ลดจากตลอดชีวิต
คดีค้ายา-ฟอกเงิน

ศาลจำคุกอดีตนักร้องดัง ‘ปุ๊กกี้ ชาลาล่า’ กับสามี 38 ปี 9 เดือน ปรับคนละ 1.8 ล้าน ลดจากคุกตลอดชีวิต ฐานสมคบกัน ผลิต-ค้ายาเสพติด-ฟอกเงิน ตกเป็นข่าวครึกโครมปี 62 บช.ปส.บุกรวบคาบ้านพักหมู่บ้านดังย่านรามอินทรา ของกลาง ไอซ์ ยาบ้า ยาอี เคตามีน กัญชา และสารเคมีประกอบอีกหลายชนิด ส่วนหนุ่มไต้หวันร่วมแก๊งให้ลดโทษจำคุกกึ่งหนึ่งเหลือ 12 ปี 6 เดือน ปรับ 1.25 ล้าน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำกำลังชุดปฏิบัติการ AITF ประกอบด้วย บก.ปส.3, บช.ปส. (นปส.สุวรรณภูมิ) และส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนปราบปราม เข้าจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายหง เจิ้ง อี้ ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ซึ่งมีหน้าที่สั่งการและจัดลำเลียงผ่านบริษัทพัสดุ พักอาศัยอยู่ที่ ห้อง 318 โรงแรมโกลด์ แอร์พอร์ต สวีท ซอยแขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กทม. พร้อม เคตามีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 5,170 กรัม บรรจุอยู่ในถุงใส ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ 39 ชิ้น ใส่กล่องกระดาษ ต่อมาขยายผลไปถึงนายชลวิทย์ คีตะตระกูล ซึ่งมีหน้าที่จัดหายาเสพติด และผลิตยาเสพติด และน.ส.ปริศนา พรายแสง หรือ พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ “ปุ๊กกี้ ชาลาล่า” อดีตนักร้องสาวลูกครึ่งชื่อดัง โดยมีหน้าที่จัดหายาเสพติด และร่วมกันผลิตยาเสพติด พร้อมของกลางยาเสพติดที่พบภายในบ้าน ประกอบด้วย ไอซ์ 98.3 กรัม, ยาบ้า 8 เม็ด, ยาอี 10 เม็ด, เคตามีน 4 กรัม, กัญชาแห้ง 40 กรัม และสารเคมีหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ผลิตยาเสพติด โดย เจ้าหน้าที่ตรวจยึดทรัพย์สิน 9 รายการ ที่บ้านพักเลขที่ 18/118 หมู่บ้านเดอะเทอเรส ซอยรามอินทรา 65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 17 มิ.ย.2562 เป็นข่าวฮือฮา และเป็นคดีดัง ตามข่าวที่เสนอมานั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่ห้องพิจารณา709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีค้ายาเสพติดหมายเลขดำ ย.2036/62 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายหง เจิ้ง อี้ อายุ 29 ปี ชาวไต้หวัน, นายชลวิทย์ หรือไก่ คีตะตระกูล อายุ 51 ปี ชาวกทม. สามีของปุ๊กกี้ และน.ส.ปริศนา หรือปุ๊กกี้ ชาลา ล่า อายุ 41 ปี ชาวกทม. อดีตนักร้องชื่อดังยุค 90 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานสมคบเกี่ยวกับ ยาเสพติด, สมคบฯความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ, ร่วมกันมีเคตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายฯ, มี JWH-018, ฟีโนบาร์บิตาลไว้ในครอบครองฯ และเสพเมทแอตเฟตามีน โดยศาลเบิกตัวจำเลยทั้ง 3 จากเรือนจำ มาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์แล้วมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้ง 3 กระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ โดยโจทก์ได้เบิกพยานเป็นตำรวจให้การตรงกันว่า จำเลยทั้ง 3 ทำผิดตามฟ้อง และมีหลักฐานแน่นหนา มีน้ำหนักรับฟ้องได้ รวมทั้งไม่มีเหตุให้ต้องกลั่นแกล้งจำเลย จึงเชื่อเบิกความตามจริง ในส่วนที่ จำเลย 2-3 เบิกความว่าไปซื้อยาเสพติดมาจากนายศักดิ์ชัย มหรสุขเจริญ ทำให้ภายหลังตำรวจจับกุมนายศักดิ์ชัยได้เป็นจำเลยที่ 4 ไปดำเนินคดี แต่ทางตำรวจได้วางแผนจับกุมจำเลยที่ 4 ไว้อยู่แล้วเกี่ยวเนื่องเป็นคดีเดียวกัน ถือว่าจำเลยที่ 2-3 ไม่ได้ให้ข้อมูลสำคัญสู่การจับกุม

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม จำคุกจำเลยที่ 1 จำนวน 25 ปี ปรับ 2,500,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 ตลอดชีวิต และปรับ 3,600,000 บาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุกจำเลยที่ 1 จำนวน 12 ปี 6 เดือน และปรับ 1,250,000 บาท และลดโทษจำเลยที่ 2 และ 3 คงเหลือ จำคุก 38 ปี 9 เดือน และปรับอีก 1,800,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ส่วนของกลางให้ริบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน