มรสุมซัด6จว.ใต้
น้ำป่าบ่าถล่มซ้ำ
ใต้น้ำท่วมหนักระลอกใหม่อุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 6จังหวัดใต้ตอนล่าง เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่นครศรีธรรมราช คลื่นสูง 2-3 เมตร ชายหาดสงขลา โดนคลื่นถล่มเซาะชายฝั่งชุมชนเลเก้าเส้งแล้ว ที่อ.ระโนด กำแพงกั้นคลื่นยาว 5 กิโลเมตรพัง พัทลุงหลังฝนตกหนักข้ามคืน เกิดน้ำป่าไหลบ่าจากเทือกเขาบรรทัดเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มอ.กงหรา บ้านจม 15 หลัง ชลประทานนราธิวาส เตือนภัยพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา ฉบับที่ 2 หลังฝนเท 4 วันติด ให้ประชาชนที่อยู่อาศัยริมคลองตันหยงมัส ขนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของ สัตว์เลี้ยง ขึ้นที่สูง แม่น้ำสายบุรี-สุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ ส่งผลให้ 6 อำเภอจม ถนนถูกตัดขาด โดยที่อ.แว้ง ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.20 เมตร ‘บิ๊กป้อม’ สั่งทัพภาค 4 ประสานท้องถิ่นช่วยผู้ประสบภัย
มรสุมถล่ม 6 จว.ใต้
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา ประกาศฉบับที่ 6 ระวังฝนน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณ จ.ปัตตานี ยะลา และจ.นราธิวาส และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา และคลื่นในทะเลอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
น.ส.พะเยาว์ เมืองงาม ผอ.ศูนย์อุตุนิยม วิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เปิดเผยว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซีย ลักษณะดังกล่าวทำให้ในช่วงวันที่ 6-7 ม.ค.2564 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทางตอนล่าง ของภาค โดยบริเวณ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและปริมาณน้ำฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ผุดแนวกันคลื่นป้องซัดมัสยิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยบริเวณชายฝั่งของ จ.สงขลา ทวีกำลังแรงต่อเนื่องมาเกือบ 1 สัปดาห์ ส่งผลกระทบกับบริเวณชุมชนชาวเลเก้าเส้ง ในเขตเทศบาลนครสงขลา คลื่นเริ่มกัดเซาะชายฝั่งใกล้ถึงมัสยิดที่ตั้งอยู่ริมทะเล ทำให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านเก้าเส้งต้องเร่งนำกระสอบทราย มาวางเรียงกัน เป็นแนวกั้นคลื่นเพื่อลดความรุนแรงของคลื่นไม่ให้กัดเซาะชายหาดจนถึงตัวมัสยิด ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนต้องนำเรือขึ้นมาจอดบนถนนในหมู่บ้าน เพราะคลื่นมีความรุนแรงอาจซัดเรือพังเสียหายได้ และบางส่วนก็นำเรือเข้าไปหลบคลื่นในคลองสำโรง
ส่วนที่อ.ระโนด จ.สงขลา จากสภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมทะเลเดือดร้อนอย่างหนักในพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.ท่าบอน อ.ระโนด โดยคลื่นลมได้ซัดเข้าใส่พนังกันคลื่นที่สร้างด้วยคอนกรีต ความยาวกว่า 5 กิโลเมตร จนพังทลาย และกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาอย่างรุนแรง จนมาถึงบ้านเรือนประชาชน ทำให้บ้านของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งหลายสิบหลังคาเรือนพังเสียหาย และกำแพงแตกร้าว
นางวันดี สั่งปิด ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ท่าบอน อ.ระโนด บ้านถูกคลื่นซัดเสียหาย กล่าวว่า เกิดคลื่นลมแรงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ความรุนแรงของคลื่นได้ซัดเข้าฝั่งจนทำให้กำแพงกันคลื่นได้รับความเสียหาย ก่อนเข้ามา กัดเซาะอาคารของบ้านรอวันพังทลายลงมา ซึ่งต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะกลัวว่าฝาผนังบ้านซึ่งมีรอยแตกร้าวและพังลงมา
รมต.สั่งเร่งช่วยผู้ประสบภัย
ด้านร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหาย และเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด
ต่อมานายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ได้รับรายงานคลื่นกัดเซาะชายฝั่งในเขต อ.ระโนดแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก มีการสร้างกำแพงกันคลื่นแล้วบางส่วน แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ จึงมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ประสานกับท้องถิ่นหาแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น ส่วนพื้นที่อื่นที่อยู่ติดกับทะเลอ่าวไทยใน จ.ปัตตานี นราธิวาส นครศรี ธรรมราช และสงขลา ได้สั่งให้ ปภ.ประสานกับท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นกัดเซาะชายฝั่งแล้วด้วยและเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย
ที่จ.พัทลุง เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยปริมาณน้ำที่สะสมในเขตรักษาพันธุ์ป่าเทือกเขาบรรทัดพัทลุง ในพื้นที่ อ.กงหรา อ.ตะโหมด และอ.ศรีนครินทร์ ทำให้มวลน้ำป่าไหลหลากลงมาตามน้ำตกต่างๆ ในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะที่บริเวณน้ำตกไพรวัลย์ ท้องที่หมู่ 13 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา มวลน้ำสีแดงขุ่น ได้ไหลหลากลงมายังพื้นที่ด้านล่าง ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดพัทลุง ต้องเฝ้าระวัง พร้อมทั้งคอยแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มด้านล่าง ของ ต.คลองเฉลิม ต.ชะรัด อ.กงหรา ต.นาโหนด อ.เมือง ให้เฝ้าระวังพร้อมทั้งอพยพสิ่งของสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เนื่องจากมวลน้ำป่าที่ไหลหลากลงมามีปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง
น้ำป่าบ่าถล่มพัทลุง
ขณะเดียวกันปริมาณฝน บวกกับมวลน้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดพัทลุง ได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.5 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง กว่า 15 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเป็นระลอกที่ 3 และเป็นระลอกแรกของปี 2564 โชคดีบางครอบครัวยังไม่ขนย้ายสิ่งของลงจากที่สูงเนื่องจากไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ฝนตกหลังอุตุฯ ประกาศมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่จ.นราธิวาส นายอภิวัฒน์ ชนะสงคราม ผอ.โครงการชลประทานนราธิวาส กล่าวว่า จากการที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้านน้ำของแม่น้ำบางนรา ตั้งแต่วันที่ 2-4 ม.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วัน ที่อ.ระแงะ 115.2 มิลลิเมตร อ.เจาะไอร้อง 129.2 มิลลิเมตร อ.ยี่งอ 82.4 มิลลิเมตร และอ.เมือง 55.7 มิลลิเมตร อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ราบเชิงเขาและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ และระดับน้ำในคลองตันหยงมัสเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โครงการชลประทานนราธิวาส ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองตันหยงมัส บริเวณบ้านตันหยงมัส บ้านไท บ้านแกแม ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ บ้านมะนังกาหยี ต.มะนังกายอ ต.ลำภู ต.บางปอ อ.เมือง และบ้านทุ่งคา บ้านโต๊ะแม บ้านปูตะ ตำบลละหาร อ.ยี่งอ รับสถานการณ์น้ำ ขอให้ขนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของ สัตว์เลี้ยง ขึ้นในที่ปลอดภัย และขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
6 อำเภอนราฯถนนขาด
ที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. มีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ 1.อ.ระแงะ 2 ตำบล คือ ต.บองอ และต.ตันหยงมัส มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 6 หมู่บ้าน ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 40 ถึง 50 ซ.ม. 2.อ.รือเสาะ มีน้ำท่วมขัง 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน คือ บ้านท่าเรือ หมู่ 1 และบ้านนาโอน หมู่ 8 ต.รือเสาะ ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50 ซ.ม.
3.อ.สุคิริน มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่บ้านไอร์ปูลง หมู่ 7 ต.มาโมง ซึ่งเป็นหมู่บ้านในที่ลุ่มเชิงเขา มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 10 ครัวเรือน 4.อ.สุไหงปาดี มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนใน 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน คือ บ้านดอเหะ หมู่ 4 บ้านกำปงบือแน หมู่ 6 ต.ริโก๋ บ้านตลิ่งสูง หมู่ 9 ต.สุไหงปาดี และบ้านลาโละ หมู่ 5 ต.สากอ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม โดยมีน้ำท่วมขังสูงในภาพรวมโดยเฉลี่ย 50 ซ.ม. และ 5.อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก จำนวน 8 ชุมชน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหง โก-ลก คือ ชุมชนหัวสะพาน ท่ากอไผ่ ท่าโรงเลื่อย ท่าประปา ท่าเจ๊ะกาเซ็ง ท่าโปฮงยามู ท่าบือเร็งในและท่าบือเร็งนอก ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงในภาพรวมโดยเฉลี่ย 50-100 ซ.ม.
อ.แว้งบ้านจมกว่า 1 เมตร
นอกจากนี้สภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งรองรับมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่อ.สุคิริน คือ หมู่บ้านบูเก๊ะตา หมู่ 2 ต.โล๊ะจูด มีราษฎรอาศัยอยู่กว่า 80 ครัวเรือน โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 60-120 ซ.ม. โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบูเก๊ะตา ได้นำเรือท้องแบนมาให้การช่วยเหลือประชาชนในการสัญจรไปมา นอกจากนี้ยังมีอีก 5 หมู่บ้าน ที่มีสภาวะน้ำท่วมขังจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมลงมา คือ บ้านตือมายู หมู่ 1 ต.เอราวัณ บ้านไม้ฝาด หมู่ 8 ต.กายูคละ บ้านจ๊ะเหม หมู่ 3 บ้านนูโร๊ะ หมู่ 1 และบ้านจะมาแก๊ะ หมู่ 3 ต.แว้ง มีน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 40 ซ.ม. และน้ำท่วมถนนสายหลัก 2 สาย คือ สายบายพาสสุไหงโก-ลก จรดบูเก๊ะตา รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนสายแว้ง จดบูเก๊ะตา ยานพาหนะทุกชนิดสัญจรไปมาได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยสถานการณ์น้ำท่วมยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และจากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กำลังไหลระบายลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก
สั่งช่วยบ้านท้ายเขื่อนบางลาง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้สั่งการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประสานงานกับ กองทัพภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ยะลา และจ.นราธิวาส เตรียมแผนรองรับและให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร บริเวณท้ายเขื่อนบางลาง จ.ยะลา หลังมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณ จ.ยะลา และจ.นราธิวาส ส่งผลให้เขื่อนบางลาง เกิดวิกฤต มีปริมาณน้ำกักเก็บจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันเขื่อนบางลางมีความจุ 1,470 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และมีความจุระดับกักเก็บ อยู่ที่ 1,454 ล้านลบ.ม. แต่มีแนวโน้มปริมาณน้ำมากขึ้น เนื่องจากภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนในอัตราที่เหมาะสม เพื่อรักษาตัวเขื่อนให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย จึงอาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหลาก น้ำท่วม บริเวณท้ายเขื่อน พื้นที่ อ.เมือง อ.บันนังสตา อ.กรงปินัง จ.ยะลา จ.นราธิวาส และจ.ปัตตานี ด้วย
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้สั่งการให้กองทัพภาค 4 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมวางแผนให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำลำคลอง โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ
ตั้งแต่เมืองคอนคลื่นสูง 3 เมตร
ต่อมา เวลา 17.00 น. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 10 แจ้งเตือน มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผล กระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลัง ปานกลาง โดยตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ถึงหลังคา – สภาพน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลกทะลักเข้าท่วมบ้านไอร์ปูลง ม.7 ต.มาโมงอ.สุคิริน จ.นราธิวาสระดับน้ำสูงถึงหลังคาบ้าน เมื่อวันที่ 6 ม.ค.