ตู่สั่งดำเนินคดีธนาธร
สว.ตีตกตุลาการปค.อีก

‘ชวน’ถกวิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน กำหนดประชุมรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญ วาระ 2 วันที่ 24-25 ก.พ. เปิดซักฟอก 4 วัน16-19 ก.พ. ลงมติ 20 ก.พ. เพื่อไทยลั่น มีเซอร์ไพรส์อภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่ตัดทิ้งชื่อ ‘ป้อม’ จากญัตติเชือด เจ้าตัวโต้อีก ไม่ได้ล็อบบี้ฝ่ายค้านให้เอาชื่อออก ‘บิ๊กตู่’ สั่งดำเนินคดี ‘ธนาธร’ หลังไลฟ์สด เปิดข้อมูลจัดหาวัคซีนโควิดเอื้อเอกชนรายเดียว ทำให้การจัดหาล่าช้า ไม่ครอบคลุม ‘อนุทิน’ ฉะมือ ไม่พายเอาเท้าราน้ำ ส.ว.ตีตกชื่อ ‘รัชนันท์’ รอบสอง ชวดนั่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด อ้างเหตุผลเคยถ่ายรูปคู่กับ ‘ทักษิณ’

ตู่ปัดตอบปมรถไฟฟ้าสีเขียว

เวลา 13.45 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานประชุมครม. ถึงปัญหาโครงการไฟฟ้าสายสีเขียว ที่การกำหนดค่าโดยสารยังไม่ลงตัว รวมทั้งหนี้ 9,000 ล้านบาทที่ กทม.ต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถให้เอกชนว่า เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการหารือและดำเนินการของคณะผู้ที่รับผิดชอบ ตนคงไม่ตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ ทราบว่าอาจมีการมาถามชี้นำให้ตนตอบ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำงาน มีคนทำงานอยู่หลายคณะ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกไม่นานจะเสนอแนวทางแก้ไขมาจนได้ แม้จะเป็นนายกฯก็ไม่สามารถสั่งได้ทุกเรื่อง ต้องดูข้อกฎหมาย ดูความรับผิดชอบ และหลายอย่างเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรต้องไปว่ากันตรงนั้น ตนไม่ได้โทษใคร แต่พยายามแก้ไข

ขอร้องอย่าเอาเรื่องที่ไม่เป็นสาระมาถาม อะไรที่สงสัยขอให้ไปถามผู้ปฏิบัติ วันนี้ตนทำในนามของครม. นายกฯ ที่อนุมัติแผนการโครงการต่างๆ นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ร่วมกันทุกกระทรวงและรัฐมนตรีอยู่ร่วมกันทั้งหมด รับผิดชอบร่วมกัน

สั่งดำเนินคดี‘ธนาธร’

ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิด เชื่อมโยงการเมืองกับบริษัท สยามไบโอ ไซเอนซ์ จำกัด และใช้คำว่าวัคซีนพระ ราชทาน ว่า เป็นการบิดเบือนทุกเรื่อง ทุกอย่างไม่ใช่ ข้อเท็จจริงเลย ดังนั้น ขอให้ทุกคนระมัดระวังไว้ด้วยการเสนอข่าวพวกนี้

“เรื่องอะไรที่เป็นการบิดเบือนไม่ใช่ ข้อเท็จจริงแล้วนำมาแพร่ ไม่ว่าในสื่อหรือ โซเชี่ยลมีเดีย ผมให้ดำเนินคดีทุกเรื่อง ทุกรายการ ขอให้ทุกคนระมัดระวังด้วยอย่าหาว่าผมเอากฎหมายไปขู่ แต่ต้องรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาลไปด้วย ไม่เช่นนั้นต่างคนก็ต่างเขียนอะไรกันไปแล้วไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น กฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว”นายกฯ กล่าว

อนุทินซัดมือไม่พายเท้าราน้ำ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีนายธนาธรไลฟ์สดข้อมูลจัดซื้อวัคซีนโควิด แล้วโยงถึงรัฐบาล ลงนามในความร่วมมือการผลิตวัคซีนกับสยามไบโอไซเอนซ์ว่า คนที่พูดเรื่องดังกล่าวรู้หมดทุกเรื่อง ไม่รู้อย่างเดียวคือรู้จักสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ประเทศไทยเรามาถึงวันนี้ได้ ใครเป็นผู้ให้กำเนิดทางการแพทย์ การสาธารณสุข ใครเป็นคนวางรากฐานจนเป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลก ใครเป็นคนพระราชทานสิ่งของต่างๆ ตลอดเวลาเป็น 100 ปี เมื่อประเทศมีภัยพิบัติ รถตรวจหาเชื้อโควิด 20 คัน ใครเป็นคนให้ ชุดพีพีอีเป็นล้านๆ ชุด เวชภัณฑ์ ทุนทรัพย์เป็นพันล้านที่มอบให้คณะแพทย์ไปปรับปรุง ไปลงทุนในระบบการสาธารณสุข ระบบการแพทย์ ไปทำการบ้านตรงนี้มาก่อนแล้วค่อยวิจารณ์

เรื่องวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะวัคซีนโควิค-19 ที่ต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องไม่เอาเรื่องการเมืองมาเป็นประเด็น มีเรื่องอื่นๆ เยอะแยะ ต้องขอให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองตอนนี้ให้ได้มากที่สุด ปล่อยให้แพทย์เขาทำไป เราไม่ใช่แพทย์ เราทำเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองได้อีกเยอะ ถ้าอยากทำอะไรให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ ก็ต้องทำให้ตัวเองเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้ก่อน

เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องประเด็นนี้หรือไม่ และจะมีหน่วยงานใดออกมาชี้แจง นายอนุทินกล่าวว่า ก็แล้วแต่ ตนพูดในหลักการ เฉยๆ บ่ายวันนี้ตนจะไปรับพระราชทานชุดพีพีอี อีก 7.7 แสนชุด มีใครให้ พวกที่ออกมาต่อว่ามือไม่พายก็ไม่ต้องเอาอะไรมาราน้ำ

ธนาธรซัดรบ.หาเสียงกับวัคซีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรไลฟ์สดทางเพจคณะก้าวหน้าหัวข้อ “วัคซีนพระราชทานฯ : ใครได้-ใครเสีย?” เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. ระบุข้อมูลการจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิดของไทยเปรียบเทียบกับต่างชาติ พบว่าคนไทยได้วัคซีนช้าและไม่ครอบคลุมจำนวนประชากร ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในปี 2564 อย่างมาก เป็นเพราะประมาทและไม่ได้ใส่ใจ ทำให้เกิดการเจรจาช้า เมื่อเจรจาได้เพียงบริษัทเดียวก็ไม่พยายามเจรจากับบริษัทอื่น ต่างจากหลายประเทศ บริษัทเดียวที่ไทยฝากความหวังไว้ก็คือ แอสตราเซเนกา ซึ่งจ้างบริษัทผู้ผลิตในไทยคือ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ โดยไม่เจรจากับบริษัทอื่นเพิ่ม จนเมื่อ 3 ม.ค. จึงประกาศว่าเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มกับซิโนแวค 2 ล้านโดส เพียงพอสำหรับประชากร 1.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว วันนี้กำลังผลิตของบริษัทผลิตวัคซีนต่างๆ ถูกจับจองไปมากแล้ว เพราะรัฐบาลเอาปัญหาการฉีดวัคซีน มาเป็นเรื่องเดียวกับการสร้างความนิยมทางการเมือง ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า รัฐบาลพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จากการฝากอนาคตของชาติไว้กับบริษัทรายเดียวหรือไม่ หลายประเทศเริ่มฉีดวัคซีนกันไปแล้ว แต่ไทยกว่าจะเริ่มฉีดล็อตแรกจากซิโนแวคก็มี.ค. เพียง 2 ล้านโดส และกว่าจะได้วัคซีนจาก แอสตราเซเนกาก็ครึ่งหลังของปี 2564 ไปแล้ว ไทยมีวัคซีนครอบคลุมประชากรน้อยกว่าประเทศอื่น ความรวดเร็วในการฉีดก็น้อยกว่า เพราะการฝากความหวังไว้กับบริษัทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีประเทศใดที่ฝากความหวังไว้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ใช้การจัดซื้อจัดหาคละบริษัทกันไป

ถ้าผิดพลาดตู่รับผิดชอบไหวหรือ

รัฐบาลไทยวางการจัดหาวัคซีนสนับสนุน 2 ทาง คือ ซื้อจากต่างประเทศ และ ผลิตเองในประเทศ การซื้อจากต่างประเทศเซ็นสัญญาแล้ว 2 บริษัท คือ แอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส และ ซิโนแวค 2 ล้านโดส ซึ่งเป็นบริษัทที่กลุ่มซีพีเข้าไปถือหุ้นอยู่ 15.03 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญปริมาณการสั่งซื้อจากแอสตราเซเนกาจำนวนมากและมีโครงสร้างซับซ้อนกว่า เงื่อนไขหนึ่งในสัญญาคือแอสตราเซเนกาทำสัญญาจ้างผลิตกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ โดยมีบริษัทปูนซิเมนต์ไทย SCG สนับสนุนการเซ็นสัญญา ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวสยามไบโอไซเอนซ์ต้องผลิต 200 ล้านโดสต่อปี โดย 174 ล้านโดสจะส่งขายในประเทศอาเซียน อีก 26 ล้านโดส ขายในไทย

พบว่าสยามไบโอไซเอนซ์ขาดทุนสะสมไปแล้วกว่า 581 ล้านบาท เช่นเดียวกับบริษัทในเครือ ขาดทุนสะสมเกือบทั้งหมดมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2552 จึงไม่อาจแน่ใจได้ว่าสมควรได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตวัคซีนเกือบ 100% ที่รัฐบาลไทยจัดซื้อ และยังได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตวัคซีนอีก 1,449 ล้านบาทด้วย จนในที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนฯครั้งที่ 5/2563 วันที่ 5 ต.ค. 2563 กรรมการคนหนึ่งกังวลเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากเป็นการนำงบประมาณจากรัฐบาลไปสนับสนุนเอกชน

นำไปสู่ข้อสงสัยการแทงม้าตัวเดียว หรือพึ่งพาโครงสร้างแบบเดียวในการจัดหาวัคซีน เหมาะสมหรือไม่ เป็นการกระทำที่ต้องการสร้างความนิยมทางการเมือง มากกว่าการหาข้อสรุปในการจัดการวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุดสำหรับคนไทยหรือไม่ ตกลงมันเป็นเรื่องคะแนนนิยมทางการเมืองหรือไม่ การที่พล.อ.ประยุทธ์ อนุมัติข้อตกลงอย่างนี้ จะรับผิดชอบได้หรือไม่ ถ้าวัคซีนผลิตช้ากว่ากำหนดเวลา หรือแจกจ่ายให้ประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม หรือถ้าประชาชนเกิดอาการแพ้ หรือถ้ามีประสิทธิภาพไม่ได้ตามเป้าหมาย พล.อ.ประยุทธ์รับผิดชอบไหวหรือไม่ เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ประชาชนย่อมจะตั้งคำถามกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์

วิป 2 ฝ่ายกำหนดซักฟอก16-19ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ กก.บห.พลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมประชุม โดยมีมติกำหนดให้มีการประชุมสภาเป็นการชดเชยทุกวันศุกร์ ยกเว้นวันศุกร์ที่ 12 ก.พ. และวันศุกร์ที่ 26 ก.พ.

ทั้งนี้ เบื้องต้นวงหารือเห็นชอบกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. และลงมติวันที่ 20 ก.พ. นอกจากนี้ กำหนดให้วันที่ 24-25 ก.พ. เป็นการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ…. วาระที่ 2 และเบื้องต้นกำหนดการขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ในวันที่ 17-18 มี.ค. พร้อมกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ…..ในวาระที่ 2- 3

รายงานข่าวจากครม. ช่วงหนึ่ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ประสานกับวิปรัฐบาล รายงานเรื่องที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะมีการอภิปราย 16-19 ก.พ. และลงมติวันที่ 20 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรารภถึงฝ่ายค้านว่าอยากให้ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ พัฒนาหน่อย คนเบื่อเต็มทีแล้ว

วิรัชสกัดฝ่ายค้านขอ 7 วัน

นายวิรัชให้สัมภาษณ์ก่อนหารือว่า ถ้ายื่นญัตติวันที่ 25 ม.ค. คาดว่าครม.จะจัดอภิปรายได้ช่วงกลางก.พ. วิปรัฐบาลเสนอช่วงเวลาอภิปราย 4 วัน ไปให้ครม.พิจารณา ได้แก่ วันที่ 16-19 ก.พ. เป็นเวลา 4 วัน รวมวันลงมติ 20 ก.พ. อีก 1 วัน รวมทั้งหมด 5 วัน หากฝ่ายค้านอยากได้เวลา 7 วัน คงต้องคุยกัน แต่เป็นไปได้ยาก เวลา 5 วันถือว่ามากแล้ว ถ้ามีไฮไลต์อะไรให้อภิปรายตั้งแต่วันแรกๆ ไม่ใช่เอาแต่น้ำก่อน ส่วนเนื้อไว้ทีหลัง

ส่วนการพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญนั้น คาดว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาวาระ 2 ได้ในวันที่ 24-25 ก.พ. จากนั้นจะปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ. จึงคาดว่ากลางมี.ค.จะเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ในวาระ 3 รวมถึงพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติด้วย แต่คงใช้เวลาเปิดสมัยวิสามัญไม่นาน ขณะนี้สภามีโปรแกรมพิจารณาทั้งร่างกฎหมาย กระทู้ต่างๆ แน่นเอี้ยด โดยต้องเร่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้เสร็จโดยเร็ว

พท.ยังไม่ตัดทิ้งชื่อ‘ป้อม’

ด้านนายสุทินกล่าวถึงกระแสข่าวเพื่อไทยจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นจะอภิปราย ว่า ถ้าพรรคอื่นอยากอภิปรายก็อภิปรายได้อยู่แล้ว อยู่ที่ข้อมูล เราไม่มีการจำกัดกัน โดยวันที่ 20 ม.ค. พรรคจะประชุมกลั่นกรองอีกรอบหนึ่ง จากนั้นวันที่ 22 ม.ค. ช่วงเย็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปประเด็น ดังนั้น ชื่อใครก็ตาม มีโอกาสถูกอภิปรายทั้งนั้น ยังไม่ได้ตัดชื่อออก

ส่วนกระแสข่าว ส.ส.ฝ่ายคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อาจไม่ได้ร่วมอภิปรายซักฟอก นายสุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นการหารือกันกว้างๆ วันนี้ถึงจะเริ่มวางคนอภิปราย ส่วนเรื่องเวลาต้องยื่นญัตติก่อนถึงจะรู้ว่ารัฐบาลจะให้เวลาอภิปรายกี่วัน จากนั้นจะแบ่งเวลาให้กับผู้อภิปรายได้ ดังนั้น ข่าวที่ออกมาจึงไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ จะได้เห็นชื่อ สุทิน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน อภิปรายหรือไม่นั้น อยู่ที่ประเด็นและข้อหาที่จะหยิบยกขึ้นมา พรรคมีคณะกรรมการกลั่นกรองอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์อภิปราย ไม่มีปัญหาว่าเป็นใครหรือกลุ่มไหน

“ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีใครที่ไม่ได้อภิปราย ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน โดยเฉพาะคนที่เคยอภิปรายมาแล้ว เชื่อว่าพรรคยังเห็นความสำคัญและยังอยากให้อภิปรายอยู่ เว้นแต่ข้อมูลไม่พร้อมจริงๆ หรือเจ้าตัวไม่พร้อมจริงๆ ผมเชื่อว่าทีมงานการอภิปรายในวันนี้ยังเป็นทีมงานชุดเดิม” นายสุทินกล่าว

ลั่นมีเซอร์ไพรส์แน่นอน

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาแบ่งกลุ่มและกล่าวหามีการกีดกันส.ส.ร่วมซักฟอกรัฐบาล ว่า วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการนัดประชุมเรื่องการอภิปรายกันจริง แต่ได้เลื่อนไป เนื่องจากพรรคเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรม ยืนยันว่าไม่มีสาเหตุขัดแย้งใดๆ เราไม่ได้ทำงานเฉพาะบุคคล ตนและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้เชิญประธานกมธ.ทั้ง 12 คณะที่พรรคเป็นประธาน มาประชุมหารือแต่ไม่ได้เป็นข่าว เพราะการทำงานต้องเป็นความลับ

ส่วนจะมีชื่อพล.อ.ประวิตร ถูกอภิปรายหรือไม่นั้น ขอเรียนว่าเราอภิปราย พล.อ. ประยุทธ์ เป็นหลัก เพราะควบคุมดูแลเรื่องการระบาดของโควิด-19 แต่ยืนยันว่ามีเซอร์ไพรส์แน่นอน รัฐมนตรีที่ไม่เคยมีชื่อว่าจะโดน เที่ยวนี้จะโดนอภิปราย ยืนยันว่าเรามีข้อมูลหนักแน่น และวันที่ 24 ม.ค.นี้ จะมาแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง

ไม่หรู – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงเรื่องนาฬิกาของตนเอง โดยยืนยันไม่ใช่นาฬิกาหรูราคาแพง ตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวหา ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 ม.ค.

ป้อมโต้ล็อบบี้-ชื่อหลุดซักฟอก

ที่ทำเนียบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวหลังครม.ถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ของพล.อ.ประวิตร เตรียมตั้งพรรค การเมืองว่า ไม่รู้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าอาจไม่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ไปพูดคุยกับฝ่ายค้านไว้ก่อนหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ไม่ได้คุย”

พปชร.ชี้5รมต.พรรคถูกจับขึ้นเขียง

เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค และนายวิรัช ประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อมเปิดประชุมสภา 20-22 ม.ค.

นายวิรัชกล่าวในที่ประชุมว่า การอภิปราย ไม่ไว้วางใจคาดว่าจะมีรัฐมนตรีของพรรคถูกอภิปรายมากที่สุด ไม่น้อยกว่า 5 คนรวม พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย เบื้องต้นได้วางกรอบเวลาไว้ 4 วันคือ 16-19 ก.พ. และลงมติเสาร์ที่20 ก.พ. จึงขอให้ส.ส.ทุกคนเตรียมความพร้อมสู้ศึกอภิปราย ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดจะนำร่างเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาวาระ 2 วันที่ 24-25 ก.พ. โดยจะมีลักษณะการโหวตในภาพรวม ก่อนจะเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อลงมติในวาระ 2-3 ช่วงกลางมี.ค.

ส.ว.ตีตกซ้ำ‘รัชนันท์’ตุลาการศาลปค.

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่มีพล.อ.อู๊ด เบื้องบน เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว คือ นายรัชนันท์ ธนานันท์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์

ที่ประชุมพิจารณาและลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่าให้ความเห็นชอบ 89 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 122 คะแนน ไม่ออกเสียง 14 คะแนน นายรัชนันท์ จึงไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด

อ้างเคยถ่ายรูปคู่ทักษิณ

สำหรับนายรัชนันท์ เคยถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด มาแล้วครึ่งหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2563 ที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 149 เสียงไม่เห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งตามที่เสนอ ขณะที่เสียงเห็นชอบมีเพียง 36 เสียงและงดออกเสียง 33 เสียง แต่ที่ประชุมตุลาการศาลปกครอง ที่มีนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง ได้ประชุมและมีความเห็นเสนอชื่อนายรัชนันท์ ให้พิจารณาอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563 แต่ก็ไม่ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาอีก

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ประชุมวุฒิสภาไม่เห็นชอบนายรัชนันท์ เนื่องจากพบว่าเคยถ่ายรูปและไปทักทายต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ เมื่อปี 2559 จึงเห็นว่ามีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะที่ไปถ่ายรูปคู่กับนายทักษิณ ที่เป็นผู้ต้องหาหนีคดี และอาจมีปัญหาเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ขัดกับการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ไม่ควรฝักใฝ่ฝ่ายใด

ขยะพิษ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ “ฮาวทูแยก-แยกอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ” เพื่อแยกขยะติดเชื้อ โดยมีรมต.ประจำสำนักนายกฯ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 19 ม.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน