‘บิ๊กตู่’ส่งสารแสดงความยินดี ‘โจ ไบเดน’ จากพรรคเดโมแครต ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนที่ 46 หลังนำโด่งกวาดคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 279 เสียง เกินกึ่งหนึ่งหรือ 270 เสียง เรียบร้อยแล้ว ส่วน‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ได้แค่ 214 เสียง ขณะที่บางสื่อระบุไบเดน กินเรียบถึง 290 เสียง สร้างสถิติได้คะแนน จากประชาชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 74 ล้านเสียง พร้อมประกาศชัยชนะและกล่าวสุนทรพจน์แรก ไม่แบ่งแยก ฟื้นฟูจิตวิญญาณของอเมริกา เผยนโยบายเร่งด่วนระดมทีมรับมือโควิด-19 ส่วนกองเชียร์ทรัมป์หลายรัฐไม่ยอมแพ้ รวมตัวประท้วง

ความคืบหน้าศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. สำนักข่าวเอพี บีบีซี และซีเอ็นเอ็น รายงานว่าหลังจากนาย โจไบเดน อายุ 77 ปี อดีตรองประธานาธิบดี ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจากการกวาดคะแนนเสียงในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐสวิงสเตตหรือรัฐสมรภูมิเลือกตั้ง รวมกับคะแนนคณะเลือกตั้ง 6 เสียงจากรัฐเนวาดา เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นายไบเดน มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 279 เสียง เกินกำหนดกึ่งหนึ่งที่ 270 เสียง และทำให้นาย ไบเดนขึ้นแท่นเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พรรครีพับลิกัน ยังมีคะแนนคณะ ผู้เลือกตั้งเท่าเดิมที่ 214 เสียง ส่วนรัฐที่ยังนับคะแนนไม่หมดมี 4 รัฐ ได้แก่ แอริโซนา นอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และอลาสกา

ขณะที่ฟ็อกซ์นิวส์ และการ์เดียนรายงานว่าเหลือรัฐที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ 3 รัฐ คือ นอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และอลาสกา ซึ่งนายไบเดนมีคะแนนคณะเลือกตั้งรวมกันมากถึง 290 เสียง ต่อ 214 เสียง

วันเดียวกันนายไบเดนกล่าวสุนทรพจน์แรกหลังได้รับชัยชนะที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ท่ามกลางผู้สนับสนุนที่ให้ กำลังใจว่าที่ผู้นำคนใหม่อย่างคับคั่งว่า พี่น้อง ประชาชนของประเทศนี้ได้พูดแล้ว พวกเขาทำให้เราได้รับชัยชนะที่กระจ่างชัด ชัยชนะที่น่าเชื่อถือ ชัยชนะสำหรับเราผู้เป็นประชาชน ก่อนระบุถึงคะแนนเสียงจากประชาชนมากกว่า 74 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเดโมแครต ซึ่งถือเป็นคะแนนที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ

“ผมขอน้อมรับความเชื่อใจและความมั่นใจที่พวกท่านมอบให้กับผม ขอสัญญาว่าผมจะเป็นประธานาธิบดีที่ไม่ต้องการ การแบ่งแยก แต่เป็นความสมัครสมานสามัคคี ไม่ได้มองว่ารัฐไหนเป็นสีแดงและรัฐไหนเป็นสีน้ำเงิน แต่เห็นเพียงสหรัฐอเมริกา จะทำงานด้วยทั้งหมดของหัวใจเพื่อชนะความมั่นใจของพวกท่านทุกคน จะฟื้นฟูจิตวิญญาณของอเมริกา สร้างกระดูกสันหลังของชาติขึ้นมาใหม่ จะทำให้อเมริกาได้รับความนับถือจากโลกอีกครั้ง และจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวที่นี่ในบ้านของเรา” นายไบเดนกล่าว และว่าขอให้ทุกคนให้โอกาสซึ่งกันและกัน นี่คือเวลาที่จะหยุดคำพูดทำร้ายจิตใจ ลดความระอุของสถานการณ์ เจอกันอีกครั้ง รับฟังกันและกันอีกครั้ง หยุดปฏิบัติต่อฝ่ายตรงข้ามเหมือนเป็นศัตรู พร้อมกับยกประโยคจากหนังสือปัญญาจารย์ หนังสือในคัมภีร์ไบเบิล ว่า “มันมีเวลาสำหรับทุกสิ่ง นี่คือเวลาในการเยียวยาอเมริกา ผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อคนที่ ไม่ได้ให้คะแนนกับผมเช่นเดียวกับผู้ที่เลือก”

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถึงภารกิจแรกที่จะทำในฐานะผู้นำคือ เร่งแก้วิกฤต โรคโควิด-19 เพราะคือหนทางเดียวที่เราจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากนาย ไบเดนจะสร้างประวัติศาสตร์กวาดคะแนนจำนวนมากแล้ว นางกมลา แฮร์ริสวัย 56 ปี ส.ว.หญิง รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมเชื้อสาย จาเมกา-อเมริกัน และอินเดีย ยังขึ้นแท่น เป็นผู้หญิงคนแรกที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงรองประธานาธิบดีผิวดำคนแรก และรองประธานาธิบดีเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกของประเทศ

นางแฮร์ริสกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า “พวกท่านเลือกความหวังและความสามัคคี ความเหมาะสม วิทยาศาสตร์ และใช่ ความจริง พวกท่านเลือกโจ ไบเดน เป็นประธานา ธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ดิฉันอาจจะเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งนี้ ดิฉันจะไม่ใช่คนสุดท้าย” และว่าชัยชนะของตนเป็นการส่งข้อความถึงเด็กผู้หญิงและผู้หญิงทั่วประเทศว่ามีความเป็นไปได้เสมอที่ผู้หญิงจะทำในสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งการทำงานในทำเนียบขาว

ด้านซีบีเอสนิวส์ ระบุว่าทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายทรัมป์ ยังไม่ยอมหมดหวังต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยหนึ่งในเจ้าหน้าที่อาวุโสของทีมหาเสียงให้สัมภาษณ์ว่า รู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าการเลือกตั้งต้องยืดเวลาออกไป ตราบใดที่ยังมีหนทางยาวไกลมุ่งไปข้างหน้า ตราบนั้นยังคงมีหวังว่านายทรัมป์ จะรั้งเก้าอี้ผู้นำอีก 4 ปี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินหน้าฟ้องร้องการนับคะแนนในหลายรัฐสวิงสเตต ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะชนะหรือไม่ ทีมหาเสียงของนายทรัมป์ระบุว่า ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ และนายทรัมป์ เคยทำอะไรที่บ้าดีเดือดมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่มีใครในทีมหาเสียงรู้สึกแปลกใจกับสื่อที่พยายามเสนอข่าวว่านายไบเดน ชนะศึกเลือกตั้งทั้งที่ยังไม่เป็นทางการ พวกเราพร้อมสู้ และได้ดำเนินการตรวจสอบการโกงการ เลือกตั้ง ผ่านจากการร้องเรียนทางสายด่วน

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้สนับสนุนนายทรัมป์ในหลายพื้นที่รวมตัวเดินขบวนแสดงจุดยืนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ทั้งในนครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมืองแทลลาแฮสซี รัฐฟลอริดา เมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมืองบิสมาร์ก รัฐนอร์ทดาโกตา เมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา มีผู้ร่วมการประท้วงตั้งแต่หลายร้อยคนไปจนถึงหลายพันคน และส่วนใหญ่พกอาวุธปืนอย่างเปิดเผย

ที่เมืองฟีนิกซ์ ประชาชนกว่า 1,000 คน รวมตัวประท้วง และว่ามีความน่าสงสัยที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องดิ้รนต่อสู้ในรัฐแอริโซนาซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นพื้นที่สีแดง ของพรรครีพับลิกัน ทั้งเรียกร้องขอให้มีการตรวจสอบว่าเกิดกรณีคะแนนคลาดเคลื่อนจากเครื่องลงคะแนนหรือไม่ ที่เมืองออสตินมีกลุ่ม ผู้สนับสนุนของนายทรัมป์ และนายไบเดน เผชิญหน้ากัน แต่ตำรวจนำกำลังเข้าควบคุมเพื่อป้องกันสถานการณ์บานปลาย และที่เมือง ซาเลม รัฐโอเรกอน มีผู้สนับสนุนนายทรัมป์ หลายร้อยคนออกมาเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตหยุดขโมยคะแนนจากพรรครีพับลิกัน

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีสารแสดงความยินดีต่อนายโจ ไบเดน ซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใจความว่า “ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ โจ ไบเดน และวุฒิสมาชิก กมลา แฮร์ริส ในโอกาสที่ท่านได้รับชัยชนะใน การเลือกตั้งและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวอเมริกัน ประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กับสหรัฐ อเมริกามายาวนานมากกว่า 200 ปี และเรายังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่ตกลงเป็นภาคีของสหรัฐ เราภาคภูมิใจในความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ซึ่งได้สร้างประโยชน์นานัปการแก่ไทยและสหรัฐ รวมถึงความสงบสุข เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของภูมิภาคนี้ ข้าพเจ้าในนามรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ขออวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมทำงานกับท่านและรัฐบาลของท่านในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันในทุกระดับต่อไป”

ประกาศชัย – นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรก หลังจากทราบผลชนะเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเหนือโดนัลด์ ทรัมป์ โดยได้เกิน 270 เสียงแล้ว ขึ้นแท่นว่าที่ประธานาธิบดี สหรัฐ คนที่ 46

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน