ผวา‘โควิดพม่า’
ครม.สัญจรภูเก็ต
กระตุ้นท่องเที่ยว
‘แม่สอด’สั่งปิด 11 โรงเรียนสังกัดเขตเทศบาล สกัดโควิดจากพม่าที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก หลังพบ 3 พม่าติดเชื้อขณะขนส่งสินค้าเข้ามาฝั่งไทย ระดมจนท.ฉีดพ่นยา ฆ่าเชื้อ ส่วนตลาดติดชายแดนงัดมาตรการเข้ม ใครฝ่าฝืน ไม่สวมหน้ากากอนามัย สั่งปรับเงิน 2 พัน พร้อมแจกหน้ากากให้แรงงานพม่ากลุ่มเสี่ยง ส่วนด่านพรมแดนถาวรแม่สอดแห่งที่ 2 ยังเปิดปกติ แต่เพิ่มมาตรการคุมเข้มสองเท่า ‘บิ๊กตู่’ ยกครม.สัญจรไปภูเก็ตช่วงต้นเดือนพ.ย. หวังกระตุ้นท่องเที่ยวให้ฟื้นจากพิษโควิด 77 ทหารไทยกลับจากซูดานใต้ถึงบ้านแล้ว ส่งกักตัวในสเตต ควอรันทีนชลบุรีทันที
ไทยติดโควิดเพิ่มอีก 5
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 5 ราย หายป่วยเพิ่ม 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,641 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,445 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 703 ราย หายกลับบ้านรวม 3,454 ราย ยังรักษาอยู่ในร.พ. 128 ราย เสียชีวิตรวม 59 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่กักกัน บางรายเคยมีประวัติติดเชื้อมาก่อน ได้แก่ 1.ฮ่องกง 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 20 ปี อาชีพพนักงานในสถานบันเทิง เดินทางถึงไทยวันที่ 29 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในกทม. ตรวจครั้งแรกวันที่ 3 ต.ค. ไม่พบเชื้อ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 10 ต.ค. ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ โดยก่อนหน้านี้มีผู้ติดเชื้อในเที่ยวบินเดียวกัน 1 ราย
2.สหราชอาณาจักร 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 2 ขวบ และ 52 ปี เป็นแม่บ้าน เดินทางถึงไทยวันที่ 5 ต.ค. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ในกทม. ตรวจเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 10 ต.ค. ผลพบเชื้อ โดยรายเด็กหญิง 2 ขวบไม่มีอาการ ส่วนหญิง 52 ปี มีอาการไข้ ถ่ายเหลว วันที่ 24 ก.ย.
3.สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นนักศึกษาหญิงไทยอายุ 23 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ต.ค. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน ใน กทม. ตรวจเชื้อ ครั้งที่ 1 วันที่ 8 ต.ค. ผลพบเชื้อ โดยวันที่ 8 ต.ค. มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น
4. สิงคโปร์ 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 47 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 9 ต.ค. คัดกรองที่ด่านควบคุมโรค ตรวจหาเชื้อวันที่ 9 ต.ค. ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ และผลตรวจเลือดมีภูมิต้านทาน IgG Positive มีประวัติติดเชื้อตั้งแต่เม.ย. 2563
สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 37,746,051 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 278,013 ราย อาการรุนแรง 68,736 ราย รักษาหายแล้ว 28,347,330 ราย เสียชีวิต 1,081,435 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1. สหรัฐ อเมริกา จำนวน 7,991,998 ราย เป็นรายใหม่ 41,935 ราย ตามด้วยอินเดีย 7,119,300 ราย เป็นรายใหม่ 67,757 ราย ส่วนพม่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1,910 ราย ยอดสะสมรวม 27,974 ราย
แม่สอดปิด 11 โรงเรียนสกัดโควิด
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตากว่า ตลอดทั้งวันตลาดสดทั้งสองแห่งกลางเมืองแม่สอดค่อนข้างเงียบเหงา แต่ห้างร้าน ต่างๆ ยังคงเปิดค้าขายตามปกติ โดยเฉพาะที่ตลาดสดพาเจริญซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนสองแผ่นดินมีการตั้งจุดคัดกรองรอบตัวตลาดอย่างเข้มงวด โดยติดป้ายสำหรับผู้ฝ่าฝืน ไม่สวม หน้ากากอนามัยเข้ามาในตลาดสดพาเจริญ จะถูกปรับเป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมเดินแจกหน้ากากอนามัยให้กลุ่มแรงงานและคนยากจนในชุมชนรอบตลาดสดทั้งสองแห่ง ซึ่งมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากตลอด 3 วัน ที่ผ่านมา ทีมแพทย์สนามจากร.พ.แม่สอด สุ่มตรวจคนขับรถขนส่งสินค้าชาวเมียนมา ที่ขับรถมาซื้อสินค้ากลางตลาดพาเจริญ ย่านใจกลางเมืองแม่สอด พบติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ราย สร้างความแตกตื่นไปทั่วแนวชายแดนแม่สอด

ตรวจเข้ม – ตลาดแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งจุดคัดกรองเข้ม ผู้ที่เข้าไปจับจ่ายซื้อของ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด ต้องสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันการแพร่ระบาดช่วงที่มีผู้ป่วยในประเทศเมียนมาพุ่งสูง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.
ล่าสุด เช้าวันเดียวกันนี้ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด มีคำสั่งปิดโรงเรียนจำนวน 11 แห่งในเขต เทศบาลอ.แม่สอดชั่วคราวเป็นเวลา 1 วัน ในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. เพื่อทำความสะอาดพ่นยาฆ่าโรคทุกพื้นที่ของโรงเรียนทั้งหมด และเป็นการงดการเดินทางของนักเรียนเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางแม่สอด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะเปิดเรียนตามปกติในวันพุธที่ 14 ต.ค.
นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ กล่าวว่า วันนี้สาธารณสุขจังหวัดตากส่งรถตรวจเชื้อ ชีวนิรภัยพระราชทาน พร้อมเจ้าหน้าที่มาสุ่มตรวจชาวบ้านทั้งคนไทยและคนเมียนมา ในพื้นที่เสี่ยงในหลายชุมชนกลุ่มเสี่ยงเขตเทศบาลนครแม่สอดซึ่งจะดำเนินการตรวจเป็นเวลา 2 วัน และคาดว่าจะสามารถตรวจกลุ่มเสี่ยงได้ 4,000 ราย และขอแจ้งเตือน พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครแม่สอดซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง หากไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้านเพื่อป้องกันระวังตนเอง
“ขณะที่ด่านพรมแดนถาวรแม่สอดแห่ง ที่ 2 ติดเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด ด่านพรมแดนสองประเทศยังคงเปิดเป็นปกติ มีรถบรรทุกเล็กจากจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา เข้ามายังจุดขนถ่ายสินค้าหน้าด่านพรมแดนแม่สอดขาเข้าเป็นจำนวนมาก เพื่อรอขนถ่ายสินค้าจากรถขนส่งสินค้าของฝ่ายไทยที่นำสินค้ามาส่งถ่ายให้เป็นวันที่สอง ท่ามกลางมาตรการการคัดกรองอย่าง เข้มงวดสองเท่า”
‘บิ๊กปั๊ด’สั่งตร.คุมเข้มชายแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการพร้อมกำชับทุกกองบัญชาการที่มีเขตรอยต่อระหว่างพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และหน่วยงานสนับสนุน อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค, สตม., ตชด., บช.ส., บช.ก, รพ.ตร. และหน่วย ที่เกี่ยวข้อง ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เช่น ทหาร ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ในการป้องกันตามแนวพื้นที่ชายแดน การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
ที่สำคัญผบ.ตร.กำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเรียกรับผลประโยชน์ในทาง มิชอบ ให้ยึดถือความปลอดภัย ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ หากพบข้อบกพร่องหรือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดจะดำเนินการในทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด
‘อนุทิน’วอนอย่าตื่นตระหนก
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการดูแลการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมาว่า ในส่วนของด่าน ควบคุมโรคของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการค้นพบผู้ติดเชื้อ และความเป็นจริง เราค้นพบมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นด่านแม่สอด จ.ตาก หรือเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเข้ามาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่มีหลุดรอดแม้แต่รายเดียว ดังนั้นที่อ.แม่สอด จึงพบคนที่ติดเชื้อและดำเนินการตามขั้นตอนที่ควรจะทำเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดต่อไป
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ไม่ใช่ว่าตรวจพบโรคเพียงคนหรือสองคนแล้วจะยกเลิกทุกอย่าง เพราะเรากำลังจะผ่อนคลายให้มีความคล่องตัวเพื่อให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้ตามปกติ ได้มากที่สุด กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้คาดหวังจะต้องพบการติดเชื้อเป็น 0 แต่เรามีความพร้อมคัดกรองผู้ที่เข้ามาในประเทศ ตามด่านต่างๆ หากตรวจพบโรคก็จะรักษา หรือผลักดันออกไป หากมีผู้ป่วย เราก็มีความพร้อม เรามีแพทย์ สถานพยาบาล มียา ที่พร้อม ในการรักษา ดังนั้นเราต้องหาจุดที่ลงตัว
“ไม่ควรมีอะไรต้องตื่นตระหนก แต่ควรต้องทำความเข้าใจ ที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ เพราะเข้าสู่เดือนที่ 10 การจะไปตั้งรับอย่างเดียว คงไม่ได้ ซึ่งต้องรู้และต้องเดินคู่ขนานกัน หาวิธีที่จะอยู่ห่างกันให้มากที่สุด ผมก็คิดว่าอยู่ได้ และการติดเชื้อในประเทศไทยก็ไม่มี มาแล้วกว่า 5 เดือน และทุกคนก็มีความระมัด ระวัง และสูตรสำเร็จของโควิดยุคนี้จนกว่า จะมีวัคซีน คือไม่มีอะไรดีกว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งเชื่อว่าโอกาสติดเชื้อจะน้อยมาก” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า เรามีความพร้อมเรื่องยารักษา ถ้ามีการร้องขอจากประเทศเพื่อนบ้านเราก็พร้อมจะส่งยาไปช่วย ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวนี้ถือเป็นการป้องกันที่จะไม่ให้ เข้ามาระบาดในประเทศของเราในอีกวิธีหนึ่งได้ เรามีแผนและนโยบายที่ดี ขอให้ประชาชน ได้วางใจ และเรามีความเตรียมพร้อมทุกอย่าง ไม่ใช่เพื่อต้องการรักษา แต่หากมีการติดเชื้อขอให้ดูฝีมือหมอไทย
‘บิ๊กตู่’ยกครม.ช่วยฟื้นภูเก็ต
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.เห็นชอบจัดประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ในวันที่ 2-3 พ.ย. ที่จ.ภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ภูเก็ต โดยจะลงพื้นที่เพื่อศึกษาการเตรียมความพร้อมการรองรับนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวพิเศษ (STV) และเตรียมความพร้อมการท่องเที่ยวระยะยาว
น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ จะตรวจพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล มุ่งเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน และคุณภาพระดับโลก การเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตของการเกษตร การประมง และการปศุสัตว์ให้มีมาตรฐานความปลอดภัย เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และความต้องการของท้องถิ่น โดยรัฐมนตรีต่างๆ จะไปตามการดำเนินงานของรัฐบาล สร้างความรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงรับฟังปัญหาและสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนให้มาถึงครม.
ทั้งนี้ เลขาฯสมช.ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โคโรนา 2019 และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการ ขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ศบศ. จะร่วมเดินทางติดตามสถานการณ์และมาตรการ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่รองรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ครม. ยังให้รัฐมนตรีและทีมงานผู้ติดตามกระจายจองโรงแรมที่พักเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้
สธ.เผยป่วยตายโควิดทั่วโลกลด
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ในระดับนานาชาติ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ค่อนข้างคงที่ แม้จะมีผู้ป่วยสะสมรวม 37.7 ล้านราย แต่อัตราการป่วยตายลดลงเล็กน้อย เหลือ 2.9% เนื่องจากช่วงหลังการรักษาดีขึ้น ช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล มีการติดเชื้อสูง ประเทศที่จับตาดูในยุโรป คือ ฝรั่งเศสและอังกฤษที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทยมีการรับผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งที่เป็น คนไทยและต่างชาติ รวม 69 ประเทศ จำนวน 1.11 แสนคน พบการติดเชื้อ 45 ประเทศ ผู้ติดเชื้อ 703 ราย คิดเป็น 0.6% หรือ 200 ราย เจอ 1 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดยมี 24 ประเทศที่ไม่เคยพบผู้ติดเชื้อที่มีผู้เดินทางเข้ามา ระบบของประเทศไทยมีการป้องกันการแพร่เชื้อจากต่างประเทศมีประสิทธิภาพ ยังไม่พบคนมาจากต่างประเทศมาแพร่เชื้อ นับตั้งแต่ประเทศไทยมีระบบกักตัว
นพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง คือฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นหลักพัน แต่ยังอยู่ห่างไกลประเทศไทย แต่ประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่าและมาเลเซีย อยู่ในระดับสถานการณ์ที่กำลังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ล่าสุดพม่ามีติดเชื้อรวม 2.79 หมื่นราย เป็นรายใหม่ 1,910 ราย ถือว่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ ส่วนมาเลเซียรายงานรวม 1.5 หมื่นราย รายใหม่ 561 ราย บางรายเป็นผู้ที่อาศัยในพื้นที่รัฐทางเหนือของมาเลเซีย และติดกับประเทศไทย จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น หากดูตัวอย่างจากพม่า วันที่ 5-11 ต.ค. มีผู้ป่วยรายใหม่ 10,180 ราย ถือว่าสูงที่สุดใน 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาของพม่า การป้องกันการแพร่เชื้อของไทยมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยจังหวัดชายแดน 10 จังหวัดของไทยมีการยกระดับเฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
“ส่วนกรณีจ.ตากดำเนินการตรวจคัดกรองพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าชาวไทยและพม่า บริเวณด่านแม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ วันที่ 8-10 ต.ค. พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย ทั้งหมดส่งตัวไปรักษาต่อ ร.พ.เมียวดี ฝั่งพม่าแล้ว ส่วนโรงงานที่มาส่งสินค้ามีการเข้าไปค้นหาเชิงรุก 74 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น แต่จะติดตามจนครบ 14 วัน”
กัก 77 ทหารไทยกลับจากซูดานใต้
วันเดียวกัน ที่สนามบินดอนเมือง พล.อ. ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รอง ผบ.ทสส. แถลงข่าวการผลัดเปลี่ยนกำลังกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซาท์ซูดาน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้ทหารผลัดแรก ชุดที่ 2 กลับถึงประเทศไทยแล้ว 77 นาย เป็นทหาร 76 นาย และตำรวจ 1 นาย เบื้องต้นไม่พบอาการ โดยอุณหภูมิไม่เกิน 37.3 องศา และไม่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ จึงส่งไปสถานกักกัน แห่งรัฐ ที่จ.ชลบุรี แล้ว แต่จะติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทหารชุดผลัดที่ 2 จำนวน 273 นาย เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว โดยทหารทุกนายได้รับการอบรมการป้องกันตัวเองจาก โควิดเป็นอย่างดี ดังนั้นงานที่มีความเสี่ยง อย่างงานกิจการพลเรือน จะชะลอไปก่อน เพราะในเซาท์ซูดานมีการแพร่ระบาดค่อนข้างมาก นอกจากนี้ทหารไทยยังปรับระเบียบในการอยู่พื้นที่อย่างรัดกุม ขณะที่กองทัพก็จัดเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการป้องกันโควิด ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกนาย หากพบปัญหาโรคโควิด ก็สามารถติดต่อผ่านระบบ VTC กับแพทย์ไทย ได้ตลอดเวลา
ด้านพล.ท.ชายชัญ ติกขะปัญโญ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพลผลัดแรกที่กลับมาเมื่อ 22 ก.ย. พบติดเชื้อโควิด 32 นาย และเข้ารักษาตัวอยู่ที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้า ซึ่งมีหอผู้ป่วยแยกเฉพาะ ล่าสุดมีผู้รักษาตัว 29 ราย แต่ไม่มีอาการอีก 3 ราย ผลตรวจเป็นลบ 2 ครั้ง จึงส่งกลับไปกักตัวดูอาการอีก 30 วัน ที่ร.พ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี
ด้านพ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า วันนี้กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย-เซาท์ซูดาน ผลัดที่ 1 ส่วนที่ 2 อีก 76 นายที่จบภารกิจ เดินทางกลับถึงไทยแล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการป้องกันโรคของไทยตามมาตรฐาน ศบค. โดยจะเข้าพักในสถาน กักกันแห่งรัฐ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 12-25 ต.ค. 2563