‘กทม.-นนทบุรี’ตรวจเจอแล้ว3ราย
‘มหาชัย’ยังติดเชื้อทะลุอีก335คน
วังสะพุงให้กักตัว1.5หมื่นผู้ค้าหวย
จับ85นักเที่ยวมั่วสุมคาเฟ่อินเดีย
กทม.สังเวยโควิด เสียชีวิตอีก 1 ชายวัย 67 ปี พบไทม์ไลน์ไปสถานบันเทิง ขณะที่ติดเชื้อมหาชัยเพิ่ม 335 ราย คนไทย118 ต่างด้าว 193 และในร.พ.อีก 24 ราย ‘บิ๊กตู่’ ยันตั้งเพิ่มร.พ.สนามพื้นที่เสี่ยง ขอบคุณเอกชนให้พื้นที่ ‘อนุทิน’ ลั่นได้วัคซีนฟรีทุกคน กำลังจัดทำแผน ระยอง พบป่วยอีก 4 ราย ตรวจซ้ำแม่เด็กวัย 5 เดือนหลังพบมีเชื้อโควิด คาดอาจเคยป่วยก่อนหน้า หนุ่มสุพรรณฯ วัย 25 ปี ทัวร์เล่นบ่อน 3 จังหวัดติดโควิด จับร้านหนุ่มอินเดียย่านสุขุมวิท เปิดเกิน 3 ทุ่ม ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวบ 85 นักเที่ยว คนไทย 42 คน ต่างชาติ 43 คน ส่งฟ้อง ศาล สั่งปรับ โทษจำคุกให้รอลงอาญา
ติดเชื้ออีก 230-ตายเพิ่ม 1
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 230 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 209 ราย โดยตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 83 ราย และคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 126 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 21 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 11,680 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 9,413 ราย คัดกรองเชิงรุก 3,386 ราย รักษาหายแล้ว 8,906 ราย เหลือรักษาอยู่ 2,704 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มใหม่ 1 ราย เสียชีวิตสะสม 70 ราย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายไทย อายุ 67 ปี ภูมิลำเนาอยู่กทม. ยังไม่ทราบโรคประจำตัว อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.และ 23 ธ.ค. 2563 ช่วงดึกมีประวัติไปสถานบันเทิง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นข้อกำหนดให้ปิดสถานบันเทิง เมื่อวันที่ 24-27 ธ.ค.เริ่มมีอาการป่วยไข้ ไอ มีเสมหะและน้ำมูก เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.รับทราบว่าพนักงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน กทม.ผลตรวจพบเชื้อ ผู้ป่วยจึงเดินทางเข้ารับการตรวจในวันเดียวกัน ต่อมาวันที่ 30 ธ.ค. ผลตรวจพบเชื้อ จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 มีอาการปอดอักเสบ อาการแย่ลง เหนื่อย มากขึ้น ปอดอักเสบรุนแรงมากขึ้น มีโรคแทรกซ้อนคือไตวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตในเวลา 13.35 น.
เทียบสัปดาห์แรกป่วยลดลง
ส่วนผู้ป่วยรายใหม่แบ่งเป็น 1.สัมผัสสถานที่เสี่ยง อาชีพเสี่ยง ผู้ป่วยรายก่อนหน้า 83 ราย พบในกทม. 12 ราย ขอนแก่น 2 ราย สมุทรสาคร 55 ราย อ่างทอง 6 ราย ชลบุรี 5 ราย และจันทบุรี ชัยภูมิ ปทุมธานี จังหวัดละ 1 ราย 2.การค้นหาเชิงรุก 126 ราย พบในสมุทรสาคร 110 ราย ปทุมธานี 3 ราย ชลบุรี 5 ราย ระยอง 4 ราย สมุทรปราการ 2 ราย และจันทบุรี ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 1 ราย
3.เดินทางมาจากต่างประเทศ 21 ราย จากตุรกี 6 ราย เยอรมนี 3 ราย และกาตาร์ เอธิโอเปีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ประเทศละ 1 ราย แต่ที่มากที่สุดคือ อังกฤษ 7 ราย อย่างที่เป็นข่าวว่าสายพันธุ์ที่มาจากอังกฤษจะแพร่กระจายได้เร็ว ซึ่งแพร่ไปทั่วยุโรปและเป็นที่น่ากังวล ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงตั้งคำถามว่าต้องเข้าไปหาวิธีแยกแยะว่าเป็นเชื้อชนิดใด แต่คนกลุ่มนี้อยู่ในสถานที่ควบคุมได้
“แนวโน้มกราฟรายสัปดาห์ วันนี้ครบสัปดาห์ที่สอง มีผู้ป่วยสะสม 1,677 ราย ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ที่มีผู้ป่วยสะสม 2,674 ราย ในหนึ่งสัปดาห์เราสามารถกดกราฟตัวเลขลงไปได้ และหากลดรายใหม่ลงไปเรื่อยๆ ตัวเลขสะสมก็จะไม่เพิ่มขึ้นสูง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันภาพรวมแผนที่ประเทศไทยรายจังหวัด สีขาวเป็นจังหวัดที่ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยมาก่อน มี 17 จังหวัด, สีเขียวไม่มีรายงานผู้ป่วยใน 7-14 วัน มี 30 จังหวัด และสีเหลืองยังมีรายงานในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มี 30 จังหวัด ขณะที่การระบาดรอบใหม่ สมุทรสาครมีผู้ป่วยสะสม 3,863 ราย ชลบุรี 644 ราย ระยอง 574 ราย กทม. 565 ราย และสมุทรปราการ 312 ราย
เดินหน้าตั้งร.พ.สนาม
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับรายงานการดำเนินการตามข้อสั่งการ นายกฯ และหัวหน้าศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ให้ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ร่วมกับฝ่ายปกครองและสาธารณสุข บูรณาการงานสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยง ซึ่งได้ตั้งโรงพยาบาลสนามแล้วหลายพื้นที่ โดยข้อมูลจาก ศปก.ศบค. รายงานว่าได้มีการประสานจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ของกองทัพแล้ว 10 แห่ง 2,106 เตียง โดยแบ่งเป็นพื้นที่กองทัพบก 6 พื้นที่ 1,260 เตียง กองทัพอากาศ 1 พื้นที่ 120 เตียง และกองทัพเรือ 3 พื้นที่ 726 เตียง ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้เข้าใจว่า โรงพยาบาลสนาม เป็นการจัดตั้งที่พัก สำหรับการสังเกตอาการผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ ในพื้นที่ที่มีการควบคุมเท่านั้น
นายอนุชากล่าวต่อว่า นายกฯยังฝากชื่นชมภาคเอกชนในหลายพื้นที่ที่ได้อนุญาตให้ใช้ที่ดินจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สะท้อนความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาคประชาชนและรัฐบาลตามแนวทาง “รวมไทย สร้างชาติ ต้านภัยโควิด-19” ให้เป็นวัคซีนประเทศนำไทยชนะภัยโควิด-19 ด้วย
ชาวไทยฉีดวัคซีนฟรีทุกคน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กถึงความคืบหน้าวัคซีนว่า คนไทยทุกคนต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ฟรี ด้วยความสมัครใจ กระทรวงสาธารณสุข จะเสนอให้นายกฯ พิจารณาอนุมัติ ให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้คนไทยทุกคนฟรี ซึ่งจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะมีฐานะยากจน หรือร่ำรวย จะได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งขณะนี้ นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสธ. ประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และคณะอนุกรรมการกำลังจัดทำแผนการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยอย่างเหมาะสมกับวัคซีนที่จะได้รับมาทั้งจากต่างประเทศ และที่ผลิตในประเทศไทย และจะจัดลำดับกลุ่มผู้ได้รับวัคซีน ตามระดับความเสี่ยง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ไปถึงเสี่ยงต่ำ ตามลำดับ และจะติดตามผลของการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่ ออกมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังต้องติดตามศึกษาผลข้างเคียงอีกมาก สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง หลังจากฉีดวัคซีนแล้วก็คือ ทุกคนยังต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ต่อไป เพื่อการป้องกันการติดเชื้อ แพร่เชื้อได้มากที่สุด และเพื่อความปลอดภัย
ชี้เหตุแพ้วัคซีนตาย
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) สธ. กล่าวกรณีประเทศนอร์เวย์ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้สูงอายุมากกว่า 80 ปี และเสียชีวิตว่า ในการศึกษาวัคซีนโควิด-19 เป็นการทดลองในคนระยะ 3 แต่มีการอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินก่อน ดังนั้นหลายประเทศที่ฉีดก็มีโอกาสพบผู้ได้รับผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ เช่น รายที่เบาก็จะปวด บวมแดงในจุดที่ฉีด เกิดผื่นแพ้ หรือบางรายหายใจไม่ออก ซึ่งวัคซีนปกติทั่วไปก็เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ดังนั้นต้องเก็บข้อมูลต่อเนื่องและวิเคราะห์ว่าต้องฉีดในกลุ่มไหนอย่างไร แต่สิ่งที่จะต้องเตรียมคือ สถานพยาบาลเพื่อรองรับเหตุการณ์หลังการฉีด ซึ่งประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมสถานพยาบาลเพื่อดูแลอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนด้วยและจะมีการเฝ้าระวังในส่วนนี้ต่อไป
นพ.จักรรัฐกล่าวถึงกรณีคนขับวินมอเตอร์ไซค์หลายรายติดเชื้อโควิด-19 ว่า จากการค้นข้อมูลขณะนี้พบมอเตอร์ไซค์รับจ้างติดโควิด 19 จำนวน 3 ราย คนแรกเป็นชายอายุ 64 ปี อ.เมือง จ.นนทบุรี รายที่สองชายไทย กทม. อีกรายเป็นบุรุษไปรษณีย์บางขุนเทียน กทม. แต่ตอนว่างไปขับวินเป็นอาชีพเสริม โดย 3 เหตุการณ์เป็นการติดเชื้อจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้ชิดกันในวิน เกิดจากแวะหลายที่ในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ผู้สัมผัสอาจมีผู้โดยสาร หรือมีการพูดคุยคนต่างๆ โดยไม่สวมหน้ากาก
แซ่ดแอพฯหมอชนะถอนตัว
ด้านความคืบหน้าแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” กลับมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นประกาศถอนทีมและยุติบทบทของทีมพัฒนาแอพฯ โดยทวิตเตอร์ชื่อ @PhilPrajya ของนายปรัชญา อรเอก ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง ONE31 ได้โพสต์ข้อความและมีผู้รีทวีตจำนวนมาก โดยเนื้อหาระบุว่า “ทีมงานเอกชนพัฒนาแอพหมอชนะ ออกมาแฉเรื่องถูกผู้ใหญ่ล้วงลูกหนักเลย” พร้อมเผยข้อความสนทนากล่าวถึงกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Code for Public ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระระบุว่า
วันนี้ทางกลุ่ม Code for Public ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ออกแถลงการณ์วางมือ ยุติบทบาททุกอย่างที่เกี่ยวข้องแอพหมอชนะ ในเวลาอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า สาเหตุเท่าที่ทราบมาจาก 2 ประการ ได้แก่ แรงกดดันของผู้ใหญ่รุมทึ้ง อำนาจในการควบคุมและกำหนดอนาคตของหมอชนะ อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากทีมงานที่สร้างแอพฯมากับมือ
ประการที่สอง มาจากการใส่เกียร์ว่าง ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานระดับกรมที่ได้รับหน้าที่ในการปรับเปลี่ยนสถานะการติดเชื้อของคนไข้จากเสี่ยงต่ำ เป็นติดเชื้อ ทำให้เกิดกรณีคนไข้ติดเชื้อ นอนโรงพยาบาล แต่ยังคงมีสถานะเสี่ยงต่ำ โดยทราบว่ามาจากคำสั่งของระดับอธิบดีกรม
เลยผวา 1.5 หมื่นค้าหวยกลับ
วันเดียวกัน นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอวังสะพุง จ.เลย ได้เรียกประชุมด่วนทุกภาคส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และท้องถิ่น เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ สร้างความมั่นใจ หวั่นการเดินทางของผู้ค้าลอตเตอรี่จากอ.วังสะพุง ที่ออกไปขายลอตเตอรี่นอกพื้นที่จะนำเชื้อ โควิดเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่จ.เลย โดยเน้นคุมเข้ม 5 จังหวัด ตามประกาศควบคุมเข้มงวด ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี ตราด และชลบุรี และจัดตามองพิเศษ อีก 23 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง
นายประยูรกล่าวว่า ในส่วนมาตรการหากเดินทางกลับมาถึงอ.วังสะพุง ต้องกักตัว 14 วัน คือโฮมควอรันทีน โดยทาง นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.เลย นั้น ได้เน้นย้ำได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและก็ใช้แอพไทยชนะ หรือหมอชนะ ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
ใครกลับต้องกักตัว 14 วัน
“จังหวัดที่เสี่ยงหนักๆ เป็นพื้นที่สีแดง หากกลับมาในพื้นที่อ.วังสะพุง คาดว่าประมาณ 15,000 คน ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ก็มีคนไปขาย แต่อาจเปลี่ยนไปขายในของจังหวัดอื่นๆ แต่ยังมีหลายคนที่ไปขายในจังหวัดที่เสี่ยง 5 จังหวัด ซึ่งล่าสุดมีการเช็กแล้วว่าใน 5 จังหวัดที่เสี่ยงสีแดงจะมีอยู่ประมาณ 100 กว่าคน ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ในช่วงวันที่ 16 และ 17 ม.ค. หลังจากขายลอตเตอรี่เสร็จจะเดินทางกลับบ้าน จึงได้ย้ำไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน สั่งห้ามปิดบังข้อมูลเด็ดขาด หากปล่อยปละละเลยจะมีความผิดเช่นกัน ต้องได้ข้อมูลที่แท้จริง และระบุให้ชัดว่าสถานที่ไปขายนั้นอยู่ตำบล หมู่บ้าน และอำเภอใดจะดีมาก” นายประยูรกล่าว
ด้านนางพัชรพร มุ่งเคริกลาง กำนันตำบลวังสะพุง กล่าวว่า 5 จังหวัดเสี่ยงหนักเป็นพื้นที่สีแดง หากเป็นไปได้เมื่อจำหน่ายลอตเตอรี่ก็อยากให้รับผิดชอบต่อสังคมด้วยกัน ช่วงนี้ไม่อยากให้กลับมาในพื้นที่วังสะพุง หรือพื้นที่อื่นๆ ของจ.เลย โดยเฉพาะ อ.วังสะพุง จนกว่าสถานการณ์มันจะดีขึ้นกว่าปกตินะ ทุกวันนี้คนที่อยู่ในพื้นที่อ.วังสะพุง เกิดความหวาดระแวงจากคนไปขายลอตเตอรี่จะนำเชื้อกลับเข้ามาในชุมชน มันส่งผล กระทบต่อหลายอย่าง หากต้องการกลับมา ต้องกักตัว 14 วัน ไม่สามารถออกไปไหนได้ ตามมาตรการที่คณะกรรมการควบคุมโรคอำเภอวังสะพุงกำหนดไว้ ต้องยอมรับตรงนี้
ระยองเพิ่ม 4-แม่เด็กเคยป่วย
ที่จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย เภสัชกร วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รองสสจ.ระยอง ร่วมแถลงว่า วันนี้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ของจ.ระยอง มี 4 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 562 ราย รักษาหายแล้ว 443 ราย เหลือรักษาตัวอยู่ทั้งหมด 117 รายการตรวจค้นหาเชิงรุกไปแล้ว 16,654 คน ยังคงต้องตรวจหาเชื้อเชิงรุกต่อไป พื้นที่อ.เมือง ยังเป็นพื้นที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุด ผู้ติดเชื้อทั้ง 4 ราย ยังคงเชื่อมโยงมาจากคลัสเตอร์เดิมคือบ่อนการพนัน แต่ก็ถือว่าเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่เริ่มจะดีขึ้น
ด้านภก.วีระศักดิ์กล่าวว่า กรณีเด็กหญิง 5 เดือนติดโควิด-19 โดยที่ยังไม่ทราบต้นตอว่าติดมาจากไหนอย่างไร เบื้องต้นตรวจบิดามารดาและคนใกล้ชิดไปแล้ว แต่ไม่พบเชื้อ โควิด แต่กลับพบว่าจากการตรวจมารดาพบว่าร่างกายมีภูมิต้านทานโควิด-19 อยู่ในตัว คล้ายกับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดมาแล้ว จึงสร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก เตรียมตรวจซ้ำเพิ่มอีก เพื่อหาข้อเท็จจริง รวมถึงการตรวจแพทย์พยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่สัมผัสทารกทุกคน เพื่อหาต้นตอ สำหรับผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่ยังรักษาตัวอยู่อาการไม่รุนแรง
หนุ่มสุพรรณฯทัวร์บ่อน 3 จว.
ที่จ.สุพรรณบุรี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 17 เป็นชายไทย อายุ 25 ปี ชาวอ.เมือง มีความเกี่ยวเนื่องกับสนามชนไก่ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงได้นำมากักตัวที่ศูนย์กักตัวจังหวัดสุพรรณบุรี กระทั่งตรวจยืนยันพบป่วยเป็นโควิด-19 ในวันที่ 15 ม.ค. โดยมีไทม์ไลน์สรุป ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2563 ไปสนามชนไก่ลำท่าแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง และวันรุ่งขึ้นกลับมาพักอยู่บ้าน ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ต่อมาวันที่ 30-31 ธ.ค. ไปสนามเทียบไก่ป่าพฤกษ์ ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า และ 1 ม.ค. 64 พักอยู่บ้าน ต.ทับตีเหล็ก สังสรรค์ปีใหม่ภายในครอบครัว
จากนั้นวันที่ 2 ม.ค. เวลา 09.00-17.00 น. ไปสนามชนไก่ถลุงเหล็ก อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เช้าวันที่ 3 ม.ค. ซ้อมไก่บ้านญาติ ต.ตะค่า อ.บางปลาม้า ช่วงบ่าย ตรวจหาเชื้อที่ร.พ.เจ้าพระยายมราช ผลตรวจไม่พบเชื้อ ช่วงเย็น ไปบ้านเพื่อน ต.สนามชัย อ.เมือง จากนั้นวันที่ 4-14 ม.ค. เข้ารับการกักตัวที่โลคัล ควอรันทีน วันที่ 15 ม.ค.ตรวจพบเชื้อ และเข้ารับการรักษาที่ร.พ.เจ้าพระยายมราช
นายณัฐภัทรกล่าวต่อว่า จากการตรวจหาเชื้อทั้งหมด 3,738 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมรวม 17 ราย รักษาหายแล้ว 12 ราย อยู่ขณะการรักษาตัว 5 ราย
มหาชัยป่วยเพิ่ม 335 ราย
เวลา 17.00 น. สสจ.สมุทรสาคร รายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 335 ราย โดยพบจากการตรวจค้นหาเชิงรุกรวม 331 ราย เป็นคนไทย 118 ราย คนต่างด้าวทั้ง 193 ราย และพบจากการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลอีก 24 ราย จำแนกเป็นคนไทย 13 ราย และต่างด้าว 11 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมดมีจำนวน 4,359 ราย เป็นคนไทย ทั้งจากการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและการค้นหาเชิงรุก รวม 989 ราย และคนต่างด้าว ทั้งจากการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและการค้นหาเชิงรุก รวม 3,054 ราย
ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ณ ปัจจุบัน จำแนกเป็น คนไทยที่อยู่ในระหว่างการรักษา 169 ราย ต่างด้าว 158 ราย และผู้ที่อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีกรวม 1,044 ราย เป็นคนต่างด้าวทั้งหมด ด้านผู้ที่รักษาหายกับผู้ที่เฝ้าสังเกตอาการจนครบกำหนดแล้วสามารถกลับบ้านได้รวมทั้งหมด 2,987 ราย โดยจำแนกคนไทยรวม 819 ราย และต่างด้าว 2,168 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยัง คงที่ 1 ราย
จับหนุ่มอินเดียเปิดร้านเกินเวลา
ก่อนหน้านี้เวลา 01.30 น. พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ชยชัย นาธนกาญจน์ รอง ผกก.ป.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน รอง ผกก. สส.สน.ลุมพินี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกราช มาละวรรณโณ สวป.สน.ลุมพินี, ร.ต.อ.รอสลี นางา สวป.สน.ลุมพินี พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ สุดหอม สว.สส. สน.ลุมพินี ร.ต.อ.นเรนทร์ฤทธิ์ หมื่นฤทธิ์ รอง สวป. สน.ลุมพินี ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ อดิเรก รองสว.สส.สน.ลุมพินี, ร.ต.อ.อธิษฐ์พัชร์ มิตรวงศ์ รอง สว.สส.สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวน ร่วมกับ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ต้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.บุญเรือง เล็กน้อย รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมกำลัง ร่วมกันตรวจสอบร้านอาหารภายในซอยสุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว คนไทยและต่างชาติ ซึ่งรวมกลุ่มมั่วสุมนั่งรับประทานอาหารเกินเวลา ภายในร้านทาซ คาเฟ่ เรสเตอรองต์ เลขที่ 1/26-27 ซ.สุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. พบผู้ต้องหา จำนวน 85 คน ประกอบด้วย คนไทย 42 คน และคนต่างชาติ 43 คน นั่งรับประทานอาหารเกินเวลาที่มีประกาศไว้ว่า 21.00 น. โดยไม่ได้มีการสังสรรค์ดื่มสุราหรือจัดงานปาร์ตี้แต่อย่างใด

เกินเวลา – ตำรวจบุกจับ 42 คนไทย 43 ชาวต่างชาติ นั่งรับประทานอาหารเกินเวลากฎหมายกำหนด ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ร้านอาหารอินเดีย ทัช คาเฟ่ เรสเตอรองต์ สุขุมวิท 3 เขตวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 16 ม.ค.
ส่ง 85 ผู้ต้องหาฟ้องศาล
จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาชาวต่างชาติจำนวน 1 ราย คือ นายมันดีฟ ซิงห์ อายุ 28 ปี สัญชาติอินเดีย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน, ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืนประกาศ กทม.เรื่องสั่งปิดสถานบริการชั่วคราว (ฉบับ 15) ฝ่าฝืนคำสั่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามขายหรือห้ามให้บริการ สินค้าบารากู่ ผู้ต้องหาหญิงชาวไทย 42 ราย ข้อหาร่วมกันมั่วสุม ฝ่าฝืนพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548
ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 21 รายข้อหา ร่วมกันมั่วสุม ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548, เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร นำส่งพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี
ต่อมา ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยวาจาคดี น.ส.ศศิมา บัวจันทร์ กับพวก รวม 42 คนใน ฐานความผิดฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อนหน้า โดยในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 42 คนให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 และ 18 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 1 หมื่นบาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 เดือนและปรับคนละ 5,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56
จากนั้นช่วงเย็น พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 4 ได้ยื่นฟ้องนายคริสเตียน อากาบูเช่โอเคซูคู จำเลยที่ 1 เเละนายออยเยบิซี อีเซดินูวู จำเลยที่ 2 ในความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เเละพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
จำเลยทั้งสองรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน และปรับ 1 หมื่นบาท และจำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 9 เดือน และปรับ 1.6 หมื่นบาท
ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษ จำคุกมาก่อนโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56
ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยวาจาคดี นาอาวิส อาเม็ด กับพวกรวม 18 คน มีสัญชาติอินเดีย, ปากีสถาน และเมียนมา ในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ จากที่เกิดเหตุเดียวกันจำเลยข้างต้น โดยจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1-4 ,6-18 คนละ 4 เดือน และปรับคนละ 1.3 หมื่นบาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับ 5 พันบาทไม่ปรากฏว่าทั้ง 18 เคยได้รับโทษ จำคุกมาก่อนโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี