กลุ่มอยากเลือกตั้งเฮ
โพลชู‘ตู่-หนู’ผลงานเจ๋ง

 

‘บิ๊กตู่’อวยพรปีใหม่ให้คนไทยมีความสุข วอนนักการเมืองอย่านำโควิดมาเล่นการเมือง ‘บิ๊กป้อม’ ย้ำกรณีบ้านพักทหารจบแล้ว เพื่อไทยคาดกมธ. อาจต้องยืดเวลาถกแก้รธน.อีก 30 วัน ซูเปอร์โพลชู ‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ ผลงานโดดเด่นสุดในรอบปี ตามมาด้วย ‘พุทธิพงษ์-บิ๊กป้อม-วราวุธ’ ศาลยกฟ้อง 9 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ใน คดี MBK39 จี้รัฐบาลหยุดยื้อเลือกตั้งเมื่อปี’61 รัฐบาลทำปฏิทินวันหยุดพิเศษปี’64 เล็งประเดิมตรุษจีน 12 ก.พ. หยุดยาว 3 วันกระตุ้นท่องเที่ยว

‘บิ๊กตู่’มอบของขวัญปีใหม่จากใจตร.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) พร้อมเปิดนิทรรศการโครงการ “ของขวัญปีใหม่ 2564 จากใจตำรวจไทย แด่ประชาชน” รวม 6 ด้าน คือ ด้านป้องกันอาชญากรรม ด้านอำนวยความยุติธรรม ด้านสร้างองค์ความรู้ ด้านสืบสวนจับกุมคนร้าย ด้านอุ่นใจการเดินทาง และด้านสวัสดิการกำลังพล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานของตร.และหน่วยงานด้านความมั่นคงในการดูแลประชาชน แน่นอนว่าความพึงพอใจของประชาชน มีความแตกต่างกันออกไปจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย สิ่งสำคัญสุดคือความจำเป็นที่ต้องรักษากฎหมายไว้อย่างชัดเจน ต้องใช้กฎหมายให้โปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม ผ่านเทคโนโลยี และขอประชาชน อย่าทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไป เพราะหลายอย่างมีกฎหมายอยู่ สังคมต้องมีกฎหมาย ซึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีวิจารณญาณ หากผิด กฎหมายจริงๆ ไม่สามารถละเว้นได้

การทำงานมีขั้นมีตอนตามหลักกฎหมาย สิ่งสำคัญคือคาดหวังว่าจะทำอย่างไร ประชาชนจะปลอดภัย ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม จึงต้องร่วมมือกัน หากร่วมมือกันตามระเบียบกติกาทั้งหมดก็ไม่มีปัญหา ถ้าไม่อยากถูกตรวจแอลกอฮอล์ ก็อย่ากินเหล้าให้มันเกิน ขณะที่ตำรวจต้องแสดงให้เห็นถึงความเที่ยงตรงของเครื่องมือเครื่องหมายต่างๆ ด้วย

ขอประชาชนร่วมมือรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการขอพรในช่วงวันเทศกาลคริสต์มาสว่า ขอให้มีความสุข ฉลองคริสต์มาสตามสมควร การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อันตรายต่อตนเองและคนขับรถ พระเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ส่วนพรนั้น ขอให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข มีการพัฒนาสู่ประเทศที่มีรายได้สูงและให้ประชาชนมีความสุข ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สิ่งเหล่านี้อาศัยการพัฒนาตามระยะเวลาที่กำหนด ปีที่ผ่านมาใครจะมองว่าประเทศเราเจริญเติบโตได้ช้า โดยถือว่าได้พัฒนาโครง สร้างได้ไปพอสมควร ไม่ใช่จะวัดว่าคนไทยมีรายได้ดีขึ้นเท่าไร ขอฝากไปคิดว่าจะทำอย่างไรคนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคิดว่าต้องมีทักษะความสามารถ มีความเท่าเทียมทางโอกาส หากเข้าถึงทุกคน ก็มีโอกาสที่ รายได้สูงขึ้น

“ขอให้ช่วยกันคิด คิดแบบเดิมไม่ได้ ต้องพัฒนาตัวเองด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาในวันหน้า โดยเฉพาะงบประมาณในภาพรวม ขอให้คนไทยมีความสุขมากยิ่งขึ้น มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่แร้นแค้น โดยเฉพาะเกษตร และอยากให้ทุกภาคส่วนมีรายได้สูงขึ้น ผมขอของขวัญจากประชาชน คือขอความร่วมมือกับรัฐบาล การแก้ปัญหาความยากจน สิ่งสำคัญที่สุดต้องแก้ที่ตัวเอง ขอให้ ทุกคนมีความสุข” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

วอนอย่าเล่นการเมืองเรื่องโควิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือกับนักการเมืองด้วย บางทีออกมาพูดจาอะไรมันไม่ใช่ ขอร้องอย่าทำการเมืองในเรื่องโควิดเลย เพราะจะทำให้มีปัญหา การสร้างการรับรู้ มันลำบาก รัฐบาลพูดอะไรไปก็กลายเป็นไม่ใช่ ดังนั้น ขอร้องขอความร่วมมือกัน จะไปด้วยกันได้หมด วันนี้นายกฯประชุมหลายเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ ค่าเงินบาท ความมั่นคง ดิจิตอล อยู่ทำเนียบรัฐบาลก็มีงานทำ งานมันเยอะ

เมื่อถามว่านายกฯได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บอกไปแล้วทุกคนมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานตามภารกิจอยู่แล้ว จะต้องมีการบูรณาการ แนวคิดใหม่ๆ ออกมาช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน เพื่อเข้าถึงการดูแลประชาชน ทั้งเรื่องแรงงาน สินค้า หน้ากากอนามัย การเดินทาง มาตรการเว้นระยะห่าง สิ่งเหล่านี้ถ้าทุกคนไม่ระวังจะเกิดปัญหาอีกและกลับไปสู่ที่เดิม

“วันนี้วันคริสต์มาส ขอทุกคนมีความสุข ขอให้สื่อช่วยกัน ขอทุกคนช่วยกัน ถ้าเราทำทุกอย่างให้ขัดแย้งไปเสียหมด มันจะไปไม่ได้ รัฐบาลก็ทำอะไรให้ไม่ได้ เพราะติดกันหมด ขอช่วยกันสร้างความเข้าใจในสิ่งดีๆ ให้ เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชน เพราะ ทุกคนคือคนไทย ต้องรวมใจสร้างชาติ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

‘บิ๊กป้อม’ลั่นบ้านพักทหารจบแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เตรียมเรียกอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้ออกระเบียบบ้านพักรับรองเมื่อปี 2548 เข้าชี้แจงระเบียบบ้านพักทหารโดยอ้างว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ผิดกรณีอยู่บ้านพักทหารหลังเกษียณว่า เรื่องบ้านพักจบไปแล้ว และศาลตัดสินไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าเรียกไปพล.อ.ประวิตร จะชี้แจงอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร บอกไปหมดแล้ว ต่อข้อถามว่ากังวลว่าฝ่ายการเมืองจะหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมืองต่อเนื่องอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร อมยิ้มพร้อมกล่าวว่า จะต่อเนื่องอย่างไร ก็เป็นไปตามระเบียบของกองทัพอยู่แล้ว

สภาโชว์ผ่านกม.7ฉบับ-ชี้น้อยไป

เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ตลอดปี 2563 ว่า เป็นปีที่ 2 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 มีการประชุมรวม 42 ครั้ง และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 8 ครั้ง มีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ 7 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณา 6 ฉบับ รอการพิจารณาของสภาในวาระที่หนึ่ง 34 ฉบับ รอการบรรจุระเบียบวาระการประชุม 5 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาให้คำรับรองของนายกฯ เนื่องจากเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวด้วยการเงิน 25 ฉบับ ร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวด้วยการเงินที่นายกฯไม่ให้คำรับรอง 12 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของประธานสภา 5 ฉบับ

ส่วนร่างพ.ร.บ.ที่เสนอโดยประชาชน อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของสภาในวาระหนึ่ง 2 ฉบับ และมีพระราชกำหนด ที่สภาพิจารณาอนุมัติ 4 ฉบับ มีญัตติการเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ 1 ญัตติ

กฎหมายที่สภาให้ความเห็นชอบ จนสามารถประกาศใช้ได้ มีเพียง 7 ฉบับนั้น น้อยไป ด้วยหลายสาเหตุ อาทิ ร่างกฎหมายที่ครม.เสนอมายังสภาน้อยมาก และอาจเป็นเพราะกฎหมายสำคัญๆ จำนวนมาก ผ่านการพิจารณาไปแล้วสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงการจัดลำดับวาระการประชุม ที่กำหนดพิจารณากฎหมายไว้ท้ายวาระ จึงทำให้การพิจารณาล่าช้า โดยหลังจากนี้ทุกวันพุธ สภาจะพิจารณาเฉพาะกฎหมายเท่านั้น

ยกเครื่องตอบกระทู้ถามสด

ส่วนกระทู้ถามสดด้วยวาจามี 49 กระทู้ ส่วนกระทู้ถามทั่วไปที่ถามต่อรัฐมนตรี ในที่ประชุมสภา 41 กระทู้ และกระทู้ถามทั่วไปที่ตอบในราชกิจจานุเบกษา 58 กระทู้ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาได้ขอร้องไปยัง ครม.แล้วว่า เมื่อถึงวันถาม-ตอบกระทู้ถาม ขอให้รัฐมนตรีงดภารกิจอื่นๆ เพื่อสามารถมาตอบกระทู้ถามของ ส.ส.ได้ และเชื่อว่า เมื่อสภาจัดลำดับวันพิจารณาตอบกระทู้ถามใหม่เป็นทุกวันพฤหัสฯแล้ว จะได้รับความร่วมมือจากรัฐมนตรีมากขึ้น

“ตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา โดยไม่ต้องแจ้งรัฐมนตรีล่วงหน้านั้นโหด เพราะเมื่อ ส.ส.มาแจ้งกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีก่อนเวลา 08.00 น. แล้ว รัฐมนตรีจะต้องมาตอบทันทีในการประชุมสภา เวลา 10.00 น. จึงทำให้รัฐมนตรีบางกระทรวงเตรียมการไม่ทัน แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว จึงไม่อาจเลี่ยงเป็นอื่นได้ แต่มั่นใจว่าหลังจากนี้จะได้รับความร่วมมือจากครม.มากขึ้น”นพ.สุกิจกล่าว

นอกจากนั้นในสมัยประชุม ยังมีการประชุมร่วมรัฐสภา 8 ครั้ง มีร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา 2 ฉบับ รวมถึงยังมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ที่รัฐสภารับหลักการไว้พิจารณา 2 ฉบับ มีญัตติที่รอการพิจารณา 1 ญัตติ ในปี 2564

‘กมธ.แก้รธน.ถกต่อม.ค.ปีหน้า

นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่….) พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.ในเรื่องที่มียังข้อขัดแย้งค้างอยู่ว่า ต้องรอให้เปิดประชุมก่อนในวันที่ 7-8 ม.ค.2564 ซึ่งการพิจารณายังไม่ถึงมาตราเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) สำหรับการประชุมนั้น หากมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องปกติ จึงต้องคุยกันและหากที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างไรก็ว่าตามนั้น โดยกมธ.มีหน้าที่รวบรวมประเด็นแล้วมาเสนอที่ประชุมรัฐสภา ว่ามีความเห็นในทิศทางใด มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร แล้วที่ประชุมรัฐสภาจะเป็นคนวินิจฉัยเองว่าจะรับหรือไม่รับประเด็นนั้นๆ

“เหตุการณ์การประชุมกมธ.ล่มครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องการประชุมล่มหรือไม่ล่ม มีการกล่าวหากันโดยพรรคการเมืองหนึ่ง ตัวแทนพูดให้ร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อพูดแล้วไม่จบกันจึงต้องมีการพักประชุมไปก่อนและมาประชุมกันต่อ สำหรับการรับมือเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก ก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เขาคุยกันรู้เรื่อง แต่มีบางคนคุยกันไม่รู้เรื่อง” นายวิเชียรกล่าว

‘พท.คาดอาจขยายเวลาอีก30วัน

ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่….) พ.ศ….กล่าวว่า ประธานกมธ.ของดการประชุมสัปดาห์นี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงยังไม่ได้คุยอะไรกัน แต่อาจจะเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนเวลาการพิจารณาจาก 45 วันออกไปอีก เพราะประชุมกันอย่างไรก็ไม่ทัน เนื่องจากเหลือเวลาประชุมอีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น โดยทั่วไปเวลาจะขยายเวลามักขยายคราวละ 30 วัน เท่ากับว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องช้าออกไปอีกประมาณหนึ่งเดือน

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ตรงนี้จะบอกว่ายื้อก็พูดไม่ได้ เพราะติดปัญหาเรื่องโควิด-19 จริง แต่เราพยายามเร่งรัดเต็มที่ คิดว่าแม้จะขอไว้ 30 วัน แต่อาจจะใช้แค่ 15 วันก็ได้ ตรงนี้จะสามารถตอบคำถามประชาชนได้ แต่อยากให้ประธานกมธ.เร่งรัดการประชุม และเพิ่มทั้งวันและเวลาในการประชุมเพื่อช่วยทำให้เร็วขึ้น

โพลชู‘บิ๊กตู-เสี่ยหนู’ผลงานเข้าตา

วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม “เรื่อง รัฐมนตรี เด่น ปี 63” โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 1,206 ตัวอย่าง วันที่ 20-24 ธ.ค. พบว่า บุคคลในครม.ที่เด่น ทำงานเข้าตาประชาชนมีผลงานน่าพอใจ ปี 2563 ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด ร้อยละ 29.4 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เด่นด้านความเป็นผู้นำ แก้ปัญหาหนักๆ ของประเทศ เป็นคนดี ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียทุจริต กล้าตัดสินใจ ทำบ้านเมืองเจริญ ถนนหนทางเกิดขึ้นจำนวนมาก รถไฟฟ้าหลายสาย แก้วิกฤตโควิดรอบแรก โครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น

รองลงมา ร้อยละ 24.9 เสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เด่นด้านแก้ปัญหาโควิด บริหารจัดการทีมงานบุคลากรการแพทย์ ทำตาม นโยบายที่หาเสียงไว้ เช่น ปลดล็อกกัญชา ผลักดันรักษาโรคมะเร็งได้ทุกโรงพยาบาล เพิ่มสิทธิรักษาทุกโรคแท้จริง กล้าคิดกล้าทำ กล้าพูด มีจิตใจดี ช่วยเหลือผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ

ร้อยละ 23.5 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เด่นการพัฒนาระบบดิจิทัลแก้วิกฤตโควิด โครงการไทยชนะ คัดกรองเกาะติดสถานการณ์โควิด นโยบายประชาชนเข้าถึงระบบ 5G แก้ปัญหาอาชญา กรรมออนไลน์ พนันออนไลน์ จัดการขบวนการล่วงละเมิดสถาบันหลัก การควบรวมกิจการบริการระบบสื่อสารของรัฐสนับสนุนโครงการคนละครึ่ง โครงการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดิน

‘ประวิตร’รั้งอันดับ 4

ร้อยละ 22.6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เด่นด้านการจัดการความวุ่นวายของบ้านเมือง แก้ปัญหาขัดแย้ง ความเดือดร้อนหนี้สินนอกระบบ ปัญหาที่ทำกินของชาวบ้าน ร้อยละ 22.6 เช่นกันคือ นาย วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด่นเรื่องอนุรักษ์สัตว์ป่า สัตว์ทะเลจัดการขบวนการทำผิดกฎหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สานต่อให้ประชาชนอยู่กับป่าเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

ร้อยละ 22.3 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เด่นการช่วยเหลือประกันราคาพืชผลการเกษตร ส่งเสริมธุรกิจส่งออก ลดราคาสินค้า และอื่นๆ และ ร้อยละ 21.8 ได้แก่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เด่นผลงานต่างๆ เช่น แก้ปัญหาภัยแล้ง ต่อยอดโครงการพระราชดำริดูแลช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือราคากุ้ง ช่วยเกษตรกรช่วงโควิด และร้อยละ 25.2 ระบุว่าอื่นๆ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ระบุว่า แนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนในเรื่องสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ หรือกลุ่มไม่สนใจอะไรเลย เปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดในช่วงปี 2563 พบว่าล่าสุด ฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 33.9 ในเดือนก.ย. มาอยู่ที่ร้อยละ 35.7 ในเดือนธ.ค. ส่วนฐานไม่สนับสนุนรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29.7 ในเดือนก.ย.มาอยู่ที่ร้อยละ 31.4 แต่กลุ่มพลังเงียบหรือกลุ่มไม่สนใจอะไรเลย ลดลงเล็กน้อยจาก ร้อยละ 36.5 มาอยู่ที่ร้อยละ 32.9 ในการสำรวจครั้งนี้

ศาลตัดสินคดีสกายวอล์ก

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3207/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 9 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, จัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระบรมวงศานุวงศ์ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป

จำเลยประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร 2563, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นาย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2561 พวกจำเลยจัดกิจกรรม “หยุดยื้อเลือกตั้ง หยุดสืบทอดอำนาจ” ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน หน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ หรือคดี MBK 39 โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว เมื่อถึงเวลานัด จำเลยทยอยเดินทางมาศาล

ยกฟ้อง-คนอยากเลือกตั้งเฮ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว จำเลยทั้ง 9 กระทำความผิดฐานชุมนุมในระยะ 150 เมตร จากวังของพระบรมวงศานุวงศ์ ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ หรือไม่ พยานโจทก์เบิกความไม่มีใครทราบมาก่อนว่าพื้นที่ชุมนุมอยู่ในระยะ 150 เมตร จนกระทั่งมีการวัดภายหลัง และไม่มีป้ายติดประกาศห้ามชุมนุม จำเลยทั้ง 9 อีกทั้งหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้กว่าที่เกิดเหตุมีการจัดกิจกรรมบ่อยครั้ง ทำให้จำเลยเข้าใจว่าไม่อยู่ในข้อห้าม เชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 9 ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน พยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้ง 9 กระทำความผิดฐานนี้

ส่วนจำเลยทั้ง 9 กระทำความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือไม่ จากการให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 และ 9 การถือป้ายและพูดของจำเลยที่ 6 และคำปราศรัยของพวกจำเลย มีการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วภายในเดือน พ.ย.2561 เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการเลื่อนการเลือกตั้งหลายครั้ง ซึ่งข้อความปราศรัยและสัมภาษณ์ของพวกจำเลยไม่ถึงขนาดยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พิพากษายกฟ้อง

จำคุกนปช.มีระเบิดสังหาร

ที่ศาลอาญารัชดา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีมีระเบิดสังหารในครอบครอง ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายกฤษดา หรือดา ไชยแค อายุ 49 ปี และนายพัสนัย หรือเอก พนัส อายุ 45 ปี แนวร่วมนปช. ร่วมกันเป็นจำเลย ที่ 1-2 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ได้ ประกาศคสช. จากกรณีวันที่ 1 มิ.ย.2556-13 ส.ค.2557 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสองกับพวก ได้มีระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ RGD 5 และชุดเรือนชนวน 20 ลูก เหตุเกิดที่แขวง-เขตบางซื่อ กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน เบื้องต้นจำเลยให้การรับสารภาพ

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวทั้งสองจากเรือนจำ ซึ่งในส่วนของนายกฤษดานั้น เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกชีวิต ในคดีหมายเลขดำเลขที่ อ426 /2563 กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2557 ได้ปาระเบิดใส่เวทีผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 26 ราย และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืน จำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในข้อหาพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ที่เคยถูกฟ้องในคดีหมายเลขแดงอ.588/2563 ไปแล้ว และศาลได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดไปแล้ว จึงยกคำฟ้องโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด คดีร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ คือ จำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี กรณีโจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีของศาลอาญามีนบุรี ขณะนี้คดีดังกล่าวยังไม่มีคำพากษาจึงมิอาจทำได้

รัฐบาลเล็งเพิ่มวันหยุดพิเศษปีหน้า

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 25 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเตรียมการเพื่อกำหนดวันหยุดเฉพาะกิจในปี 2564 ว่า เป็นการบ้านที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้ไปดูว่าควรมีวันหยุดพิเศษหรือวันหยุดเฉพาะกิจในปี 2564 ได้ช่วงไหนบ้าง ที่สำคัญควรมีการบอกกล่าวล่วงหน้าจะได้มีการเตรียมการได้ เพราะครั้งที่ผ่านมา ประกาศล่วงหน้าไม่ทัน ทำให้เกิดความลักลั่น กลายเป็นว่าส่วนราชการหยุดแต่ภาคเอกชนไม่ได้หยุด จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือร่วมกัน

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่จะนำมาพิจารณาไปพร้อมกัน คือการกำหนดวันหยุดประจำภาค ซึ่งประชาชนในแต่ละภาค มีการเสนอมานานแล้ว รวมทั้งส.ส. เคยตั้งกระทู้ถามว่าควรมีวันหยุดที่เป็นงานของแต่ละภาค โดยภาคอื่นที่ไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องหยุด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่บ้างแล้ว อาทิ วันหยุดพิเศษของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเทศกาลงานเดือน 10 ซึ่งเป็นเรื่องของภาคใต้

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าในปีหน้ารัฐบาลกำลังพิจารณาวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมจากปกติใน 2 กรณีเป็นอย่างน้อย คือ กรณีแรก อาจเพิ่มวันที่ 12 ก.พ. ช่วงตรุษจีนให้เป็นวันหยุดเพิ่ม เพื่อให้หยุดยาว 3 วัน คือ 12-14 ก.พ. เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

ส่วนอีกกรณีนั้น ที่ประชุมเห็นตรงกันว่ามีความเหมาะสม คือการเพิ่มวันหยุดในช่วงเทศกาล หรืองานประเพณีต่างๆ ของจังหวัดหรือภูมิภาคนั้นๆ เช่น เทศกาลบุญบั้งไฟ เทศกาลเข้าพรรษา หรือเทศกาลลอยกระทงที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด ก็อาจประกาศให้เป็นวันหยุดในระดับกลุ่มจังหวัด หรือในภูมิภาคนั้นเลย จากนี้ทุกหน่วยงานจะไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดจะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง

“ในปีหน้าจะมีวันหยุดเพิ่มอีกอย่างน้อย 2-3 วัน โดยจะดูวันสำคัญที่ตรงกับวันศุกร์ เพื่อให้หยุดยาววันเสาร์ อาทิตย์ ต่อไปได้เลย โดยเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลสำคัญในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ อาจให้หยุดไปทั้งภาคเลย แต่จะหยุดเพียง 1 วันเท่านั้น ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดีขึ้นกว่าปี 2563” นายวิชิตกล่าว

ซานต้าตู่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็น ประธานเปิดโครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2564 จากใจ ตำรวจไทย แด่ประชาชน มอบเป็นของขวัญแก่ประชาชน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน