ทำคำร้องถอด‘สิระ’ตก
ซูเปอร์โพลโวแต้ม‘ตู่’พุ่ง

เพื่อไทยเรียกสอบส.ส.ปั่นเพื่อน-ล็อบบี้ถอนชื่อจากคำร้องยื่นถอดถอน ‘สิระ’ ก้าวไกลย้ำ 53 ส.ส. พร้อมร่วมลงชื่ออีกรอบ ฝ่ายค้านล็อกเป้า ‘บิ๊กตู่’ แก้โควิดผิดพลาด นัดเคาะ 15 ม.ค. ทั้งตัวรมต.-เนื้อหา ‘ไพบูลย์’ เย้ยฝ่ายค้านไม่ฉลาดอภิปรายโควิด โวลั่นเป็นจุดแข็งของรัฐบาล ยันไม่ได้กู้มาโกง-ไม่เอื้อนายทุน ด้าน 7 รมต.ประชาธิปัตย์ พร้อมชี้แจง ส.ว.วันชัย ซัดฝ่ายค้าน-รัฐบาล อย่านำเรื่องโควิดมาเล่นการเมือง หยุดซ้ำเติมประเทศชาติ ‘อมรัตน์’ ส.ส.ก้าวไกล บริจาคเงินเดือนครึ่งเดือนช่วยคนเดือดร้อน โพลเผยเสียงสนับสนุนรัฐบาลพุ่งขึ้นกว่าช่วงปลายปี ชี้ชาวบ้านเชื่อมั่น‘บิ๊กตู่’พาชาติพ้นวิกฤต นายกฯ จัดคิวแจงแนวทางจัดงบปี 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท

‘บิ๊กตู่’แจงแนวทางจัดงบปี 65

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 11 ม.ค. เวลา 08.30-09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะกล่าวถึงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2565 ในรายการพิเศษการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และ เฟซบุ๊กk : ไลฟ์ NBT2HD โดยมีนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมพูดคุย จึงขอเชิญชวนให้ติดตามรายการในช่วงเวลาดังกล่าว

ตั้งเป้าใช้จ่ายฝ่าวิกฤตโควิด

นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ จะชี้แจงการใช้จ่ายงบประมาณที่ต้องตอบโจทย์ภารกิจเร่งด่วนคือ สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น รักษาการจ้างงาน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี กระจายความเจริญลงไปในเมืองหลัก เมืองรอง และระดับพื้นที่ การยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ส่งเสริมอุตสาหกรรมและการบริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยว ยกระดับภาคการเกษตรอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคน การปรับทักษะ ส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาระบบหลักประกันทางสังคมและความมั่นคงด้านสุขภาพ เน้นปัจจัยพัฒนาประเทศ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงกฎหมาย พัฒนาภาครัฐดิจิทัล นวัตกรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาสังคม โดยนายกฯ ได้วางนโยบายอย่างชัดเจนให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงการบริหารงบประมาณต้องคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความจำเป็นกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ แม้จะจัดทำงบประมาณปี 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท แบบขาดดุล ซึ่งจำนวนขาดดุลเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อยู่ที่ 91,037.5 ล้านบาท แต่รัฐบาลยึดมั่นในวินัยและความมั่นคงทางการเงินการคลัง โดยงบขาดดุลจะนำมาขับเคลื่อนประเทศผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 และให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ปกติตามศักยภาพอย่างยั่งยืนต่อไป

พปชร.ยันรัฐบาลไม่ได้กู้มาโกง

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวตอบโต้นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุปัญหาบ่อนการพนัน แรงงานเถื่อน พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถโทษใครได้ และรัฐบาลเก่งแต่กู้เงินว่า นายอนุสรณ์ ควรกลับไปเป็นโฆษกพรรค ไม่สมควรเป็นรองหัวหน้าพรรค เพราะให้ข่าวโจมตีรัฐบาลรายวันเหมือนโฆษกพรรค และอยากบอกนายอนุสรณ์ว่า ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน แรงงานเถื่อน หรืออะไรที่ผิดกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์จะดำเนินการเด็ดขาด ใครเกี่ยวข้องจะต้องถูกลงโทษ ไม่มีสองมาตรฐาน และจะปฏิรูปทั้งระบบด้วย ส่วนการแก้ปัญหาโควิด-19 จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ไม่ได้กู้มาโกงเหมือนรัฐบาลในอดีต ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องช่วย การใช้เงินเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินและการคลัง

โต้ฝ่ายค้าน-ไม่เอื้อนายทุน

นายธนกรกล่าวว่า ส่วนที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ระบุรัฐบาลบริหารโควิด-19 ล้มเหลว ทำคนไทยเดือดร้อน และออกมาตรการเอื้อนายทุน ไม่ปิดร้านค้ากลุ่มเจ้าสัวนั้น นายสงคราม เป็นผู้อาวุโสทางการเมือง ควรคิดก่อนพูด ควรให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ไม่ใช่ด่ารัฐบาลอย่างเดียว รัฐบาลไม่ได้ล้มเหลวเพราะการระบาดรอบแรก รัฐบาลก็แก้ปัญหาได้ดีจนทั่วโลกชื่นชม และครั้งนี้มั่นใจว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้ และมาตรการที่ศบค.ออกมาแก้ปัญหาผ่านการหารือกับทุกฝ่ายจนตกผลึก ให้ปิดตลาดนัดเพราะเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด ไม่มีการเอื้อนายทุนเหมือนที่นายสงครามกล่าวหาและในภาวะวิกฤตแบบนี้ไม่มีใครคิดอกุศล จึงอยากให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันมากกว่าการโจมตีรัฐบาลด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์

ไพบูลย์ไม่หนักใจศึกซักฟอก

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า พปชร. กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.ว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่ยื่นได้ปีละครั้ง ถ้าไม่ยื่นจะเสียสิทธิ์ได้ ซึ่งประเด็นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ มันยังไม่มีเพียงพอ แต่จำเป็นต้องยื่นเพื่อรักษาสิทธิ์ ดังนั้น จึงไม่หนักใจเลย เพราะไม่ได้มีปัญหา มีแต่ผลงานที่ดีที่จะทำให้ซีกรัฐบาลได้ชี้แจงเรื่องต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งชี้แจงผลงานไปในตัวด้วย ดีกว่าการปล่อยให้ฝ่ายค้านไปให้ข่าวบิดเบือนใส่ร้ายกันอยู่ฝ่ายเดียว การมาพูดในสภาจะได้โต้ตอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกัน

เย้ยไม่ฉลาด-อภิปรายโควิด

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเตรียมพุ่งเป้าประเด็นความล้มเหลวการบริหารงาน การจัดการเศรษฐกิจ และเรื่องโควิด-19 นายไพบูลย์กล่าวว่า การที่ฝ่ายค้านจะยกประเด็นนี้มาอภิปราย ประชาชนที่ฟังอยู่จะเข้าใจว่าฝ่ายค้านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจสถานการณ์ รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม บริหารเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอยู่แล้ว

“การโจมตีด้วยประเด็นนี้ ถือว่าฝ่ายค้านไม่ฉลาดเลย เพราะเป็นประเด็น เป็นผลงานที่แข็งที่สุดของพล.อ.ประยุทธ์ เรียกว่าติดอันดับโลก” นายไพบูลย์กล่าวและว่า ส่วนที่จะขอขยายวันอภิปรายเป็น 5-7 วันนั้น หากจะอภิปรายแบบนั้น ต้องดูองค์ประชุมด้วย ฝ่ายค้านมักจะองค์ประชุมไม่ครบอยู่เรื่อย จะมีแต่ผู้มาร่วมอภิปรายเท่านั้น จะเป็นปัญหาของฝ่ายค้านเอง ดังนั้น เรื่องนี้ฝ่ายค้านต้องหารือกับวิปรัฐบาล

ปชป.ลั่น 7รมต.พร้อมชี้แจง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป.กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาลตามระบบประชาธิปไตย เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลพร้อมชี้แจง รัฐมนตรีคนใดที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีหน้าที่ต้องชี้แจง ส่วนรัฐมนตรีของพรรค 7 คนนั้น ไม่มีความกังวล เพราะยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

โฆษก ปชป. กล่าวว่า ส่วนห้วงเวลาในการยื่นญัตติ เป็นดุลพินิจของฝ่ายค้านจะพูดคุยกัน และจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้าง เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน หากยื่นรัฐมนตรีในส่วนของปชป.ก็พร้อมชี้แจงด้วยข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ทั้งนี้ ข้อมูลประกอบการอภิปรายของฝ่ายค้านสำคัญที่สุด รวมถึงข้อมูลชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล ต้องมาสู้กันในสภา ทุกคำพูดทุกความเป็นจริง ทุกคนทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

ก้าวไกลขู่อภิปรายหลายเรื่อง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ.ว่า ตอนนี้พรรคยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่มีการพูดคุยกันว่าจะมีบุคคลใด และเรื่องอะไรบ้างที่จะอภิปราย ซึ่งมีหลายเรื่อง อยู่ระหว่างการเลือกว่าเอาเรื่องไหนมาผสมเรื่องไหน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 15 ม.ค.นี้

ย้ำ 53 ส.ส.พร้อมลงชื่อถอด‘สิระ’

เมื่อถามถึงการร่วมลงชื่อถอดถอนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อีกครั้งหลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องกรณีมีรายชื่อส.ส.ไม่ครบ 50 คนตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 82 กำหนดว่า รอดูการดำเนินงานจากพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ก่อนว่าจะรวบรวมรายชื่อส.ส.เพื่อยื่นคำร้องถอดถอนนายสิระอีกครั้งเมื่อใด แต่เบื้องต้น พรรคก้าวไกลได้พูดคุยและได้ข้อสรุปว่า ส.ส.ทั้ง 53 คน ของพรรค จะร่วมลงชื่อในคำร้องดังกล่าวให้ครบทุกคน จะได้ไม่ติดปัญหาอีก เพราะพรรคไม่ถอนรายชื่อแน่นอน

นายวิโรจน์กล่าวว่า ส่วนพรรคอื่นจะร่วมลงชื่ออีกหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของพรรค นั้น ขออนุญาตไม่ก้าวล่วง ทั้งนี้ เท่าที่มีประชุมเบื้องต้นต้องการรายชื่อส.ส.อีก 49 เสียง เพื่อให้ได้รายชื่อครบถ้วนและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ยืนยันว่าพรรคทั้ง 53 เสียง รวมลงชื่อทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผิดพลาดเหมือนครั้งก่อน

อมรัตน์ยกเงินครึ่งเดือนช่วยโควิด

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ยินดีบริจาคเงินเดือนครึ่งเดือนนี้เพราะไม่ได้ทำงานในสภาจากคำสั่งให้งดประชุมสภา 2 สัปดาห์ โดยจะมอบให้ผู้เดือดร้อนจากพิษ โควิด-19 จ.นครปฐม จะเรียนแจ้งความคืบหน้าต่อไป

พท.เรียกสอบส.ส.ล็อบบี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพท.แถลงการณ์ระบุมีส.ส.คนหนึ่งของพรรคชักชวนและชี้นำเพื่อนส.ส.ให้ถอนชื่อจากคำร้องขอถอดถอนนายสิระ ออกจากการเป็น ส.ส.ว่า ในวันที่ 12 ม.ค. พรรคได้เรียกส.ส.คนดังกล่าวมาสอบถามหาข้อเท็จจริงที่พรรค ซึ่งหากผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดที่ตรวจสอบเรื่องนี้ออกมาอย่างไร พรรคจะแถลงข้อสรุปให้ประชาชนได้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง

ล็อกเป้าแก้โควิดผิดพลาด

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพท. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีประเด็นหลัก คือการแก้สถานการณ์โควิดที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งเกี่ยวโยงทั้งการปล่อยให้มีการระบาดรอบใหม่ การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดจนประชาชนเดือดร้อน รวมถึงเรื่องความมั่นคงที่ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายนำเชื้อเข้ามาและปล่อยให้มีบ่อนการพนันเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ทั้ง 3 เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบ เพราะคุมทั้ง ศบค. ตำรวจทหาร และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะไปโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะชัดเจนว่านายกฯบริหารล้มเหลวจนชาวบ้านเดือดร้อน

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า การอภิปรายประเด็นนี้จะพ่วงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องด้วย ทั้งรมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย รมว.แรงงาน เกี่ยวข้องกับใคร เราจะอภิปรายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเรื่องการทุจริตของรัฐบาลด้วย อาทิ โครงการอีอีซี และการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนใครจะเป็นผู้อภิปรายนั้น ต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นก่อน เพื่อดูเนื้อหาและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมเรื่องนี้กันวันที่ 15 ม.ค. แล้วจะยื่นญัตติสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. จากนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะให้อภิปรายเมื่อไรเพราะฝ่ายค้านพร้อมอยู่แล้ว

เล็งปรับโฉมพรรคครั้งใหญ่

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการการเมือง พท. ให้สัมภาษณ์ว่า เรากำลังคิดและวางกันอยู่ว่าเราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพท.อะไรบ้าง โดยกรอบความคิดหลักคือ มือในสภาไม่เท่าศรัทธามหาชน ดังนั้น จะอยู่จะไป ก็ต้องเอาคนที่คิดกันดีๆ ใกล้เคียงกันให้มากที่สุด แล้วเดินหน้าทำงาน ซึ่งเราคิดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ต้องคิด และสรุปออกมา ซึ่งต้องมีการประชุมเพื่อสรุปกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะเปลี่ยนอะไรบ้าง แต่จะทำให้พท.ก้าวไปข้างหน้า ทันสมัย และยึดมั่น พร้อมกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งต้องมารีวิวทั้งหมด

เมื่อถามว่าการปรับปรุงโครงสร้างสมาชิก รวมถึงการดูแลพื้นที่ กทม. เมื่อก่อนมีคนดูอยู่แต่ลาออกไปแล้ว จะต้องมีการเติมคนเข้ามาในช่องว่างนี้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินการหรือจัดการอย่างไร เราจะสร้างความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คาดว่าภายในสมัยประชุมนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ เพื่อเตรียมรับในหลายเรื่อง รวมถึงการตั้งสถาบันทางวิชาการ และอคาเดมีขึ้นมา แต่ทั้งหมดยังอยู่ในกระบวนการคิดกันอยู่ ทั้งนี้ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารชุดใหม่มา เราก็เจอโควิดพอดี จึงจัดสัมมนาพรรคไม่ได้ แต่ต้องมีการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นจากสมาชิกอีกสักครั้ง

เสธ.แมวอัดฝ่ายมั่นคง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พท. กล่าวว่า วิกฤตโควิดรอบใหม่ เกิดจากฝ่ายความมั่นคงปล่อยปละละเลยให้แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเข้ามาแพร่เชื้อในประเทศ ละเลยให้เกิดบ่อนการพนัน แทนที่รัฐบาลจะเร่งกู้ภาพพจน์ ระดมใช้ทรัพยากรต่างๆ ของกองทัพเข้ามาคลี่คลายวิกฤตโควิดอย่างทันท่วงทีก็ไม่ทำกัน จึงถูกมองว่าเป็นกองทัพที่เหินห่างประชาชน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกยึดไปตั้งแต่ปี 2557 มันได้เฉลยคำตอบให้เห็นว่า รัฐบาลสืบทอดอำนาจได้กอดคอกับกลุ่มทุนผูกขาดธุรกิจและฝ่ายความมั่นคง จงใจใช้เล่ห์เพทุบายกดหัวประชาชน เพื่อง่ายต่อการครองอำนาจ แต่เวลานี้ประชาชนรู้เท่าทัน มองทะลุว่าทางออกของประเทศ ต้องมุ่งสู่การทำความเหลื่อมล้ำให้หดหาย ทำความเป็นธรรมให้สว่างไสว การทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมต้องเริ่มด้วยการขับนายกฯ สืบทอดอำนาจออกจากตำแหน่งไปก่อน โควิดมิอาจหยุดศรัทธาประชาธิปไตย การชุมนุมใหญ่รูปแบบใหม่ๆ ของคณะราษฎร ร่วมกับภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ เพื่อผลักดันให้นายกฯ ลาออกจะเกิดขึ้นอีกในเร็ววันนี้ และต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้อง เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองก็จะตามมา

ซัดรบ.-ฝ่ายค้านจ้องเล่นการมือง

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ถึงการปรับตัวของนักการเมืองในภาวะโควิด-19 ระบาดว่า เห็นบางคน บางพรรค ยังเล่นการเมืองในสถานการณ์โควิด ขณะที่ประชาชนประสบความทุกข์ยากลำบาก แทนที่จะช่วยกัน กลับซ้ำเติมปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ความรู้สึกของประชาชนสิ้นหวัง ซึ่งไม่ควรมีอย่างยิ่งในภาวการณ์นี้ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทุกพรรคทุกคนต้องไม่เอาสถานการณ์มาเล่นการเมือง ต้องร่วมมือกันทำการบ้าน เพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชน เลิกวิถีการเมืองเก่าๆ ที่คอยหาเรื่องหาประเด็นมาเล่นการเมืองกันไปวันๆ

นายวันชัยระบุด้วยว่า ในสถานการณ์นี้ เรามาหยุดแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เอาใจมารวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นไปให้ได้ เปลี่ยนจากข้อตำหนิ ข้อกล่าวหา ข้อโจมตี มาเป็นข้อเสนอแนะ ข้อวิจารณ์ด้วยเจตนาดี เป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุกภาคส่วน เห็นข้อบกพร่องข้อผิดพลาดก็ช่วยกันชี้ให้เห็น ต้องช่วยกันแก้ไขด้วยมิตรไมตรี ฝ่ายค้านควรต้องเปลี่ยนบทบาทท่าที ให้ความหวัง ให้กำลังใจกัน หยุดการทำลายห้ำหั่นกันเหมือนที่เป็นมาในสถานการณ์ปกติ ทำได้แค่นี้ก็ถือว่าช่วยกันหยุดการระบาด การห้ำหั่นกันได้มากแล้ว

“ประเภทบางคนที่เล่นการเมืองทุกประเด็นทุกกระแส ขอให้ตัวเองเด่นดังก็น่าจะเพลาๆ กันบ้าง เห็นใจประชาชนที่ทุกข์ยากลำบาก โอกาสที่จะเล่นการเมือง โอกาสที่จะสร้างความเด่นดัง หาคะแนนยังมีเวลาอีกเยอะ รอให้โควิดสงบก่อน จากนั้นอยากจะเล่นบทบาทอย่างไร ก็เอากันให้เต็มที่ แต่ตอนนี้ขอทีเถอะ เห็นแก่ชาวบ้านบ้าง” นายวันชัยระบุ

จ่อร้องผู้ตรวจสอบมาตรการรัฐ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ม.ค. เวลา 10.00 น. สมาคมจะยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบมาตรการรัฐเป็นการเอื้อนายทุน แต่ทุบผู้ค้ารายย่อยหรือไม่ ในกรณีการปิดตลาดนัด ปิดร้านอาหาร พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน ไม่มีแหล่งขายสินค้าเพื่อหารายได้ เพราะรัฐกลัวประชาชนจะไปแออัดกันซื้อสินค้า แต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้าที่มีระบบแอร์ตลอดเวลาและเป็นสถานที่ปิด เป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า เมื่อถูกวิจารณ์มากจึงผ่อนคลายให้ รวมถึงการจัดซื้อวัคซีนมีการเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทหรือไม่ รัฐบาลมีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง รวมถึงการปิดบังไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่มีการเปิดเผยให้ประชาชนทราบ และไม่มีการสั่งปิดแต่กลับมาสั่งปิดสถานที่อื่นๆ เป็นการเอื้อกลุ่มทุนหรือไม่ด้วย

โพลชี้ชาวบ้านเชื่อมั่น‘บิ๊กตู่’

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง เที่ยวปลอดภัย อยู่พ้นโควิด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,839 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค. ถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถือธงนำใช้ท่องเที่ยวปลอดภัย รอดพ้นโควิด แก้วิกฤตเศรษฐกิจ เพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน พบว่า ร้อยละ 87.0 เชื่อมั่น ร้อยละ 13.0 ไม่เชื่อมั่น

ร้อยละ 97.4 เห็นด้วยกับวิถีปกติใหม่หรือนิวนอร์มัล เช่น เดินทาง ทำมาหากินได้ ค้าขาย ท่องเที่ยว เข้มงวดปลอดภัย ห่างไกลโควิด ดีกว่า ล็อกดาวน์ ปิดเมือง เศรษฐกิจตายสนิท ไม่มีจะกิน ทุกข์หนักกว่าโควิด ร้อยละ 2.6 ไม่เห็นด้วย

ส่วนมาตรการโครงการของรัฐบาล แก้วิกฤตบ้านเมือง ชนะโควิด เพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน พบว่า ร้อยละ 97.2 ส่งเสริม ท่องเที่ยวปลอดภัย ตามวิถีปกติใหม่ ห่างไกลโควิดเข้มงวด ร้อยละ 92.7 ต้องการให้เชื่อมโยงโครงการคนละครึ่งกับเราเที่ยวด้วยกัน ครอบคลุมทั้งประเทศ ร้อยละ 83.4 ต้องการโครงการคนละครึ่ง พักชำระหนี้สถาบันการเงิน ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนอื่นๆ ร้อยละ 83.0 ต้องการโครงการคนละครึ่ง ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน ด้านการศึกษา และร้อยละ 82.3 ต้องการโครงการคนละครึ่ง ค่าอาหาร ที่พัก ค่าเดินทาง เป็นต้น

เผยเสียงสนับสนุนรัฐบาลพุ่งขึ้น

แนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนตั้งแต่ เม.ย. 2563 – ม.ค. 2564 พบว่า ฐานสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 35.7 ในช่วงปลายปี 2563 มาอยู่ที่ร้อยละ 53.6 ในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2564 ในบรรยากาศที่ยังไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่าของการแก้วิกฤตโควิดและเศรษฐกิจชาติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังเงียบเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จากร้อยละ 32.9 มาอยู่ที่ร้อยละ 39.0 แต่ฐานไม่สนับสนุนรัฐบาลลดต่ำลง จากร้อยละ 31.4 เหลือร้อยละ 7.4 ในการสำรวจครั้งล่าสุด

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนเชื่อมั่นในตัวพล.อ. ประยุทธ์ จะนำประเทศพ้นวิกฤตโควิดและเศรษฐกิจได้ ในการถือธงนำท่องเที่ยวปลอดภัย สอดคล้องกับการยอมรับ วิถีปกติใหม่ มาใช้ในชีวิตประจำวันที่มีการคัดกรองโควิดเข้มงวด ดังนั้น การออกแบบบริหารจัดการที่ดีรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ในสภาวะวิกฤตชาติ จึงจำเป็นที่นายกฯและทีมงานนายกฯ ควรทำทุกทางให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการ “ท่องเที่ยวปลอดภัย อยู่พ้นโควิด” โดยกระจายอำนาจและทรัพยากรความปลอดภัยไประดับพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและการสนับสนุนของสาธารณชนผ่านพ้นวิกฤตชาติครั้งนี้

หลานตา – ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพ ‘น้องธิธาร’ ลูกสาวที่เพิ่งคลอด และเป็นหลานตาคนที่ 4 ของอดีตนายกฯ ในอินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อวันที่ 10 ม.ค.

‘อุ๊งอิ๊ง’คลอดลูกสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพของตนเองกับสามี และลูกสาวที่เพิ่งคลอด พร้อมข้อความว่า “สวัสดีค่ะ หนูชื่อเล่น ชื่อ ธิธาร ค่ะ มาจากชื่อคุณแม่ แพทองธาร และเสียงคล้ายคำว่า อธิษฐาน ชื่อจริงแม่กับพ่อยังคงสรุปไม่ได้ รออีกแป๊บ หนูเลือกวันเกิดของหนูเองเลยค่ะ ขอบพระคุณทุกคนสำหรับกำลังใจนะคะ สรุปหนูหน้าเหมือนใครคะ”

ขณะที่นางพินทองทา หรือเอม คุณากรวงศ์ โพสต์ในอินสตาแกรม aimpintongta เป็นรูปลูกสาวคนแรกของ น.ส.แพทองธาร กับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ ที่เพิ่งเกิด โดยบอกว่าหลานสาวคนนี้ หน้าเหมือนนายทักษิณมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน