หญิงอายุ 47-โยงเคสบ่อน
มหาชัยติดเชื้อเพิ่มอีก55คน
ห้างเลื่อนปิดเร็ว-เป็น3ทุ่ม
ศธ.สั่งปิดโรงเรียนถึง31มค.
ศบค.งัดกฎเข้ม 28 จว.รวม ทั้งกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดสีแดงสกัดโควิด ขณะที่พื้นที่ควบคุมสีส้ม 11 จว. ส่วนที่เหลือเป็นสีเหลือง ทั้งหมด 38 จว. เริ่มตั้งแต่ 4 ม.ค.-1 ก.พ.ปิดสถานที่เสี่ยงแพร่ระบาด จับคนมั่วสุม ไม่ให้เดินทางข้ามจังหวัด หยุดเรียน ทำงานที่บ้าน หากไม่ได้ผลใช้ขั้นที่ 2 ให้ผู้ว่าฯ สามารถประกาศเคอร์ฟิวได้ พบเสียชีวิตอีก 1 เป็นสาวชลบุรีอายุ 47 ปี เชื่อมโยงเคสบ่อนบางละมุง เป็นรายที่ 64 ของประเทศ ด้านกทม.สั่ง 11 เขตตั้งด่านสกัดโควิด ปทุมธานีป่วยอีก 9 ส่วนใหญ่เป็นแรงงานพม่า ผู้ว่าฯ สั่งปิด 2 ตลาดใหญ่ที่ธัญบุรี ส่วนสมุทรสาครพบติดเชื้อรายใหม่ 55 คน ส่วนอาการของผู้ว่าฯ สมุทรสาครดีขึ้น ทีมแพทย์ลุ้นเปลี่ยนท่านอน ศธ.สั่งปิดโรงเรียนใน 28 จว.สีแดงจนถึงสิ้นเดือนม.ค. ให้เรียนออนไลน์ ขณะที่มธ.หยุดเรียนทั้ง 3 ศูนย์
ไทยตายโควิดเพิ่ม 1 ราย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน 84,374,983 ราย เพิ่มขึ้น 561,913 ราย เสียชีวิต 1,835,221 ราย เพิ่มขึ้น 9,470 ราย รวมประเทศไทยด้วย ส่วน 10 อันดับแรกที่มีผู้ป่วยสูงสุดยังเหมือนเดิม คือ สหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมนี สำหรับประเทศไทยขึ้นมาอันดับ 136 ของโลก
“วันนี้มีผู้ป่วย 216 ราย ติดเชื้อในประเทศ 214 ราย เข้าสถานที่กักกัน 2 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย หายเพิ่มขึ้น 26 ราย ผู้ป่วยสะสม 7,379 ราย หายป่วยรวม 4,299 ราย ยังรักษาอยู่ 3,016 ราย และเสียชีวิตรวม 64 ราย ผู้เสียชีวิตรายที่ 64 เป็นหญิงไทย อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนา จ.ชลบุรี มีโรคประจำตัวเบาหวาน มีประวัติเสี่ยงไปเล่นพนันอ.บางละมุง ผลตรวจวันที่ 30 ธ.ค.ออกมาเป็นโควิด-19 ช่วงนั้นยังไม่มีอาการ เข้ารับการดูแลที่ฮอสปิเทลที่พัทยา คือการจัดโรงแรมเพื่อเป็นที่พักของผู้มีผลยืนยัน วันที่ 31 ธ.ค.มีอาการเหนื่อยหอบ ทีมสอบสวนโรคแนะนำให้ไปรักษาร.พ.บางละมุง แต่ผู้ป่วยบอกอาการไม่มาก จึงขอพักในฮอส ปิเทลต่อ และขอนอนพักที่ห้อง จนเวลา 03.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2564 ผู้ป่วยเสียชีวิตในห้องพัก ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคที่เคยรายงานว่าอัตราเสียชีวิตอยู่ประมาณ 2% ครั้งนี้อยู่ที่ 0.8-0.9% ก็ยังไม่มาก คือประมาณ 100 คน พบเสียชีวิตไม่เกิน 1 คน แต่ตัวเลขผู้ป่วยขึ้นมาเป็นหลักพัน ถ้าติดเชื้อวันละ 200-300 คน การเสียชีวิตก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน มาพร้อมกับการติดเชื้อที่ขึ้นสูง”
ป่วยรายใหม่อีก 216
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 216 ราย แบ่งเป็น 1.เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สมุทรสาคร 3 ราย มาจากกทม. ชัยนาท และราชบุรี 2.เชื่อมโยงคลัสเตอร์ระยอง 1 ราย มาจาก กทม. 3.เชื่อมโยงคลัสเตอร์ชลบุรี 1 ราย มาจากพระนครศรีอยุธยา 4.ไปสถานบันเทิง สถานที่ชุมชน อาชีพเสี่ยง หรือสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 23 ราย มาจากกทม. 16 ราย ปทุมธานี 2 ราย นครปฐม 2 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย อ่างทอง 2 ราย ช่วงอายุที่มีทั้งอายุน้อยและมากแสดงถึงการติดเชื้อในครอบครัวแล้ว
5.อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 154 ราย มาจากนนทบุรี 25 ราย สมุทรสาคร 37 ราย ระยอง 27 ราย ชลบุรี 32 ราย จันทบุรี 10 ราย สมุทรปราการ 23 ราย ซึ่งยังไม่รู้ว่าสัมผัสกับใคร ใครเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ เรากักตัวออกมาแล้ว แต่คนที่สัมผัสที่น่าจะมีอีกหลายร้อยคน ขอให้คนที่ทราบว่าคนใกล้ชิดตัวติดเชื้อ ต้องขอให้ไปรับการตรวจและแยกตัวเองไว้ก่อน ต้องกักตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ไปพบปะคนอื่น ไม่ไปมั่วสุมอีกแล้ว อยู่ในกลุ่มที่ติดเชื้อแล้วและมีโอกาสแพร่กระจายได้สูงมาก เราพยายามทำเต็มที่ แต่คนติดเชื้อสูงมาก และมีของเก่าที่ต้องทำกันต่อ
6.ค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างด้าว 32 ราย มาจากสมุทรสาคร 30 ราย ปทุมธานี 1 ราย ตาก 1 ราย และ 7.มาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกัน 2 ราย มาจากอินเดียและสหรัฐอเมริกา

ปิดเวที – สนามมวยลุมพินีปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากเป็นสถานที่เสี่ยงโควิด จำนวน 25 สถานที่ตามประกาศกรุงเทพมหานคร ที่ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.เป็นต้นไป
ศบค.ปรับเข้มมาตรการโควิด
นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณี โควิด 19 (ศปค.สธ.) ซึ่งมีปลัดสธ.เป็นประธาน มีข้อสรุปว่าสถานการณ์ปัจจุบันการคัดกรองแรงงานต่างด้าวยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การระบาดรอบใหม่ที่น่าจับตามองคือกลุ่มก้อนในกทม.ซึ่งเริ่มกระจายหลายพื้นที่ และมีผู้เสียชีวิต โดยไม่สามารถหาความเชื่อมโยงกับศูนย์กลางการระบาดเดิมได้ ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้นกว่าเดิม และคาดว่าจะมีการแพร่กระจายโรคเพิ่มอีกหลายเท่าตัว และไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคและมาตรการทางสังคมที่เข้มข้นและรวดเร็วจึงมีประสิทธิภาพเพียงพอ
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า เดิมจะใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ภายใต้ข้อแม้คือการระบาดต้องไม่มาก อยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ ทรัพยากรยังพอมี คนมีความร่วมมือ แต่เมื่อศบค.วิเคราะห์สถานการณ์แล้วพบว่า 1.การระบาดโควิด-19 ในประเทศ ทำให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระจายไปตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้น รูปแบบการแพร่ระบาดที่ต้องเฝ้าระวังเข้มข้น คือผู้ติดเชื้อหลายคนทราบดีว่าเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหรือร่วมกิจกรรมที่เสี่ยงติดเชื้อแต่ไม่กักตัวเอง ไม่หลีกเลี่ยงสัมผัสผู้อื่น ไม่ไปปรึกษาแพทย์ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปสถานที่ต่างๆ และมีกิจกรรมลักลอบมั่วสุมผิดกฎหมายโดยเฉพาะการพนันเกิดขึ้นโดยทั่วไป เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการแพร่ระบาด และมีการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปที่หนึ่งด้วย
2.จำนวนผู้ติดเชื้อและมีอาการต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลมีมากขึ้น ทำให้ขีดความสามารถด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งบุคลากร เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ลดลงจำนวนมาก มีความจำเป็นต้องทบทวนมาตรการ โควิด-19 ในภาพรวม
3.ภาครัฐ ประชาชน ประชาสังคม ตระหนักรู้ผลกระทบการแพร่ระบาดและให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันโรค แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งยังขาดความระมัดระวังในมาตรการ จึงจำเป็นต้องบูรณาการดำเนินการมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นภาพรวม
“ถ้าใช้มาตรการแบบเดิมคงยากในการควบคุม จึงต้องปรับมาตรการขึ้นมา จากการประชุมศปค.สธ.นั้น ระบุว่ามาตรการต้องนำการติดเชื้อ ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามปกติ แล้ววิ่งไล่ตามไล่แก้ หาเตียงมารอผู้ป่วยไม่ได้ ต้องลดจำนวนผู้ป่วย มาตรการจึงต้องเข้มข้นขึ้น จังหวัดสีแดงต้องเข้มในการดูแล ยังไม่เป็น สีแดงต้องเข้มด้วย รวมถึงแนวชายแดน ที่ประชุมทั้ง 2 แห่งมีความเห็นตรงกัน เพื่อ เสนอผอ.ศบค.ให้เกิดมาตรการขึ้นมาเพื่อรองรับสถานการณ์ความเข้มข้นสูง อย่างพื้นที่สีขาว มาตรการก็ต้องขยับเป็นสีเหลือง สีแดงก็ต้องเข้มข้นขึ้น” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
ประกาศ 28 จว.พื้นที่สีแดง
นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือสีแดง 28 จังหวัด คือ ตาก, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครนายก, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, สมุทรปราการ, จันทบุรี, ตราด, ระยอง, ชุมพร, ระนอง และ กทม. พื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม มี 11 จังหวัด คือสุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และพังงา ที่เหลือ 38 จังหวัดขอให้เป็นพื้นที่สีเหลืองทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่สีเขียวการ์ดอาจตกไป ต้องยกระดับขึ้นมานำกว่าไวรัสไปอีกขั้น เราเรียนรู้จากการใช้ยาแรงมี.ค.เมื่อปีที่แล้ว แม้จะเจ็บปวดแต่เราเอาอยู่ในช่วงเวลา 2 เดือนกว่าๆ ถึงมีประกาศคลายออกมา แต่ครั้งนี้เราเรียนรู้ว่าการล็อกดาวน์ที่ไม่มีใครอยากได้ยิน แต่ต้องมีการเสียสละคือพื้นที่สีแดง เราไม่อยากถึงขนาดล็อกดาวน์ แต่เป็นการเข้มงวดมากๆ ควบคุมสูง สุดมากๆ
โฆษกศบค. กล่าวต่อว่า มาตรการนั้นแบ่งออกเป็น 2 ขั้น คือขั้นที่ 1 เอาประกาศฉบับที่ 5 และ 6 ช่วงมิ.ย.ที่เริ่มผ่อนคลายมาใช้ตอนนี้ แต่หากยังควบคุมโรคไม่ดี จะไปขั้นที่ 2 คือการใช้ประกาศฉบับที่ 1, 2, 3 คือการล็อกดาวน์ ทั้งนี้ พื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือสีแดง ดำเนินการมาตรการแบ่งออกเป็น 2 ขั้น คือ 1.จำกัดเวลาเปิดปิดสถานประกอบการ ปิดสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด อย่าให้มีการลักลอบเล่นอะไร ค้นหาและจับกุมกลุ่มบุคคลที่มั่วสุมทำผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมาก ขอความร่วมมือไม่เดินทางข้ามจังหวัด สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอนหรือใช้รูปแบบออนไลน์ ให้ทำงานที่บ้านทั่วพื้นที่ศบค.กำหนด มีมาตรการควบคุมการเดินทางของบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและการสอบสวนโรคในพื้นที่มีผู้ติดเชื้อและพื้นที่เชื่อมโยงที่ได้จากข้อมูลการสอบสวนโรค
เข้ม 1 เดือน 4 ม.ค.-1 ก.พ.
“สธ. ระยะการดำเนินงานคือ 4 ม.ค. ตั้งแต่ 06.00 น. ถึง 1 ก.พ. เวลา 06.00 น. โดยจะเสนอนายกฯพิจารณาเห็นชอบลงนามประกาศ โดยที่ออกมาพูดก่อนยังไม่บังคับใช้วันนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมตัว จึงต้องให้มาบอกข่าวก่อน แต่ไม่ต้องถึงขนาดกักตุนอะไร โดยจะประกาศเป็นฉบับที่ 16 ส่วนที่ต้องใช้เวลา 1 เดือน คือ 14 วันรอบของการระบาดคูณ 2 น่าจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงได้ อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขยังไม่ลดลง คนไม่ร่วมมือ ติดเชื้อสูงขึ้น ทรัพยากรไม่เพียงพอ ขั้นที่ 2 คือจำกัดเวลาเปิดปิดสถานประกอบการมากขึ้น โดยจะปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เพิ่มความ เข้มข้นค้นหาจับกุมกลุ่มบุคคลที่มั่วสุมทำผิดกฎหมาย งดจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการควบคุมการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งตอนนี้ยังเดินทางได้ มีอิสระการทำกิจกรรม ถ้าทำไม่ได้ก็จะตั้งด่าน แต่คงไม่ประกาศเคอร์ฟิวเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไป สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอน เว้นกิจกรรมที่มีความจำเป็น เช่น ใช้โรงเรียนทำสิ่งต่างๆ หรือให้อาหารกับเด็กในถิ่นทุรกันดาร ทำงานที่บ้านเต็มขีดความสามารถ เร่งรัดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก สอบสวนโรคในพื้นที่เสี่ยง กิจกรรมกิจการเสี่ยง บุคคลเสี่ยง ส่วนจำกัดเวลาออกนอกเคหสถาน ศปก.จังหวัดจะเป็นคนกำหนด เช่น จังหวัดติดเชื้อสูงมากๆ อาจปิดเฉพาะล็อกดาวน์บางจังหวัดก็เป็นไปได้ จึงต้องมีความยืดหยุ่นในแต่ละที่ ห้วงเวลาดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรี ผอ.ศบค.เห็นชอบตามข้อเสนอคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการฯ”
เมื่อถามว่าทำไมไม่ล็อกดาวน์ เพราะขอความร่วมมือไม่ได้แล้ว แต่บางส่วนไม่อยากให้ล็อกดาวน์เพราะได้รับผลกระทบมาก นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การมีล็อกดาวน์แบบมีเคอร์ฟิว ยังมีรายงานคนฝ่าฝืนถูกจับเล่นการพนัน ออกมาโดยไม่มีธุระเห็นตัวเลขตลอดเวลา แม้มียาแรงขึ้นมามากมายก็ไม่สามารถจัดการคนที่ส่อเจตนาทำไม่ถูกต้อง แต่คนเดือดร้อนคือคนดีๆ ลำบากกันทั้งหมด ตรงนี้ขึ้นกับขอความร่วมมือกันจะสูงที่สุด การใช้กฎหมายคงไม่ได้ 100% ใช้ยาแรงก็ไม่ใช่ผลบวกกับเรา ภาพรวมทางเศรษฐกิจกลับมีผล กระทบมากมายด้วย เจ็บไข้ที่ไหนใช้ยาแรงตรงนั้น ปวดตรงไหน จัดการกับตรงนั้น
ผู้ว่าฯสมุทรสาครอาการดีขึ้น
ด้านศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดเชื้อโควิด-19 ว่า จากการติดตามอาการในรอบ 24 ช.ม.ที่ผ่านมา พบว่าผู้ว่าฯสมุทรสาครมีอาการดีขึ้น ระดับออกซิเจนในเลือดดีขึ้น การทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั้งหัวใจ ไต และปริมาณของปัสสาวะออกมาปกติ ขณะนี้ยังต้องให้ยานอนหลับและปรับท่านอนในท่าคว่ำ เพื่อให้กระบวนการไหลเวียนของออกซิเจนในเลือดดีขึ้น และวันนี้จะพยายามปรับเปลี่ยนท่านอน จากท่าคว่ำให้เป็นท่าตะแคง เพื่อดูการทำงานปอดว่ามีการฟื้นตัวได้ดีหรือไม่ และจากนั้นจะติดตามการทำงานของปอดอีก 2-3 วัน คาดว่าน่าจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น
“ทั้งนี้ประสบการณ์ทำงานรักษาโควิด ทั่วโลก ท่านอนมีส่วนสำคัญและสัมพันธ์กับระดับออกซิเจน เพื่อให้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น และท่ายังมีส่วนช่วยประเมินการทำงานของเนื้อปอดที่เสียไปว่า สามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้นหรือไม่ พรุ่งนี้จะประเมินอาการได้ชัดเจนอีกครั้ง จากนั้นหากมีอาการดีขึ้น คงต้องอยู่ในห้องไอซียูอย่าง 1 สัปดาห์ ส่วนการให้ยารักษาหากเนื้อปอดกลับทำงานได้ดี ก็คงต้องลดปริมาณยาลด และฝึกให้มีการหายใจด้วยตัวเอง และคาดว่าภูมิคุ้มกันร่างกายของผู้ว่าฯจะค่อยเริ่มทำงานและต่อสู้กับไวรัส ในสัปดาห์ที่ 2”
ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนภริยาผู้ว่า รักษาพยาบาลอยู่ร.พ.สมุทรสาคร และมีไข้ต่ำ หากไม่น่าห่วง ไม่มีหอบเหนื่อย แต่ต้องติดตามในอย่างใกล้ชิด เพราะในผู้สูงอายุ หากปล่อยให้มีอาการแล้วไม่รีบรักษา เกิดภาวะปอดอักเสบ ก็อาจรุนแรงได้ ขณะนี้ทั้งสองเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และมีผู้แทนพระองค์จากสำนักพระราชวังเชิญดอกไม้พระราชทานมาเยี่ยมให้กำลังใจ เนื่องจากทรงสนพระทัยอาการป่วยของผู้ว่าฯและพระราชทานกำลังใจมาด้วย ซึ่งทางศิริราชจะดูแลอย่างเต็มที่
กทม.ให้นั่งทานอาหารได้
จากกรณีกทม.ออกประกาศเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 15 โดยกำหนดสถานที่ที่ต้องปิด 25 แห่ง และแบ่งสถานที่ที่ต้องจัดมาตรการควบคุมเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค โดยมีประกาศแนบท้าย ในส่วนของร้านอาหารประเภทต่างๆ โดยกำหนดเรื่องการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านอาหาร หรือ เครื่องดื่มร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย ภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ร้านอาหาร หรือ เครื่องดื่มทั่วไป ซึ่งไม่รวมสถานบริการ ผับบาร์ ห้ามการบริโภค สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในสถานที่ จะต้องมีมาตรการเพื่อความปลอดภัย ตามประกาศแนบท้าย ทำให้ร้านอาหารยังให้บริการนั่งในร้านได้ แต่ต้องทำตามมาตรการที่กำหนด
ประกาศกทม. มาตรการควบคุมโควิด ซึ่งร้านอาหารประเภทต่างๆ ที่กำหนดไว้ ต้องปฏิบัติตามดังนี้
1.ทำความสะอาดพื้น พื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังให้บริการ และกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน 2.ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า 3.ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล หรือ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค 4.ให้เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ และระหว่างที่นั่ง รวมถึงระยะห่างระหว่างการเดิน อย่างน้อย 1 เมตร 5.ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด
6.ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร 7.มีมาตรการคัดกรองไข้ อาการไอ หอบเหนื่อย จามหรือเป็นหวัด หรือ ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ และผู้ใช้บริการก่อนเข้าอาคาร ทั้งนี้ ให้รายงานหน่วยรับผิดชอบ กรณีพบผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตามแนวทางที่กำหนด 8.ลดเวลาการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน และลดใช้เสียงดังภายในร้านอาหาร 9.กรณีจำหน่ายอาหารแบบบุพเฟต์ให้ปรับรูปแบบการบริการโดยงดตักอาหารส่วนกลางด้วยตัวเอง รวมถึงการตักอาหาร ในภาชนะหรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
10.จัดให้มีระบบคิว และพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่ง หรือยืนห่างจากกันอย่างน้อย 1 เมตร 11.จัดให้มีการระบายอากาศภายในอาคารที่ดีรวมถึงห้องสุขา 12.เพิ่มมาตรการใช้แอพ พลิเคชั่นทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามที่ทางราชการกำหนด หรือ ใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทน

คัดกรอง – เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจคัดกรองประชาชนอย่าง เข้มงวด ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ถ.เพชรเกษม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
กทม.สั่ง11เขตตั้งด่านสกัดโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกคำสั่งด่วนที่สุด ให้ 11 สำนักงานเขตตั้งด่านคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยให้ตั้งด่านคัดกรอง รวม 14 จุด ใน 11 เขต ดังนี้ สำนักงานเขตหลักสี่ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตดอนเมือง บริเวณคลังสินค้าประตู 7 ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า และบริเวณทางยกระดับโทลล์เวย์ ด่านดอนเมือง
สำนักงานเขตหนองจอก บริเวณทางแยกใต้ด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตบางนา บริเวณหน้าปั๊ม เอสโซ่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่ง ถนนสุขุมวิท และบริเวณหน้าอาคารเนชั่น ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตพระโขนง บริเวณทางยกระดับบูรพาวิถี ด่านบางจากฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตตลิ่งชัน บริเวณหน้าศูนย์ โตโยต้า ถนนราชพฤกษ์
สำนักงานเขตทวีวัฒนา บริเวณสะพานต่างระดับข้ามแยกถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ บริเวณใต้สะพานภูมิพล ถนนสุขสวัสดิ์
สำนักงานเขตบางขุนเทียน บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. สาขาพระราม 2 ซอย 92 ถนนพระราม 2 และบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ถนนเลียบคลองพิทยาลงกรณ์
สำนักงานเขตหนองแขม บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเซีย ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตบางบอน บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ถนนเอกชัย
ระยองติดเชื้อเพิ่มอีก 27
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องอินทรวิชิต ศูนย์ราชการ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยภก.วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รอง สสจ.ระยอง ร่วมแถลงสถานการณ์ โควิด-19 ของ จ.ระยอง โดยนายชาญนะกล่าวว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 27 ราย เชื่อมโยงกับบ่อนการพนันทั้งหมด รวมยอด 343 คน พื้นที่พบมากที่สุดยังเป็นพื้นที่เขตอ.เมืองระยอง สำหรับอ.วังจันทร์ยังไม่พบผู้ป่วย ส่วนอำเภอที่เหลือ 7 อำเภอ พบผู้ป่วยโควิดแล้วทั้งหมด สำหรับสถานการณ์ของจ.ระยอง โดยรวมถือว่าลดลงตามลำดับ หลังตรวจหาเชื้อแล้วทั้งหมด 5,612 ราย ทางจ.ระยองเตรียมเพิ่มจุดตรวจอีกหนึ่งแห่งที่บริเวณ บขส.เก่า จะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.เป็นต้นไป
“ขณะนี้ตรวจพบคนขับรถตู้โดยสารสายระยอง-บางนา เลขทะเบียน 10-362 ระยอง ติดโควิด จึงแจ้งให้ผู้โดยสารที่โดยสารรถตู้โดยสารคันดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15-28 ธ.ค.63 มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยเร็ว สำหรับรถตู้สายดังกล่าว วิ่งวันละ 2 เที่ยว จาก บขส.ใหม่ ระยอง – บางนา และ บางนา – บขส.ใหม่ระยอง ท่านใดที่มีความเสี่ยง อันดับแรกต้องลดกิจกรรมลง ลดการพบปะกับผู้คนรอบข้างโดยทันที เพราะพบว่ามีบางคนที่มาตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว พอกลับ ก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เท่ากับว่าทุกคนที่สัมผัสก็จะกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงทันที จึงควรกักตัวทันที หลังการตรวจหาเชื้อ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ส่วน ผู้ที่เดินทางไปนอกพื้นที่ หากกลับมาทำงาน ควรแจ้งไทม์ไลน์ตามจริงกับต้นสังกัด เพื่อป้องกันในเบื้องต้นกับมาตรการการควบคุมการแพร่กระจาย”
ผู้ว่าฯระยองกล่าวต่อว่า สำหรับร้านอาหาร ยังสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ แต่ต้องเว้นระยะ และ ตรวจอุณหภูมิ ก่อนเข้าภายในร้าน แต่ต้องห้ามดื่มสุราในร้านเด็ดขาด รวมถึงสถานที่ชายหาดยังไปนั่งพักผ่อนกันได้ แต่ห้ามนั่งดื่มสุรา ขอให้ไปเฉพาะคนในครอบครัว เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง เช่นเดียวกับร้านหมูกระทะก็ยังสามารถไปนั่งรับประทานได้ แต่ต้องเว้นระยะห่าง
ชงล็อกดาวน์ภาคตะวันออก
วันเดียวกัน ที่อาคาร ERC ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เดินทางมาทำพิธีรับมอบโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (COVID-19) หลังพบว่าเกิดกรณีที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้ร.พ.หลักของรัฐที่ใช้รองรับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถในการรองรับ โดยมี พล.ร.ท.รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่กรมแพทย์ทหารเรือ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมในพิธีส่งมอบ
ดร.สาธิตกล่าวว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของกองทัพเรือครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนและรองรับผู้ป่วยกรณีที่โรงพยาบาลหลักของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี มีจำนวนผู้ป่วยผู้เฝ้าระวังเกินจำนวนขีดความสามารถที่จะดูแลและรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด จึงประสานมายังฐานทัพเรือสัตหีบซึ่งมีความพร้อมทั้งเรื่องสถานที่และบุคลากรในการจัดหาที่เฝ้าระวังและกักตัวผู้ป่วย อีกทั้งพื้นที่ร.พ.สนามแห่งนี้ห่างไกลจากชุมชนที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความกังวลต่อการติดเชื้อได้อย่างดี
“สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ถือว่ามีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ระยองมีการติดเชื้อขยายเป็นวงกว้าง นอกจากจะจัดตั้งร.พ.สนามแห่งนี้แล้ว ยังจัดเตรียมแผนสำรองในการจัดตั้งร.พ.สนามเพิ่มขึ้นในพื้นที่ของ จ.จันทบุรี ในเขตของกองทัพเรือด้วยเช่นกัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุด การประชุมของกระทรวงสาธารณสุขจึงมีแผนจะเสนอให้ล็อกดาวน์ในพื้นที่ของภาคตะวันออก โดยจะดำเนินการระยะเวลา 28 วัน จะมีการปิดกั้นพื้นที่ช่องทางหลักที่มุ่งสู่ภาคตะวันออก ได้แก่ เขต จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับภาคอีสาน ทางเข้า จ.ชลบุรี ทั้งเส้นทางมอเตอร์เวย์ และถนนบูรพาวิถี โดยจะตั้งด่านสกัดตรวจสอบเข้มทุกเส้นทางที่จะห้ามคนในออก คนนอกเข้า นอกจากจะมีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งแผนนี้จะเร่งนำเสนอต่อ ศบค.ส่วนกลาง เพื่อขอรับความเห็นชอบภายในวันนี้”
ศธ.สั่งปิดเรียนถึง 31 ม.ค.
วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ
เนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในหลายพื้นที่ในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน นักศึกษา ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว อีกทั้งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและลดโอกาสการแพร่ระบาดใหม่ของโรคโควิด-19
ให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กำหนดใน 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร และระนอง ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 4-31 ม.ค. หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษดังกล่าว ให้ส่วนราชการต้นสังกัด กำหนดแนวทางจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงาน หรือมอบงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน
ธรรมศาสตร์ปิดเรียน 2 อาทิตย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค.64 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกประกาศ เรื่องมาตรการและคำแนะนำการป้องกันควบคุม โควิด-19 ฉบับที่ 16 มีข้อความดังนี้ 1.ปิดทำการชั่วคราวในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิตและศูนย์พัทยา โดยให้งดการปฏิบัติงานและการติดต่อราชการในมหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 2-17 ม.ค.2564 ให้เข้าปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอีกครั้งวันที่ 18 ม.ค.2564
2.ให้ส่วนงานนำรูปแบบการปฏิบัติงานภายในที่พัก หรือการปฏิบัติงานที่บ้านมาใช้ปฏิบัติ ทั้งนี้ บุคลากรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสนับสนุนการปฏิบัติงานผ่านระบบทางไกลหรือออนไลน์ การรักษาความปลอดภัย การสาธารณสุข การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับเงินเดือน บุคลากร กระบวนการที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรืองานด้านการคลังอื่นๆ ให้มาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
3.ขอให้คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) และพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) โดยไม่มีเหตุจำเป็น
4. การปฏิบัติงานของบุคลากรที่ศูนย์ลำปางให้ถือตามแนวการปฏิบัติตามบันทึกข้อความที่ อว 67.06.3/ว.1330 ของหมวดทรัพยากรมนุษย์ กองบริหารศูนย์ลำปาง
มช.เลื่อนรับปริญญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประกาศเลื่อนกำหนดวันพิธีพระราชทาน ปริญญาบัตรครั้งที่ 55 ประจำปีการศึกษา 2562-2563 ในวันพฤหัสบดีที่ 21 ม.ค. 2564 ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลาย โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง
ผู้ว่าฯนนท์สั่งปิดวัดละหาร
จากกรณีเจ้าอาวาสวัดในพื้นที่ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ติดเชื้อโควิด-19 หลังรับกิจนิมนต์ไปเทศน์ในจ.สมุทรสาคร เมื่อกลับมาถึงวัด มีอาการไอ จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน ย่านบางใหญ่ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ผลเป็นบวก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจคัดกรอง พระภิกษุและสามเณรที่วัดเพื่อหาเชื้อโควิดนั้น
ล่าสุดนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี ลงนามคำสั่งจังหวัดนนทบุรี เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 24 ระบุว่า ตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 จึงมีคำสั่งปิดวัดละหาร ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไว้ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ม.ค.2564 โดยให้ใช้วัดเป็นสถานที่สำหรับคุมไว้สังเกตอาการ
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นนท์วุ่นพบติดโควิดอีก 7
วันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 7 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสมรอบใหม่ 97 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสม ทั้งหมด 213 คน โดย ผู้ป่วย 7 รายที่เพิ่มขึ้นวันนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับตลาดบางใหญ่ทุกราย
ผู้ป่วยใหม่เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี ชาวอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบไทม์ไลน์ยาว 3 หน้า พื้นที่เสี่ยงสูง ลานเบียร์เดอะสตรีท รัชดา, ที่ทำงานผู้ป่วย, ร้านอาหารต่างๆ, โรงภาพยนตร์เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, รถแท็กซี่, นั่งรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที
ส่วนจ.สมุทรสงคราม มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 คน เป็นหญิง อายุ 50 ปี ทำงานโรงงานอาหารทะเลแปรรูปใน อ.เมือง จ.สมุทร สาคร เป็นชาวปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

กักตัวเอง – เจ้าหน้าที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้านใน ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ที่เคยเดินทางไปแวะพักใน จ.สมุทรสาคร เมื่อกลับถึงบ้านได้ขึ้นป้ายเตือนเพื่อนบ้านพร้อมกับกักตัวเองจนครบ 14 วัน
สมุทรสาครติดเชื้ออีก 55
วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 55 ราย ทั้งจากในโรงพยาบาลและการค้นหาเชิงรุก แบ่งเป็นพบจากการเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล 38 ราย เป็นคนไทย 18 ราย ต่างด้าว 20 ราย และการค้นหาเชิงรุก พบผู้ป่วยรายใหม่ 17 ราย เป็นคนไทย 7 ราย และต่างด้าว 10 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 1,860 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 1,440 ราย เป็นคนไทย 103 ราย และต่างด้าว 1,337 ราย ส่วนการตรวจค้นพบในโรงพยาบาลรวม 420 ราย เป็นคนไทย 336 ราย และต่างด้าว 84 ราย
ขณะที่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรวม 523 ราย เป็นคนไทย 327 ราย ต่างด้าว 77 ราย และแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในการเฝ้าระวังสังเกตอาการอีก 727 ราย
สำหรับการนำผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าสู่ศูนย์ห่วงใยคนสาคร วัดโกรกกราก วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าไปพักรักษาตัวภายในศูนย์วัดโกรกกรากอีก 8 ราย รวมขณะนี้มีผู้เข้าพักอาศัยในศูนย์ห่วงใยคนสาครทั้งสิ้น 51 ราย จากที่รองรับได้ทั้งหมด 140 ราย

ส่วนหน้า – กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งศบค.มท.ส่วนหน้า สนับสนุนและติดตามการแก้ไขปัญหาตามนโยบาย ศบค.มท. และข้อสั่งการของรัฐบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ที่วัดราษฎร์รังสรรค์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
ตั้งศูนย์เคลื่อนที่สู้โควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ส่วนหน้า (เคลื่อนที่) ขึ้นภายในบริเวณวัดราษฎร์รังสรรค์ ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อยู่ห่างจากจุดควบคุมการแพร่ระบาดหรือจุดไข่แดง หรือ ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร 8 ก.ม. เพื่อบูรณาการการปฏิบัติสนับสนุนและติดตามการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของ ศบค.มท. และของรัฐบาลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่ควบคุม โดยจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำศูนย์ 24 ชั่วโมง วันละ 50 คน
นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯ เปิดเผยว่า ศบค.มท.ส่วนหน้าภายในบริเวณวัดราษฎร์รังสรรค์ตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกและครั้งแรกที่จ.สมุทรสาครนี้ จะมีภารกิจที่สำคัญ 2 ประการคือ 1.ด้านการบริหารจัดการในจังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม ด้วยรถบัญชาการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการทุกวัน, 2.การเลือกพื้นที่ตั้งในจ.สมุทรสาครเพื่อต้องการให้มีจุดระดมที่ชัดเจน เวลาที่มีคนบริจาคสิ่งของต่างๆ ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทย แล้วส่งต่อไปในพื้นที่ตามคำร้องขอของแต่ละจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่ควบคุม แต่จะเน้นหนักที่จ.สมุทรสาคร เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการด้านการสนับสนุนมากกว่าทุกจังหวัด
ปทุมธานีติดเชื้อเพิ่ม 9
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 ร.พ.ประชาธิปัตย์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯปทุมธานี นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์ สาธารณสุขจ.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมวาระเร่งด่วน หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 9 ราย เป็นชาวพม่าในตลาด พื้นที่ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง
โดยผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 9 ราย เป็นชาวพม่า 7 ราย และชาวไทย 2 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค โดยทั้ง 9 รายเป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 15 พบการติดเชื้อวันที่ 30- 31 ธ.ค.63 ทีม CDCU ลงไปคัดกรองค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมด 79 ราย เสี่ยงสูง 26 ราย เสี่ยงต่ำ 53 ราย โดยวันที่ 1 ม.ค.64 รอผลการตรวจ 11 ราย พบเชื้อ 6 ราย เป็นผู้สัมผัสที่อยู่บ้านเดียวกัน 4 ราย เป็นลูกเมีย เพื่อน 6 รายอยู่คนละห้อง แต่มากินข้าวด้วยกัน รายที่ 1 ไปขายผักที่ตลาดพรพัฒน์ อีก 1 รายไปชำแหละหมูที่ตลาดสุชาติ อีก 2 คนเป็นเพื่อนไปขายหมูที่ตลาดบางใหญ่ด้วยกัน ทั้ง 6 รายเข้ารักษาที่ร.พ.ปทุมธานี ผลตรวจวันที่ 2 ม.ค. พบเชื้อ 3 ราย เป็นครอบครัว 5 คน พ่อไทยแม่พม่า ลูกสาว ลูกชาย 1 คนพบเชื้อ ส่วนลูกชาย 2 คนไม่พบเชื้อ ครอบครัวนี้อยู่ตึกเดียวกันกับ ผู้ป่วยรายที่ 15 แต่คนละชั้น รวมผู้สัมผัส ผู้ป่วยรายที่ 15 จำนวน 9 ราย
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.2563 -2 ม.ค.2564 พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่สะสม 17 ราย ประกอบด้วย อ.ธัญบุรี 4 ราย อ.คลองหลวง 5 ราย อ.ลาดหลุดแก้ว 1 ราย อ.หนองเสือ 2 ราย อ.เมืองปทุมธานี 1 ราย อ.สามโคก 1 ราย และ อ.ลำลูกกา 3 ราย
จากนั้นนายชัยวัฒน์พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบการตั้งจุดคัดกรองแรงงานต่างด้าว ชาวพม่า 200 คน ที่ตลาดสุชาติ บริเวณปากซอยรังสิต-ปทุมธานี 29 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี และบริเวณตลาดพรพิพัฒน์ทั้ง 2 ตลาดผู้ป่วยได้มาทำงานและขายของที่ตลาดดังกล่าว
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า วันนี้เรียกประชุมคณะทำงานเกี่ยวกับโรคติดต่อเพราะพบแรงงานต่างด้าวติดโควิด ขณะนี้นำตัวทั้งหมดที่พบเชื้อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว และสั่งปิดทั้ง 2 ตลาดคือตลาดสุชาติและตลาดพรพัฒน์ เพราะต้องทำความสะอาดและคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในตลาดอีกจำนวนหนึ่ง และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวทั้งสองตลาด รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทั้งสอง
สั่งปิด 2 ตลาดธัญบุรี
ผู้ว่าฯปทุมธานี ออกหนังสือคำสั่ง ปิดสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หนังสือระบุว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้นใหม่ในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย รวมถึงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้ขยายวงกว้างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เป็นกลุ่มก้อน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค ดังนั้น จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 และมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ให้ปิดสถานที่ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนี้
1.ตลาดสุชาติ รวมความถึงอาคารพาณิชย์โดยรอบ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี 14 วัน 2.ตลาดพรพัฒน์ รวมความถึงอาคารพาณิชย์โดยรอบ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี 14 วัน 3.ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวที่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ตามข้อ 1 ออกจากพื้นที่ และให้กักตนเองเป็นเวลา 14 วัน ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่

กักตุน – ชาวบ้านในจ.ปทุมธานี แห่ซื้ออาหารและของจำเป็นกักตุน เตรียมความพร้อมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หวั่นมีคำสั่งล็อกดาวน์หลังจากในพื้นที่มีผู้ติดเชื้อ มากขึ้น เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
ชาวบ้านแห่ซื้อของตุน
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร (สาขาปทุมธานี) ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ประชาชนจำนวนมากทยอยซื้อของใช้จำเป็นและของแห้ง เพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลังจากจ.ปทุมธานีเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. โดยทางห้างมีมาตรการคัดกรองเข้ม มีการลงทะเบียนแอพฯไทยชนะ สินค้าส่วนใหญ่ที่ประชาชนซื้อ คือน้ำดื่ม ปลากระป๋อง ข้าวสาร รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
สำหรับในจ.ปทุมธานีการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว 14 ราย กระจายอยู่ทุกอำเภอ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองปทุมธานี 1 ราย, อ.ลาดหลุมแก้ว 1 ราย, อ.สามโคก 1 ราย, อ.คลองหลวง 4 ราย, อ.หนองเสือ 2 ราย, อ.ธัญบุรี 3 ราย และอ.ลำลูกกา 2 ราย
ราชบุรีติดโควิดเพิ่ม 5
วันเดียวกัน นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าฯราชบุรี พร้อมนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าฯราชบุรี และ พญ.ปาจรีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจ.ราชบุรี ร่วมกันแถลงว่า พบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 5 ราย เป็นหญิงอายุ 63 ปี ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี เป็นมารดาของผู้ป่วยยืนยันระลอกใหม่รายที่ 11, ชายอายุ 69 ปี เป็นพ่อของสามีของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 11 ชายอายุ 42 ปี สามีของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 11 ชายอายุ 12 ปี และชายอายุ 17 ปี บุตรชายของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 11
โดยทั้ง 5 รายเป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ในบ้านเดียวกันทั้งหมด และตอนอยู่บ้านไม่ใส่แมสก์ รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ของจ.ราชบุรี 16 ราย
ห้างเลื่อนปิดเร็วขึ้นเป็น 3 ทุ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและสมาคมศูนย์การค้าไทยมีข้อสรุปให้ทุกศูนย์การค้า รวมถึงร้านค้าในศูนย์การค้าและร้านค้าภาคีเครือข่ายยกระดับมาตรการการคัดกรองและเข้มงวดความปลอดภัยสุขอนามัย และสรุปให้ทุกศูนย์การค้ากำหนดปิดทำการเวลา 21.00 น. นับตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป
ทั้งนี้เพื่อให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเคร่งครัดในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ตามมาตรการที่เข้มข้นตามลำดับ รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนและการให้บริการที่ดีในสถานการณ์เช่นนี้
‘บิ๊กตู่’ว้ากคนไม่ป้องกันตัวเอง
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และไม่สบายใจที่ประชาชนบางกลุ่มยังไม่ระมัดระวังในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ หรือป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นเท่าที่ควร ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นได้
“นายกฯขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยกันร่วมมือแก้ปัญหาโควิด-19 และขอให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อกันและกัน เพื่อให้ครอบครัวและชุมชนปลอดภัย เนื่องจากยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ทั้งติดเชื้อจากบุคคลสู่บุคคลจากการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เสี่ยง และการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าของหน้าที่แต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด”
นายอนุชากล่าวต่อว่า นายกฯขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่มีการรวมคน และขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าเสมอ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับ ผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆให้ความร่วมมือในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามสถานที่ต่างๆ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นหมอชนะ และสแกนไทยชนะ เวลาเช็กอินและเช็กเอาต์สถานที่ต่างๆ และหากมีอาการที่สงสัยว่าจะติดเชื้อขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
อย่าปล่อยให้อาการรุนแรง ขอให้คนไทยทุกคนรวมพลังกันอีกครั้งเพื่อเอาชนะโควิดให้ได้ ถ้าทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามระเบียบที่ทางเจ้าหน้าที่ประกาศ ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะสามารถควบคุมได้โดยเร็ว