เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ล่าสุด ด.ญ.วัย 4 ขวบ ที่นครศรีธรรมราช พลัดตกน้ำดับ ปภ.สรุปน้ำยังท่วม 7 จังหวัด ตรังก็ยังหนักที่อำเภอรัษฎา ชาวบ้านถูกตัดขาด พัทลุงฝนยังโปรยปราย บ้านริมทะเลสาบสงขลาบางจุดน้ำสูงเกือบ 2 เมตร สงขลาน้ำลดลง แต่น้ำทะเลสาบยังหนุน คลื่นทะเลแรง ชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไม่ได้ สุราษฎร์ธานีหนักที่พุนพิน 16 ครัวเรือนอพพยหนีน้ำมาอยู่บนสะพาน ด้านนราธิวาส น้ำโก-ลกล้นตลิ่งท่วมชุมนุมริมฝั่ง ‘บิ๊กตู่’ เตรียมลงพื้นที่ 7 ธ.ค. ไปติดตามสถานการณ์เมืองคอน
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่ จ.นครศรี ธรรมราช ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ให้กำลังใจผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ โดยในเวลา 08.15 น. เดินทางด้วยเครื่องบินถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จากนั้นไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ก่อนเดินทางต่อไปยัง อบต.หูล่อง อ.ปากพนัง พบปะผู้ประสบภัย มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเวลา 12.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานว่าตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย รวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 90 อำเภอ 469 ตำบล 2,960 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 314,639 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ใน จ.นครศรีธรรมราช
ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี น้ำท่วม 11 อำเภอ ปัจจุบันน้ำลดลง, จ.กระบี่ น้ำท่วม 2 อำเภอ ปัจจุบันน้ำลดลง, จ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วม 23 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว และยังมีฝนตกในพื้นที่, จ.ตรัง น้ำท่วม 4 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง, จ.พัทลุง น้ำท่วม 11 ปัจจุบันระดับน้ำลดลง, จ.สงขลา น้ำท่วม 13 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง และจ.ยะลา น้ำท่วม 3 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง รวมประชาชนได้รับผลกระทบ 302,110 ครัวเรือน
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำเริ่มลดระดับลงในหลายพื้นที่จนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช ถนนสายหลักที่ถูกน้ำท่วมขัง น้ำลดระดับลงจนสัญจรไปมาได้ตามปกติ รวมทั้งที่ ร.พ.มหาราช ผู้ป่วยเดินทางมาใช้บริการได้ตามปกติ รถโดยสารประจำทางเส้นทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชก็ใช้เปิดวิ่งแล้วเช่นกัน แต่ยังคงมีท่วมขังในซอยพื้นที่ลุ่ม ขณะที่ท้องฟ้าก็โปร่ง มีแสงแดด
ส่วนสะพานข้ามคลองกลาย เส้นทางเข้าสู่ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ที่ถูกกระแสน้ำป่าซัดขาดนั้น พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นำเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ พร้อมสั่งการให้เร่งนำสะพานเบลีย์ เพื่อให้ประชาชนสัญจรผ่านชั่วคราว จนกว่าจะซ่อมแซม หรือสร้างสะพานแห่งใหม่เสร็จสิ้น
ขณะเดียวกันมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 9 ราย โดยรายล่าสุด เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ธนาทร พันธ์ชู สารวัตรเวร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิตที่หมู่ 2 ต.ท่าซัก อ.เมืองนครศรีธรรมราช รุดไปที่เกิดเหตุพบศพด.ญ.วรรฤดี ลักษณา อายุ 4 ขวบ และสอบสวนนางสุภสร ลักษณา อายุ 25 ปี แม่ให้การว่าก่อนเกิดเหตุขายปลาอยู่ริมถนน ปล่อยลูก 3 คนอยู่บ้าน ผู้ตายเป็นลูกคนสุดท้าย โดยลูกสาวถ่ายทุกข์อยู่หน้าบ้าน เนื่องจากห้องน้ำถูกน้ำท่วม แล้วพลัดตกน้ำ ระหว่างนั้นไม่มีคนพบเห็น และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงจมน้ำเสียชีวิต
ขณะที่ จ.ตรัง มณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร จ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หมู่ 8 บ้านอ้ายเต็ง ต.ควนเมา อ.รัษฎา เป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมถนนเข้าหมู่บ้าน น้ำสูง 3-4 เมตร ระยะทางยาว 2 ก.ม. ล่าสุดกระแสน้ำยังเชี่ยวกราก และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านขนย้ายสัตว์เลี้ยงมาอาศัยริมถนน โดยหมู่บ้านแห่งนี้มีทั้งหมด 105 ครัวเรือน ด้วยสภาพพื้นที่ราบลุ่มสลับเนินสูง ทำให้บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมกลายสภาพเป็นเกาะไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ ต้องใช้เรือท้องแบนสัญจรเจ้าหน้าที่จึงจัดหน่วยแพทย์และรถครัวพระราชทานเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น
นายประเสริฐ ปาโต ปลัดอาวุโส อ.รัษฎา กล่าวว่าน้ำท่วม 5 ตำบล รวม 34 หมู่บ้าน จาก 50 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 1,629 ครัวเรือน 5,289 คน ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเป็นน้ำที่ไหลหลากมาจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
ส่วน จ.พัทลุง ยังคงมีฝนตกโปรยปรายเป็นช่วงๆ แต่ไม่หนักเหมือน 3 วันที่ผ่านมา น้ำยังคงท่วมสูงในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา สถานการณ์หนักสุดที่ ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน เนื่องจากน้ำจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ไหลหลากสมทบ รวมทั้งน้ำจาก อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ทำให้น้ำยังท่วมบ้านเรือน สูง 1.50 เมตร บางจุดเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านจำนวนมากยังรอคอยความช่วยเหลือ
พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย และน.ส.ศรอนงค์ สงสมพันธ์ นายอำเภอควนขนุน จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว 12 นาย เรือท้องแบน 2 ลำ รถบรรทุกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ นำอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ไปบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนบ้านปากคลองเก่า จำนวน 159 ครัวเรือน
ด้าน จ.สงขลา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาทั้ง 2 ฝั่ง ใน อ.ควนเนียง อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และอ.สิงหนคร ยังเผชิญกับน้ำทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมบ้าน เป็นมวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.พัทลุง และจ.นครศรีธรรมราช ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพน้ำล้อมรอบบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 6 ต.ควนโส อ.ควนเนียง บางจุดน้ำหนุนขึ้นมาจนถึงถนนในหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องขนย้ายเป็ดไก่มาไว้บนพื้นที่สูง
อีกทั้งสถานการณ์คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยที่ยังคงมีกำลังแรง ส่งผลกระทบกับชาวประมงพื้นบ้านตลอดแนวชายฝั่งทั้ง 6 อำเภอ จ.สงขลา ตั้งแต่ อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร อ.เมือง อ.จะนะ และอ.เทพา ต้องหยุดออกเรือมาเกือบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูงและกระแสลมแรง อีกทั้งถนนเลียบชายฝั่งถูกคลื่นซัดพังเสียหาย
นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา กล่าวว่าขณะนี้ระดับน้ำทั้ง 12 อำเภอ ลดลงเข้าสู่ปกติ ยังเหลือพื้นที่ลุ่มอยู่บ้าง ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไป สูบน้ำออกแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มริมทะเลสาบ มีน้ำทะเลหนุน ได้ช่วยเหลือด้วยการแจกถุงยังชีพ หลังจากระดับน้ำลดจะเข้าไปสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือต่อไป
สำหรับ จ.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน โดยช่วยเหลือประชาชน 16 ครัวเรือน ที่อพยพหนีน้ำขึ้นมาอยู่บนสะพานจุลจอมเกล้า ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านปากบางท่าข้าม หมู่ 3 ต.ท่าข้าม มีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 400 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่มอบถุงยังชีพ และข้าวสารอาหารแห้งบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ที่ จ.นราธิวาส ท้องฟ้ายังคงมีเมฆฝนมืดครึ้มปกคลุมทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลให้แม่น้ำสุไหงโก-ลก ล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือนที่ชุมชนท่าประปา และชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส น้ำสูง 30-50 เซนติเมตร ประชาชนเดือดรอน 50 ครัวเรือน ประชาชนต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะสัญจรไปมา ขณะเดียวกันที่บ้านปาดังยอ หมู่ 3 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก น้ำท่วมบ้านริมตลิ่ง สูง 30-40 เซนติเมตร