กลุ่มไทยภักดีจัดมวลชนต้าน
‘ธนาธร’ชี้แผนม็อบชนม็อบ
‘ไมค์-รุ้ง-กวิ้น’ขึ้นเวทีระยอง
ตร.ฮึ่มฟันห่ออนุสาวรีย์ปชต.

ปักหลักล้อมรัฐสภา ราษฎรนัดจัดหนัก ทั้งทางบก เรือ อากาศ แกนนำย้ำ อยู่จนรู้ผลลงมติร่างแก้ไขรธน. บช.น.จัด 12 กองร้อยคุมเข้ม ทนายอานนท์สวนกลับจุลเจิม เสนอทุบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อ.ชาญวิทย์เชื่อ ทุบทิ้งไม่ง่าย ตร.จ่อเอาผิดม็อบเฟสต์ เสธ.แมวชี้ข่าวกรองด้อยประสิทธิภาพ ‘ธนาธร’ ชื่นชมม็อบคนรุ่นใหม่ เผยแผนใช้ม็อบชนม็อบ เตือนรัฐประหารจะจบไม่เหมือนเดิม ขณะที่แกนนำราษฎร ชุมนุมพรึบที่ระยอง แม่ยก ‘ทราย’ ขึ้นเวทีครั้งแรก เจ้าคุณพิพิธแจงแต่งกลอนชะตาเผด็จการโลก

อานนท์สวนกลับจุลเจิม

จากกรณีการชุมนุมของเครือข่ายมวลชนต้านรัฐบาลหลายองค์กร ที่ร่วมกันจัดกิจกรรม ม็อบเฟสต์ ขึ้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 พ.ย. โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการนำผ้าขาวขนาด 30×30 เมตร เขียนข้อความ พ่นสี เพื่อแสดงเจตจำนงและความปรารถนาในการกำหนดอนาคตของตัวเองต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ และเรียกร้องประชาธิปไตยคืนสู่สังคม ขึ้นไปพันรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับร่วมใจกันชูสามนิ้วและส่องแฟลชจากโทรศัพท์มือถือขึ้นไปยังอนุสาวรีย์ เพื่อแสดงจุดยืนในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำผ้าขาวขึ้นไปพันรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “ถ้าปล่อยให้มันเล่นกันสนุก ไร้ค่า ทุบทิ้งเถอะ ไม่มีประโยชน์ เกะกะทางสัญจร” พร้อมกับลงชื่อ ม.จ.จุลเจิม ยุคล

ล่าสุด อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และแกนนำกลุ่มราษฎรโพสต์ข้อความถึงประเด็นนี้ความว่า ถ้าจะเอาตรรกะของคุณจุลเจิมที่ว่าอะไรไม่มีประโยชน์ไร้ค่าก็ต้องทุบทิ้งนี่ระวังเข้าตัวนะครับ พร้อมโพสต์ยืนยันว่า จะไปร่วมชุมนุมที่รัฐสภา 17 พ.ย.นี้

อ.ชาญวิทย์เชื่อทุบทิ้งไม่ง่าย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ครั้งหนึ่ง นายเคร็ก เรย์โนลด์ส ศาสตราจารย์พิเศษประจำสำนักวิชาวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภาษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เคยเปรียบเทียบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของไทย กับ เจดีย์ชเวดากอง ของเมียนมาว่ามีความหมายคล้ายคลึงกัน ซึ่งในขณะนั้นตนไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายค่อยๆ เปลี่ยนใจ เพราะสถานการณ์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยเพิ่มความขลังขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จนถึงงานม็อบเฟสต์ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

“ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว เคร็ก เรย์โนลด์ส เคยเปรียบเทียบวัฒนธรรมสถานทั้งสองนี้ว่ามีความหมายคล้ายคลึงกัน ในฐานะเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค เมื่อฟังแรกๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร ผมคิดว่ามหาเจดีย์ชเวดากองขลังกว่า ส่วนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขลังน้อยกว่า หลายสิบปีผ่านไป ผมก็เริ่มเปลี่ยนใจ อนุสาวรีย์ของไทยค่อยๆ ถูกต่อเติมความขลัง เพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จากการเป็นจุดชุมนุมใหญ่ของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จากการแบกศพวีรชน ห่อผ้าขึ้นไปฟ้องประชาชนในเหตุการณ์ ครั้งนั้น จากการดัดแปลงให้กลายเป็นสวนดอกไม้ จากการกีดกันประชาชนออกไปให้ห่าง แม้แต่การเสนอให้ดัดแปลง เปลี่ยนรัฐธรรมนูญและพานแว่นฟ้าบ้าง หรือไม่ก็ให้ทุบทิ้ง จากการพยายามลดบารมี รัศมีของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ผู้ดำริให้ก่อสร้างเมื่อปี 2483 แต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็กลับขลังขึ้นๆ จนกลายเป็นที่ชุมนุมใหญ่ เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ กลายเป็นภาพ background ที่ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาปีแล้วปีเล่า จากช่วงทศวรรษ 2530 ถึง 2550 จนกระทั่ง 2560 ในทุกวันนี้ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง คงทุบทิ้งไปง่ายๆ ไม่ได้แล้ว เหตุการณ์จากการชุมนุมเมื่อ 14 พ.ย. 2563 บอกเราว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเดินทางมาถึงแล้ว” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าว

ตร.จ่อเอาผิดอื้อ

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการดำเนินการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีที่มีการจัดกิจกรรมม็อบเฟสต์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 13.00-24.00 น. เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า เบื้องต้นการดำเนินการดังกล่าวแบ่งแนวทางออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรกกรณีทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย ส่วนที่สองกรณีการนำผ้ามาผูกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น อยู่ระหว่างกรุงเทพมหานคร และกรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นพื้นที่โบราณสถาน จึงต้องมีการพิจารณาความเสียหายจากการกระทำลักษณะดังกล่าวว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. โบราณฯ อย่างไรหรือไม่

และส่วนสุดท้ายกรณีของผู้จัดการชุมนุมนั้น ผู้จัดการชุมนุมดังกล่าวไม่ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ม.14 ม.15 ม.16 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการปราศรัยแต่ละจุดมีการกระทำความผิดอย่างไรหรือไม่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม จำนวน 5 เวที โดยคาดว่าน่าจะมีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดลักษณะ ดังกล่าวประมาณ 24 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานการ กระทำผิด ทั้งนี้ ส่วนการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 17-18 พ.ย.ต่อไป

ชี้ข่าวกรองด้อยประสิทธิภาพ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวกรณีฝ่ายความมั่นคงของรัฐ ออกข่าวว่ากลุ่มราษฎรผู้เข้าร่วมการชุมนุมขับไล่รัฐบาล อ่อนแรงลง มีจำนวนลดน้อยถอยลงอย่างมากว่า ย้อนแย้งกับโพลของสื่อมวลชน และข่าวสารของสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต่างระบุว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมมียอดสูงและมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เบื้องหลังการออกข่าวการประเมินของฝ่ายความมั่นคงนั้น คงใช้เป็นกลยุทธ์การปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) เพื่อต้องการลดทอนความน่าเชื่อถือของคณะราษฎร แต่เป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ เมื่อมันเป็นข้อมูลที่ไม่แม่นตรง ไม่เป็นความจริงก็จะกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าขีดความสามารถในการประเมินภัยของหน่วยงานความมั่นคง มันด้อยประสิทธิภาพ ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของคนไทยและต่างประเทศ เครดิตของหน่วยงานความมั่นคงไทยจะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ เรื่องแบบนี้ต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อจะให้เป็นข่าวออกไป

พล.ท.ภราดรกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีการอุ่นเครื่องชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจของกลุ่มย่อยต่างๆ ของคณะราษฎร มาบรรจบกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยังต้องใช้กำลังตำรวจ คฝ.ถึง 34 กองร้อย 5 พันนายมารับมือ อาวุธที่แข็งแกร่งทรงพลังของคณะราษฎรที่ใช้ในการชุมนุมทุกครั้ง ก็คือข้อมูลที่เป็นความจริงเท่านั้นเอง อมตวาจาที่ว่าจงทำความจริงให้ปรากฏ แล้วความชั่วร้ายจะหมดไปยังคงความขลังเสมอ ข้อมูลความจริงที่คณะราษฎรนำมาเผยกระแทกหน้านายกฯ สืบทอดอำนาจผู้ไม่อยู่กับร่องกับรอยอย่างต่อเนื่อง กำลังออกฤทธิ์ละลายความชั่วร้ายของขบวนการสืบทอดอำนาจให้จบสิ้นลง จากนั้นคณะราษฎรก็จะเป็นหัวหอกนำวิถีสู่หนทางการได้นายกฯ คนใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ต่อไป

17 พ.ย.นี้นัดล้อมสภา

เฟซบุ๊กเยาวชนปลดแอก-Free Youth โพสต์กำหนดนัดหมายชุมนุมความว่า ราษฎร เตรียมนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่เริ่มการประชุมสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่าง ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งใหม่ เกียกกาย พร้อมปลุกระดมล้อมสภาทั้งทางบก, ทางเรือ และทางอากาศ มีใจความตอนหนึ่งว่า “หลังจากถูกดอง ถูกยื้อมากว่า 1 เดือน! ในที่สุดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็ได้เข้าสู่สภาฯแล้ว!

17 พฤศจิกายนนี้ รวมพลังปักหลักชุมนุมใหญ่ราษฎรล้อมสภา! ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ซึ่งวันนั้นจะเป็นวันเดียวกับวันที่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่าง (รวมไปถึงร่างจากภาคประชาชนซึ่งไม่ปิดกั้นการแก้หมวด 1 หมวด 2) พร้อมกัน! ตั้งแต่ 15.00 น. ยาวไปจนกว่าขี้ข้าเผด็จการจะยอมลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของอนาคตประเทศครั้งสำคัญยิ่งอีกครั้ง! ออกมาร่วมกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานเราและของพวกเราทุกคน #ม็อบ 17 พฤศจิกา #ให้มันจบที่รุ่นเรา ”

ป้องสถาบัน – กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน รวมตัวชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและแกนนำ อ้างลบหลู่และปราศรัยจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. เมื่อวันที่ 15 พ.ย.

กลุ่มอาชีวะจี้รบ.หาทางออก

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ลานคนเมือง กทม. กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันนัดรวมตัวกัน โดยนายฐากูร นวลแก้ว โฆษก อ่านแถลงการณ์ ประณามพฤติกรรมของผู้ชุมนุมคณะราษฎร พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มคณะราษฎรตระหนักถึงความสงบสุขของบ้านเมือง หยุดพฤติกรรมการชุมนุมที่มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดอย่างเด็ดขาด อันซึ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าของกลุ่มคนที่จะออกมาต่อต้าน

ทั้งนี้ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันขอให้รัฐบาลได้ใช้กฎหมายบังคับเด็ดขาดต่อกลุ่ม ผู้ชุมนุมและแกนนำ รวมถึงบุคคลผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ที่มีการกระทำผิดกฎหมายให้อย่างถึงที่สุด และทางกลุ่มขอยืนยันให้รัฐบาลควรหาข้อเสนอและหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และทางกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันขอยืนยันว่าประเทศไทยจะต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น (บุคคลอยู่สถาบันใด ย่อมรักสถาบันนั้น ในความเป็นชาติ) จากนั้นได้ให้โฆษกหญิงของกลุ่มอ่านแถลงการณ์ภาษาอังกฤษ

เวลา 18.00 น. กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ร่วมร้องเพลงชาติ ก่อนขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นัดหมายในวันที่ 5 ธันวาคม จะรวมตัวไปแสดงพลังความจงรักภักดี ที่ท้องสนามหลวง จากนั้นกลุ่มประกาศยุติชุมนุม

บช.น.จัด 12 กองร้อยเข้มรัฐสภา

ขณะที่พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชา การตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการ เตรียมความพร้อมรับมือผู้ชุมนุมที่ประกาศรวมตัวไปรัฐสภาในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ว่า ทางตำรวจเตรียมกำลังไว้รักษาความสงบเรียบร้อยจำนวน 12 กองร้อย โดยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงประเมินสถานการณ์ว่าจะมีผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นๆ เดินทางไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มราษฎรเพิ่งประกาศว่าจะมารัฐสภาเมื่อวาน (14 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภาครั้งที่มีผู้ชุมนุมเดินทางมาเผชิญหน้ากัน 2 กลุ่ม เราใช้กำลังตำรวจ 12 กองร้อย ซึ่งสถานการณ์ดูแล้วไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะรัฐสภาเป็นพื้นที่ไม่กว้างมากนัก สามารถรักษาเส้นทางเข้าออกได้ไม่ยาก ทั้งนี้ ทางรัฐสภายังไม่ได้ประสานมาขอกำลังตำรวจเนื่องจากเป็นวันหยุดคาดว่าวันพรุ่งนี้คงจะแจ้งมา โดยหากมีความชัดเจน ทางบช.น.จะแถลงรายละเอียด ให้ทราบ

ถามว่าตำรวจประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมว่าแผ่วลงจริงหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า อาจจะเป็นช่วงจังหวะเวลา เพราะช่วงนี้เริ่มหน้าเทศกาลปลายปี คนอาจจะเดินทางไปท่องเที่ยว ความสนใจทางด้านการเมืองอาจลดลง ไม่น่าเกี่ยวข้องกับการที่แกนนำถูกจับตัวไป อย่างไรก็ดี การชุมนุมเมื่อวานที่ผ่านมาทางบช.น.ได้สรุปตัวเลขผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 6 พันคน

ตร.ระยองขน 2 กองร้อยดูแลม็อบ

พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.บ้านฉาง ระยอง เผยหลังนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังบริเวณสวนสุขภาพบ้านฉาง ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นเวทีของแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ที่จะมีการรวมตัวชุมนุมในเวลา 17.00 น.วันนี้ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่าเตรียมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 2 กองร้อยเพื่อดูแลความสงบเรียบ เพราะจะมีสองเวทีประชันกัน โดยกลุ่มแรก “กลุ่มปกป้องสถาบัน” เตรียมรวมตัวกันในเวลา 17.00 น.วันนี้ ที่บริเวณลานวัดบ้านฉาง ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีของ “กลุ่มแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชา ธิปไตย” ที่จัดขึ้นที่สวนสุขภาพบ้านฉาง ห่างกันประมาณ 500 เมตร

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าระวังเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และคาดว่าคงจะไม่เกิดการปะทะกันขึ้น เพราะเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับแกนนำทั้งสองฝ่ายแล้วว่าให้ชุมนุมกันอย่างสันติ แต่ถึงอย่างไรทางตำรวจได้มีการจัดกำลังดูแลอย่างทั่วถึงแล้ว

เผย 1 ด.ผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่ม 3 เท่า

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเคยรายงานสถิติคดีตั้งแต่หลังเริ่มการชุมนุมเยาวชนปลดแอก 18 ก.ค. จนถึงวันที่ 10 ต.ค. 63 ว่ามีการกล่าวหาดำเนินคดีต่อประชาชนจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองจำนวนอย่างน้อย 65 คน ใน 23 คดี แต่ตัวเลขดังกล่าวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบว่าเมื่อเก็บข้อมูลจากวันที่ 18 ก.ค. จนถึง 13 พ.ย. 63 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองเพิ่มขึ้นรวมเป็นอย่างน้อย 175 คน ในจำนวน 75 คดี

เท่ากับในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือนมีรายงานการดำเนินคดีเพิ่มขึ้นถึง 52 คดี หรือเพิ่มกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ขณะที่จำนวนผู้ถูกดำเนินคดีก็เพิ่มขึ้นกว่า 2.7 เท่า ยังไม่นับว่าแกนนำและผู้ชุมนุมหลายรายถูกกล่าวหาในหลายคดีจากหลายกิจกรรมในช่วงเดือนที่ผ่านมาด้วย

แม้จะมีสถิติการดำเนินคดีที่เพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม แต่สถานการณ์การจับกุมและออกหมายเรียกก็พบว่าเป็นกรณีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นย้อนหลังไป โดยพบว่ามีอย่างน้อย 19 คดีที่เป็นกรณีการชุมนุมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงกันยายน และเพิ่งถูกจับกุมตามหมายจับที่ออกมาก่อนหน้า หรือเพิ่งถูกออกหมายเรียกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะที่การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 63 เป็นต้นมา ก็พบว่าเจ้าหน้าที่มีการดำเนินคดีไปแล้วอย่างน้อย 33 คดี โดยการชุมนุมทั้งเล็กและใหญ่ในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มจะถูกกล่าวหาดำเนินคดีมากกว่า

ระยองพรึบ – ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย นั่งฟังกลุ่มคณะราษฎรปราศรัย เช่น ไมค์ ระยอง, เพนกวิน-พริษฐ์, รุ้ง-ปนัสยา, แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ และอีกหลายคน แน่นสวนสุขภาพบ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 พ.ย.

ไมค์-รุ้ง-กวิ้นเตรียมขึ้นเวที

ต่อมาเวลา 16.00 น.วันที่ 15 พ.ย.นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง พร้อมด้วยปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เดินทางมาถึงสวนสุขภาพบ้านฉาง ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่เริ่มมีกลุ่มแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ

รุ้งได้กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะขึ้นเวที หลังออกจากเรือนจำ โดยยังคงยึดข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อ และ หวังว่าในวันที่ 2 คำพิพากษาจะตัดสินให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ส่วนที่หน้าวัดบ้านฉาง ห่างจากจุด ที่อีกกลุ่มประมาณ 500 เมตร มีประชาชนใส่เสื้อเหลือง ประมาณ 30 คน โดยมี น.ส.ประไพ สาธิตวิทยา ตัวแทนกลุ่มปกป้องสถาบัน ได้เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้ต้องการแสดงพลัง เพื่อปกป้องสถาบัน โดยจะมีประชาชนใส่เสื้อเหลืองทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ

บุกระยอง – ‘ทราย’ อินทิรา เจริญปุระ ขึ้นเวทีร่วมชู 3 นิ้ว ร้องเพลงเคารพธงชาติพร้อมผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ที่นัดชุมนุมใหญ่ที่ สวนสุขภาพบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อเย็นวันที่ 15 พ.ย.

ต่อมาเวลา 18.00 น. แกนนำรวมทั้ง ทราย เจริญปุระ ได้ขึ้นเวที โดยบอกว่า เป็นครั้งแรกที่ขึ้นเวที พร้อมแนะนำเมนูอาหาร พร้อมประกาศว่า อาหารในวันนี้ดีกว่าที่ตำรวจและทหารกินแน่ ต่อมาเป็นผู้นำร้องเพลงชาติ และ ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ท่ามกลางประชาชนที่เริ่มทยอยกันเดินทางมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งหมดประมาณ 500 คน

เวลา 19.30 น. นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ได้ปราศรัยว่า รู้สึกดีใจที่ได้ขึ้นเวทีที่บ้านเกิดอีกครั้ง วันนี้จึงมาเปิดโปงเกี่ยวกับล้มเหลวของรัฐบาล เริ่มต้นที่โครงการอีอีซี เป็นโครงการหลอกลวง ไม่มีใครมาลงทุน เป็นการนำงบประมาณของรัฐมากินเงินทอน การถมทะเล 1,000 ไร่ตามโครงการ แต่ความจริงแล้วต้องถมเพิ่มอีก 1,200 ไร่ รวมต้องถมทะเล 2,200 ไร่ ความเสียหายจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชาวระยอง แต่นายทุนกลับได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว

ฝากผู้แทนในพื้นที่มาดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน เพราะชาวบ้านไม่เคยเห็นหัวเลยหลังได้รับเลือกตั้งไปแล้ว ถือเป็นความล้มเหลวตั้งแต่ท้องถิ่นไปยันระดับประเทศ ต่อไปอย่าไปเลือก เพราะเอื้อแต่นายทุนอุตสาหกรรม โครงการคนละครึ่ง หากรัฐบาลบริหารดีจะต้องให้คนทั่วประเทศ เพราะมันคือเงินภาษีของประชาชน จึงนับเป็นความล้มเหลวเกิดทุกหย่อมหญ้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี และจะยืนหยัดจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้องไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

เยาวชนปลดแอกปักหลักรัฐสภา

ด้านน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำเยาวชนปลดแอก กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่หน้าอาคารรัฐสภาวันที่ 17 พ.ย.นี้ ว่า เป็นการนัดชุมนุมเพื่อติดตามการพิจารณารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา โดยจะเป็นการปักหลักจนกว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่เสนอโดย ไอลอว์ได้รับการพิจารณา ไม่ใช่ถูกตีตกเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันย้ำจุดยืน ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำได้ทุกมาตรา

ส่วนจะมีการยกระดับการชุมนุมหากหรือไม่ หากร่างของไอลอว์ ถูกตีตก ขอให้รอติดตามจากทางเพจเยาวชนปลดแอดและกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนนาทีต่อนาที แต่ยืนยันว่าจะมีแอ๊กชั่นจากผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปดักทุกทางเข้าออกของรัฐสภา ทั้งทางเรือ ทางบก ทางอากาศ เพราะเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเห็นว่า สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ใช้เส้นทางอื่นในการเดินทางออกจากสภา ไม่มาพูดคุยกับประชาชน ดังนั้นครั้งนี้ เราจึงจะไปดักทุกช่องทางเพื่อดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป บอกได้คำเดียวว่าจัดหนักจัดเต็มแน่นอน

“เราไม่ต้องการไปคุกคามใคร เราไปยังสันติ ไปตามหลักการ เราก็อยากเห็นเหมือนกันว่า จะเกิดอะไรขึ้น และเราก็ทราบ ส.ว.ชุดนี้ไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่มาจากช่องโหว่ของกฎหมาย แต่เมื่อเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศแล้ว เขาก็ต้องทำงานรับใช้ประชาชน” น.ส.จุฑาทิพย์กล่าว

น.ส.จุฑาทิพย์ยังกล่าวถึงกรณีที่จะมีกลุ่มไทยภักดีมาชุมนุมในพื้นที่เดียวกันด้วยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ใช่ฝ่ายที่จะไปปะทะแน่นอน ยังยึดมั่นในหลักของสันติ ประกอบกับอีกกลุ่มมาชุมนุมคนละช่วงเวลา น่าจะไม่มีปัญหา แต่หากชุมนุมพร้อมกันก็จะอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ไม่มีความรุนแรงเกิดจากฝั่งของตนเองแน่นอน

‘ธนาธร’ชื่นชมม็อบคนรุ่นใหม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีมีการมองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรแผ่วลงว่า ตนมองว่าไม่ใช่ม็อบ แต่เป็นเทศกาลมหกรรมรื่นเริงและสังสรรค์ที่ทุกคนมาปล่อยของ เพื่อร่วมกันพูดคุยโดยเฉพาะเรื่องสิทธิต่างๆ ถือเป็นการกระทำสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม ส่วนที่ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์เฟซบุ๊ก เสนอให้ทุบอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยนั้น ตนไม่ได้อ่านโพสต์ดังกล่าวและไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าใครติดตามการเมืองก็จะพบว่าอนุสาวรีย์ดังกล่าวถูกผูกผ้ามาหลายรอบ และเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ครั้งแรกและเชื่อว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน

เมื่อถามถึงกลุ่มคณะราษฎรนัดชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 17 พ.ย. เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่ากังวล แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า เชื่อว่าสุดท้ายถ้าไม่มีการแก้ไข จะทำให้ความโกรธของผู้ชุมนุมสูงขึ้น และจะทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากขึ้น ดังนั้น ขอร้องพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการตามที่หาเสียงไว้ด้วย ส่วนที่กังวลม็อบชนม็อบ ตนเชื่อมั่นในวุฒิภาวะของแกนนำกลุ่มราษฎรว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงและมีวุฒิภาวะในการจัดการชุมนุม สามารถสื่อสารข้อความตรงไปตรงมาได้อย่างกล้าหาญและไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย ส่วนที่จะมีการขนคนมาปะทะตนมองว่าเป็นความพยายามรัฐบาลในการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการรัฐประหาร แต่ถ้ามีรัฐประหารครั้งนี้ตนเชื่อว่าเหตุการณ์จะจบลงแบบไม่เหมือนเดิม

เจ้าคุณพิพิธแจงแต่งกลอน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พระเทพปฏิภาณวาที (สุนทร ญาณสุนทโร) หรือ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม นักเทศน์ชื่อดัง กล่าวถึงกรณีเผยแพร่บทกลอนชะตาเผด็จการโลก จนโดนเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหนังสือตักเตือนว่าการเผยแพร่ดังกล่าว อ้างขัดต่อกฎมหาเถรสมาคม ที่ห้ามพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการเมือง รวมไปถึงแต่งกลอนหรือเขียนบทความเสียดสีการเมือง ว่า บทคำประพันธ์ ดังกล่าวแต่งเป็นกาพย์ มีหัวข้อว่า ชะตาเผด็จการโลก มีเนื้อหากล่าวถึงเผด็จการที่เคยเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เจาะจงถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งปกติจะแต่งกาพย์กลอนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั่วไปในสังคม อาทิ สถานการณ์การระบาดโควิด-19, คนไทยรักสามัคคี เป็นต้น นำไปเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนเป็นประจำ พระเทพปฏิภาณวาทีกล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตาม ต่อมาบทคำประพันธ์ดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่ต่อ โดยตัดหัวข้อเหลือเพียงคำว่า ชะตากรรมเผด็จการ จนมีถูกหลายฝ่ายนำไปตีความว่าเป็นการเสียดสีสถานการณ์บ้านเมืองไทยในปัจจุบัน จนถูกคณะสงฆ์ส่งหนังสือตักเตือนมา ซึ่งขอยืนยันว่า อาตมาเป็นพระสงฆ์ที่มีความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่การเมือง พรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะขั้วไหนก็ตาม และปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยและจริยวัตรอย่างเหมาะสมตามหน้าที่ของพระภิกษุ

“ภายหลังจากที่มีหนังสือตักเตือนมาถึงอาตมาก็ได้ชี้แจงกราบเรียนให้พระวิสุทธา ธิบดี (เชิด จิตตคุตโต) เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ได้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งท่านก็เมตตา ไม่ติดใจแต่อย่างใด รวมทั้งยังได้ทำหนังสือชี้แจงไปที่สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และสำนักพุทธฯ ว่าเรื่องดังกล่าว มีการถูกนำไปตีความคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน เพื่อให้คณะสงฆ์ผู้ปกครองได้เข้าใจ” พระเทพปฏิภาณวาทีกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน