ปิดสถานที่เสี่ยง-เข้มข้ามจังหวัด
แต่‘ศบค.’ยังยัน-ไม่‘ล็อกดาวน์’
มหาชัยตรวจเชิงรุก-เจออีก541
ลุ้นวัคซีน70ล.โดส-ล็อตแรกกพ.

บังคับใช้แล้วทั่วปท.ตั้งแต่ 6 โมงเช้า บิ๊กตู่งัดพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผุด 8 มาตรการเข้มรับวิกฤตโควิดระลอกสอง สธ.ลุ้นวัคซีน70 ล.โดส ล็อตแรกของเข้าปลายก.พ. มหาชัยยังหนักตรวจเชิงรุกพรวดเดียวเจอครึ่งพันราย ทั้งระยอง-จันท์-ตราด ติดเชื้อจากบ่อนเพิ่ม อีกเพียบกระจายไกลไปถึงกาญจน์ด้วย กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงห่วงอํานวยพรให้ชาวไทยทุกคนเข้มแข็งอุดมด้วยกําลังใจก้าวผ่านไปได้ด้วยกัน

■ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯทรงห่วง

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงห่วงโควิด ระลอกใหม่ พระราชทานกำลังใจคนไทยปลอดภัยจากโรคร้าย

เมื่อวันที่ 2 มกราคม สมเด็จพระเจ้า น้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พระราชทานพระดำรัสทรงห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (โควิด-19) ระลอกใหม่ และเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 ความว่า

“…สถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน มีอุปสรรคต่างๆ มากซึ่งปัญหาเหล่านี้จะนํามาซึ่งความเข้มแข็ง ขออํานวยพรให้ชาวไทย ทุกคนอุดมด้วยกําลังใจ กําลังกายและกําลัง สติปัญญา ในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ สามารถดําเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรคร้าย เพื่อนําพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้า ด้วยความสุข ความพอเพียง และความสามัคคี ตลอดปี 2564 นี้…”

■ ติดเชื้อนิวไฮอีกครั้ง

วันเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวัน ว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน 84,975,277 ราย เพิ่มขึ้น 549,080 ราย เสียชีวิต 1,843,3131 ราย เพิ่มขึ้น 8,140 ราย คิดเป็นประมาณ 2.2% ถ้าใช้อัตรานี้หากมีคนป่วยเพิ่ม 200 คน จะมีคนเสียชีวิตประมาณ 4 คน จะได้ยินการรายงานเสียชีวิตเหมือนต่างประเทศแน่นอน

ส่วนประเทศไทยยังอยู่อันดับ 136 ของโลก ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 315 ราย ติดเชื้อในประเทศ 294 ราย เข้าสถานที่กักกัน 21 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม หายเพิ่มขึ้น 38 ราย ผู้ป่วยสะสม 7,694 ราย ติดเชื้อในประเทศ 5,650 ราย หายป่วยรวม 4,337 ราย ยังรักษาอยู่ 3,293 ราย และเสียชีวิตรวม 64 ราย ภาพรวมวันนี้สูงสุดกว่าทุกวันเป็นนิวไฮอีกวันเส้นกราฟ ยังพุ่งทะแยงขึ้น

ผู้ป่วยรายใหม่ 315 ราย แบ่งเป็น 1.เชื่อมโยง กับคลัสเตอร์สมุทรสาคร 2 ราย มาจากกรุงเทพฯ และสมุทรสงคราม 2.เชื่อมโยงคลัสเตอร์ชลบุรี 1 ราย มาจากกรุงเทพฯ 3.ไปสถานบันเทิง สถานที่ชุมชน อาชีพเสี่ยง หรือสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 37 ราย มาจากกรุงเทพฯ 15 ราย เชียงใหม่ 2 ราย กาญจนบุรี 1 ราย นนทบุรี 2 ราย ราชบุรี 5 ราย ลำปาง 2 ราย อ่างทอง 9 ราย อำนาจเจริญ 1 ราย (ลาว)

4.อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 234 ราย มาจากกรุงเทพฯ 2 ราย นนทบุรี 1 ราย สมุทรสาคร 38 ราย ระยอง 43 ราย ชลบุรี 62 ราย สมุทรปราการ 8 ราย จันทบุรี 68 ราย และตราด 12 ราย 5.ค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างด้าว 20 ราย มาจากสมุทรสาคร 17 ราย นนทบุรี 3 ราย และ 6.มาจาก ต่างประเทศและเข้ารับการกักกัน 21 ราย มาจากบาห์เรน 1 ราย ปากีสถาน 3 ราย คูเวต 1 ราย สหรัฐอเมริกา 4 ราย รัสเซีย 2 ราย อิตาลี 1 ราย อินโดนีเซีย 1 ราย กาตาร์ 2 ราย อียิปต์ 3 ราย เอธิโอเปีย 1 ราย อินเดีย 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย

■ ย้ำยังไม่ล็อกดาวน์

การติดเชื้อยังคงอยู่ใน 53 จังหวัดเท่าเดิม แต่คงที่คือจังหวัดที่ประกาศออกมายังเป็น สีแดงส่วนใหญ่ สีส้มมาเป็นสีแดง สีเหลืองมาเป็นสีส้ม เช่น จันทบุรี ขึ้นเป็นสีแดง ส่วนสมุทรสาครลดลงแต่ยังเป็นตัวเลข 2 หลัก คือ 55 ราย จังหวัดที่เพิ่มขึ้นจากวันก่อน ประกอบด้วย ระยอง 43 ราย ชลบุรี 42 ราย กรุงเทพฯ 19 ราย จันทบุรี 68 ราย และตราด 12 ราย ส่วนสมุทรปราการ 8 ราย และนนทบุรี 6 ราย ลดลงจากวันก่อน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงประเด็นเหตุผลที่ไม่ใช้ คำว่า “ล็อกดาวน์” และมาตรการชดเชย ว่า มีคำตอบอยู่ในคำถามดังกล่าวแล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่ศบค.ต้องประกาศล็อกดาวน์ หมายถึงคำสั่งนี้จะกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจและ รายได้ทุกท่าน ต้องมีการเยียวยาเป็นภาระ ของภาษีเงินทั้งประเทศ และตอนนี้ทั้งโลก เจอภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไทยเองต้องเผชิญ เช่นเดียวกัน ฉะนั้น การใช้มาตรการต่างๆ เหล่านี้มีค่าใช้จ่ายต้องเสียต้องเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนลำบากไปหมด หากตอนนี้สามารถกระจายความรับผิดชอบร่วมมือกันได้ ทุกคนล้วนอยากทำมาหากิน และอยู่ในชีวิตวิถีประจำวันที่เคยทำ แต่ต้องเป็นรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ต้องทำต้องปฏิบัติ

การติดโรคครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่ลดเที่ยวบิน ลดขายอาหาร แล้วจะลดโรคได้ ปัจจัยเสี่ยงมีเยอะมาก จังหวัดที่สามารถ ควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้ก็มีเช่น นครปฐม พอเกิดการระบาดมีการสอบสวนโรคในวงแรก หลายสิบคน จากนั้นรีบสอบสวนโรคพบผู้สัมผัส วงที่สองและพาไปสู่วงที่สามภายในเวลาสั้นๆ ลดการติดต่อโรคไปยังหลายๆ ขั้นได้ แต่ละจังหวัดมีปัจจัยไม่เหมือนกัน กรุงเทพฯ เป็นสถานบันเทิง ตาก เป็นชายแดน ภาคตะวันออก เป็นการพนัน

“เรามีบทเรียนแล้วว่า การใช้ยาแรง จัดการทั้งประเทศ เราได้บทเรียนแล้วว่า คนที่เจ็บปวด คือคนปกติ ที่ต้องถูกจำกัดทุกอย่าง แต่คน ทำผิดกฎหมายก็ยังคงทำต่อไป เราจะไม่ให้ คนธรรมดาสามัญเจ็บปวดอีกแล้ว” โฆษก ศบค. กล่าว

■ ‘บิ๊กตู่’จ่อถกมาตรการรับมือ

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เตรียมเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 4 ม.ค. เวลา 14.30 น. คาดว่า เป็นการพิจารณามาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด หลังขยายวงกว้างครอบคลุมหลายจังหวัดและพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะเสนอให้ศบค. พิจารณาจำกัดพื้นที่ 28 จังหวัด เป็นพื้นที่ ควบคุมสูงสุดหรือสีแดง พร้อมยกระดับมาตรการ อาทิ จำกัดเวลาเปิดปิดสถานประกอบการ และปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร, ขอความร่วมมือไม่เดินทางข้ามจังหวัด ยกเว้นกรณีจำเป็น และให้สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอน เป็นต้น โดยให้นายกฯ และที่ประชุมศบค. พิจารณาในการประชุม

ขณะที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศย้ำถึงการประกาศมาตรการซื้อกลับบ้าน ของร้านอาหาร โดยยืนยันว่าจะยังไม่มีการประกาศออกมาในวันนี้ โดยในวันที่ 4 ธ.ค. คณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.จะประชุม เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งถึงความเหมาะสม ดังนั้นเรื่องร้านอาหารจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ยังนั่งทานได้เหมือนเดิม และหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวถึงมติที่ประชุม เพื่อความชัดเจน

■ ‘โควิด’กลายพันธุ์เข้าไทยแล้ว

วันเดียวกัน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษกลายพันธุ์พบในประเทศไทยแล้ว ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ถอดรหัสสายพันธุ์ พบเป็นสายพันธุ์อังกฤษหรือที่เรียกว่า “สายพันธุ์อังกฤษที่กลายพันธุ์ B.1.1.7” เป็นครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คน พ่อ แม่ ลูก 2 คน ติดเชื้อทั้ง 4 คน โดยที่แม่และลูกเป็นก่อน พ่อเป็นทีหลัง มาจากเมืองเคนต์ (Kent) ประเทศอังกฤษ และอยู่ในอัลเทอร์เนทีฟ สเตตควอรันทีน หรือเอเอสคิว ที่โรงพยาบาลเอกชน และเราควบคุมอย่างดีไม่ให้แพร่กระจาย ออกไป

“การถอดรหัสพันธุกรรมทำให้ทราบว่าสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ของอังกฤษกลายพันธุ์ที่ทั่วโลกเฝ้าระวังกันมากและมีการระงับ เที่ยวบินจากอังกฤษ ได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรม 2 ราย มีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งเกาะจับตัวรับของเซลล์มนุษย์ (N501Y) การ กลายพันธุ์ที่จุดตัดของสไปก์โปรตีน (P681H) ตำแหน่งอื่นๆ ที่ขาดหายไป (Spike 69-70 Deletion) และตำแหน่งอื่นๆ อีกดังในรูป

สายพันธุ์นี้ทำให้การแพร่ระบาดได้ง่ายและกระจายอย่างรวดเร็ว ในครอบครัวนี้ ติดหมดทั้ง 4 คน สำหรับประเทศไทย สายพันธุ์นี้ไม่ได้ทำให้โรครุนแรงขึ้นและไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของวัคซีน ขอให้สบายใจได้ ผู้ป่วยทั้ง 4 รายนี้อยู่ในความควบคุมและระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้เชื้อหลุดรอดออกมาได้ ผู้ป่วยยังรักษาอยู่ใน โรงพยาบาลในห้องความดันลบและต้องมั่นใจว่าไม่มีเชื้อแล้ว จึงจะออกมา ดังนั้นโอกาสที่จะแพร่ขยายในประเทศไทยจึงไม่มี

ผู้ที่มาจากประเทศอังกฤษมาประเทศไทยจะต้องเฝ้าระวัง ในรายที่มาจากต่างประเทศการถอดรหัสพันธุกรรม เพื่อเป็นฐานข้อมูลจะเป็นประโยชน์ในการเปรียบเทียบกับ สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทยหาแหล่งที่มาของโรค

■ ให้เลื่อนฟรีเที่ยวด้วยกัน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ประชาชนที่ได้จองที่พักตามโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน (โครงการ) ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเข้าพักตามกำหนดการเดิมที่ได้จองไว้ กระทรวงการคลังในฐานะผู้เบิกจ่ายแทนตามโครงการ ขอเรียนว่าเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน รวมทั้งเพื่อรักษาชื่อเสียงของผู้ประกอบการโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการ จึงขอความร่วมมือสมาคมโรงแรมไทยและ ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการ ทุกแห่งพิจารณาเลื่อนวันเข้าพักให้กับประชาชน ที่ใช้สิทธิตามโครงการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือพิจารณาคืนเงินให้แก่ประชาชน โดยการเปลี่ยนแปลงการจองดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขของโครงการ และคงจำนวน สิทธิให้กับประชาชนที่ใช้สิทธิดังกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีขยายระยะเวลาโครงการออกไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. รวมทั้งกำหนดระบบการเลื่อนวันเข้าพักสำหรับประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พัก เพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการปรับปรุงระบบให้สอดรับกับการดำเนินการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยเร็วต่อไป ในระหว่างนี้ประชาชนที่ได้จองโรงแรมที่พักเพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 ที่มีความประสงค์จะเลื่อนการ เข้าพักสามารถประสานโรงแรมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยโรงแรมรับเรื่องไว้ได้ก่อนและขอให้โรงแรมดำเนินการแจ้งการเลื่อนในระบบ ต่อไป โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติม เราเที่ยวด้วยกัน คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2111-1144 ทัวริสฮอตไลน์ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย โทร. 1672

■ ตราดเจออีก 12 ติดในบ่อน

ที่ศบค.ลำปาง บริเวณจวนผวจ.ลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดลำปาง พร้อมนพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ลำปาง ร่วมกันแถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 2 ราย รวมผู้ติดเชื้อใน จ.ลำปางเป็น 3 ราย ขณะนี้รักษาตัวที่ร.พ.ลำปาง เบื้องต้นพบมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 ราย เป็นชาวลำปาง 9 ราย และเชียงใหม่ 1 ราย มีสถานที่เสี่ยง 6 แห่ง อยู่ในเชียงใหม่ 3 แห่ง และลำปาง 3 แห่ง

ทั้งนี้ จังหวัดลำปางตรวจพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายแรก เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 หลังผู้ป่วยมาร่วมงานแต่งงานเพื่อนในเขต ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง และผู้ป่วยรายใหม่ มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายแรก

ตรวจโควิด – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. นำคณะเดินทางไปตรวจจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19 บริเวณด่านหนองเสม็ด อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.

วันเดียวกัน นายประเสริฐ สาวีรัมย์ สาธารณสุข อำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.ท.จำรัส ศิริเลี้ยง รองผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ธนานนท์ ไชยสิน สวป. และนายชนนท์ เม็นไธสง ปลัดอำเภอเมืองบุรีรัมย์ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปราบโควิดออกตรวจแหล่งบริการสถานบันเทิง ผับบาร์ ประชาสัมพันธ์แนะนำและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ หลังจากคณะกรรมการ โรคติดต่อ ได้ออกคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคติดต่ออันตรายเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่คืนนี้ 2-31 ม.ค. เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิด หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามมาตรา 52 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท และมาตรา 18 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด นายภิญโญ ประกอบผล ผวจ.ตราด พร้อมนพ.บัญชา สรรพโส สสจ.ตราด แถลงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 12 ราย รวมยอดสะสมทั้งสิ้น 23 ราย ในจำนวนนี้ 22 ราย พัวพันกับบ่อนการพนัน โดยศูนย์รวมการแพร่ระบาดมาจากบ่อนการพนันในพื้นที่ ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง เป็นหลัก ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2563 มี 4 ราย ในพื้นที่อ.เมือง, วันที่ 1 ม.ค. ที่อ.เขาสมิง 6 ราย เป็นผู้ดูแลบ่อนพนันแสนตุ้ง, วันที่ 2 ม.ค. ที่อ.บ่อไร่ 2 ราย และวันที่ 3 ม.ค. ต.แสนตุ้ง 1 คน และอ.เมือง 9 คน โดยกรณีลักลอบเล่นการพนัน 219 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ 118 ราย พบเชื้อ 22 ราย รอผลอีก 79 ราย

■ พ่อค้าตลาดสดระยองติดเชื้อ

ที่ห้องอินทรวิชิต ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง พร้อม นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ สสจ.ระยอง ร่วมกันแถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 43 คน รวมผู้ป่วยทั้งหมด 386 คน ผู้ป่วยพบมากที่สุดเขตพื้นที่ อ.เมือง ระยอง ส่วน อ.วังจันทร์ ยังคงไม่พบผู้ป่วย สำหรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นของวันนี้กระจายไปในทั้งหมด 7 อำเภอ สำหรับ มาตรการต่างๆ ยังคงเดิม หากมีคำสั่งเพิ่มเติมทางจังหวัดจะแจ้งให้ทราบทันที ขอให้ยึดประกาศของจังหวัดเป็นสำคัญ

ในจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุด มี 2 รายเป็นพ่อค้าไก่สดและพ่อค้าปลาดุกในตลาดแม่แดง ตลาดสดกลางเมืองระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง ต้นตอจากบ่อนการพนัน ขอแจ้งให้พ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าที่ไปตลาดตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.63 ถึง 2 ม.ค. ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่นเดียวกับผู้ที่เข้าไปในธนาคารกรุงไทย สาขาท่าประดู่ และสาขานิคมพัฒนา ให้รีบมาตรวจหาเชื้อโควิดโดยเร็ว ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหากไม่พร้อม ที่จะกักตัวเอง ขอให้เสียสละเพื่อส่วนรวม เข้ามาพักกักตัวในพื้นที่ทางจังหวัดเตรียมให้ไว้ซึ่งมีความสะดวกสบายในทุกด้าน

ตรวจโควิด – ประชาชนชาวระยองแห่ตรวจเชื้อโควิด-19 ที่จุดตรวจตลาดนัดเนินอุไร ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นผู้โดยสารรถตู้สายระยอง-บางนา หลังตรวจพบโชเฟอร์รถตู้ติดเชื้อ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.

ส่วนที่ตลาดนัดเนินอุไร ต.ท่าประดู่ ร.พ.ระยองนำรถพระราชทานบริการตรวจหาเชื้อโควิดให้กับประชาชนชาวระยอง บริเวณจุดตรวจพบมีประชาชนแห่มาเข้าคิวรอตรวจเป็นแถวยาว สอบถาม ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากรถตู้โดยสารประจำทางสายระยอง-บางนา ที่คนขับตรวจพบว่าติดโควิด และบรรดาลูกค้าของร้านต้นหมูกระทะข้างห้างแหลมทอง ที่เจ้าของร้านและลูกค้าติดโควิดรวม 3 ราย

นางจันทร์ทิพย์ อินทรวงศ์ พยาบาลชำนาญการพิเศษ ร.พ.ระยอง หัวหน้าจุดตรวจเนินอุไร เผยว่า มีการมาเข้าคิวรับการตรวจ ในช่วงเช้าแล้ว กว่า 300 คน ซึ่งที่ผ่านมาจากการสอบสวนผู้ที่เข้ามารับการตรวจพบว่า กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ที่ยังไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง แต่ด้วยความกังวลจึงเข้ามารับการตรวจ จึงขอฝากผู้ที่เตรียมเข้ามารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจริงขอให้กักตัวเองอยู่กับบ้านก่อนจะปลอดภัยกว่า หากพบว่ามีอาการเข้าข่ายแล้วค่อยมารับการตรวจหาเชื้อ เพื่อให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจริงได้รับการตรวจก่อนเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค

ตลาดปลา – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสมุทรสงคราม และเจ้าหน้าที่ตลาดปลาแม่กลอง ตรวจหาเชื้อโควิดในกลุ่มเสี่ยงตลาดปลาแม่กลอง ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว กว่า 2 พันคน พร้อมระดมรถน้ำล้างตลาดและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.

■ ตลาดแม่กลองจ่อเปิดใหม่

ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และที่ปรึกษาสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด กล่าวว่า ตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด หรือตลาดปลาแม่กลอง โดยนายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานฯ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม เร่งตรวจหาเชื้อโควิดกลุ่มเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาในพื้นที่ เช่น พ่อค้า แม่ค้า และแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในตลาดปลา แม่กลองรวมกว่า 2 พันคน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้บริโภคว่า นอกจากสินค้าอาหารทะเลแล้ว บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเลในตลาดปลาแม่กลองเป็นตลาดปลา ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ทั้งระบบได้รับการตรวจอย่างต่อเนื่องจึงมีความปลอดภัย ไร้โควิดอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้นหาเชื้อโควิดจากเจ้าของเรือประมงที่จะนำปลาเข้ามาขาย พ่อค้าแม่ค้า เจ้าของแพปลา และผู้ที่เกี่ยวข้อง อีก 427 คน เบื้องต้นทั้งหมดยังไม่พบว่ามี ผู้ติดเชื้อโควิดแต่อย่างใด ทำให้คณะกรรมการและผู้บริหารตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด ตัดสินใจเปิดตลาดปลาแม่กลองให้มีการซื้อขายอาหารทะเลสดตามปกติ ตั้งแต่ วันที่ 5 ม.ค.เป็นต้นไป หลังจากได้ประกาศปิดมาแล้ว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่สมุทรสาคร

ล่าสุดช่วงเย็นวันเดียวกัน ศบค.สมุทรสงคราม รายงานสถานการณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 คน เป็นหญิงทั้ง 2 คน อายุ 21 ปี และ 41 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา และทำงานโรงงานอาหารทะเลแปรรูป ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร เช่นเดียวกัน มีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่บ้านรวม 9 ราย ไปตรวจที่ ร.พ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อยู่ระหว่างรอผล พร้อมแจ้งเตือนสำหรับผู้ที่เดินทางไปทำงานโดยรถคันเดียวกันกับผู้ป่วยถึงแม้ผลเป็นลบ ขอความกรุณามาตรวจซ้ำที่ ร.พ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

■ โควิดบ่อนจันท์ถึงกาญจน์

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ประกาศถึงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน พบว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยัน รายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมเป็น 65 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 54 ราย รักษาหาย 11 ราย สำหรับรายที่ 63 เป็นเพศชาย อายุ 43 ปี บ้านอยู่ ต.ไร่ขิง อ.สามพราน และรายที่ 64 เป็นเพศชาย อายุ 44 ปี บ้านอยู่ ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี รายที่ 65 เป็นเพศชาย อายุ 29 ปี บ้านอยู่ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน ขณะนี้กำลังรอการสอบสวนโรคไทม์ไลน์จากเจ้าหน้าที่ เพื่อย้อนดูเส้นทางในการเดินทางของผู้ป่วยว่าแต่ละคนเดินทางทางแหล่งไหน ได้สัมผัสกับใครบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจและให้กักกันตัว 14 วัน เพื่อดูอาการ

วันเดียวกัน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ออกประกาศกำหนดพื้นที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 กำหนดพื้นที่สถานการณ์ระดับอำเภอ ดังนี้ พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ เมือง, ท่าม่วง, ท่ามะกา, ด่านมะขามเตี้ย, ทองผาภูมิ, สังขละบุรี, บ่อพลอย, ศรีสวัสดิ์, หนองปรือ, เลาขวัญ และห้วยกระเจา พื้นที่เฝ้าระวังสูง ได้แก่ ไทรโยคและพนมทวน พื้นที่เฝ้าระวังแนวชายแดน 4 อำเภอ ประกอบด้วย เมืองกาญจนบุรี, สังขละบุรี, ด่านมะขามเตี้ย และทองผาภูมิ ให้กำชับและควบคุมอย่างเข้มงวดมาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรคติดเชื้อโควิด-19

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ร.พ.เจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน อ.พนมทวน รับแจ้งจากหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ว่ามีผู้ป่วยเพศชาย อายุ 53 ปี ให้ประวัติว่า เดินทางมาจากบ่อน จ.จันทบุรี มาขอรับการตรวจโควิด-19 พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 9 ราย และไม่เสี่ยง 6 ราย สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 ราย เริ่มมีอาการ ไอ จาม ไม่มีน้ำมูก ขณะนี้รักษาตัว และรอผลตรวจอยู่ที่ร.พ.เจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน

■ จันท์ก็เยอะเจออีก68

ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี พร้อม นพ.อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ สสจ.จันทบุรี ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ล่าสุดยืนยันผลตรวจผู้ติดเชื้อ รายใหม่เพิ่มขึ้นมาวันเดียวถึง 68 ราย มาจากการตรวจเชิงรุก 47 ราย และผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 21 ราย รวมจากยอดสะสมเดิม 54 ราย ยอดสะสมผู้ป่วยติดเชื้อรวม 122 ราย นับว่าสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดละลอกสอง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ที่ลักลอบ เล่นการพนัน

ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 68 ราย พบมี 1 ราย เป็นคนขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียน จากการซักประวัติ พบว่าอยู่ในกลุ่มสัมผัสกลุ่มเสี่ยงจากพื้นที่ จ.ระยอง สันนิษฐานว่าน่าจะติด มาจากที่นั่นจากนั้นเมื่อกลับมาขับรถรับ-ส่งนักเรียน จะมีกลุ่มเด็กนักเรียนที่ขึ้นรถตู้ไปกับคนขับที่ติดเชื้อ ซึ่งในส่วนนี้จะจัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยทางเจ้าหน้าที่คัดกรองจัดความเสี่ยงออกเป็นหลายระดับ โดยระดับแรกจะเป็นคนที่นั่งข้างๆ ติดกับคนขับเบื้องต้นได้นำตัวมาตรวจหาเชื้อแล้ว ซึ่งค้นพบเชื้อ

ส่วนที่สองคือความเสี่ยงต่ำลงคือกลุ่มคนที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับนำตัวมาตรวจคัดกรอง อยู่ในระหว่างส่งตรวจเชื้อไปแล้วแต่ว่ายังรอผลตรวจ ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่รอบข้างเชิญตัวมาตรวจหาเชื้อแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจ กลุ่มเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคนขับรถตู้ทั้งหมด 18 ราย ได้รับการตรวจเชื้อ หมดแล้วแต่ยังไม่ยืนยัน ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 18 ราย ที่ตรวจไปแล้วยังไม่พบเชื้อ หรือระหว่าง รอผลตรวจ จะพบเชื้อหรือไม่ก็ตาม ทั้งหมดก็ยังยืนยันให้กลุ่มทั้ง 18 คน กักตัว 14 วัน

■ มหาชัยพรวดเดียว 541 ราย

วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 541 ราย ทั้งจากในโรงพยาบาลและการค้นหาเชิงรุก แบ่งเป็นพบจากการเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล 36 ราย เป็นคนไทย 29 ราย ต่างด้าว 7 ราย, การค้นหาเชิงรุกพบผู้ป่วยรายใหม่รวม 505 ราย เป็นคนไทย 57 ราย ต่างด้าว 448 ราย รวมมียอด ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 2,401 ราย จำแนกเป็นจากการค้นหาเชิงรุก 1,945 ราย เป็นคนไทย 160 ราย และต่างด้าว 1,785 ราย ส่วนการตรวจค้น พบในโรงพยาบาลรวม 456 ราย เป็นคนไทย 365 ราย และต่างด้าว 91 ราย

ขณะที่การดูแลรักษา จำแนกเป็น 1.การดูแลรักษาในโรงพยาบาลรวม 456 ราย เป็นคนไทยที่ยังอยู่ในระหว่างการรักษา 242 ราย ต่างด้าว 83 ราย กับ 2.การดูแลผู้ที่อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 1,232 ราย ส่วนทางด้านการรักษาในโรงพยาบาลจนหายแล้วจำหน่ายกลับบ้านได้รวมทั้งหมด 131 ราย จำแนกเป็นคนไทย 123 ราย คนต่างด้าว 8 ราย และผู้ที่สังเกตอาการตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ไม่พบเชื้อจนสามารถจำหน่ายให้กลับบ้านได้ เป็นคนต่างด้าวรวม 610 ราย

สำหรับการนำผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าสู่ศูนย์ห่วงใยคนสาคร วัดโกรกกราก มีผู้ติดเชื้อ รายใหม่เข้าไปพักรักษาตัว เพิ่มอีก 45 ราย ยอดรวมทั้งสิ้น 97 ราย จากจำนวนที่รองรับได้ทั้งหมด 140 ราย และคาดว่าจะมีการนำเตียง เข้ามาเสริมอีก 30 เตียง ส่วนศูนย์ห่วงใยคนสาคร แห่งแรก ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร มีความพร้อมที่จะสามารถนำผู้ติดเชื้อเข้ามาพัก ได้แล้ว รองรับได้ประมาณ 540 คน ในส่วนของวัฒนาแฟคทอรี่ ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ห้องน้ำ-ห้องสุขากับพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ที่จังหวัดออกประกาศคำสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อการจัดตั้งศูนย์ห่วงใยคนสาคร คือ แห่งที่ 4 วัดเทพนรรัตน์, แห่งที่ 5 อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลนาดี และแห่งที่ 6 วัดช่องลม หลังจากนี้ยังมีสถานที่เตรียมจะประกาศอีก คืออาคารหลังคาโค้งของ อบต.ท่าทราย ที่รองรับผู้เข้าพักได้ประมาณ 200 กว่าคน แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่พอกับปริมาณ ผู้ติดเชื้อที่คาดการณ์ไว้ว่าต้องมีพื้นที่รองรับได้ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

ล่าสุดตัวแทนชาวบ้านรอบมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรสาคร ที่เคยรวมตัวคัดค้านไม่ให้นำผู้ติดเชื้อเข้ามาพักอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ประชุมร่วมกัน อีกครั้ง โดยมีนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร มาหารือพูดคุยสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ ความจำเป็น และมาตรการ ในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในที่สุดชาวบ้านก็ได้พร้อมใจกันยกมือยินยอมให้ จัดตั้งศูนย์ห่วงใยคนสาครในพื้นที่มหาวิทยาลัย

■ ผลิตวัคซีนโควิดจ่อยื่นอย.

วันเดียวกัน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีน โควิด-19 เพื่อคนไทย กล่าวว่า เป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด 19 ยังอยู่ที่ร้อยละ 50 ของประชากร หรือต้องใช้ประมาณ 70 ล้านโดส เรามีต้นทุนอยู่แล้วคือของแอสตราเซนเนกา 26 ล้านโดส อยู่ระหว่างการผลิตคาดว่าปลาย พ.ค.จะฉีดให้คนไทยได้ ทั้งนี้ เราไม่ได้จัดหาวัคซีนจากเจ้าเดียว แต่หารือกับผู้ผลิตหลายๆ บริษัท ทั้งไฟเซอร์ โมเดิร์นน่า วัคซีนประเทศจีน และอาจจะขอซื้อเพิ่มเติมจากแอสตราเซนเนกา เพื่อเพิ่มให้ถึงเป้า นอกจากนี้ ข่าวดีคือ บริษัทซิโนแวค ไบโอเทค จะนำวัคซีน 2 แสนโดสเข้ามาไทยในปลาย ก.พ. ปลายเดือนมี.ค.อีก 8 แสนโดส และปลาย เม.ย.อีก 1 ล้านโดส รวมทั้งหมดเป็น 2 ล้านโดส

“วัคซีนไม่ใช่สินค้าที่จะไปช็อปปิ้งหาที่ไหน ก็ได้ วันนี้สภาพของตลาด วัคซีนไม่ได้มีอยู่มากมาย แม้ประเทศที่เริ่มฉีดแล้วก็ค่อยๆ ฉีดไป ไม่สามารถฉีดไปทีเดียว ดังนั้นวัคซีนไม่ใช่สินค้าที่หาได้ทั่วไปในตลาด ที่สำคัญต้องมีระบบควบคุมคุณภาพและปลอดภัย หากมีคนเอามาขายจากโรงงานไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีผลการทดลองระยะ 3 เราคงไม่ซื้อมาฉีด ยืนยันว่าเราดำเนินการตามหลักวิชาการและความปลอดภัย และไม่ได้ห้ามบริษัทเอกชนที่นำเข้าวัคซีน แต่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อดูเรื่องคุณภาพ โรงงานผลิต ผลการทดลองน่าเชื่อถือหรือไม่ และทุกล็อตที่จะนำสู่การฉีดต้องได้รับการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ามีคุณภาพตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้น หากได้รับเข้ามาโดยไม่มีการยืนยันว่าปลอดภัย แม้กระทั่งแพทย์เองก็ไม่กล้าฉีด” นพ.ศุภกิจกล่าวและว่า สำหรับวัคซีนที่เราจัดหา สำหรับคนไทยเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับต่างชาติ ส่วนกลุ่มที่จะฉีดก่อนคือบุคลากรทางการแพทย์ คนเสี่ยงเสียชีวิตสูง

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ สั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทเดียว แต่มีเจรจากับหลายผู้ผลิต ทั้งนี้ วัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกที่มีการฉีดภายใต้เงื่อนไขในภาวะฉุกเฉิน ก็ยังไม่มีตัวใดที่ผ่านการทดลองในระยะที่ 3 ย้ำว่าภาคเอกชนสามารถดำเนินการเรื่องวัคซีนได้ ไม่มีการปิดกั้น แต่ที่มีการโฆษณาโดยให้คนมาลงทุนจองนั้น ถือว่าทำผิดโฆษณา เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนในมือและยังไม่มีการขึ้นทะเบียน

ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า เราได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากแอสตราเซนเนกาแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2563 โดยการผลิตจะต้องมีคุณภาพและได้มาตรฐาน เช่นเดียวกับการผลิตของแอสตราเซนเนกา ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก โดยจะมีการทดสอบการผลิตประมาณ 5 รอบการผลิต เพื่อนำข้อมูลไปขึ้นทะเบียนกับ อย. ซึ่งแต่ละรอบการผลิตใช้เวลาประมาณ 120 วันหรือ 4 เดือน โดยเป็นการผลิต 60 วัน และตรวจสอบคุณภาพ 60 วัน แต่ละรอบการผลิตจะห่างกันประมาณ 14 วัน ซึ่งรอบแรกเริ่มแล้วเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. รอบที่ 2 ก็เริ่มแล้วเช่นกัน คาดว่า จะยื่นอนุมัติจาก อย.ได้ต้น เม.ย.นี้ ผลิตวัคซีนได้ประมาณ 3.5 ถึง 4 ล้านโดสต่อล็อต

■ นครนายกสั่งปิดทุกโรงเรียน

วันเดียวกัน จ.นครนายก เผยแพร่ประกาศประกาศจังหวัดนครนายก เรื่อง กำหนดให้ จ.นครนายกเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด 19 (ศบค.) กำหนดและสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว 14 ประเภท เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ทั้งสถานบริหาร ผับ บาร์ สถานศึกษาทุกแห่ง รวมถึงควบคุมบางสถานที่ ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ตามประกาศของ ศบค. อย่างเคร่งครัด โดยระบุว่าให้สั่งปิดทุกโรงเรียนในจังหวัด แต่ยกเว้นโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทำให้ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงความเหมาะสมต่อประกาศดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก

ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.อ่างทอง โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งให้ประชาชนรับทราบว่า ยืนยันผู้ติดเชื้อ 30 ราย พร้อมระบุจะอัพเดตให้ทุกเวลา 16.00 น. สำหรับตัวเลขที่พุ่งขึ้นเพราะสาธารณสุขจังหวัดอ่างทองลงไป ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก นั่นหมายความว่ากลุ่มเสี่ยงได้ถูกตรวจพบเชื้อ และกักตัวรักษา (ดีกว่าไม่แสดงอาการแต่เป็นพาหะติดต่อ ผู้อื่น) www.ato.moph.go.th. ด้านน.ส.อรวรรณ สุวพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างทอง นำทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองอ่างทอง นำรถดับเพลิงออกฉีดน้ำล้างตลาด พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

ตรวจสถานบริการ – ชุดปฏิบัติการปราบโควิด จ.บุรีรัมย์ และตำรวจออกตรวจสถานบันเทิง ผับ บาร์ อาบอบนวด ในพื้นที่อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ภายหลังมีคำสั่งปิดชั่วคราว 1 เดือน เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 ม.ค.

■ ราชกิจจาฯประกาศมาตรการรับมือ

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) ความว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 8 จนถึงวันที่ 15 ม.ค. พ.ศ. 2564 นั้น

โดยที่การระบาดระลอกใหม่ของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ขยายขอบเขตการแพร่โรคออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายเขตพื้นที่ และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่โดยเฉพาะ

กรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ประกอบกับมี การเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สถานการณ์ ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏอาการของโรคเป็นเหตุให้เชื้อโรคแพร่ออกไปในลักษณะ ที่เป็นกลุ่มก้อน นอกจากนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานเพื่อควบคุมโรคพบว่า มีผู้ติดเชื้อโรคบางส่วนปกปิดข้อมูลการเดินทางทำให้ขั้นตอนการสอบสวนโรคเกิดความล่าช้าและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องจนส่งผลให้เกิดเป็นการระบาดระลอกใหม่ขึ้นเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดและบังคับใช้บรรดามาตรการต่างๆ เพื่อเข้าแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนด และ ข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การห้ามใช้อาคารหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการใช้อาคารหรือสถานที่ ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(1) เป็นการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

(2) เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรือให้ การอุปการะแก่บุคคล

(3) เป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้รับ อนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

(4) เป็นโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่มีขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบคน หรือเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

ข้อ 2 การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการจัดกิจกรรมในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง การแจกจ่ายอาหารหรือสิ่งของต่างๆ เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นการ จัดกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ

ข้อ 3 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด อำศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์

ข้อ 4 เงื่อนไขการเปิดดำเนินการ ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรม ดังต่อไปนี้เปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา และการจัดระบบและระเบียบต่างๆ ที่กำหนด

(1) การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด โดยอาจให้เป็นลักษณะของการ นำกลับไปบริโภคที่อื่น โดยให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทยและศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาประเมิน กำหนดรูปแบบและกำกับการดำเนินการ ตามข้อปฏิบัติและมาตรการดังกล่าวของแต่ละพื้นที่จังหวัดให้มีความเหมาะสม

(2) การจำหน่ายสุรา สำหรับร้านอาหารหรือสถานที่ซึ่งจำหน่ายสุรา ห้ามการบริโภคสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน

(3) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้ มอลล์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะ คล้ายกัน ให้เปิดทำการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ ภายใต้การดำเนินการมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อ 5 มาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อการป้องกันระงับยับยั้งการแพร่โรคที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละเขตพื้นที่สถานการณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจพิจารณาดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อในการสั่งปิด จำกัด หรือห้ามการดำเนินการของพื้นที่ สถานที่ หรือพาหนะหรือสั่งให้งดการทำกิจกรรมอื่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบซึ่งมีความเสี่ยงต่อ การระบาดของโรคเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ที่กำหนดได้ โดยให้ดำเนินการตามมาตรการหรือแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 15)

ข้อ 6 การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจและ คัดกรองการเดินทางโดยใช้เส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ทั้งนี้ ให้ดำเนินการ ตามมาตรการที่ ศปก.ศบค. กำหนด โดยให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการ เดินทางและทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทาง มากกว่าปกติ

ข้อ 7 ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนพิจารณารูปแบบการปฏิบัติงาน ในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือการสลับวันหรือการเหลื่อมเวลาเข้าปฏิบัติงานเพื่อลดจำนวน ผู้ปฏิบัติงานและปริมาณการเดินทางซึ่งเป็นมาตรการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ข้อ 8 ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตรวจสอบกลั่นกรอง และเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการที่ใช้บังคับกับสถานที่กิจการ หรือกิจกรรมเพิ่มเติมได้เพื่อความเหมาะสมต่อสถานการณ์ตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นอกจากนั้นราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 รวม 28 จังหวัด ประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ 2.กาญจนบุรี 3.จันทบุรี 4.ฉะเชิงเทรา 5.ชุมพร 6.ชลบุรี 7.ตราด 8.ตาก 9.นครนายก 10.นครปฐม 11.นนทบุรี 12.ปทุมธานี 13.ประจวบคีรีขันธ์ 14.ปราจีนบุรี 15.พระนครศรีอยุธยา 16.เพชรบุรี 17.ราชบุรี 18.ระนอง 19.ระยอง 20.ลพบุรี 21.สิงห์บุรี 22.สมุทรปราการ 23.สมุทรสงคราม 24.สมุทรสาคร 25.สุพรรณบุรี 26.สระแก้ว 27.สระบุรี 28.อ่างทอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน