ช็อกหามส่งรพ.เพิ่มอีก2
ตร.รวบสาวค้ายา-ขยายผล
เบาะแสเจ้าใหญ่อยู่ปทุมฯ
ปปส.เผยพิสูจน์สูตรมรณะ
ชี้ผสมมั่วทำให้ฤทธิ์อันตราย

‘บิ๊กปั๊ด’ลุยเค้นปากคำหาตัวต้นตอใหญ่ หลังรวบมาแล้ว 4 พ่อค้ารายย่อย ‘เคนมผง’ ยานรกสูตรมรณะ ล่าสุดสังเวยเป็นศพที่ 7 และมีหามส่งโรงหมออีก 2 รายเลขาฯ ป.ป.ส.เผยผลตรวจยาสูตรนรก ที่ตำรวจยึดจากเอเยนต์สาวที่สายไหม พบเป็นเคผสมแวเลียม ผู้ต้องหาซัดทอดต้นทาง เจ้าใหญ่ที่ปทุมธานี

● บิ๊กปั๊ดสั่งล้าง‘เคนมผง’

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ม.ค. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. พล.ต.ต.สําราญ นวลมา รองผบช.น. และตำรวจบก.สส.บช.น. ร่วมกันแถลงจับกุม 4 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษ ไอซ์ 30 กิโลกรัม, คีตามีน 15 กิโลกรัม, รถยนต์ 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม

โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถภายในปั๊มน้ำมันปตท. สลกบาตรบริการ ถนนพหลโยธิน (หมายเลข 1) อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร นอกจากนี้ยังได้สรุปผลจับกุมตั้งแต่ต.ค.62-ปัจจุบัน สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญจำนวน 62 เครือข่าย ผู้ต้องหา 27,296 คน ของกลางยาบ้ากว่า 30 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 4,000 กิโลกรัม เคตามีน 293 กิโลกรัม กัญชา 476 กิโลกรัม

พล.ต.อ.มนูให้สัมภาษณ์กรณีการแพร่ระบาดยาเสพติดชนิดใหม่ ‘เคนมผง’ ที่มีผู้เสพเสียชีวิตหลายราย ว่า คดีดังกล่าว พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคัญมากจึงสั่งการให้ บช.ปส. ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร 1-9 หาข่าวข้อมูลยาเสพติดชนิดนี้โดยเฉพาะ และจับกุมโดยรายงานผลจับกุมทุกวันจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ผบ.ตร.ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และการระบาดยาเสพติดจะต้องหมดไป ที่สำคัญจะต้องหาแหล่งต้นตอของแหล่งยาเสพติดที่มาจำหน่ายให้ได้ ส่วนในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อย่างบช.น.และบช.ภ.1 จะให้พื้นที่ดำเนินการไปก่อน ส่วนบช.ปส. จะเข้ามาช่วยในการสืบหาแหล่งเครือข่ายดูแลยาเสพติดดังกล่าว

● ผบช.น.พบต้นตออยู่ปทุมฯ

ด้านพล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วรวม 7 ราย อยู่ในพื้นที่สน.วัดพระยาไกร 6 ราย สน.สุทธิสาร 1 ราย อีก 1 รายยังรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาล และขอทำความเข้าใจว่า ยาตัวใหม่ที่เป็นข่าวผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดยังไม่ออกเป็นทางการ แต่เชื่อว่ายาเสพติดมีส่วนผสมหลักคือเคตามีน แต่ละรายจะมีส่วนผสมอื่นอีกหรือไม่ก็แล้วแต่เป็นรายๆ ไป โดยหลักจะมีสารเสพติดที่มีฤทธิ์ทำให้นอนหลับ เช่น ไดอาซีแพม หรือจะมียาเสพติดประเภทอื่นอาจเป็นยาไอซ์ ฯลฯ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน เบื้องต้นผลการชันสูตรพลิกศพพบว่าระบบหัวใจล้มเหลวและระบบการหายใจล้มเหลว ส่วนอย่างอื่นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งจากร.พ.จุฬาฯ และร.พ.รามาธิบดี ส่วนสาเหตุที่นำมาผสมกันมีสาเหตุ 2 ประการ คือ 1.ทำให้มีฤทธิ์รุนแรงขึ้น 2.เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้ได้กำไรมากขึ้น

จากการรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่า ยาเสพติดมีการจำหน่ายในพื้นที่ของสน.วัดพระยาไกร และบริเวณใกล้เคียง ส่วนต้นตอจะนำมาจากไหนยังไม่ทราบ ทราบเพียงว่ามีการจำหน่ายและมีความคืบหน้าของบุคคลที่นำยาเสพติดมาจำหน่ายให้กับผู้เสียชีวิต เร็วๆ นี้น่าจะจับกุมตัวได้ ส่วนการตรวจค้นเพิ่มเติมนั้นก็เจอหลักฐานในคดีเพิ่มเติม และพบพยานหลักฐานทำให้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่มาจำหน่ายยาเสพติด แต่จะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่บช.น. 3 คดี ประกอบด้วยในพื้นที่สน.สายไหม 2 คดี สน.จรเข้น้อย 1 คดี ทั้ง 3 คดีผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าจำหน่ายยาเสพติด โดยเป็นผู้จำหน่ายรายย่อย ส่วนผสมเชื่อว่ามีส่วนผสมหลักเป็นเคตามีน ทั้ง 3 รายให้การว่ารับมาจาก จ.ปทุมธานี อยู่ระหว่างขยายผล พร้อมยืนยันว่ามีความคืบหน้าทางคดีจะต้องได้ตัวผู้จำหน่าย เพื่อนำมาขยายผลต่อ

“ทั้งนี้ได้ส่งทุกเคสไปตรวจยาเสพติดในทุกคดีว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะยาเสพติดในคราวนี้เสพแล้วเสียชีวิตเป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ยาเสพติดมีมานานแล้วขึ้นอยู่ช่วงเวลาไหน หาง่าย ก็จะแพร่หลาย หรือมีราคาถูกก็ทำให้แพร่หลาย รวมถึงส่วนผสมที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรง หรือผู้เสพชอบจะเป็นที่นิยม ซึ่งเคตามีนมีมานานแล้วเดิมเป็นน้ำ เป็นสารที่ใช้ในการแพทย์ เป็นวัตถุควบคุมสำหรับใช้ในการแพทย์ช่วยให้สลบ ส่วนเคนมผงมีการพูดกันมาช่วง 2 เดือนหลังในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 63 พบว่าการเปลี่ยนจากน้ำมาทำให้เป็นผงเพื่อง่ายต่อการเสพ มีฤทธิรุนแรงรวดเร็วขึ้น ส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยว่าอาจถูกมอมยา และล่วงละเมิดทางเพศต้องรอผลตรวจพิสูจน์ยืนยันจากทางแพทย์ก่อน เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้” ผบช.น.กล่าว

● สังเวยศพที่ 7

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. ดูแลงานยาเสพติดสั่งการให้ทางศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. ตรวจสอบกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการเสพยาเสพติดที่มีส่วนผสมของยาเคเป็นหลักแต่มีตัวยาชนิดอื่นเพิ่มเติม จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการเสียชีวิตเสพยาดังกล่าวทั้งหมด 11 ราย พักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ แยกเป็นเข้าพักการรักษาตัว 3 ราย มาห้องฉุกเฉินไม่เข้าพักการรักษาตัว 6 ราย ไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจแล้วกลับบ้านไป 2 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 7 เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.ท.ณัฐกิตติ์ เกียรติผดุงพงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งจาก ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ว่า มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจากเหตุการณ์วัยรุ่นเสพยาเคนมผงเสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 7 ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จึงไปตรวจสอบทราบชื่อนายวิฑูล ภู่ทอง อายุ 32 ปี อาศัยอยู่กับบิดาที่บ้านพักบริเวณถนนพระราม 3 ซอย 29 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา เช้าวันที่ 11 ม.ค. บิดาพบว่าหมดสติอยู่ในบ้านจึงนำตัวส่งร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ กระทั่งเสียชีวิตในช่วงเช้าที่ผ่านมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่งผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ เนื่องจากผู้ตายมีความเกี่ยวเนื่องกับเหตุยาเคนมผงที่เป็นข่าวขณะนี้ โดยผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ สำหรับผู้เสียชีวิตจากยาเสพติดทุกราย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรับแจ้งจากหัวหน้าชุมชนเชื้อเพลิง ให้ไปรับลูกบ้านที่มีอาการช็อกหมดสติ จำนวน 2 ราย รายแรกคือ น.ส.กิตติญา ยศธรรม อายุ 25 ปี พักอยู่ชุมชนเชื้อเพลิงซอย 4 นำส่งรักษาที่ ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ และรายที่ 2 พักอยู่ในซอยเดียวกัน ห่างจากบ้านรายแรกประมาณ 200 เมตรคือ นายศรราม ตั้งอนุรักษ์ อายุ 28 ปี นำส่งร.พ.เลิดสิน เบื้องต้นสงสัยว่าอาจเกิดจากยาเสพติดชนิดเดียวกัน

● หมอแจงพิษร้าย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ 6) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา ร.พ.ตำรวจ เปิดเผยว่า สำหรับส่วนประกอบของยา “เคนมผง” ที่มีการนำมาใช้เสพติดและพบอันตรายถึงชีวิตที่เป็นข่าวในช่วงนี้ เป็นการนำยาเสพติดหลายตัวผสมรวมกัน โดยมียาเคเป็นส่วนประกอบหลัก ร่วมกับ ยาไอซ์ เฮโรอีน และยานอนหลับที่เรียกว่า “โรเซ่” นำมาบดรวมกันจนละเอียดลักษณะคล้ายนมผงจึงเรียกว่ายาเคนมผง โดยจากสอบถามข้อมูลพบว่า มีราคาการจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงถึงกรัมละ 500 บาท เนื่องจากเป็นการผสมยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรงหลายตัวร่วมกันทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ของยาที่เป็นส่วนผสมและเกิดอันตรายร้ายแรงได้ การใช้ยาเคนมผงทำให้ผลข้างเคียงต่างๆ ของยาเคเพิ่มมากขึ้น

“เช่น ทำให้มีฤทธิ์หลอนประสาทที่รุนแรง ทำให้ผู้เสพมีอาการหวาดระแวงและประสาท หลอนตลอดเวลา จากการศึกษาของต่างประเทศพบว่า การใช้ยาเคร่วมกับยาอื่นทำให้พบผู้เสพใช้ยาเกินขนาดได้มากขึ้น จนทำให้เสียชีวิตจากฤทธิ์กดการหายใจหรือฤทธิ์รบกวนการทำงานของหัวใจ ดังนั้น จึงขอเตือนภัยว่า ยาเคนมผง ยาเสพติดอันตรายร้ายแรง ยาเสพติดหลายชนิดรวมกัน เสียชีวิตได้อย่างไม่คาดคิด” พล.ต.ต.ธนิต กล่าว

รายที่ 7 – นายวิฑูรย์ อายุ 32 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ กทม. จากการเสพยาเคนมผง เป็นรายที่ 7 ขณะที่ตำรวจจับกุมน.ส.ศิริกาญจน์ เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี (ภาพเล็ก) คนขายยานรกสูตรใหม่นี้ได้ที่ย่านสายไหม เมื่อวันที่ 12 ม.ค.

● จับสาวเอเยนต์เคสูตรมรณะ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผบก.น.2 ได้รับรายงานเมื่อเวลา 00.10 น. ว่า ชุดปปส.บก.น.2 พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร รอง ผกก./หัวหน้าชุด ปส.บก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.ต.รัตน์พัฒน์ ฝึกฝน สว.สส., ร.ต.อ.ประพันธ์ พูนรัตน์, ร.ต.อ.นิคม ประดับวงษ์, ร.ต.ท.จรัส ผึ้งเถื่อน รอง สว.สส. (ช่วยราชการ) กำลังชุดปปส.บก.น.2 ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมยาเคตามีน 6 ถุง น้ำหนักรวม 8.1 กรัม ที่บ้านพัก เลขที่ 200/163 ชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ม.ค.

โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายเคนมผง ภายในชุมชนจิตภาวรรณ 1 พื้นที่สายไหม จึงวางแผนติดต่อซื้อยาเสพติดและจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ยาเสพติดของกลางที่พบ คือยาเสพติดตัวใหม่ที่เรียกว่าเคนมผง มีส่วนผสมยาเคตามีนกับยาโรเซ่ (ยานอนหลับ) ทำให้ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น โดยรับยามาจากเพื่อนชายที่ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายเอ อยู่ย่านลำลูกกาคลอง 2 จ.ปทุมธานี ในราคากรัมละ 470 บาท และนำมาจำหน่ายแบ่งขายให้นักเสพที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นย่านสายไหม และลูกค้าในเฟซบุ๊ก ราคากรัมละ 600 บาท โดยทำมานานแล้ว กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่ง สน.สายไหม ดำเนินคดีข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ยาเคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย

วันเดียวกัน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาฯ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ตรวจพิสูจน์วัตถุของกลางที่ตำรวจยึดจากการจับกุมน.ส. ศิริกาญจน์ ผลปรากฏว่าของกลางที่เรียกว่า “เคนมผง” มีส่วนผสมของเคตามีน และไดอาซีแพม (Diazepam) หรือยาที่ทั่วไปรู้จักกันในทางการค้าว่า แวเลียม (Valium) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 โดยออกฤทธิ์ที่สมองหรือระบบประสาทส่วนกลาง ในทางการแพทย์ใช้เป็นยากล่อมประสาทหรือสงบประสาท ทำให้จิตใจสงบ ใช้สำหรับรักษาอาการผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว แก้อาการชัก เป็นต้น ผลข้างเคียงจากการใช้ไดอาซีแพมนั้น อาจทำให้มีอาการง่วงซึม เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายสูญเสียความสมดุล ลมหายใจอ่อนแรง มึนงง เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมถึงเกิดอาการชักได้

● จับแล้ว 4 เอเยนต์เคสูตรนรก

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่สน.วัดพระยาไกร พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ในฐานะโฆษก ตร., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 และพ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พร้อมสอบปากคำนายวิรัฐ หรือ ป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี และนายวัชระ หรือโบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี ที่นำยาเคนมผงมาให้น.ส.สุทธิณี หรือมายด์ เมตตาจิตต์ พีอาร์สถานบันเทิงย่านพระราม 3 เสพจนเสียชีวิตภายในบ้านนายวิรัฐเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, เฮโรอีน และเมทิลลีนไดออกซี่เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายโดยผิดกฎหมาย ประกอบด้วย 1.นายวิรัฐ 2.นายวัชระ ซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย 3.โจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง และ 4.นายนพเก้า หรือ ตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี โดยจับกุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เผยว่า หลังศาลออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มนี้แล้ว จะขยายผลสืบสวนหาความเชื่อมโยงทุกคดีที่เกิดขึ้นรวมถึงหาแหล่งต้นตอจำหน่าย ยืนยันจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน ส่วนการสอบปากคำ ผู้ต้องหานั้นให้การเป็นประโยชน์ บางส่วนรับว่าเป็นผู้ที่ซื้อยามาเสพ ทั้งนี้ รายงานแพทย์ยืนยันว่าพบสารเคตามีนในผู้ตายทั้งหมด แต่ยังไม่พบข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศในผู้หญิง หลายอย่างยังต้องพิสูจน์ทราบ เฉพาะคดีที่จับในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร น่าเชื่อได้ว่ามีการแยกซื้อยาเสพติดมาอีกครั้ง ฝากเยาวชนให้ระวัง และขอให้หยุด เพราะอันตราย หากประชาชนมีเบาะแสการค้ายาเสพติดก็ขอให้แจ้งกับตำรวจได้

ด้านพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. กล่าวว่า สำหรับราคาเคนมผงอยู่ที่กรัมละ 450-600 บาท ตอนนี้สารตั้งต้นราคาถูกลง เช่นยาบ้าเหลือเม็ดละ 10-25 บาท เป็นที่มาให้มิจฉาชีพนำยามาผสมสำหรับเสพ ทั้งนี้ ยาเสพติดทุกตัวสามารถทำให้เกิดอาการโอเวอร์โดสได้ทั้งหมดหากเสพเกินขนาด

บิ๊กปั๊ดเค้นเอง – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สอบปากคำผู้ต้องหาคดียาเค-นมผง ภายหลังตามจับตัวได้ 4 คน ที่สน.วัดพระยาไกร เร่งขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ ขณะที่ผู้เสพยานรกสูตรใหม่นี้เสียชีวิตรายที่ 7 แล้ว เมื่อวันที่ 12 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน