‘บิ๊กตู่’โต้สั่ง25สส.พปชร.-สว.
ยื่นศาลตีความแก้รธน.-ม.256
ปชป.-ชาติไทยพัฒนาคัดค้าน
เพื่อไทยเล็งซักฟอกรัฐบาล

ครม.ตั้ง ‘เมียธรรมนัส’ นั่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘บิ๊กป้อม’ ลงโทษ ‘สิระ-ปารีณา’ ชกข้ามรุ่น‘ชวน-อดีตนายกฯ’ ยืนยันไม่ได้สั่งส.ส.-ส.ว.ยื่นตีความแก้รธน. ‘วิษณุ’ไม่เห็นด้วย ส่งศาลรธน. แต่บอกทำตอนนี้ดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา ปชป.-ชทพ.ก็ค้าน แกนนำพลังประชารัฐระบุเป็นสิทธิ์ 25 ส.ส.หนุนส่งศาล แฉมี 21 คนลงชื่อให้ตั้งส.ส.ร.ด้วย ‘ไพบูลย์-สมชาย’ ยันเปล่าเตะถ่วงเติมเชื้อไฟ เลขาฯกฤษฎีกายันร่างพ.ร.บ.ประชามติ ผ่านรับฟังความเห็นประชาชนแล้ว

‘บิ๊กตู่’ประชุมสุดยอดอาเซียน

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุม สุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุม สุดยอดที่เกี่ยวข้องผ่านการประชุมระบบ ทางไกล วันที่ 12-15 พ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ว่าเป็นการพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และวันนี้ได้นำเรื่องที่เกี่ยวข้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อให้ครบถ้วนตามกระบวนการของกฎหมาย

การประชุมครั้งนี้คาดหวังว่าเรื่องข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซบ ที่เริ่มกระบวนการในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมจะผ่านไปได้ และหวังว่าการประชุมจะมีความเรียบร้อยในหลายด้าน ทั้งการประชุมอาเซียน การประชุมอาเซียนกับคู่เจรจา การประชุมระดับทวิภาคี อาทิ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย รัฐบาลทั้งก่อนหน้านี้และรัฐบาลชุดนี้มีส่วนร่วมในหลายการประชุม รวมทั้งการประชุมเอเปก ซึ่งไม่มีใครไม่เชิญนายกฯ หรือไม่เชิญประเทศไทย เพราะถือว่าไทย เป็นประเทศที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการพัฒนาร่วมกัน

ลั่นสั่งใครไม่ได้-ยื่นตีความรธน.

ส่วนกรณีที่ 47 ส.ว. และ 25 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอญัตติต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอมติเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ คือ 1.ร่างแก้ไขที่เสนอโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) 2.ร่างแก้ไขที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายค้าน และ 3.ร่างแก้ไขที่เสนอโดยกลุ่มภาคประชาชนนำโดยไอลอว์ที่มีสาระสำคัญคือ แก้ไขมาตรา 256 เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ถูกมองว่าเป็นการ ยื้อเวลานั้น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ขอไปก้าวล่วงกระบวนการ เพราะเป็นดุลพินิจ ของสมาชิกรัฐสภา ตนไปสั่งใครไม่ได้ ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรู้มีประสบการณ์ และเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ซึ่งเป็นวิถีทางการเมือง ดังนั้นต้องเคารพกระบวนการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

ผู้สื่อข่าวถามว่าพร้อมจะทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่หากมีข้อเสนอมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขายังไม่ตั้ง คณะกรรมการเลย

ห่วงกระทบรบ.-สั่งลงโทษสิระ-เอ๋

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ก่อนประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์(ปชป.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พูดคุยวงเล็กถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่17-18 พ.ย. โดยขอให้ช่วยดูแลการประชุม รวมทั้งควบคุมลูกพรรคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังแสดงความเป็นห่วงกรณีมีส.ว.และส.ส.บางส่วน ไปลงชื่อเพื่อเสนอญัตติต่อประธานรัฐสภา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งส.ส.ร.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนเกิดเสียงวิจารณ์และส่งผลกระทบกับรัฐบาล โดยเฉพาะที่มี 25 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไปลงชื่อด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนสั่งการ แต่เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้ว ขอให้พรรคไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น

รวมถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีที่วิจารณ์เรื่องการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ มีถ้อยคำพาดพิงถึงอดีตนายกฯ และนายชวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ขอให้พล.อ. ประวิตร รวมถึงนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หาวิธีลงโทษบุคคลทั้งสองที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีรายงานข่าวแจ้งว่าการลงโทษส.ส.ทั้งสองคน อาจใช้วิธีตัดเงินเดือนส.ส. ในส่วนที่พรรคสนับสนุนให้

‘ชวน’ส่งฝ่ายกม.เช็กญัตติ

เมื่อเวลา 10.50 น.ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภากล่าวว่า ได้รับเรื่องที่ส.ส.และส.ว.ยื่นมาแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาพิจารณาอยู่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจะเป็นผู้พิจารณา การยื่นทำได้ ส่วนกระบวน การว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะส่งได้ทุกเรื่อง ขึ้นอยู่กับรายละเอียดแต่ละเรื่อง และขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญใน วันที่ 17-18 พ.ย.

ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์นั้น นายชวนกล่าวว่า วันนี้จะดูเรื่องระเบียบวาระ เนื่องจากวันที่ 12 พ.ย.เป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้ผู้เข้าชื่อคัดค้านการเสนอร่าง ซึ่งจากจำนวนแสนกว่าคนมีร้องค้าน 400 กว่าคน

ยกหูคุย‘บิ๊กแอ้ด-สมชาย’

นายชวนกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า สถาบันพระปกเกล้าจะส่งโครงสร้างมาที่สภาภายในวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งที่ผ่านมามีความพยายามทำให้โครงสร้างรูปแบบที่ 1 การหารือฝ่ายต่างๆ รวม 7 ฝ่ายยังเกิดขึ้นไม่ได้ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าได้เท่าไรเอาเท่านั้นไปก่อน และคณะที่ได้มาก็ทำงานไป ส่วนโครงสร้างรูปแบบที่ 2 ที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์รอบรู้ เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาวข้างหน้าต่อไป และขอให้อดทน ค่อยๆ เจรจาให้ทุกฝ่ายมาร่วมงานกัน

ตนได้คุยกับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และอดีตนายกฯ ทางโทรศัพท์แล้ว ซึ่งให้ความเห็นในฐานะองคมนตรีว่า ไม่สามารถให้ความเห็นทางการเมืองได้ แต่พล.อ.สุรยุทธ์ขอให้ทุกฝ่ายให้เห็นแก่ส่วนรวม ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล งานที่รับมาก็ต้องทำ ส่วนความเห็นที่ขัดแย้ง ไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องธรรมดา หากไม่มีคงเป็นเรื่องไม่ปกติ และเมื่อเช้าวันที่ 10 พ.ย.ได้คุยโทรศัพท์กับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีต นายกฯ แล้ว นายสมชายให้ความเห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ยินดีอย่างยิ่ง และจะให้ความร่วมมือคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง

นายสมชายให้สัมภาษณ์ว่า ตนตอบรับ นายชวนไป โดยระบุเพียงว่าหากจะสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองได้ตนก็ยินดี นายชวนบอกว่าจะมาหารือเป็นการส่วนตัว อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดต่างๆ คงต้องรอให้ท่านได้มาพูดคุยก่อน ตนได้เรียนไปว่าถ้าท่านคิดว่าตนทำประโยชน์กับบ้านเมืองได้ตนก็ยินดี แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นตนก็ได้ เพราะใครที่สามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุน

‘วิษณุ’ค้านส่งศาล-แต่ทำก่อนดีกว่า

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีหากการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 17-18 พ.ย. โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่ศาลตัดสินภายหลังว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะเป็นอย่างไรว่า หากไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เดินต่อไปไม่ได้ แต่ดีกว่าไม่มีใครทำอะไร แล้ววันหนึ่งมีอีกคนไปส่ง จะลำบากยิ่งกว่านี้ วิธีนี้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าให้รัฐสภาหยุดพิจารณา แบบนั้นเสียเวลา แม้แต่วันเดียวกันเสียเวลา

“วันที่ 17-18 พ.ย.ลงมติเลย พอรับหลักการวาระที่ 1 ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ใช้เวลานานเท่าไรหรือจะเป็นเดือน ระหว่างนั้นส่งศาลรัฐธรรมนูญไปพลาง ภายใน 1 เดือน ศาลคงเสร็จ และถ้าศาลบอกว่าไม่มีปัญหา ในชั้นกมธ.ก็เดินต่อไปได้ เพื่อเข้าวาระ 3 แต่ถ้าศาลบอกว่ามีปัญหา จะได้หยุดตรงนั้น ดีกว่าผ่านประชามติเสียเงิน 3 พันล้านบาท แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะไม่เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ” นายวิษณุกล่าว

ร่างประชามติผ่านฟังความเห็น

นายวิษณุกล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.ประชามติ ประกบกับร่างของรัฐบาลว่า เขามีสิทธิ์ยื่น แต่หากร่างพ.ร.บ.นั้นเกี่ยวกับการเงิน หรือการใช้เงิน ต้องส่งให้นายกฯ เซ็นรับรอง ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านมองว่าการให้ ส.ว.เข้ามาร่วมพิจารณาด้วยตั้งแต่ต้นเป็นการยื้อเวลา รองนายกฯ กล่าวว่า นี่คือการเร่งเวลา เพราะหากไม่เอาส.ว.เข้ามาร่วมพิจารณาด้วยตั้งแต่ต้น ก็ต้อง เข้าสู่การพิจารณาของสภา เสร็จแล้วไปที่วุฒิสภา หากแก้เพียงตัวเดียวก็ต้องส่งกลับมาที่สภาใหม่ ดังนั้น การพิจารณาร่วมทั้งสองสภา ถือว่าม้วนเดียวจบ ซึ่งเร็วขึ้น 3 เดือน ทำไมฝ่ายค้านจึงคิดกลับกันกับที่รัฐบาลคิด

“ร่างพ.ร.บ.ประชามติ รัฐบาลเป็นผู้เสนอ จะตกไม่ได้ เพราะถ้าตก รัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภา ส่วนที่บอกว่าร่างพ.ร.บ.นี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ไม่ทราบ เพราะร่างนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร่าง หากไม่ชอบใจมาตราใด ขอแปรญัตติ แก้ได้อยู่แล้วในชั้นกมธ.” นายวิษณุกล่าว

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงฝ่ายค้านตั้ง ข้อสังเกตร่างพ.ร.บ.ประชามติ ไม่ผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จัดทำโดย กกต. และยืนยันว่าได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ผ่านทางเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านจะเสนอร่างพ.ร.บ.ประชามติประกบไปด้วยนั้น ทำได้อยู่แล้ว

‘บิ๊กป้อม’ยังไม่คุย 25 ส.ส.พปชร.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี 25 ส.ส. พรรคพลังประชารัฐร่วมเสนอญัตติให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับว่า ยังไม่รู้เลยว่าจะไปตีความอย่างไร เพราะยังไม่ได้คุยกัน เดี๋ยวจะไปคุยกับทางพรรคเอง ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพูดคุยกับส.ส.พรรค พลังประชารัฐแล้ว อาจจะไม่ไปลงชื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความใช่หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้เรื่อง ยังไม่รู้เหตุผลเลยก็มาถามนำหน้าตลอด

ต่อข้อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคมีจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ก็แก้ ส่วนจะตั้งส.ส.ร. หรือไม่ ยังไม่รู้ ต้องให้ไปแก้ก่อน เป็นเรื่องของลูกพรรค ส่วนจะออกมาอย่างไร ก็เป็นเรื่องของสภา ผู้สื่อข่าวถามว่าหากส.ส.ไปลงชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ เหมือนยื้อเวลา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยื้อเวลาอย่างไร ตนไม่รู้ แต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ทำไปพร้อมกันได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า บทบาทของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ที่ออกมาติติงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ สะท้อนว่าพรรคพลังประชารัฐไม่สนับสนุนในเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่ทราบ เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนที่ไปวิจารณ์ถึงอดีตนายกฯ บางคน และ นายชวนนั้น ตนได้พูดเตือนไปแล้ว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ไปลงชื่อยื่นญัตติตีความแก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัว ไม่ต้องเป็นมติพรรค เนื่องจากพรรคเปิดให้ทุกคนเป็นอิสระ เพราะประเด็นการแก้ไข มีความเห็นต่างกันมาก จึงมีส.ส.เสนอญัตติเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขณะที่กลไกของสภายังเดินต่อไปแม้จะยื่นตีความ โดยรัฐสภาจะประชุมในวันที่ 17-18 พ.ย. ทำคู่กันไปได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง แต่ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจได้ด้วย ในการประชุมครม.ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีของพรรค ก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้

ปัดซื้อเวลา-อ้างให้ส.ว.สบายใจ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคพรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีวาระเตรียมความพร้อมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 11-12 พ.ย. และการประชุมร่วมของรัฐสภาในวันที่ 17-18 พ.ย. ที่จะมีญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าทั้ง 7 ฉบับ เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน 6 ฉบับ และไอลอว์ 1 ฉบับ

ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในวันที่ 17-18 พ.ย. ในกระบวนการพิจารณาผ่านวาระ 1 นั้น จะมีการลงมติแน่นอนทั้ง 7 ร่าง ส่วนส.ส.ที่ร่วมลงชื่อยื่นตีความถือเป็นเอกสิทธิ์ ในการดำเนินการด้วยความบริสุทธ์ใจ ยืนยันว่าไม่มีปัญหา หรือเป็นการส่งสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น

นายชัยวุฒิกล่าวว่า การเข้าชื่อของส.ส.ของพรรค และส.ว. ไม่ใช่การยื้อเวลา เพราะกระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังเป็นไปตามเดิม แต่ที่ต้องทำเพราะส.ส. และส.ว. เห็นพ้องต้องกันว่า เมื่อมีข้อสงสัยการ ตั้งส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งเพื่อทำให้ส.ว.มั่นใจและร่วมลงมติรับหลักการ หากไม่ทำเช่นนี้อาจมี ส.ว. บางคนไม่สบายใจและอาจไม่ลงมติ

แฉ 21 คนลงชื่อหนุนตั้งส.ส.ร.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 25 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ร่วมลงรายชื่อในญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น พบว่า มีถึง 21 คน ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอด้วย ได้แก่ 1.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส 3.นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. 4.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 5.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

8.นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรี ธรรมราช 9.นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี 10.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี

11.นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรี ธรรมราช 12.นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 13.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 14.น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันติ ส.ส.กทม. 15.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ 17.นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา 18.นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย 19.นายยงยุทธ์ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ 20.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ และ 21.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี

ปชป.ชัดเจนแก้ม.256 – ตั้งส.ส.ร.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เท่าที่ติดตามจนถึงตอนนี้ ไม่มีผลกระทบต่อการแก้ไขและลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 17-18 พ.ย. สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยสภายืนยันจะนำร่างของไอลอว์เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ส่วนที่มีการเข้าชื่อเพื่อส่งประธานสภาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่การแก้รัฐธรรมนูญยังต้องเดินหน้า ไม่ควรมีอุปสรรคอีก ส่วนขั้นตอนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ก็ต้องติดตามต่อไป

เมื่อถามว่าจะทำให้ภาพรวมของรัฐบาลเหมือนเล่นเกมหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ไปเล่นเกมด้วย เราตรงไปตรงมา อยากเห็นการแก้รัฐธรรมนูญตามวิถีทางที่เราพูดมา ในส่วนของร่างรัฐบาล คิดว่าเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีความชัดเจนในตัวแล้วว่าแก้มาตรา 256 ตั้งส.ส.ร. และไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

มีมติโหวตไม่รับญัตติตีความ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงกรณี ส.ว.และส.ส.ลงชื่อยื่นตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ไม่ขอไปก้าวล่วง เพราะเป็นดุลยพินิจของสมาชิกรัฐสภานั้น เป็นการพูดตามหลักการที่สมาชิกรัฐสภาทุกย่อมมีอิสระ ไม่อยู่ในอาณัติใดๆ แต่ในทางปฎิบัติ เชื่อว่าท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ย่อมมีผลด่อการตัดสินใจของส.ว. และส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าเสียดาย

ส่วนที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มีมติพรรคชัดเจน ให้โหวตไม่รับญัตติการยื่นตีความต่อศาลฉบับนี้ ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน มุ่งมั่นแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จโดยเร็ว ตามเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ และมั่นใจว่าร่างแก้ไขมาตรา 256 และการจัดตั้งส.ส.ร.ของพรรคร่วมรัฐบาล พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่จำเป็นต้องมีญัตติยื่นตีความ

ชาติไทยพัฒนาก็ค้าน

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่มีการยื่นตีความ เพราะไม่ได้ขัดหรือหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555 ตนได้ให้เหตุผลบันทึกไว้ในรายงานของกมธ.ที่จะเสนอต่อรัฐสภาในวันที่ 17 พ.ย.แล้วว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว สมาชิกรัฐสภาดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น การที่สมาชิกร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปเองแล้ว จะมาแย้งการ กระทำของตนเองได้อย่างไร

คิดว่าการเสนอญัตติเพื่อให้ศาลวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ อาจทำให้สมาชิกรัฐสภาไขว้เขวต่อการลงมติรับหลักการ และจะทำให้ร่างแก้ไขนั้นตกไปได้ อีกทั้งอาจทำให้ประชาชนเห็นว่า เป็นการถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องทำในเวลานี้ ซึ่งถือเป็นทางออกสำคัญสายเดียวที่จะคลี่คลายปัญหา ขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างหนักในขณะนี้ได้ ตนจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยจะ เดินหน้าเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ตนร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขไว้ และจะไม่เห็นชอบด้วยกับญัตติเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วย

‘ไพบูลย์-สมชาย’แจงเหตุยื่นศาล

เวลา 10.10 น. ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าว ชี้แจงกรณีร่วมกันเป็นผู้เสนอญัตติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐ ธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ

นายไพบูลย์กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้กำหนดให้รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงเป็นปัญหาว่ากระทำได้หรือไม่

“ช่องทางการส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภาตามมาตรา 210 (2) เป็นการเปิดให้รัฐสภามีส่วนร่วม โดยให้มีการพิจารณารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ไปก่อน แล้วให้รัฐสภาพิจารณาญัตติเรื่องการส่งศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นโดยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น เราไม่ได้มีเจตนาจะถ่วง และผมจะออกเสียงเห็นด้วยกับรัฐสภาในการรับหลักการวาระที่ 1 เป็นการแยกระหว่างการทำหน้าที่ระหว่างสมาชิกรัฐสภาที่ต้องการให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับในฐานะนักกฎหมายที่เห็นว่าเมื่อมีปัญหาข้อกฎหมายก็ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย”นายไพบูลย์กล่าว

เปล่าเตะถ่วง-เติมเชื้อไฟ

ด้านนายสมชายกล่าวว่า ส.ว.มีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้มีการตั้งส.ส.ร.นั้น ไม่ค่อยสบายใจในข้อกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เขียนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่ได้เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ยืนยันว่าไม่มีความมุ่งหมายในการยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องนี้ภายหลังได้ผ่านขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ไปก่อน จึงมาพิจารณาว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ต่อไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่า การเสนอญัตติดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มความขัดแย้งอีกหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ไม่ได้เติมเชื้อไฟในความขัดแย้ง แต่เป็นการทำให้ถูกต้อง เพราะหากรัฐสภาทำไม่รอบคอบและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำโดยมิชอบ ยิ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย และการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยุติลง

พท.เตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาล

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสมัยประชุมสภานี้ ถือเป็นสมัยสุดท้ายของปี 2563 ภารกิจสำคัญของเราคือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค แถลงยืนยันแล้วว่าพรรคเพื่อไทยจะเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจ พุ่งเป้าไปที่พล.อ.ประยุทธ์

ในที่ประชุมได้หารือเพื่อเตรียมข้อมูล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีข้อมูลถึง พล.อ. ประยุทธ์ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะขยายสัมปทานออกไปอีก 40 ปี ล่าสุดนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง จะลักไก่เสนอต่อขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าครม.วันที่ 17 พ.ย. เพราะไม่รู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ถึงวันที่ 2 ธ.ค.หรือไม่ จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีบ้านพักเลยจะลักไก่เร่งรีบ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้จะอภิปรายเรื่องถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) มูลค่าเป็นแสนล้านบาท โดย อคส.จ่ายเงินให้คู่สัญญาไปแล้ว 2 พันล้านบาท แล้วแบ่งเงินกัน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายคนด้วย

 

ได้ตำแหน่ง – น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือจุ๊บจิ๊บ ภริยาร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้รับแต่งตั้งจากครม.ให้เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 10 พ.ย.

ตั้ง‘เมียธรรมนัส’ประจำสลน.

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ 2 ราย นายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ อธิบดีกรมยุโรป เป็นเอกอัครราชทูตกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย นางจุฬามณี ชาติสุวรรณ เอกอัครราชทูต กรุงโคลัมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เป็นอธิบดีกรมยุโรป

กระทรวงเกษตรฯ 2 ราย นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็น อธิบดีกรมชลประทาน นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็น อธิบดีกรมการข้าว

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอแต่งตั้ง น.ส.ธนพร ศรีวิราช เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำ สลน. ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธนพร หรือจุ๊บจิ๊บ เป็นภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจบแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา พ่วงด้วยดีกรีนางสาวไทยปี 2559

ถวายราชสมัญญา‘สิริศิลปิน’

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า ครม. ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “สิริศิลปิน” แด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้วยน้อมสำนึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปะร่วมสมัยซึ่งประจักษ์ในพระปรีชาสามารถที่เป็นเลิศในการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยหลากหลายสาขา โดยทรงใช้พระอัจฉริยภาพในมิติของศิลปะในการส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนำไปต่อยอดหารายได้สมทบทุนมูลนิธิในพระราชดำริ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระอนุญาตให้กระทรวงวัฒนธรรม ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “สิริศิลปิน” ซึ่งมีความหมายว่า ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะได้หลากหลายแขนง นับเป็นพระปรีชาสามารถ ขณะเดียวกันศิลปะที่ทรงสร้างสรรค์ก็เป็นศรีเป็นมงคลและเป็นสิ่งสวยงาม สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน