สมองกระทบกระเทือน
ศาลยกอีก-ขออายัดตัว
ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี
สน.ปทุมวัน-แจ้งข้อหา
‘มายด์’โดนหมายเรียก

‘ไมค์-เพนกวิน-รุ้ง’3แกนนำ คณะราษฎรต้องนอนโรงพยาบาล หลังบาดเจ็บขณะตร.อายัดตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาดำเนินคดีที่สน.ประชาชื่น หมอแถลงยัน ‘ไมค์ ระยอง’ อาการหนักต้องเฝ้าระวังอาการทางสมอง ส่วน ‘เพนกวิน-รุ้ง’ มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งจากเศษแก้ว ขณะที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสั่งยกคำร้องตำรวจขออายัดตัวทั้ง 3 คน ระบุสอบสวนเสร็จแล้ว อีกทั้งยังรักษาตัวที่ร.พ. ไม่ปรากฏหลักฐานที่จะหลบหนี จึงไม่จำเป็นต้องควบคุมตัว ส่วน‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’งานรับปริญญาที่ธรรมศาสตร์มีแกงอีกรอบ แค่ร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิต ด้าน‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’นัดรวมพลวันนี้ที่วัดพระแก้ว ชวนคนไทยร่วมปกป้องสถาบัน

แห่ให้กำลังใจ‘รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน’

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ต่อมาตำรวจสน.ประชาชื่นมาอายัดตัว ไมค์ รุ้ง และเพนกวินไปดำเนินคดีตามหมายจับอื่นต่อ ส่วนหมอลำแบงค์ได้รับปล่อยตัวออกมาคนเดียวตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 30 ต.ค. ขณะเดียวกันตำรวจสน.ประชาชื่นคุมตัวนายภาณุพงศ์ น.ส.ปนัสยา และนายพริษฐ์ มาดำเนินคดีที่สน.ประชาชื่น ระหว่างทางเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีมวลชนพยายามขัดขวางไม่ให้ เจ้าหน้าที่นำตัวทั้ง 3 คนไปที่โรงพัก โดย เพนกวินและไมค์ซึ่งยังคงนั่งอยู่ในรถควบคุม ผู้ต้องหามีอาการเป็นลม เนื่องจากในรถแออัด

ขณะเดียวกัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่โรงพัก พร้อมขอให้มวลชนอยู่ในความสงบ เพราะตำรวจจะนำตัวเพนกวิน และไมค์ไปโรงพยาบาล เนื่องจากทั้งคู่ไม่สบาย ระหว่างนั้นแม่ของเพนกวินเข้ามาสวมกอดลูกชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จากนั้นรถพยาบาลก็มารับตัวไมค์ไป เนื่องจากไม่ได้สติ โดยมีนพ.ทศพรนั่งไปด้วย ส่วนเพนกวินอาการดีขึ้น และไม่ต้องไปโรงพยาบาล ยังคงอยู่ที่หน้าสน.ประชาชื่น โดยมีมวลชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้ง 3 คน

ตลอดเวลามีการปราศรัยของแกนนำคณะราษฎร เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องลาออก

ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และส.ส.ของพรรคก้าวไกลจำนวนหนึ่งมาสังเกตการณ์ที่สน.ประชาชื่นด้วย

นพ.ทศพรให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากส่งนายภาณุพงศ์ไปยังร.พ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น เพื่อตรวจอาการหลังจากมีอาการเป็นลม พบว่าอาการล่าสุด ต้องนอนพักรักษาตัวที่ ร.พ.ก่อน 1 คืน เพราะมีอาการขาดออกซิเจน และอาจจะมีอาการต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ถูกล็อกขึ้นมาบนรถผู้ต้องขัง ระหว่างที่ถูกอายัดตัว โดยตนยังคงเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ร.พ.

ป่วยจริง – แพทย์ร.พ.พระรามเก้า แถลงอาการป่วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร หลังศาลสั่งปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.

 

ตร.อยุธยาอายัดตัวทั้ง 3 คน

เมื่อเวลา 03.00 น. พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ประกาศต่อหน้ามวลชนว่า จะขอนำตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เข้าสอบสวนที่ชั้น 2 ของ สน.ประชาชื่น โดยอ้างเหตุแห่งคดีที่เคยเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากยินดีกระทำตามแล้ว จะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ทางพ.ต.อ.เอกราช ไม่รับปาก แต่ได้แจ้งให้ทราบว่าผู้ถูกสอบสวนจะได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกอย่าง หลังการเจรจาผ่านไป 10 นาที นายพริษฐ์ และน.ส.ปนัสยาจึงยอมเดินขึ้นชั้น 2 ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางมวลชนตะโกนโห่ร้องท่ามกลางความโมโห

ต่อมาเวลา 04.45 น. พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1 ควบคุมตัวเพนกวิน และรุ้งขึ้นรถพยาบาลไปยังร.พ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น เพื่อส่งตัวรักษาตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา หลังเพนกวินมีอาการบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุลมุนทุบรถควบคุม ผู้ต้องหา ส่งผลทำให้ถูกกระจกบาดตามร่างกายหลายแห่ง ขณะที่รุ้งมีอาการอิดโรยและอ่อนเพลีย โดยมีนพ.ทศพร และนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ขึ้นรถพยาบาลติดตามไปด้วย

หลังจากนั้นนำตัวเพนกวิน รุ้งและไมค์ไปรักษาที่รพ.พระรามเก้า

ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำทั้ง 3 ราย ซึ่งกระทำความผิดในท้องที่สภ.พระนคร ศรีอยุธยา หลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะส่งสำนวนคำให้การกับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยังไม่นำตัวแกนนำทั้ง 3 รายไปส่งศาล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ต้องได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ์เสียก่อน

จากนั้นทางตัวแทนกลุ่มมวลชนประกาศยุติการชุมนุม พร้อมประกาศให้มวลชนกลับบ้านไปพักผ่อน และรอฟังประกาศจากกลุ่มแนวร่วมในช่วงรุ่งเช้าวันเดียวกันนี้ต่อไป

ตร.บุกจับ‘ไมค์’คาเตียงคนไข้

เมื่อเวลา 06.45 น. ทวิตเตอร์ iLawFX ทวีตข้อความระบุว่า 06.15 น. ตำรวจจากสภ.พระนครศรีอยุธยาเข้ามาแสดงตัวจับกุม ไมค์-ภาณุพงศ์ ที่ร.พ.พระรามเก้า ขณะที่ไมค์ปฏิเสธการจับกุม เนื่องจากการจับกุมเริ่มตั้งแต่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว ไม่ใช่เริ่มจับกุมที่ร.พ.พระรามเก้าตามที่ตำรวจได้แจ้งการจับกุม

ทั้งนี้ ไมค์ ภาณุพงศ์โพสต์เฟซบุ๊ก ชู 3 นิ้ว ระบุว่า “บาดแผลที่ผมได้รับ เทียบไม่ได้กับความเดือดร้อนที่พี่น้องทุกคนต้องทนมาตลอด 6 ปี กับระบอบเผด็จการ ผมปลอดภัยดี และอยู่ในการดูแลของหมออย่างใกล้ชิด ขอบคุณทุกคนที่มารับ และปกป้องผมครับ”

ขณะที่ทนายความแจ้งว่า กระบวนการหลังจากนี้ เมื่อตำรวจแจ้งการจับกุม และสอบคำให้การของไมค์แล้ว ไมค์จะสามารถรักษาตัวอยู่ในร.พ.ต่อได้ โดยเป็นสิทธิของผู้ต้องหา เมื่อได้รับการบาดเจ็บต้องได้รับการรักษา โดยไมค์ใช้สิทธิไม่ให้การกับตำรวจชุดจับกุมจากสภ.พระนครศรีอยุธยา

ส่งร.พ. – นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำคณะราษฎร ออกจากสน.ประชาชื่นไปยังร.พ.พระรามเก้า เพื่อรักษาอาการป่วย หลังจากศาลสั่งปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.

 

ร.พ.แถลง-ไมค์อาการหนัก

ต่อมาเวลา 11.50 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ ร.พ.พระรามเก้า นพ.สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการ ร.พ.พระรามเก้า พร้อม พล.ร.ต.นพ.สุรเชษฐ์ สู่พานิช ที่ปรึกษากรรมการ ผอ.ร.พ.พระรามเก้า นพ.อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์ ผู้ช่วย ผอ.ร.พ. พระรามเก้า ร่วมแถลงกรณี นายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยาแกนนำคณะราษฎร ที่เข้าพักรักษาตัว

นพ.สมชัยเปิดเผยว่า จากการตรวจรักษาร่างกายของผู้ป่วยทั้ง 3 ราย แบ่งรายละเอียดได้ตามนี้ รายแรก นายภาณุพงศ์ พบร่องรอยบาดแผลถลอก และเศษแก้วตามร่างกายหลายแห่ง มีอาการอ่อนเพลีย ตอนนี้กำลังตรวจหาสาเหตุการวูบหมดสติ ซึ่งเจ้าตัวต้องได้รับการดูแลติดตามอาการทางสมองอย่างใกล้ชิด รายที่ 2 นายพริษฐ์ พบว่ามีประวัติป่วยเป็นหอบหืด ตรวจพบบาดแผลกระจายตามร่างกายตามแขนขาและพบเศษแก้วตามแผลบางแห่ง แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะ ไม่พบอาการอื่นๆ ส่วนรายที่ 3 น.ส.ปนัสยา มีอาการอ่อนเพลียมาก และขาดน้ำรุนแรงรวมถึงขาดการพักผ่อนมานาน พบแผลที่เท้า ตอนนี้ต้องให้น้ำเกลือ โดยคนไข้ทั้งหมดต้องรักษาตัวประมาณ 24-48 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน หรือนานกว่านั้นหากมีอาการอื่น แต่คนไข้สามารถปฏิเสธการรักษาและออกจากโรงพยาบาลทันทีเลยก็ได้ตามสิทธิ์ของผู้ป่วย

นพ.สมชัยเปิดเผยต่อว่า แนวทางและนโยบายดูแลผู้ป่วย เรามีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทุกคนเชื้อศาสนา และความเชื่ออย่างไม่มีอคติ ตามจรรยาบรรณทางการแพทย์ ในกรณีนี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากคนไข้ทั้ง 3 มีอาการอ่อนเพลียค่อนข้างมาก จึงขอให้ผู้สนับสนุนงดการเข้าเยี่ยมด้วยตัวเอง ให้กำลังใจผ่านทางโซเชี่ยลจะเหมาะสมกว่า

ทั้งนี้เพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และหายป่วยเร็วขึ้น ส่วนสาเหตุที่ต้องมารักษาตัวที่ ร.พ.พระรามเก้า เป็นความประสงค์ของผู้ป่วยเอง โดยมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ซึ่งเป็นคนไข้ประจำร.พ.แห่งนี้มานานนับ 10 ปี ประสานมาให้ เพราะเขามีความเชื่อมั่นใจความสามารถของร.พ.นี้ สำหรับข้อเรียกร้องของคนไข้ ตอนนี้เพียงต้องการการพักผ่อนเท่านั้น

ตร.เฝ้าหน้าห้องคนไข้

เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบร่างกายแล้วพบว่ามีการถูกบีบคอจริงหรือไม่ นพ.สมชัยตอบว่า ประเด็นนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใดแจ้งอาการมา แต่รายละเอียดของอาการบาดเจ็บของทั้ง 3 คน เป็นไปตามที่แถลงไป ทั้งนี้พบว่าผู้ป่วยมีบาดแผลและรอยถลอกหลายจุด และยังแจ้งว่าปวดตึงต้นคอบ่าและไหล่ ส่วนสภาพจิตใจนั้น ผู้ป่วยยังไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผย

เมื่อถามว่า ตามระเบียบแล้วการจับกุมภายในโรงพยาบาลนั้นมีแนวทางอย่างไร นพ.สมชัยกล่าวว่า ก่อนการจับกุม มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่มาแล้ว แต่รายละเอียดการเข้าแสดงหมายจับกุมเมื่อช่วงเช้าในห้องพักของนายภาณุพงศ์ นั้น ตนไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ยอมรับว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลคอยดูแลอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยจริง แต่ไม่มีการใส่เครื่องพันธนาการติดกับเตียง และทั้ง 3 ราย ก็พักอยู่คนละชั้น ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตร.จากสน.มักกะสัน กับเจ้าหน้าที่ตร.จากสภ.พระนครศรีอยุธยาดูแลอยู่หน้าห้อง

จ่อเอาผิดคนทุบรถขนผู้ต้องหา

ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น.เปิดเผยว่า กรณีการทุบทำลายรถควบคุมผู้ต้องหาในพื้นที่สน.ประชาชื่น ส่วนนี้ประชาชนคงจะเห็นคลิปชัดเจนอยู่แล้ว มีกลุ่มผู้ชุมนุมหรือ ผู้ไม่หวังดีกลุ่มหนึ่งพยายามจะชิงตัวผู้ต้องหา มีการนำรถจักรยานยนต์มากีดขวางการเคลื่อนตัวของรถควบคุมผู้ต้องหา จนกระทั่งตำรวจต้องตัดสินใจใช้รถควบคุมผู้ต้องหาดันรถจักรยานยนต์ดังกล่าวออกจากเส้นทาง นอกจากนั้นมีการพยายามใช้สิ่งต่างๆ เช่น หมวกกันน็อก แท่งเหล็ก ทุบทำลายรถควบคุมผู้ต้องหาในระหว่างทาง ขณะนี้ทางผกก.สน.ประชาชื่นกำลังเรียกกองพิสูจน์ หลักฐานกลางมาตรวจร่องรอยความเสียหายและคงมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในเบื้องต้นเข้าข่ายความผิดทำให้เสียทรัพย์ซึ่งทรัพย์สินทางราชการ อยู่ระหว่างการพิจารณาดูพฤติกรรมว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มนั้นจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 215 สมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองหรือก่อให้เกิดเหตุร้ายในบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าพยานหลักฐานไปถึงก็คงจะต้องมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ขณะนี้ปรากฏข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ เป็นการกล่าวร้ายการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ เช่น การใช้คำว่าใช้หมายจับที่หมดสภาพมาดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหา หรือมีการใช้กำลังทุบตีผู้ต้องหาคนหนึ่งคนใดจนได้รับบาดเจ็บหมดสติเหล่านี้ เป็นต้น ซึ่งข้อความเหล่านั้นเป็นข้อความอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและบก.ปอท.จะต้องดำเนินการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ฝากเตือนประชาชนที่ทราบข่าวแล้วอย่าเผยแพร่ ส่งต่อ ทำซ้ำ อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีการเจ็บป่วยตำรวจก็ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ บช.น.จัดเตรียมกำลังตำรวจไว้ 7 กองร้อย และกองร้อยควบคุมฝูงชนหญิงอีก 1 กองร้อย ส่วนการประเมินสถานการณ์ในวันนี้จะต้องดูการข่าวในภาคบ่ายอีกครั้ง

พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นซ้ำว่า เมื่อเริ่มดำเนินคดีแล้ว คดีจะหยุดไม่ได้ จะต้องเดินไปตามขั้นตอนกระทั่งคดีสู่ศาล และคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้ามีการกระทำความผิดเรื่อยๆ เยอะๆ ต่อเนื่องกัน ก็อาจจะมีหมายเพิ่มขึ้นได้

เผยยอดหมายผู้ชุมนุม 80 หมาย

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.เปิดเผยว่า ประเด็นการเพิกถอนหมายจับนายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา ยังมีหมายอื่นที่ต้องอายัดตัว ไม่สามารถหยุดการดำเนินได้ คดีต้องสิ้นสุดที่ศาลเท่านั้น และคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้ามีการกระทำความผิดเรื่อยๆ เยอะๆ ต่อเนื่องกันก็อาจจะมีหมายเพิ่มขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมีหมายจับของกลุ่ม ผู้ชุมนุมกี่หมาย พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ที่แน่นอนมีประมาณ 80 หมาย ส่วนสำหรับประเด็นการเพิกถอนหมายจับเนื่องจากเจอตัวและสอบปากคำผู้ต้องหาแล้ว ต้องดูรายละเอียดในแต่ละคดีระหว่างมีการอายัดตัวและแจ้งข้อกล่าวหากับในส่วนที่ดำเนินคดีแล้ว เมื่อรับตัวแล้วต้องนำไปฝากขัง แต่ถ้ายังไม่ถึงขั้นตอนนั้น กระบวนการก็ยังไม่เสร็จสิ้นต้องนำตัวมาสอบปากคำและดำเนินการต่างๆ

กรมคุกแจงย้าย‘ตัน-สุรนาถ’

ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่เพื่อนและญาติของนายสุรนาถ หรือตัน แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาคดี 110 ตั้งข้อสงสัยถึงการย้ายนายสุรนาถไปควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวางนั้นว่า ตนได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ช่วงที่นายสุรนาถถูกนำตัวมาที่เรือนจำ ห้องกักโรคมีความแออัด เนื่องจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเรือนจำที่รับตัว ผู้ต้องหาและจำเลยทุกคดี ทำให้ความจุห้องกักโรคไม่เพียงพอ ประกอบกับคดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูงเกิน 15 ปี จึงย้ายเป็นการภายในไปควบคุมที่เรือนจำใกล้เคียงคือเรือนจำกลางบางขวาง แต่ได้แจ้งให้ศาลทราบแล้ว ยืนยันว่าระหว่างที่นายสุรนาถถูกควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวางไม่ได้ถูกขังเดี่ยว เพราะการขังเดี่ยวคือการลงโทษ และทนายความสามารถเข้าเยี่ยมได้ ยกเว้นญาติที่ต้องรอให้ครบกำหนดกักโรค 14 วันก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สามารถรับ ผู้ต้องขังเพิ่มได้แล้ว ดังนั้น จะรับตัวนายสุรนาถกลับมาขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการฝากขังผ่านจอภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 คน คือ นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน ส่วนนายสุรนาถถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำบางขวาง ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้รับการปล่อยตัวไปเมื่อวานนี้

ศาลยกขออายัด‘รุ้ง-เพนกวิน-ไมค์’

วันเดียวกัน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทวีตข้อความเรื่องศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไต่สวนคำร้องขอควบคุมตัว “เพนกวิน’ นายพริษฐ์, ‘ไมค์’ นายภานุพงศ์ และ ‘รุ้ง’น.ส.ปนัสยา โดยระบุว่าเมื่อเวลา 13.53 น. ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มการไต่สวนคัดค้านคำร้องขอควบคุมตัว รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน ของพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จากคดีเมื่อวันที่ 21 ส.ค.63

ต่อมาเวลา 16.42 น. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ขอควบคุมตัว รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน โดยระบุผู้ร้องสอบสวนเสร็จแล้ว ขั้นตอนที่เหลือทำได้ ไม่ต้องควบคุมตัว เพราะไม่ปรากฏหลักฐานว่าจะมีการหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายประการอื่น และผู้ต้องหารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่มีเหตุจำเป็นในการควบคุมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร.พ.พระรามเก้า ซึ่ง รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน พักรักษาตัวอยู่ มีตำรวจ 6 นายเฝ้าอยู่ด้านหน้าลิฟต์ภายในร.พ.พระรามเก้า ที่ทั้ง 3 คนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่

ตร.ปทุมวันอายัดตัว‘รุ้ง’

เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.อัครพล จั่นเพชร รองผกก. (สส.) สน.ปทุมวัน พร้อมกำลังเดินทางมาที่ร.พ.พระราม 9 โดยนำหมายจับศาลแขวงปทุมวัน 114 /2563 และเลขที่ 116/2563 ลงวันที่ 22 ก.ค.2563 ทั้ง 2 หมาย ข้อหาผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในช่วงการแพร่ระบาดโรค โควิด-19 เหตุการณ์นำกลุ่มผู้ชุมนุมที่สกายวอล์ก บริเวณสี่แยกปทุมวัน แขวงและเขตปทุมวัน กทม. วันที่ 5 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทำความผิดชุมนุมใน 2 เหตุการณ์ มาอายัดตัวน.ส.ปนัสยา ที่นอนรักษาที่ห้องพัก ชั้น 9 ตึกเอ โดยเจ้าหน้าที่อายัดตัวรุ้งไว้ก่อน พร้อมจัดกำลังเฝ้าดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง และ วันจันทร์ที่ 2 พ.ย.นี้จะมาควบคุมตัวไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวันต่อไป

‘มายด์’โดนหมายเรียกคดีสถานทูต

วันเดียวกัน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ ระบุว่า เช้านี้ มีนักศึกษา และ ประชาชน 4 รายแล้ว ได้รับหมายเรียกจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ไปรับทราบข้อหาตามมาตรา 116 จากกรณีร่วมอ่านแถลงการณ์ภาษาต่างๆ หน้าสถานทูตเยอรมัน ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ 1 ในผู้ที่ได้รับหมายเรียก คือ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หนึ่งในแกนนำที่อ่านจดหมาย และขึ้นปราศรัยในวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ตร.ไปขอออกหมายจับแกนนำการชุมนุมดังกล่าว แต่ศาลยกคำร้อง

ส.ส.แห่เยี่ยม‘รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน’

ด้าน ‘เดียร์’ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้เดียร์กับส.ส.อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มาเยี่ยมให้กำลังใจน้องเพนกวิน น้องรุ้ง และน้องไมค์ ที่ร.พ.พระรามเก้า ถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความเป็นอยู่ของน้องๆ ในระหว่างถูกคุมขัง น้องๆ กำลังใจดีเยี่ยมเลยค่ะ ยืนยันว่ายังยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ ประเทศไทยต้องดีกว่านี้ให้ได้

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการเข้าจับกุมตัวน้องๆ ตามหมายจับของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่ายังมีค้างอยู่ หลังจากที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวน้องๆ ออกจากเรือนจำ ทั้งที่ทนายความประสานให้ตำรวจจากทุกท้องที่ที่น้องๆ มีคดีอยู่มาแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และน้องๆ ได้รับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำไปแล้ว ซึ่งทำให้หมายจับที่มีอยู่นั้นสิ้นผลไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมน้องๆ ถึงในเขตราชทัณฑ์ โดยที่น้องๆ ยังก้าวออกไม่พ้นประตูเรือนจำ ผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ใส่เครื่องแบบ ไม่มีการแสดงบัตรประจำตัว ไม่มีการแสดงหมายจับ น้องๆ มีร่องรอยการโดนทำร้ายจากเจ้าหน้าที่จากการเข้าจับกุมตัวเมื่อวานโดยผิดหลักกฎหมาย….การกระทำเหล่านี้มันป่าเถื่อนจริงๆ

เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ ที่รุนแรงกว่านี้ เช่น มีคนใช้ปืนยิงคู่กรณี แต่ตำรวจกลับอนุญาตให้มีการประกันอย่างง่ายด้วยวงเงินไม่กี่แสนบาท เทียบกับน้องๆ ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยโดยไม่มีอาวุธ เรียกร้องให้ผู้นำประเทศที่บริหารงานห่วยแตกลาออกไป แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน กลับต้องถูกหมายจับคดีแล้วคดีเล่า

คุณตำรวจคะ…พวกคุณอยากตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการจริงหรือคะ คุณจะเอาศักดิ์ศรีความเป็นตำรวจมาแลกเพื่อเอาใจเจ้านายแล้วยืนอยู่ตรงข้ามประชาชนจริงหรือ?”

‘สมศักดิ์’ยันไม่มีอำนาจสั่งจับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีเตรียมเข้ายื่นหนังสือถึงบ้านเพื่อถามถึงการจับกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมว่า ตนไม่อยู่บ้าน เพราะติดภารกิจงานของกระทรวงยุติธรรม แต่มอบหมายให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือแทน ซึ่งพอจะทราบประเด็นข้อสงสัยและเตรียมคำอธิบายเอาแล้ว คือประเด็นแรก การจับตัวหรือการปล่อยตัวแกนนำอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม โดยขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา การออกหมายจับ เป็นกรณีที่ตำรวจจะต้องไปขออำนาจศาลดำเนินการทั้งสิ้น เมื่อผู้ถูกจับอยู่ในการควบคุมของตำรวจแล้ว ตำรวจจะนำตัวมาส่งศาลในเขตอำนาจ

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า การสั่งให้ควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดีอยู่ในอำนาจของศาลเช่นกัน โดยบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในการควบคุมดูแลของเรือนจำหากไม่ได้รับการปล่อยตัว ทั้งนี้การจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ย่อมเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณามีคำสั่ง รมว.ยุติธรรม ไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ ในการสั่งปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลเหล่านั้นได้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลจะมีหมายปล่อยไปยังเรือนจำที่ควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หากบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทางกรมราชทัณฑ์มีมาตรการควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม กรณีหากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายบุคคลเหล่านี้ย่อมใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สามารถให้ทนายความดำเนินการดังกล่าวแทนได้

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า การถูกจับกุมของแกนนำสืบเนื่องจากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี การดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ. และพ.ร.ก. ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของตำรวจ ในเขตพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ซึ่งการดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมดำเนินคดีตามคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภายใต้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หรือพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีโทษทางอาญา

จับถึงเตียง – แพทย์ร.พ.พระรามเก้าแถลงอาการป่วยของไมค์ -เพนกวิน-รุ้ง แกนนำ คณะราษฎร ขณะที่ตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าอายัดตัวไมค์ ถึงเตียงผู้ป่วย หลังศาลสั่ง ปล่อยตัวจากเรือนจำแล้วไมค์หมดสติระหว่างตำรวจคุมตัวมาที่สน.ประชาชื่น เมื่อวันที่ 31 ต.ค.

 

คัดกรองเข้มรับปริญญามธ.

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า มีผู้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิตอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประตูท่าพระจันทร์ ผู้เข้าร่วมต้องผ่านจุดคัดกรองอาวุธ พร้อมลงทะเบียนด้วยเครื่องเสียบบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับผู้มีบัตรประชาชนและมีการคีย์ข้อมูลด้วยคอม พิวเตอร์สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำบัตรมาด้วย ส่วนประตูท่าพระอาทิตย์ปิดชั่วคราว ส่งผลให้ ผู้ร่วมงานต้องต่อแถวเข้ามหาวิทยาลัยที่ประตูท่าพระจันทร์ แน่นขนัด ก่อนจะเปิดทั้ง 2 ประตูตามปกติ ในเวลาประมาณ 14.50 น.

ส่วนบริเวณข้างสนามฟุตบอล ฝั่งอาคารอเนกประสงค์และธนาคารกรุงไทย กลุ่ม “บัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร” ได้ตั้งจุดร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิต ตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยนำสแตนดี้ “บุคคลประชาธิปไตย” อาทิ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาตั้งริมสนามฟุตบอล พร้อมทั้งป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ระบุข้อความ “เราคือบัณฑิตของราษฎร” วางบนพื้น พร้อมทั้งประกาศว่าจะมีการแจกใบปลิวคิวอาร์โค้ด เพื่อสแกนชมคลิปวิดีโอซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์ แบบเบิ้มๆ จากคนแดนไกล และ แจกปริญญาบัตรรัฐศาสตรบัณฑิต คู่ขนานกันไป ทั้งนี้มีเงื่อนไขคือผู้ที่รับใบปริญญาบัตรจะต้องเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบัณฑิตทยอยเข้ารับใบปริญญาบัตรดังกล่าว รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่แวะเวียนมาถ่ายภาพกับบัณฑิต ก็ได้ร่วมทำทีถ่ายภาพรับปริญญา กับสแตนดี้ ดังกล่าวอย่างสนุกสนาน ก่อนที่แกนนำกลุ่มจะเดินรณรงค์ร่วมกิจกรรม ที่คณะศิลปศาสตร์ และกลับมายังจุดเดิมอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อย่างเข้มงวด

แกงอีกบิ๊กเซอร์ไพรส์

ต่อมาเวลา 13.00 น. มีเจ้าหน้าที่สวมใส่เสื้อสีน้ำเงินดึงใบปลิวและใบปริญญาบัตร ขณะทำกิจกรรม เยาวชนชายจึงสอบถามว่า เจ้าหน้าที่เก็บใบปลิวไปเพราะอะไร โดยชายใส่เสื้อสีน้ำเงินกล่าวว่า เพียงดึงกระดาษออกมาดูเท่านั้น ก่อนจะมีการแถลงปิดงาน ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ เพจ “บัณฑิตธรรม ศาสตร์ของราษฎร” เนื่องจากใบปริญญาบัตร และใบปลิวถูกทางมหาวิทยาลัยยึดไป ผ่านทางทีมคณะกรรมการบัณฑิต

ตัวแทนกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ความตั้งใจเดิมคือจะแจกปริญญาบัตรกว่า 100 ใบ ให้หมดก่อน แล้วจึงจะปิดงาน แต่ไม่เป็นดังหวัง มหาวิทยาลัยสั่งผ่านคณะกรรมการบัณฑิตให้ยึดใบปริญญาบัตรและใบปลิวคิวอาร์โค้ดทั้งหมดไป เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องเนื้อหาว่าอาจไม่เหมาะสม ซึ่งเราชี้แจงไปแล้วว่าเนื้อหาอยู่ในขอบเขตของกฎหมายทุกประการ ไม่มีเจตนาล้อเลียน หรือพาดพิงใคร เป็นกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่จัดขึ้นภายในงานเท่านั้น โดยสแตนดี้จะยังตั้งอยู่ไว้ให้ถ่ายรูปจนกว่าจะเสร็จสิ้นงานรับปริญญา

สำหรับเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ หลายคนตั้งตารอและคาดหวังว่าจะใหญ่และอาจจะสั่นสะเทือนต่อรูปแบบทางการเมืองต่อจากนี้หรือไม่ เรียนว่าด้วยจำนวนของทีมงานและการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งยังมีอีกหลายระลอก หลายกลุ่ม ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้เซอร์ไพรส์เราจะสั่นสะเทือนแค่ไหน การเมืองเรายังมีหนทางอีกยาวไกลให้ต่อสู้ บิ๊กเซอร์ไพรส์ในวันนี้เป็นเพียงการอวยพรบัณฑิตเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ต้องการให้ทีมงานได้รับผลกระทบทางกฎหมาย หรือการคุกคาม

เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการแกง (แกล้ง) หรือไม่ ตัวแทนกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร เปิดเผยว่า จะเรียกว่าแกง หรือไม่แกงก็ได้ ถ้าคนคาดหวังไว้เยอะ นี่คือการแกง แต่ถ้าไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ก็ถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง เพราะเราตั้งใจอวยพรบัณฑิต ไม่ได้ตั้งใจมาสร้างสถานการณ์ทางการเมือง หรือรวบรวมมวลชนตั้งแต่ต้น

ด้านตัวแทนกลุ่มอีกคนกล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่า สิ่งที่เซอร์ไพรส์จริงๆ ไม่ได้มาจากเรา แต่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งขนคนมาเยอะมาก และมีการตั้งหน่วยคัดกรองต่างๆ ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ จริงๆ ทำเห็นอะไรเยอะมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยบัณฑิต ญาติและเพื่อนของบัณฑิตต่างเข้าหลบฝนที่เต็นท์ และตามใต้อาคารต่างๆ อย่างเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเวลา 17.00 น.ที่ไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ จากกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร บรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ไม่ประสงค์รับใบปริญญา หลังจากได้รูปแล้วต่างทยอยเดินทางกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีเพียงประชาชนกลุ่มหนึ่งที่สวมใส่เสื้อ สีเหลืองปักหลักรอเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯกลับ

ดีอีเอสเตือนอย่าโพสต์ผิดกม.

ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากที่ได้ติดตามการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนและกลุ่มต่างๆ ในช่วงนี้ พบว่ายังคงมีการโพสต์ภาพและเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก จึงขอแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชี่ยลมีเดียโปรดระมัดระวังเรื่องการโพสต์ภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งในลักษณะจาบจ้วง หรือละเมิดสิทธิ์ของ ผู้อื่น ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มใดก็ตาม ถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด เมื่อพบผู้ที่กระทำความผิดเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนที่กระทำผิดอย่างจริงจัง ทั้งผู้ที่โพสต์คนแรก รวมถึงผู้ที่แชร์ ส่งต่อข้อความที่ผิดกฎหมายด้วยตามลำดับ

“ขอแจ้งเตือนมาอีกครั้งด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี ขอให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ใช้สิทธิและเสรีภาพในขอบเขตของกฎหมาย และต้องเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย” นายพุทธิพงษ์กล่าว

‘บิณฑ์’ชวนร่วมปกป้องสถาบัน

เมื่อเวลา 10.30 น. บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดังเดินทางมาทอดกฐินสามัคคี วัดป่าพรหมยาน ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราชาวไทยต้องออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนไม่อยากให้เหตุการณ์ลุกลามไปมากกว่านี้แล้ว ตนไม่ได้ปลุกระดม แต่เชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่วัดพระแก้ว ในเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พ.ย.

“ผมมองว่าเราไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อเหลือง หากเราจงรักภักดีต่อสถาบัน ใส่เสื้อสีอะไรก็ได้ จะฟ้า เขียว เหลือง แดง ขาวทุกสีเลย ยกเว้นสีดำ ทุกสีที่เราเทิดทูน เรามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมไม่เคยตำหนิน้องๆ ที่ชูสามนิ้ว แต่ที่เห็นมันมีบุคคลบางกลุ่มที่จาบจ้วง ยกนิ้วกลางให้ขบวนเสด็จ มันคืออะไร เกิดอะไรขึ้น ผมปกป้องสถาบันและทำมานานแล้วตั้งแต่สมัย ร.9 นายกฯตู่ ผมไม่รู้จัก ไม่เคยคุยกัน แต่เห็นว่าท่านรักในหลวง รักสถาบัน ผมก็นับถือแค่นั้น ใครรักในหลวง ถือว่าเป็นมิตรกับผม ผมไม่มีอะไรแอบแฝง ทำเพื่อปกป้องในหลวง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อนผมที่ติดตามอยู่ 9 ล้านกว่าเป็นเพื่อนผม อีก 8 ล้านอยากให้ออกมาเถอะ มาแสดงพลังให้พระองค์ได้ชื่นใจ ส่วนดารานักแสดงทุกค่ายออกมาเลยครับ อยากให้ออกมาร่วมกัน”

บิณฑ์กล่าวถึงข่าวว่าจะตบเด็กที่ชู 3 นิ้วนั้นว่า ตนจะทำไปเพื่ออะไร อยากให้เด็กมาเกลียดหรือ คนที่กุข่าวกล่าวหาตนเรื่องโน้นเรื่องนี้ทำเพื่ออะไร ขณะที่พุทธะอิสระโทร.มาคุยด้วยบอกว่าจะมีคนมาร่วมด้วย 4-5 พันคน ตนก็ยินดีที่ท่านจะมาแสดงออกถึงจุดยืนในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน