีย์ฯ ทั้งสิ้น เราจะยกต้นไม้คืนกทม.ทั้งหมด จากนั้นจะชุมนุมปราศรัยพร้อมปักหลักค้างคืน โดยใช้วิธีการกินข้าวทีละคำ จะค้างอย่างน้อยหนึ่งคืน อย่างมากก็เป็นเดือน คาดว่าจำนวนคนมาร่วมชุมนุมจะไม่น้อยไปกว่าวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายอานนท์กล่าวอีกว่า การชุมนุมครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดทั้งสถานที่ การเคลื่อนขบวนและวันเวลายุติกิจกรรม เบื้องต้นเราได้แจ้งชุมนุมกับตำรวจไปแล้ว หากเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา เราก็พร้อมตั้งโต๊ะพูดคุยกัน หากรัฐบาลยังคงไม่ตอบรับข้อเสนอ ก็จะมีมาตรการชุมนุมเชิงกดดันต่อไป ส่วนในวันชุมนุมนั้น หากมีขบวนเสด็จพระราชดำเนินผ่าน เรายืนยันจะไม่ไปขวางกั้น เชื่อว่าช่วงเวลาที่ขบวนผ่าน ประชาชนยังไม่น่าเต็มถนน รถทั่วไปน่าจะผ่านได้ ขบวนก็น่าจะผ่านได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมเรามีวุฒิภาวะที่สูง

นายภาณุพงศ์กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องในการชุมนุมแต่ละครั้งที่ผ่านมา จึงขอประกาศการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมเปิดข้อเรียกร้องดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและองคาพยพลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด 2.รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้มาจากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้กลับมาอยู่ตามครรลองภายใต้รัฐธรรมนูญระบอบประชาธิป ไตยที่แท้จริง

น.ส.ปนัสยากล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง หากแต่เป็นการนำประเทศไทยกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

คณะราษฎร – ทนายอานนท์ นำภา และแกนนำนักเรียนนักศึกษา แถลงชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค. ในนามคณะราษฎร ประกาศทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, นายกฯต้องลาออก และให้รัฐสภาเปิดแก้ไขรธน. ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.

 

วันเดียวกัน ที่ลานสวป. มหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมปลุกลานสวป.สานต่อวีรชน ติดแฮชแท็ก#รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน โดยจะมีผู้ขึ้นปราศรัย หลายคน เช่น นายกรกช แสงเย็นพันธ์ หรือ ปอ อดีตนักโทษประชามติ, นายณัชปกร นามเมือง จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์, ฟอร์ด หรือนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ไมค์ หรือนายภาณุพงศ์ จาดนอก, ไผ่ ดาวดิน หรือนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, น.ส.กัญญารัตน์ บุญรีบส่ง โฆษกเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ กลุ่มขอนแก่นพอกันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาชิกเครือข่ายจัดกิจกรรมรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิตในการชุมนุมประท้วง โดยนำรูปลุงนวมทอง ไพรวัลย์ แท็กซี่ผู้ขับรถพุ่งชนรถถัง และฆ่าตัวตายพิสูจน์อุดมการณ์ รวมถึงภาพนายภิรมย์ รามขาว ชาวนครศรีธรรมราช ผู้เสียชีวิตคนแรกในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มาตั้งข้างเวที พร้อมนำภาพเหตุการณ์สำคัญๆในการชุมนุมประท้วง และการปราบปราบผู้ชุมนุมประท้วงที่ผ่านมาทุกครั้ง นำผืนผ้าขาว มาให้ประชาชนร่วมกันลงชื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมทุกเหตุการณ์

ระหว่างนั้นได้มีผู้ร่วมทยอยขึ้นปราศรัยพูดถึงการเข้ามาของพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการยึดอำนาจ เข้ามาบริหารงานผิดพลาด เอาแต่พวกพ้อง ไม่จริงจังกับการแก้ไขการทุจริต สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงต้องการผลักดัน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เรียกร้องให้ยุบสภา ยกเลิกส.ว. แล้วตั้งส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยให้นักเรียนนักศึกษา ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการเล่นดนตรีสลับกันไปกับการปราศัย

ต่อมาเวลา 18.00 น.ได้มีการเคารพธงชาติชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมร่วมยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก ดูแลความความปลอดภัย และอำนวยความสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ ในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล กรณีหากการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้น โดยเฉพาะเพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.นี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกฯรัฐมนตรี รวมถึง ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล ตัวแทนจากกทม. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

เวทีรามฯ – เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดชุมนุมปลุกลานสวป.สานต่อวีรชน เปิดเวทีปราศรัยเรียกร้องรัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน และชู 3 นิ้ว ร้องเพลงชาติ ที่ลานสวป. มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก กทม. เมื่อวันที่ 8 ต.ค.

 

รายงานข่าวเปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้รายงานสถานการณ์ด้านการข่าวในปัจจุบัน โดยเสนอแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล และแผนการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกองสถานที่ยานพาหนะรวมถึงการจัดเตรียมรายชื่อผู้ประสานงานหลักประจำกองอำนวยการร่วม และผู้ปฏิบัติงานประจำพื้นที่ตลอดจน รายการทรัพย์สินของทางราชการที่ใช้ในภารกิจประกอบแผนเผชิญเหตุ

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มไม่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า ก็ดีแล้ว แล้วดีหรือไม่ เมื่อถามว่าจะทำให้ลดปริมาณผู้เข้ามาร่วมชุมนุมได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงมีรายงานเข้ามาอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ก็ไม่รู้ แต่ก็ดีขึ้น

เมื่อถามว่ามีบางส่วนแสดงตัวว่าจะไม่สนับสนุนการชุมนุมอีกต่อไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดีๆ ก็ไม่สนับสนุนดีหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้มีหมู่บ้านคนเสื้อแดง และล่าสุดฝ่ายความมั่นคง มีการรายงานหรือไม่ว่าช่วงนี้ได้หายไปแล้ว รองนายกฯ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการทุกขั้นตอน ซึ่งพยายามจะไม่ให้มีอีกแล้ว

ต่อมามื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุภรณ์กล่าวว่า ที่ประชุมจะให้นายประทีป เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียด แต่ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ใครคิดชุมนุมก้าวล่วงสถาบัน คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วม และการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นเชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อก้าวล่วงสถาบัน ซึ่งขณะนี้อดีตคนเสื้อแดงหรือแกนนำคนเสื้อแดงมีการยืนยันว่าจะไม่เข้าชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มพรรคการเมือง เช่น อดีตผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ที่ปราศรัยในพื้นที่ต่างจังหวัดพยายามปลุกระดมให้คนมาร่วมชุมนุม

นายสุภรณ์อ้างว่าตนมีประสบการณ์มาแล้ว การชุมนุมไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น มีแต่ซ้ำเติมประเทศชาติ ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ประมาทกับการชุมนุมครั้งนี้ จะดูแลทุกอย่างให้รอบคอบ ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้แก่ ผู้ชุมนุม และป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้มีมือที่สามมาสร้างความวุ่นวาย รวมถึงขอผู้ชุมนุมอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายและรุนแรง การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการปกติ จึงขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักถึงตรงนี้ด้วย และการก้าวล่วงสถาบันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ รวมถึงไม่ควรเข้าไปในสถานที่ราชการ จนทำให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และตนขอบอกไว้ว่าชีวิตความเป็นแกนนำเหมือนตนที่สุดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ถูกดำเนินคดี และปัจจุบันแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านการข่าวมีใครให้การสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้บ้าง นายสุภรณ์กล่าวว่า ด้านการข่าวมีข้อมูลว่ามีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. อดีตพรรคการเมือง ไปชักชวนปลุกระดมจะจ่ายค่ารถ ค่าเรือ ให้มาร่วมชุมนุม แต่หลายคนบอกว่าอยากได้เงิน แต่ไม่สามารถมาร่วมชุมนุมได้ เพราะรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้ ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย จึงไม่เดินทางมากัน

เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยผู้ที่ชักชวนประชาชนได้หรือไม่ นายสุภรณ์กล่าวว่า เป็นอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. รวมถึง ส.ส. ปัจจุบัน ที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งเรามีหลักฐาน กำลังรวบรวมอยู่ ถ้าถึงขนาดเปิดเผยตัวบุคคลได้จะนำมาเปิดเผย และใครพบเห็นขอให้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เราจะนำมาเป็นหลักฐานประจานว่าคนเหล่านี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกระดมให้ออกมาล้มล้างสถาบัน ส่วนเรื่องการดำเนินคดีจะว่าไปตามกระบวนการ ใครที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้สนับ สนุนชักจูงคนที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี

รายงานข่าวเปิดเผยว่าที่ประชุมมีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมว่า อาจจะมีผู้เดินทางมาชุมนุมหลักหมื่น และแผนเผชิญเหตุได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เสนอต่อที่ประชุม โดยให้ยึด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเข้าใกล้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร

ที่วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมโภช ประสาทไทย อดีตแกนนำคนเสื้อแดง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อการชุมนุมของคณะราษฎรที่นัดหมายจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค.เพื่อขับไล่รัฐบาล เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจาก นายกฯว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชนั้น ขณะนี้ได้ติดตามการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค.ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชส่วนใหญ่ ก็พร้อมที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมกันอย่างคึกคักแน่นอน แต่จะประเมินจำนวนไม่ได้ เพราะไม่ใช่ม็อบจัดตั้ง ทุกวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองเดิม ก็เริ่มมีอุดมการณ์เดียวกันกับคณะราษฎร คือต้องการขับไล่รัฐบาลเผด็จการ เพื่อคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชน

นายสมโภชกล่าวต่อว่าเยาวชนทุกวันนี้มีความรู้ ความเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะมีลักษณะไม่ต่างจากสมัยเหตุการณ์ “14 ตุลา 2516” เพราะประชาชน และนักศึกษา ทนเห็นรัฐบาลเผด็จการกดขี่ข่มเหงประชาชนไม่ไหว เขาจึงออกมาเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยกลับคืนมาให้กับประชาชน ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น ก็คงจะอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะอยากให้จบเร็วหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตนเองและกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช พร้อมที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมากแน่นอน โดยจะมีทั้งที่เดินทางไปเป็นกลุ่มคณะ และไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว แล้วไปรวมกันที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน