นัดเดินไปสถานทูต-วันจันทร์นี้
คำสั่งศาลอุทธรณ์-ไม่ให้ประกัน
ไมค์-รุ้ง-เพนกวิน-สมยศ-เอกชัย

ยันยกระดับชุมนุม หลังพล.อ. ประยุทธ์ เมินเส้นตายลาออกใน 3 วัน ตร.ยื่นขอศาลสั่งให้ม็อบหน้าเรือนจำออกจากพื้นที่แต่ม็อบยังชุมนุมอยู่ ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ไมค์-ภาณุพงศ์ เพนกวิน-พริษฐ์ รุ้ง-ปนัสยา สมยศ พฤกษาเกษมสุข คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ระบุพฤติกรรมร้ายแรงปลุกปั่นให้คนทำผิดกฎหมาย ด้านเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาคดีม.110 ก็ไม่ได้ประกัน ผอ.ร.ร.เบญจมราชูทิศ นครศรีฯ โต้ลั่น บีบเด็กม.2 ลาออกปมชู 3 นิ้ว ระบุยังไม่ได้ดำเนินการ แต่จะสั่งสอนให้รู้จักกาลเทศะ ที่ระยอง-อุดรฯ ก็มีม็อบ 3 นิ้ว

วันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 23 ต.ค. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและแกนนำคณะราษฎรอีสาน เปิดเผยว่า คืนนี้จะนอนปักหลักไปพร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่เหลือทั้งหมด 8 คน ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมอย่างไรนั้น ต้องรอดูท่าทีจากรัฐบาล เนื่องจากครบกำหนด 3 วัน ที่มวลชนได้ยื่นหนังสือขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ลาออก หากรัฐบาลยังไม่มี ท่าทีที่ชัดเจน ยืนยันว่าจะต้องยกระดับการชุมนุม

ต่อมาเวลา 04.00 น.วันที่ 24 ต.ค. กลุ่ม ผู้ชุมนุมเคลียร์พื้นที่เปิดถนนบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 2 ช่องทาง เพื่อให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดถนนทั้งหมด 4 เลนเนื่องจากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก โดยหลังจากเคลียร์เส้นทางถนนแล้วเสร็จในเวลา 05.00 น. ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงเปิดให้รถยนต์สามารถวิ่งสัญจรไปมาได้

ส่วนในช่องทางถนน 2 เลนซ้าย ผู้ชุมนุมกางเต็นท์เป็นแถวยาว และมีการใช้ผ้าสแลนสีเขียวปิดโดยรอบเต็นท์ เพื่อปักหลักค้างคืนตามที่ผู้ชุมนุมแจ้งตั้งแต่แรกว่าจะไม่ยอมกลับจนกว่าจะมีการปล่อยตัวแกนนำทั้ง 8 คน ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น นำหนังสือเรื่อง ให้แก้ไขการชุมนุมสาธารณะ กีดขวางการจราจร มาส่งมอบให้ผู้ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดถนนปักหลักชุมนุมค้างคืนตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายทรงพล สนธิรักษ์ เป็นตัวแทนคณะราษฎร 2563 พร้อมด้วยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมคณะ อ่านแถลงการณ์ ว่าประกาศคณะราษฎร ขอเชิญประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปิน ร่วมกันสร้างสีสันการชุมนุม ในคอนเซ็ปต์ “ประยุทธ์ก็ต้องไล่ หนังสือก็ต้องอ่าน การบ้านก็ต้องทำ” เชิญชวนกลุ่มราษฎรทุกภาคส่วนมาร่วมกันออกแบบการชุมนุม ออกแบบกิจกรรมร่วมกัน ทั้งนี้กลุ่มคณะราษฎรมองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงได้พวกเราจะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งคณะราษฎร ราษฎรและแนวร่วมกลุ่มอื่นๆ มาร่วมช่วยกันออกแบบการชุมนุมเพราะการร้องขอความเป็นธรรมนี้เราต้องแสดงจุดยืนดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3 ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ สุดท้ายนี้ทั้งหมดได้พูดคำว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” พร้อมกัน 8 ครั้ง

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราประกาศวันนี้คืออยากสร้างกระบวนการที่เป็นของราษฎรอย่างแท้จริง ให้มาช่วยกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการเคลื่อนไหว เราพยายามสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่เพราะเชื่อว่าถ้าไม่มีแกนนำการเคลื่อนไหวก็ยังไปได้ โดยวันนี้กำหนดเส้นตายในเวลา 22.00 น. หากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง เราจะกำหนดยุทธศาสตร์ในการเคลื่อนการชุมนุมต่อไป

เวลา 16.15 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายธัชพงศ์ แกดํา หรือ บอย ภาคีนิรนาม กล่าวถึงกิจกรรมปักค้างคืนที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า วันนี้จะมีการปราศรัย การแสดงดนตรีและศิลปะเช่นที่ทำมาก่อนนี้ พร้อมขีดเส้นตายให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งภายในเวลา 22.00 น. ตามข้อเรียกร้องคณะราษฎรที่ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการวัดใจ ตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศเกือบ 200 วันที่ผ่านมา มองว่ากระแสสังคมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หรือคนเกือบหลักล้านที่มาร่วมแสดงออกและมีมติเดียวกันเป็นเอกฉันท์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นการแสดงพลังแบบสันติ ไม่มีการปิดสถานที่ราชการ เพียงแต่ให้เห็นจำนวนคนที่เห็นด้วยว่าเราไม่เอารัฐบาลชุดนี้ พวกเรามาแล้วก็กลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือความสูญเสีย นี่ไม่ใช่การชุมนุมแบบสมัยก่อนที่จะต้องบุกยึดสถานที่ราชการ

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือเตือนให้ยกเลิกการชุมนุมแล้วออกจากพื้นที่นั้น นายธัชพงศ์กล่าวว่า ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาไม่ว่าผู้ที่เห็นต่างจะทำอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ก็ผิดหมด ยืนยันว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออก ก็จะมีการยกระดับ พรุ่งนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แต่จะไปสถานที่ใดขอพูดคุยกันก่อน ตอนนี้เรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว จะมีประชาชนหลายคนทั่วประเทศที่เขาไม่เอาด้วย ยืนยันด้วยว่าคืนนี้จะยังคงปักหลักชุมนุมต่อไปทั้งนี้ ก็มั่นใจในนักศึกษาอาวชีวะและมวลชนอาสาที่ลบภาพลักษณ์ของความรุนแรง เมื่อคืนเรานอนได้อย่างปลอดภัยเพราะพวกเขาเหล่านี้ ที่เป็นพลังบริสุทธิ์ เมื่อคืนมีคนเมา เราไม่ทำร้ายร่างกายแต่นำส่งตำรวจ

นายธัชพงศ์กล่าวอีกว่า หากเป็นประเทศญี่ปุ่น นายกฯ คงลาออกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ลองคิดถึงนักเรียนจนถึงคนวัย 30 ปี ที่จะเป็นอนาคตของชาติรุ่นต่อไป หากไม่ยอมลาออก จะกระทบถึงโครงสร้างสังคมทั้งหมด หากผมเป็น นายกฯ คงลาออกตั้งแต่วันที่มีการสลายการชุมนุม ไปแล้ว เพราะรับไม่ได้ที่ลูกหลานต้องมาถูก ทุบตี

ขณะที่เพจเยาวชนปลดแอก ระบุว่า อีก ไม่ถึง 1 วันสุดท้ายที่เราได้ขีดเส้นและให้เวลา 3 วันในการลาออกของประยุทธ์ เตรียมพร้อมรอฟังประกาศว่าการนัดหมายครั้งถัดไปจะเป็นวัน และเวลาไหนจากเรา

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. เปิดเผยว่า การชุมนุมในบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด ซึ่งผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง ทำหนังสือแจ้งขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยุดการชุมนุมแล้ว แต่ไม่เป็นผล โดยในขั้นตอนต่อไป จะขอให้ศาลออกข้อบังคับเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่

เบื้องต้นขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ กีดขวางการจราจร และตั้งวางสิ่งของหรือสิ่งอื่นใดบนทางเท้า ตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ส่วนการจัดกำลังตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อย อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.ทุ่งสองห้อง ที่จัดกำลังดูแล เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ได้มีการร้องขอกำลังเสริมจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่อย่างใด

วันเดียวกัน นายวรา จันทรมณี ประธานเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม ออกแถลงการณ์ กรณีที่มีเด็กนักเรียนรายหนึ่ง ระบุ ถูกทางโรงเรียนบีบบังคับจนต้องไปลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากยืนชู 3 นิ้ว ว่า จากการที่เมื่อวันที่ 23 ต.ค. โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช บังคับให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม โดยหากไม่เข้าร่วมจะถูกตัดคะแนน ทราบข้อมูลจากกลุ่มนครเสรีเพื่อประชาธิปไตยว่า หากใครทำ ไม่สวย จะโดนครูดุด่า ตวาด น้องที่เคยเป็น ข่าวเรื่องนำทหารไปบรรยายในโรงเรียน ไม่เห็นด้วยกับการบังคับให้ไปทำพิธี โดนบังคับให้คุกเข่า จึงชู 3 นิ้ว แสดงสัญลักษณ์อารยะขัดขืน

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ครูโรงเรียนเบญจมฯโทรศัพท์ไปแจ้งผู้ปกครองว่าผู้อำนวยการจะไล่น้องออก บอกว่าจะไม่เอาไว้แล้ว เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่องจึงไปเซ็นใบลาออก เพื่อไม่ให้น้องเสียประวัติ

เรื่องนี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ ลุแก่อำนาจของคนระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ทั้งๆ ที่เคยบอกว่าเปิดกว้าง ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของเด็ก การกระทำดังกล่าว สะท้อนให้เห็นอาการปากว่าตาขยิบ วัฒนธรรมอนุรักษ นิยมครอบงำโรงเรียนเบญจมราชทิศ การบังคับให้เด็กมาทำพิธี ใน พ.ศ.นี้ เป็นเรื่องล้าสมัย ขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

เครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม ขอประณามการกระทำดังกล่าวของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช และจะติดตามดำเนินการเพื่อปกป้องน้องต่อไป

ด้านนายภักดี เหมทานนท์ ผอ.โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรกับเด็กคนดังกล่าว เนื่องจากติดช่วงวันหยุด แต่เมื่อโรงเรียนเปิดก็จะมีการเรียกเด็กมาอบรมสั่งสอนในเรื่องของกาลเทศะ ความเหมาะสม ของสถานที่ เราจะต้องสอนและบอกกับลูก ของเรา

“ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างทางโรงเรียนไม่เคยปิดกั้น เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่การแสดงออกต้องดูกาลเทศะด้วย ส่วนที่มีการออกข่าวว่ามีการไล่เด็กออกนั้น ไม่เป็นความจริงไม่ได้มีการไล่เด็กออกแต่อย่างใด และไม่คิดที่จะไล่ออก เพราะเค้าไม่ได้ทำความผิดอะไร และพ่อแม่เด็กก็ยังไม่ได้พาเด็กมาลาออกจากโรงเรียนเหมือนกับที่มีการแชร์กันในสังคมออนไลน์แต่อย่างใด” นายภักดี ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเด็กนักเรียนคนดังกล่าว เป็นนักเรียนชั้น ม.2 แผนกอีพี ซึ่งเป็นเด็กคนเดิมที่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นขณะที่มีทหารทหารกองทัพภาคที่ 4 มาบรรยายพิเศษที่โรงเรียนเมื่อเดือนที่ผ่านมา

 

ยกระดับ – คณะราษฎร 2563 ชุมนุม หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประกาศยกระดับการเคลื่อนไหว หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมินเส้นตายลาออก พร้อมเชิญชวนราษฎรทุกกลุ่มมาร่วมออกแบบ การชุมนุม เมื่อวันที่ 24 ต.ค.

 

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 ผู้ต้องหา แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มคณะราษฎร 2563 ในคดีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร หลังศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัวทั้งสาม

โดยคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายภาณุพงศ์ นายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา 3 ผู้ต้องหา ทั้งนี้คำสั่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวนของนายภาณุพงศ์ 2 สำนวน คือสำนวนประเด็นชุมนุม ตามข้อหายุยงปลุกปั่นฯ กับข้อหาอื่นๆ และสำนวนปักหมุดคณะราษฎร 2563 บนพื้นสนามหลวง ตามข้อหาผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ กับอีกสำนวนของนายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยา เป็นสำนวนเดียวกัน ทั้งหมด 3 สำนวน

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในทั้ง 3 สำนวนทำนองเดียวกันว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า การกระทำตามข้อกล่าวหามีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ชักนำให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน โดยการบุกรุกทำลายทรัพย์สินของทางราชการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว ยังปรากฏว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายคดีในหลายท้องที่ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ในชั้นนี้หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายหรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี กรณีสมควรรอฟังผลการสอบสวนก่อน คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหา แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในคดีชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบลักษณะการกระทำความผิดตามที่ปรากฏในคำร้องขอฝากขังว่า ผู้ต้องหาร่วมกับพวกระดมมวลชน จัดให้มีการชุมนุมและก่อให้เกิดการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หากปล่อยชั่วคราวน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจก่อให้เกิดความเสียหายประการอื่นในทำนองเดียวกันขึ้นอีก ในชั้นนี้สมควรรอฟังผลการสอบสวนก่อน ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในคดี อาญาระหว่างพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ยื่นขอฝากขัง นายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาความผิดฐาน ร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 วรรคสอง ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยฝ่ายผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วลักษณะการกระทำตามข้อกล่าวหาเป็นเรื่องร้ายแรงทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 วรรคสองประกอบมาตรา 80และ 83 มีอัตราโทษสูงต้องระวางโทษจำคุกถึงตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบหกถึงยี่สิบปีหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีเมื่อพิจารณาประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวแล้วในชั้นนี้เห็นสมควรรอผลการสอบสวน ก่อนที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมานั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่บริเวณลานข้างลานน้ำพุ สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี มีการจัดการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร อุดรธานี หรือกลุ่มปลดแอกอุดรธานี โดยการนำของน.ส. ภริตพร หงษ์ธนาธร นักการเมืองท้องถิ่น และอดีตเลขาแกนนำชมรมคนรักอุดร และแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วยนายสิขณินภ์ รัศมีธรรม แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอกอุดรธานี

บรรยากาศการชุมนุม มีการจัดตั้งเครื่องขยายเสียงโดยมีนายสิขณนภ์ขึ้นปราศรัยตะโกนเชิญชวนกันขับไล่นายกฯและคณะรัฐบาล นอกจากนี้ยังเตรียมดอกไม้จันทน์มาวางไว้อาลัย จนกระทั่งเวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมเคารพธงชาติพร้อมชู 3 นิ้ว

ที่จ.ระยอง กลุ่มมวลชนในนาม “เราคือราษฎร” ประมาณ 500 คน รวมตัวชุมนุมกันบริเวณตลาดเนินอุไร ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง โดยตั้งเวทีพร้อมเขียนป้ายหลังฉากเวที มีใจความว่า “ปฏิรูป-ล้มล้าง” “ปล่อยเพื่อนเรา” พร้อมติดภาพแกนนำทั้ง 6 คน ที่ยังถูกขังอยู่ในเรือนจำ โดยมี นายณัฐนนน พยัฆพันธ์ หนึ่งในแกนนำที่เพิ่งถูกปล่อยตัวมา เดินทางมาให้กำลังใจผู้ร่วมชุมนุม

ต่อมามีการผลัดกันขึ้นเวที ปราศรัย โดยสรุปเนื้อหา หลัก คือ การขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลาออกจากตำแหน่ง ปล่อยแกนนำทั้ง 6 คน ที่ยังถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ต่อมาผู้ชุมนุมมีการเปิดแฟลชมือถือ เปิดเพลง บอททอมบลูส์ ของ แอมมี่ พร้อมเสียงตะโกน ด่าพล.อ.ประยุทธ์ เสียงดังลั่น

สำหรับการชุมนุมได้กำหนดจะยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น. โดยมีเยาวชนผลัดกันขึ้นปราศรัย กล่าวโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ข่าวกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ แถลงข่าวร่วมของผู้เสนอรายงานพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ใน 3 ด้านของสิทธิเสรีภาพ และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 ว่า กระทรวงการต่างประเทศขอเรียน ดังนี้ 1.ผู้เสนอรายงานพิเศษเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่มีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ในประเทศต่างๆ โดยเป็นกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้เสนอรายงานพิเศษในประเด็นต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญอิสระ และคณะทำงานต่างๆ

2.ข้อห่วงกังวลที่ปรากฏในแถลงข่าวร่วม อาทิ เรื่องการจับกุม การใช้น้ำฉีดแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฯลฯ ได้รับการชี้แจงในการบรรยายสรุปต่อคณะทูตและองค์การระหว่างประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศบรรยายสรุปและตอบคำถามร่วมกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้แทนสำนักงานโอเอชซีเอชอาร์ ประจำประเทศไทย ได้เข้าฟังด้วย

3.ในวันเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่แถลงข่าวร่วม เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้หารือกับนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ผ่านการสื่อสารทางไกล เกี่ยวกับสถานการณ์ชุมนุมในประเทศไทย และการแถลงข่าวร่วมข้างต้น เพื่อชี้แจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 และได้ย้ำว่า (1) ไทยยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (2) รัฐบาลไทยรับมืออย่างสมดุลระหว่างข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบ และ (3) ที่สำคัญคือกระบวนการทางยุติธรรมและศาลมีความเป็นอิสระ โดยล่าสุดศาลมีคำสั่งยกเลิกคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อปิดสื่อบางแห่งแล้ว (4) ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม 2563 มีสำนักข่าวบางแห่ง ได้รายงานข่าวเรื่องท่าทีของกลุ่มผู้เสนอรายงานพิเศษฯ โดยสรุปเนื้อหาคลาดเคลื่อนว่า กลุ่มผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัว “ทุกคน” โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ข้อเท็จจริง คือ เรียกร้องให้ปล่อยตัว “บุคคลที่ถูกจับกุมเพียงเพราะใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐาน” (ผู้ชุมนุมทั่วไป) ซึ่งมีความหมายที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมโพสต์ระบุการยกระดับหลังจากที่พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ลาออก นัดชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย ในวันที่ 26 ต.ค.เวลา 17.00 น.โดยนัดเดินขบวนจาก สามย่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเวทีหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน ประกาศว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออก ในเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ต.ค. จะไปไล่พล.อ.ประยุทธ์ ที่แยกราชประสงค์

 

 

ระยองพรึบ – กลุ่มเราคือราษฎรแห่ชุมนุมเปิดเวทีปราศรัยที่ตลาดเนินอุไร ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ชู 3 นิ้วขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำออกจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน