ใต้อ่วมพิษมรสุม อุตุฯเตือนนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เฝ้าระวังท่วม ฉับพลันน้ำป่าหลาก ขณะในพื้นที่มีฝนหนักต่อเนื่อง ทำท่วมหลายจุด ถนนกาญจนวนิช หาดใหญ่จม 40 เซนติเมตร ขณะหลายจว.เตือนประชาชนเตรียมอพยพหนีน้ำ

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 27 พ.ย. ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลาออกประกาศ ฉบับที่ 7 (75/2563) เรื่อง ฝนตกหนักภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีผลกระทบช่วงวันที่ 27-28 พ.ย. 63 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซียมีแนวโน้ม อ่อนกำลังลง แต่ยังคงทำให้ในช่วงวันที่ 27-28 พ.ย. บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และปริมาณน้ำฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่คลื่นลมบริเวณอ่าวไทย ตอนล่างตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงมามีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควร งดออกจากฝั่งในวันที่ 27-28 พ.ย.

ที่จ.สงขลา เกิดฝนตกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 พ.ย. และตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนกาญจนวนิช เส้นทางหาญใหญ่-สงขลา สายเก่า ก.ม.19 หน้าชุมชนเคหะหาดใหญ่ 2 เขตรอยต่อระหว่าง ต.น้ำน้อยกับ ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ น้ำได้ท่วมขังบนถนนทั้งสองฝั่งทั้งฝั่งขาเข้า อ.เมืองสงขลาและฝั่งขาเข้า อ.หาดใหญ่ ระดับน้ำสูง 30-40 เมตร การสัญจรลำบาก

โดยเฉพาะรถเก๋งและรถจักรยานยนต์และต้องวิ่งผ่านจุดน้ำท่วมอย่างช้าๆ โดยสภ.คอหงส์ และกู้ภัยท่าข้ามมาคอยอำนวยความสะดวกและบางช่วงเวลาก็ต้องปิดเส้นทางขาเข้า อ.หาดใหญ่ ตามระดับที่ขึ้นลง เพราะฝนยังคงตกๆ หยุดๆ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เดินทางจากอ.หาดใหญ่ไปอ.เมืองสงขลา เลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนลพบุรีราเมศวร์ สายใหม่แทน

อย่างไรก็ดีสภาพอากาศที่ จ.สงขลาขณะนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มมีฝนตกเนื่องอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา

ส่วนที่ชายหาดสมิหลา จ.สงขลา สภาพอากาศบริเวณชายฝั่ง มีคลื่นลมกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง อาจจะเกิดอันตรายกับการลงไปเล่นน้ำทะเลได้ เทศบาลนครสงขลา ต้องขึ้นธงแดงตลอดแนวชายหาดแหลมสมิหลาและหาดชลาทัศน์ เพื่อห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่จ.นครศรีธรรมราช บริเวณฝั่งอ่าวไทยพื้นที่ ต.หน้าสตน อ.หัวไทร มีสภาพคลื่นลมแรง มีคลื่นสูงกว่า 2 เมตรซัดเข้าหาฝั่ง และมีน้ำทะเลหนุนสูงชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ต้องยุติการทำประมงนำเรืออพยพเข้าไปยังปากน้ำชั้นในเพื่อความปลอดภัย ประกอบกับมีฝนตกอย่างหนักเป็นระยะ ทั้งนี้สภาพคลื่นซัดเข้าหาฝั่งได้พาเอาขยะทะเลจำพวกเศษพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาการ และเครื่องดื่มมาเกยหาดจำนวนมาก ตลอดแนวชายฝั่งของอำเภอหัวไทรยาวหลายกิโลเมตร โดยขยะทะเลเหล่านี้ไม่ได้เป็นขยะบรรจุภัณฑ์จากทั้งประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน บ่งชี้ให้เห็นถึงสภาพขยะที่ลอยอยู่ในทะเลจำนวนมหาศาล เมื่อคลื่นลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ตามฤดูกาลเข้าสู่อ่าวไทย ทำให้ขยะจำนวนมากถูกซัดมาเกยหาดของประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ จ.นครศรี ธรรมราช ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเริ่มเต็มตลิ่ง โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ประกาศเตือนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว รวมทั้งได้ออกทำการสำรวจตามแหล่งน้ำต่างๆ โดยพบว่าพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังแต่ยังไม่รุนแรงมากนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ตรัง ว่า จากสถาน การณ์มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สงผลให้มวลน้ำจากคลองนางน้อยไหลเข้ามายังบ้านเรือนชาวบ้านพื้นที่ ม.7 บ้านท่าปาบ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง ชาวบ้านเร่งขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ขึ้นมาไว้บนที่สูง ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับปรุงคันดินกั้นน้ำ บริเวณสะพานทางเข้าวัดคงคาวดี ทำให้น้ำทะลักออกมา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหินมาถมลงทำให้น้ำลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.พัทลุง ว่า สถาน การณ์ฝนตกหนักพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงติดต่อกัน 3 วัน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอกงหรา และทั่วทั้งจังหวัด ฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืนส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ลงสู่ลำคลองชะรัด และพื้นที่ราบลุ่ม น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมโรงเรียนสันติธรรมวิทยามูลนิธิ บ้านเรือนประชาชน ต.ชะรัด 9 หมู่บ้าน, ต.คลองทราย 2 หมู่บ้าน และต.คลองเฉลิมอีก 2 หมู่บ้าน จากสภาพน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากภูเขา บวกกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น

โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารช่างที่ 402 ค่ายอภัยบริรักษ์ เร่งนำเรือท้องแบนเพื่อช่วยเหลืออพยพสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งช่วยบรรจุกระสอบทรายปิดกันน้ำหลากเข้าท่วมภายในบ้านเรือนประชาชน ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกือบ 2,000 ครัวเรือน นอกจากนั้นมวลน้ำดังกล่าวจะไหลหลากลงท่วมพื้นที่ลุ่ม ของต.นาโหนด อ.เมือง และต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน เจ้าหน้าที่ได้ออกแจ้งเตือนประชาชน ที่อาศัยบริเวณพื้นที่น้ำไหลผ่าน รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยให้ขนสิ่งของไว้ในที่สูง

นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย พร้อมกันนั้นยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่มพื้นที่เสี่ยง ในอ.กงหราและอำเภอต่างๆ เนื่องจากยังมีฝนตกหนัก บนภูเขาซึ่งหากเกิดขึ้นได้จึงให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามประกาศของจังหวัดพัทลุง และติดตามประกาศอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

วันเดียวกัน นายอภิวัฒน์ ชนะสงคราม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนราธิวาส กล่าวว่า ตามที่จังหวัดนราธิวาสมรฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโก-ลก ตั้งแต่วันที่ 24-26 พ.ย. มีปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วัน ที่อ.แว้ง 100.60 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝน ดังกล่าว อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ราบเชิงเขา และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ และระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก อาจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้เวลา 09.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ที่บ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 30-40 เซนติเมตร ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง 83 เซนติเมตร จึงขอแต้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภอแว้ง ให้เฝ้าระวังเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่อาจสูงขึ้น อาจล้นตลิ่ง ท่วมขังพื้นที่บริเวณลุ่มต่ำและน้ำป่าไหลหลากได้ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

พัทลุงจม – ชาวบ้านต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เดินฝ่าสายฝนลุยน้ำท่วมอย่างยากลำบาก หลังน้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด หลากท่วมพื้นที่ที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ล่าสุดเกิดน้ำท่วมหนักรวม 5 อำเภอแล้ว เมื่อวันที่ 27 พ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน