ลั่นเจอหนักแน่
เชื่อภท.ยกมือให้
ปม‘รฟฟ.’สีเขียว

เพื่อไทยฮึ่ม ‘บิ๊กตู่’ โดนหนักแน่ ลั่นมีหมัดเด็ดซักฟอก มั่นใจหลังชำแหละปมรถไฟฟ้าสีเขียว พรรคภูมิใจไทยพร้อมยกมือให้ฝ่ายค้าน ตามบี้รัฐบาลสั่งกองทัพชะลอจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กว่า 3.8 หมื่นล้าน โยกมาใช้เยียวยาโควิด กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มถกที่มาส.ส.ร. 21-22 ม.ค. ก่อนนัดวันโหวต กรรมการสมานฉันท์ประชุมนัดแรก วันนี้ คัดเลือกประธาน ‘เทอดพงษ์’ อ้างไม่รู้ ‘บิ๊กช้าง’ ตัวเต็ง ยันไม่ว่าเป็นใครก็มีเสียงเดียวเท่ากรรมการคนอื่น ‘นิโรธ’ เผย ‘ป้อม’ กำชับให้ใช้ความรักพูดคุย แนะฝ่ายค้านลืมอดีต หันมาเริ่มต้นใหม่

พท.จี้ชะลอซื้ออาวุธ

เวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่พรรค เพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี และนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ รวมกันแถลงข่าว โดยนาย ยุทธพงศ์ กล่าวว่า การระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบนี้ถือว่าหนักกว่าปีที่แล้ว ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ รัฐบาลตัดงบลงทุนออกแบบนี้ไม่มีใครเขาทำกันเพราะเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ประชาชนจ่ายเงินเยียวยาเพียงเดือนละ 3,500 บาท 2 เดือนเท่านั้น เมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาปีที่แล้วให้น้อยลง ทั้งที่การแพร่ระบาดครั้งนี้หนักกว่าเดิม ทั้งยังบอกว่าจะให้แค่ 28 จังหวัด เพราะไม่มีเงินแล้ว ผล กระทบจากโควิด ไม่ได้มีแค่ 28 จังหวัด หากจะพิจารณาให้เงินช่วยเหลือก็ควรช่วยชาวบ้านทั้งประเทศ เพราะเดือดร้อนกันหมด

ดังนั้น การจัดทำงบประมาณปี 65 โดยเฉพาะงบของทั้ง 3 เหล่าทัพ โดยงบประมาณของกองทัพเรือ ที่มีการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 2 ลำ จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ในการจัดทำงบปี 64 ก็ชะลอการจัดซื้อออกไปเพราะการระบาดของโควิด-19 ซึ่งการระบาด รอบ 2 ถือว่าหนักกว่า ก็ควรชะลอการจัดซื้อออกไปแล้วนำเงินมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดก่อน จึงขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ไม่ตัดสินใจยกเลิกการจัดซื้อเรือดำน้ำ เพราะสถานการณ์ประเทศขณะนี้เรือดำน้ำยังไม่จำเป็น ควรนำเงินตรงนี้มาช่วยเหลือประชาชนก่อนดีหรือไม่

แนะนำงบ 3.8 หมื่นล.มาช่วยโควิด

ขณะนี้งบปี 65 ของกองทัพบก มีรายการที่ต้องใช้งบประมาณใหญ่ คือ 1.โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี วงเงินกว่า 4,200 ล้านบาท 2.โครงการจัดหารถยานเกราะจำนวนกว่า 1 พันล้านบาท และ 3.โครงการจัดหายานเกราะล้อยางเพื่อเสริมสร้างการรบรูปแบบใหม่ จำนวน 900 ล้านบาท ขณะนี้ทั้งหมดยังไม่จัดซื้อ เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว.กลาโหมจึงไม่สั่งให้เลื่อนหรือชะลอการซื้อ สิ่งเหล่านี้ ส่วนงบกองทัพอากาศ มีรายการใหม่ที่ยังไม่ได้จัดซื้อ คือโครงการจัดหาเครืองบินโจมตีเบา 4,500 ล้านบาท โครงการสร้างคลังอาวุธและจัดหาอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดวิกฤต จำนวน 900 ล้านบาท และโครงการพัฒนาปฏิบัติการในห้วงอวกาศ จำนวน 1,470 ล้านบาท

“ท่านจะไปทำอะไรในห้วงอาวกาศในช่วงนี้ เพราะแค่ลำพังเครื่องบินของสายการบินในประเทศช่วงนี้ยังไม่มีคนนั่งเลย ดังนั้น สิ่งเหล่านี้สามารถชะลอได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผมนำงบประมาณที่สามารถชะลอได้ของทั้ง 3 เหล่าทัพมาคำนวณแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท หากเอาไปช่วยเหลือประชาชนคนละ 3,500 บาท คนละ 2 เดือน จะช่วยประชาชนได้อีก 5.43 ล้านคน และเมื่อบอกว่างบปีนี้ไม่เพียงพอก็ต้องรู้จักประหยัด ที่สั่งให้หน่วยงานอื่นหั่นงบประมาณแหลกลาญ ตัดงบลงทุนที่จะสร้างงานใน ต่างจังหวัดให้กับประชาชน แต่ท่านกลับ ไม่แตะงบกองทัพเลย” นายยุทธพงศ์กล่าว

ฮึ่มซักฟอกตู่โดนหนักแน่

ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม แถลงว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นวันที่ 25 ม.ค.นี้ จะเป็นการอภิปรายเป็นรายบุคคล ซึ่งมีคนปรามาสว่าพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านคงทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ ขอเรียนว่าที่ผ่านมาเรามีเรื่องใหญ่ๆ หลายเรื่องที่ทำให้รัฐบาลสั่นคลอน เช่น เรื่องนายกฯ อยู่บ้านหลวง จนเรื่องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถ้าเพื่อไทยไม่พูดป่านนี้ต่อสัญญาไปตั้งนานแล้ว และการอภิปรายครั้งนี้เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะแม้แต่รมว.คมนาคม ก็คัดค้านการต่อสัญญาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.เป็นหนี้ บีทีเอส อยู่ 9,000 ล้านบาท โดยกทม.อ้างว่ามีสาเหตุจากการให้ประชาชนนั่งรถไฟฟ้าฟรี หากไม่ต่อสัญญาหลังวันที่ 16 ก.พ.นี้ ประชาชนอาจต้องจ่ายค่าโดยสารสูงสุดถึง 158 บาท ดังนั้น รมว.มหาดไทย ที่ควบคุม กทม.ดูแลอย่างไรถึงให้ประชาชนต้องจ่าย ค่าโดยสารถึง 158 บาท และต้องเอาเงินของคน กทม.ที่ไม่ได้นั่งรถไฟฟ้ามาจ่ายด้วยหรือ ขอถามว่าพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจอะไรถึงให้นั่งฟรี ดังนั้น การอภิปรายครั้งนี้จะโยงไปถึงนายกฯ รมว.มหาดไทย และรมว.คลัง ในฐานะผู้ลงนามใน พ.ร.บ.ร่วมทุน

“ฝ่ายค้านมีหมัดเด็ด หลังการอภิปรายจะทำให้มีคนต้องไปศาลรัฐธรรมนูญต่ออีก และครั้งนี้นายกฯ โดนหนักแน่ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่ากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว พรรคภูมิใจไทยจะยกมือให้กับฝ่ายค้านด้วย” นายยุทธพงศ์กล่าว

21 ม.ค.กมธ.เริ่มถกที่มาสสร.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ… กล่าวถึงการประชุมกมธ. ในวันที่ 21 – 22 ม.ค.ว่า การพิจารณาจะเข้าสู่หมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ การตั้งส.ส.ร. ซึ่งที่ประชุมจะรับฟังการอภิปรายและการแสดงความคิดเห็นของ กมธ. ซึ่งเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา แม้จะมีกมธ.หลายคนมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อการได้มาซึ่ง ส.ส.ร. โดยที่ประชุมจะจดบันทึกไว้และจะนำไปลงมติสรุปกันตอนท้ายของการพิจารณา ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าจะนัดลงมติในรายละเอียด ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้นต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับประเด็นที่คาดว่ากมธ. จะลงมติตัดสินนั้นมีประมาณ 10 ประเด็น อาทิ ร่างแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการออกเสียงลงคะแนน ที่มีผู้เสนอให้ใช้เสียง 3 ใน 5, 2 ใน 3 และมากกว่ากึ่งหนึ่ง, หมวด 15/1 ว่าด้วย ส.ส.ร.มีประเด็นเรื่อง วิธีได้มาของ ส.ส.ร. จำนวน 200 คน จากที่มีข้อเสนอ มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด และให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 150 คน และมาจากการเลือกโดยองค์กร 50 คน, วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ร., คุณสมบัติของส.ส.ร. เป็นต้น

ไม่ต้องออกกฎหมายเลือกตั้งเฉพาะ

เมื่อถามว่าคุณสมบัติของส.ส.ร.จะให้ระบุสเป๊กขั้นต้นไว้หรือไม่ เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการหรือวิชาชีพใดบ้าง นายไพบูลย์กล่าวว่า มีผู้เสนอคำแปรญัตติให้ กมธ.พิจารณา แต่ในชั้นนี้ กมธ.ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถึงขั้นกำหนดคุณสมบัติด้านใดเป็นขั้นต้น

เมื่อถามว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ร.จำเป็น ต้องออกกฎหมายเพื่อรองรับเป็นการเฉพาะหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ร.สามารถใช้การอนุโลม โดยนำกฎหมายเลือกตั้งหรือให้ กกต.ออกประกาศบังคับใช้ไปได้ เพื่อให้รวดเร็ว อีกทั้งในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ ดังนั้นหากรอให้มีกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ร.อาจทำให้ใช้เวลามากไป แม้ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสามารถบัญญัติให้การเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทำได้ หลังจากมีกฎหมายที่ระบุไว้เฉพาะได้ แต่ในชั้นนี้เชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้การเลือก ส.ส.ร.ล่าช้า

เทอดพงษ์ไม่รู้ใครปธ.สมานฉันท์

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการสมานฉันท์ กล่าวถึงการนัดประชุมคณะกรรมการนัดแรกวันที่ 18 ม.ค.เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อเลือกกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ว่า ยังไม่ทราบว่ากรรมการคนใดจะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธาน หรือตำแหน่งใด ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม จะดำรงตำแหน่งประธานนั้นตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตามการทำงานของกรรมการคือการระดมความคิดเห็น ไม่ว่าบุคคลใดเป็นประธานคงมีเพียงเสียงเดียวเท่ากับกรรมการคนอื่น

เมื่อถามว่า กรณีที่คนใกล้ชิดของพล.อ. ประยุทธ์ เป็นประธานกรรมการ จะทำให้สังคมลดความเชื่อถือหรือไม่ นายเทอดพงษ์กล่าวว่า พอๆ กันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือส.ว. ทั้งนี้ การเลือกนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุม

เมื่อถามถึงกรณีที่การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนที่ล่าสุดมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา กรรมการจะทำงานยากหรือไม่ นายเทอดพงษ์กล่าวว่า ไม่ยาก และไม่คิดว่าเป็นอุปสรรค เนื่องจากกรรมการต้องหาวิธีแก้ปัญหา เมื่อดูสถาน การณ์ทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่ม็อบ เรียกร้องนั้นรับทราบแล้ว การมีของกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่ว่าเกิดแล้วจะทำให้มีความสงบเรียบร้อย แต่ต้องหาทางเพื่อให้เกิดความเห็นพ้อง เพราะคงไม่สามารถทำให้ความ คิดเห็นไปในทำนองเดียวกันได้ทั้งหมด แต่ต้องทำให้ส่วนที่เห็นร่วมกันไปด้วยกันได้ ส่วนที่ฝ่ายค้านปฏิเสธเข้าร่วมกรรมการนั้น อาจมีวิธีที่ทำให้เกิดความร่วมมือผ่านการพูดคุยนอกแบบ เพื่อรวบรวมความเห็นในสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งที่เป็นเงื่อนไขในตอนนี้ เช่น รัฐธรรมนูญ การทุจริตคอร์รัปชั่น การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

นิโรธแนะฝ่ายค้านลืมอดีต

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมการสมานฉันท์ กล่าวถึงการประชุมนัดแรกว่าไม่ทราบว่าบุคคลใดจะได้รับการเสนอชื่อหรือเลือกให้เป็นในตำแหน่งใด เพราะขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่มองว่าการทำงานของกรรมการหากจะได้รับการยอมรับ คือ ข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นทางออกให้ประเทศ ไม่ใช่ว่าบุคคลใดจะดำรงตำแหน่งใดหรือไม่ ส่วนตัวได้รับมอบนโยบายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ใช้อารมณ์ความรักพูดคุยกัน ลดการโต้เถียงและเสียดสี ซึ่งตนเชื่อว่าการพูดคุยบนโต๊ะจะทำให้ปัญหาจบได้ อีกทั้งการใช้ความรักพูดคุยกันแทนเหตุผลที่แต่ละฝ่ายล้วนมีเหตุผลของตนเอง จะทำให้เกิดหลักการแนวทางที่ดีร่วมกัน ที่ประชาชน ฝ่ายค้าน ยอมรับ

การทำงานของกรรมการอาจต้องศึกษาหาแนวทาง ซึ่งอาจใช้เวลาถึงปีหน้า หรือ 2 ปีก็เป็นได้ โดยส่วนตัวมองว่าควรเปิดช่องทางรับฟังความเห็นจากประชาชนและฝ่ายต่างๆ ส่วนแนวทางการเปิดเวทีนั้น เชื่อว่าอาจได้รับความร่วมมือน้อย เพราะคนอาจเข้าร่วมไม่มาก ส่วนความเห็นต่อการมีส่วนร่วมหาทางปรองดองกับ ส.ส.ในสภานั้น ตนเคยรับฟังการอภิปรายของส.ส.ฝ่ายค้านที่ระบุว่าเคยถูกกระทำทุกเรื่อง ดังนั้น เพื่อหาแนวทางร่วมกัน ตนมองว่าควรลืมเรื่องในอดีตและความทรงจำนั้น เพื่อหันหน้าช่วยกันระดมความคิดเห็น คือ เริ่มต้นใหม่ ทำเพื่อให้ประเทศ

‘บิ๊กตู่’เตือนทั่วปท.รับมือหนาว

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องด้วยพยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 17-19 ม.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงตั้งแต่ 2-3 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมมีความห่วงใย โดยขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และหากพื้นที่ใดมีความจำเป็นที่จะต้องก่อไฟเพื่อช่วยให้อุ่นขึ้นขอให้ดูแลระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยด้วย

แฉบ่อน – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี และนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงแฉบ่อนพนันในกทม. เปิดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเฉพาะย่านสีลม เมื่อ 17 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน