‘วิรัช’คาดมีค.นี้
รธน.จบวาระ3
‘บิ๊กตู่’ลั่นจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข วอนทุกคนอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย ‘บิ๊กป้อม-รมต.สุชาติ’ ไม่หวั่น ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกปัญหาแรงงานเถื่อน มั่นใจมีข้อเท็จจริงหักล้างได้ ‘ชวน’ อนุมัติกมธ.ประชุม-ลงมติออนไลน์ ‘วิรัช’ คาดรัฐสภาลงมติแก้รธน.วาระ 2 ทันสิ้นก.พ. พร้อมเตรียมขอเปิดวิสามัญโหวตวาระ 3 เดือนมี.ค. ฝ่ายค้านสับเละ ‘หมอทวีศิลป์-รัฐบาล’ปมไม่โหลดแอพ‘หมอชนะ’ ศาลรธน.ชี้ชะตาคดีถอดถอน‘เทพไท’พ้นส.ส. 27 ม.ค. แต่ตีตก 2 คำร้อง ถอดถอนสิระ-เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ
‘บิ๊กตู่’วอนร่วมมือแก้ปัญหา
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ม.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งในรายการ PM PODCAST ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าว่า วันนี้มีเรื่องราวหลายเรื่อง นายกฯอยากคุยกับพวกเรา เพื่อให้เข้าใจกัน เกิดความร่วมมือกัน ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ปัญหาบ้านเมืองมีมาก เพราะเราเป็นประเทศที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่นในหลายพื้นที่ เราไม่ได้เป็นประเทศเล็กเกินไป แต่เป็นประเทศขนาดกลาง มีทั้งพื้นที่ มีทั้งประชากรจำนวนมาก
“ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ให้เกิดผลดีกับประชาชนทุกคนทุกกลุ่มให้ได้ แก้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค ปัญหาทุจริต ปัญหาการละเมิดกฎหมาย เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถ้าเราไม่ช่วยกัน ยังฝ่าฝืน มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ก็กลับมาสู่ความวุ่นวายอีกเช่นเดิม”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘บิ๊กป้อม-รมต.เฮ้ง’ไม่ห่วงซักฟอก
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีประเด็นปล่อยให้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จนทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19 รอบสองว่า ไม่ห่วง เพราะยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะพูดเรื่องอะไรบ้าง ขอดูก่อน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกอย่างตอบได้บนพื้นฐานความเป็นจริง หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายในส่วนของกระรวงแรงงาน ถือเป็นเรื่องดี และสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย ตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว จะได้มีโอกาสชี้แจงผ่านเวทีสภาให้ประชาชนรับทราบหลักของความเป็นจริงทั้งหมด โดยเฉพาะปัญหาโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน ที่ได้ลงมือแก้ปัญหาอย่างทันที หากเราไม่ทำก็ถือว่าบกพร่อง
เชื่อว่าคนที่พูดว่ารัฐบาลปล่อยให้มีแรงงานเถื่อน หรือผิดกฎหมายเข้ามานั้น เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงเรื่องนี้ โดยเฉพาะคำว่าแรงงานเถื่อนคืออะไร เพราะบางครั้งเขาอาจจะอยู่ในประเทศหลายปีแล้วก็ได้ แต่อาจผิดบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่มีกับนายจ้าง ซึ่งอาจเรียกว่าอยู่แบบเถื่อนแต่ไม่ได้ออกนอกประเทศ หรือมุดเข้ามา ดังนั้นอย่าเหมารวม แรงงานเถื่อนคือคนที่มุดเข้ามาทั้งหมด จึงอยากให้พูดในหลักความ เป็นจริง
หักล้างเรื่องเเรงงานเถื่อนได้
“ในส่วนที่จะมุดเข้ามา ขอเรียนว่าด่านถาวรที่ปิด รวมถึงเส้นทางธรรมชาติเป็นพันๆ กว่ากิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงดูแลความปลออดภัยหลายหมื่นนาย ผมเชื่อว่าไม่สามารถทำให้มีผู้เล็ดลอดเข้ามาได้หลายพันคน จึงอยากฝากผู้ที่นำเข้ามาจากต้นทางต้องระลึกถึงความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของคนไทยด้วย โดยกระทรวงแรงงาน มีการตรวจตราผู้ประกอบการอยู่ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่รับแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างถูกต้อง“ นายสุชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นเวลา 7 วัน มีความกังวลหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ถือเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งขอชื่นชม แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลทำงานบนพื้นฐานความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้อง ตามระเบียบและกฎหมาย จึงถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะชี้แจงข้อกล่าวหาและหักล้างสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายให้ประชาชนรับทราบ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
‘วิษณุ’ย้ำยื่นให้ทัน 28 ก.พ.
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ระบุว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำได้ปีละ 1 ครั้ง โดยสมัยประชุมสภาสามัญปีหนึ่งมี 2 สมัย ขณะนี้อยู่ในสมัยที่สอง จะหมดในวันที่ 28 ก.พ. ขอย้ำว่าเสนอญัตติได้ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะยื่นเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องยื่นญัตติก่อนวันที่ 28 ก.พ. เมื่อยื่นญัตติแล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะตรวจสอบรายชื่อภายใน 7 วัน แล้วแจ้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อประชุมโดยด่วน
ดังนั้น ควรยื่นให้ทันสมัยประชุมนี้เพื่อนัดอภิปรายได้ทัน แต่ถ้ายื่นแล้วสภาไม่สามารถเปิดประชุมได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จนเลยวันที่ 28 ก.พ. สมมติมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะนำญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปไว้ในช่วงนั้นได้หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่ตนไม่อยากวินิจฉัย มันไม่ชัดเจนตามข้อกฎหมายเพราะเกิน 1 ปี หากเป็นเช่นนี้ ฝ่ายค้านอาจจะบอกได้ว่ายื่นไปแล้วในกรอบ 1 ปี เบื้องต้นคนชี้ขาดคือประธานสภา ดังนั้น อย่าเพิ่งคิดอะไร ตนไม่อยากตอบ เพราะจะกลายเป็นการชักใบให้เรือเสีย
ทั้งนี้ ตามกฎหมายคนที่สามารถขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญได้คือคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอออกพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ และส.ส.เข้าชื่อเสนอเพื่อขอเปิดประชุมต่อประธานสภา เมื่อถามว่าถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย สามารถขยายเวลาประชุมสภาสมัยสามัญได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้คิด และเป็นปัญหาอยู่ดี
เพื่อไทยเล็งเป้าทีมเศรษฐกิจ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน หาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนในช่วงการแพร่ระบาด โควิด-19 หลังภาครัฐสั่งปิดสถานประกอบการต่างๆ เมื่อเกิดสภาวะที่ย่ำแย่ ในอดีตที่ผ่านมาหากเกิดวิกฤตการณ์ต้องให้รัฐมนตรีทุกคนลงมาช่วยเหลือประชาชน แต่ปัจจุบันรัฐมนตรีไม่ทำอะไรเลย นายกฯ ก็พูดอะไรไม่รู้ หรือมีคนที่พูดมาก็เหมือนสื่อสารกันไม่ลงตัว กลายเป็นการบริหารจัดการของรัฐบาลยังมั่วอยู่
เท่าที่เคยเจอนายสุพัฒนพงษ์ ในอดีตเป็นคนที่เก่งและฉลาด จึงไม่แน่ใจว่าทำไมขณะนี้ถึงยังไม่ทำอะไรเลย หรือเพราะอาจจะไม่เคยบริหารประเทศ จึงไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจแต่เป็นหัวหน้าเศรษฐกิจ เพราะมีเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น นายสุพัฒนพงษ์ต้องกลับมาแก้เศรษฐกิจ ดูว่าจะช่วยเอสเอ็มอี และประชาชนอย่างไร
เมื่อถามว่าทีมเศรษฐกิจชุดนี้จะมีชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วยหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า นายกฯ มีชื่อแน่นอน แต่คนอื่นไม่ว่าจะเป็นนายสุพัฒนพงษ์ ตนมองว่าควรจะต้องมี หากปล่อยให้ประเทศเละเทะขนาดนี้ นอกจากนี้ใครที่ทำไม่ดีก็ควรจะได้รับผลหมด เช่นกระทรวงพาณิชย์ก็หาย อุตสาหกรรมก็หาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เช่นกัน
‘ชวน’อนุมัติกมธ.ประชุมออนไลน์
เมื่อเวลา 14.35 น. ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามเห็นชอบระเบียบว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) 2564 เพื่อให้สอดรับกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ 2 พ.ศ.2563 ในการประชุมกมธ.สามัญทั้ง 35 คณะกมธ.วิสามัญและคณะอนุกมธ.ที่มีการจัดตั้งในสภาผู้แทนราษฎร ให้สามารถจัดประชุมปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็น ตลอดจนร่วมกันลงมติ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและจะมีผลบังคับใช้ทันที
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ พ.ศ…) รัฐสภา กล่าวถึงการนัดประชุมกมธ.ว่า เบื้องต้นยืนยันจะงดการประชุม 2 สัปดาห์ ให้สอดคล้องกับการประชุมสภา จากนั้นจะประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลขอความร่วมมือไม่ให้มีการรวมตัวกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด จึงไม่อยากสร้างปัญหาให้กับรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ อีกมาก และหากดูตามสถานการณ์แล้ว โควิดมีแนวโน้มรุนแรง เพราะมีการเตรียมตั้งโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง จึงเชื่อว่าหากเร่งรัดประชุมอาจจะองค์ประชุมไม่ครบ เห็นได้จากการนัดประชุมกมธ.เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ไม่สามารถประชุมได้แม้แต่คณะเดียว
‘วิรัช’เล็งขอเปิดวิสามัญลงมติรธน.
นายวิรัชกล่าวว่า ในการพิจารณาของ กมธ.เหลือเนื้อหาสาระอีกไม่มาก คาดว่าประชุมอีกไม่เกิน 2 ครั้งน่าจะสรุปได้ เพราะในชั้นนี้หากกมธ.คนใดไม่เห็นด้วยก็สามารถสงวนคำแปรญัตติไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเถียงกัน 3 วัน 3 คืน แล้วที่เหลือค่อยไปอภิปรายกันในสภา เชื่อว่าแม้มีการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ก็ไม่ทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความล่าช้า
“การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้นกมธ. และการลงมติรายมาตราในวาระที่ 2 อาจจะแล้วเสร็จทันสมัยประชุมสภาที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ. แต่ด้วยเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญเมื่อผ่านวาระที่ 2 แล้ว จะต้องค้างการพิจารณาไว้ 15 วัน ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่ 3 ได้ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ตรวจสอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ดังนั้น คาดว่าการลงมติในวาระที่ 3 อาจไม่ทันสมัยประชุมนี้ จึงจำเป็นต้องขอให้ประธานรัฐสภา พิจารณาขอเปิดสมัยประชุมรัฐสภาวิสามัญขึ้นในเดือนมี.ค. เพื่อให้ ส.ส. และ ส.ว. ได้ลงมติให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้”นายวิรัชกล่าว
ฝ่ายค้านจวกเละ‘หมอทวีศิลป์’
จากกรณีที่นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โฆษก ศบค.) ระบุหากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วพบว่าไม่มีการติดตั้งแอพพลิเคชั่น ‘หมอชนะ’ จะถือว่าละเมิดข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 มีความผิดจำคุก 2 ปี และปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนยังสับสน ตกลงแอพฯไทยชนะปราบโควิด สู้แอพฯหมอชนะไม่ได้หรืออย่างไร จึงต้องข่มขู่กวดขันให้ประชาชนโหลดแอพฯหมอชนะทุกคน ข้อมูลที่ถูกทิ้งอยู่ในระบบไทยชนะ ถูกนำไปดำเนินการที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ วันนี้รัฐบาลในฐานะเจ้าของแอพฯ แพ้แล้ว และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ บ่งชี้ว่ารัฐบาลเป็นตัวการสร้างความโกลาหลสับสนวุ่นวายขึ้นมาเอง
นายกฯ บอกว่าถ้าไม่อยากติดโควิดให้อยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ ถูกประชาชนด่าทั้งประเทศ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวข้ามชาติล้มเหลว ปราบปรามบ่อนการพนันแบบลูบหน้าปะจมูก จับตรวจกวดขันแหล่งมั่วสุม แหล่งอบายมุข ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ไม่เคยทำได้สำเร็จ จนเกิดปัญหาวิกฤต แต่การหละหลวม ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพกับการปราบปราม จัดระเบียบ ธุรกิจสีเทา สีดำ ที่ต้องเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาล กลับไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งจริงจังในการทำหน้าที่ และพยายามจะโทษประชาชน
ขู่ติดโควิดไม่มี‘หมอชนะ’เจอคุก
“หลายมาตรการพยายามผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบ เหมือนรัฐบาลคนป่วย เป็ดง่อย ทั้งที่รัฐบาลต่างหากที่เป็นฝ่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดของประชาชน ถ้าประชาชนติดโควิดจากมาตรการป้องกันที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล แต่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน โหลดแอพฯหมอชนะไม่ได้ ต้องถูกปรับ ต้องติดคุก สังเวยความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลหรือไม่” นายอนุสรณ์กล่าว
ด้านน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ชัดเจนเลยว่างานถนัดของรัฐบาลชุดนี้คือการใช้กฎหมายเพื่อขู่ประชาชน อยากถามว่าแอพฯหมอชนะสามารถติดตามผู้ติดเชื้อได้ไหม แอพฯนี้ User friendly หรือเปล่า แล้วคนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีอย่างคนแก่ ผู้ยากไร้ ที่ไม่มีแม้แต่สมาร์ตโฟนที่จะโหลดแอพฯ จะต้องถูกจับถูกปรับด้วยหรือ แค่เงินกินข้าว เงินใช้จ่ายยังไม่มี แล้วจะเอาที่ไหนมาจ่ายค่าปรับ แล้วกับบ่อนการพนัน ยาเสพติด ยาบ้าเม็ดละบาท รัฐบาลได้ใช้กฎหมายเข้มข้นแบบนี้ไหม ฝากไว้ให้คิด
ซัดไร้มนุษยธรรม-กลืนเผด็จการ
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังนพ. ทวีศิลป์แถลงจบ ตนรู้สึกคับแค้นในใจ ในสถานการณ์บีบคั้นประชาชนถึงเพียงนี้แล้ว ตัวแทนรัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้ประชาชน แต่กลับตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ มีทัศนคติที่ไม่เคยเห็นความลำบากและความทุกข์ยากของประชาชน
กี่ครั้งที่รัฐบาลออกโครงการสังคม สงเคราะห์แล้วใช้ชื่อเรียกให้ดูสวยหรูว่า สวัสดิการเพื่อประชาชน แต่วิธีการและกระบวนการปฏิบัติไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐกลับมีมาตรการที่ทิ้งประชาชน คนในสังคมต้องตกหล่น เพราะเข้าไม่ถึงด้านเทคโนโลยี ยิ่งไปกว่านั้นการใช้โทษทางอาญามาจัดการ เหมือนการหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่ก่อเกิดประโยชน์ เพราะไม่มีใครอยากติดโรคอยู่แล้ว รัฐบาลควรมีมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นๆ มารองรับด้วย ไม่ใช่เรียกร้องแต่จากประชาชน มีโทษสารพัด แต่ไม่เคยเข้าถึงและเข้าใจประชาชนอย่างแท้จริง
“นับวันนพ.ทวีศิลป์จะไร้หัวใจ ไร้มนุษยธรรม กลมกลืนกับเผด็จการเข้าไปทุกที นี่หรือบุคคลทางการแพทย์ที่ประชาชนต้องรอฟังทุกวัน เพื่อความเชื่อมั่นในสถานการณ์โรคระบาด อย่าให้ประชาชนรู้สึกเปลืองไฟ เสียเวลาทำมาหากินมาฟังแถลงเลย ผมอยากให้คุณหมอตระหนักอีกครั้งก่อนการเเถลงสิ่งใด” นายณัฐชากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นพ.ทวีศิลป์ ออกมายืนยัน ถ้าไม่โหลดแอพหมอชนะ ไม่ได้มีความผิดในลักษณะที่จะถูกดำเนินการ สามารถใช้วิธีจดบันทึก และแจ้งแผนการเดินทางที่จุดตรวจคัดกรองได้ แต่ถ้ามีสมาร์ตโฟนอยู่แล้ว หากไม่ให้ความร่วมมือ จะถูกสอบถามซักประวัติมากกว่าเดิมทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มมากขึ้น
กกต.รับรองอบจ.ครบสัปดาห์หน้า
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. เปิดเผยว่า กกต.จะเร่งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ให้เสร็จเร็วที่สุด ถ้าจังหวัดใดมีเรื่องร้องเรียนผู้ได้รับเลือกตั้งหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตก็จะชะลอการประกาศไว้ก่อน แต่กกต.จะพยายามเร่ง เพราะหากครบกำหนด 60 วัน กกต.ต้องประกาศไปก่อน ในสัปดาห์หน้า กกต.จะประชุมทุกวัน และถ้าจะประชุมเพิ่มในวันเสาร์อาทิตย์ ตนก็พร้อม
ส่วนการเลือกตั้งเทศบาล กกต.ได้พูดคุยกันถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่ามีแนวโน้มอาจต้องขยายระยะเวลาการเลือกตั้งออกไปก่อน เพราะประชาชนอาจจะไม่สะดวกในการเดินทาง และมีความกลัวที่จะมาใช้สิทธิ์ แต่อยู่ที่ครม. ซึ่งตนเห็นว่าถ้าจะขยายระยะเวลา ก็ไม่ควรทำแค่จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ควรทำเป็นการทั่วไป เมื่อครม.มีมติให้เลือกตั้งเทศบาล กกต.จะพิจารณาประกาศให้มีการเลือกตั้ง และกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งจะไม่กระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่หากจำนวนประชากรมีการเปลี่ยนแปลง
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวว่า กกต.ประกาศรับรองผลไปแล้ว 29 จังหวัด ส่วนผู้สมัครบางคนที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นไปตามเงื่อนไข แต่มีเรื่องร้องเรียนจึงประกาศไม่ครบ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะประกาศครบ 76 จังหวัด
เร่งสอบปม‘แม้ว-คณะก้าวหน้า’
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าคำร้องคดีนายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า กำลังมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นจะพิจารณาว่าครอบงำนิติบุคคลหรือไม่ ดูจากกรรมการบริหารพรรค หรือรูปแบบการประชุมต่างๆ ซึ่งแล้วแต่ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ ต้องพิจารณาหลายอย่าง ยืนยันว่าที่มีรายงานข่าวว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายครอบงำพรรคนั้น เป็นเพียงข่าวลือ เพราะเรื่องดังกล่าวยังไม่ไม่ถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง
ส่วนคำร้องว่าคณะก้าวหน้าทำตัวคล้ายพรรคการเมือง จะเชิญผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการไต่สวนจะพิจารณา ส่วนระยะเวลาในการไต่สวนประมาณ 30-40 วัน แต่หากไม่ทันขอขยายเวลาได้ ส่วนแกนนำคณะก้าวหน้าจะขอเข้ามาให้ข้อเท็จจริงก็สามารถทำได้ในฐานะผู้ถูกร้อง ซึ่งปกติ กกต.ฟังทั้ง 2 ฝ่ายอยู่แล้ว และต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ส่วนอะไรที่จะเข้าข่ายลักษณะการกระทำที่คล้ายพรรคการเมืองนั้น ก็ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมาย
ศาลรธน.ตัดสินคดี‘เทพไท’27ม.ค.
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีกกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพของส.ส.ของนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรม ราช พรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101(6) ประกอบมาตรา 98(4) และมาตรา 96(2) หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและรับคำร้องของนายเทพไท ฉบับวันที่ 5 ม.ค. เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา บัญชีระบุพยานบุคคล 4 ปาก และขอเลื่อนการพิจารณาวินิจฉัยออกไปจนถึงวันที่ 25 มี.ค.เพื่อรอฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8
ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติการไต่สวน เนื่องจากคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ไม่มีเหตุผลที่จะกลับคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตตามที่นายเทพไทขอ และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 27 ม.ค. เวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายเทพไท ถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ในคดีการทุจริตเลือกตั้ง นายกอบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 แต่นายเทพไทขออุทธรณ์ต่อสู้คดีต่อ และศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายเทพไท ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2563 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
ตีตกคดี‘สิระ-เสนอแก้รธน.
ศาลรัฐธรรมนูญ ยังประชุมปรึกษาคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) หรือไม่ กรณีนายสิระ เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่ง ส.ส. 50 คนเข้าชื่อเสนอคำร้อง แต่นางอนุรักษ์ บุญศล และนางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 29 ธ.ค.2563 ขอถอนชื่อออกจากผู้เข้าชื่อเสนอคำร้อง ซึ่งส.ส.ที่เข้าชื่อเหลือเพียง 48 คน น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่งบัญญัติ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ใช้สิทธิในฐานะปวงชนชาวไทยและสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องและคำร้องเพิ่มเติมขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของนาย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พร้อมคณะ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ พร้อมคณะ ที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ…พ.ศ…. 2 ฉบับ เป็น กระทำเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 255 แต่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 50 (1) และมาตรา 210 วรรคหนึ่ง ที่นายณฐพรกล่าวอ้างไม่ให้สิทธิแก่นายณฐพร ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจึงไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้