ผู้ว่าฯมหาชัยทรุดซํ้า
ไทยป่วยลด-เหลือ59

‘ดีเจมะตูม’เผยติดโควิด หลัง ตรวจผลเป็นบวก ตอนนี้กำลังเข้ารับการรักษา ที่ร.พ. ขอโทษที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ส่วน ‘ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา’ ผลตรวจเป็นลบ ขณะที่ ‘แต้ว-ณฐพร’ ตรวจแล้วเป็นลบ แต่ต้องลุ้นผลอีกรอบ หมอแนะให้กักตัวอีก 4 วัน ด้านศบค.รายงานไทยติดโควิดต่ำกว่าร้อย เหลือแค่ 59 ราย ขณะที่ผู้ว่าฯ สมุทรสาครอาการวิกฤตซ้ำจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ปอด ส่วนโควิด-19 หายแล้ว ยังต้องให้ยานอนหลับ เร่งให้ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ ห่วงกระทบการทำงานของสมอง คนโวย ‘คนละครึ่ง’ ลงทะเบียนแค่ 10 นาทีก็เต็มโควตา คลังเล็งเปิดต่อเฟส 3

ติดโควิดลดเหลือ 59-ดับ 1

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่าประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 59 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 51 ราย มาจากระบบเฝ้าระวัง 28 ราย และ คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 23 ราย และมาจากต่างประเทศ 8 ราย รักษาหายเพิ่ม 265 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 12,653 ราย หากนับเฉพาะระลอกใหม่ป่วยสะสม 8,416 ราย หายป่วย 5,681 ราย ยังรักษาอยู่ 2,724 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 10 ราย และเสียชีวิตสะสม 11 ราย

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นหญิงไทย จ.ตาก อายุ 48 ปี อาชีพขับรถรับ-ส่งแรงงานเมียนมาข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก เริ่มมีอาการครั้งแรกวันที่ 16-17 ธ.ค. เข้ารับการตรวจวันที่ 21 ธ.ค. จากนั้นไปตรวจร.พ.แม่สอด วันที่ 22 ธ.ค. วินิจฉัยคออักเสบวันที่ 24-25 ธ.ค. ต่อมาอาการไม่ดีขึ้น เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง รับการยืนยันผลโควิดเป็นบวก วันที่ 27 ธ.ค. จะเห็นว่าผู้ป่วยเข้ารับการตรวจและรักษาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว บุคลากรทางการแพทย์พยายามช่วยให้ปลอดภัย แต่อาการแย่ลง ไม่ตอบสนองการรักษาและ เสียชีวิตวันที่ 18 ม.ค. เวลา 22.13 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 71 ราย ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 96,621,459 ราย เสียชีวิตสะสม 2,065,624 ราย

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่แบ่งเป็น 1.การติดเชื้อในประเทศ สัมผัสสถานที่เสี่ยง อาชีพเสี่ยง ผู้ป่วยรายก่อนหน้า 28 ราย ได้แก่ กทม. 10 ราย สมุทรสาคร 7 ราย สมุทรปราการ และระยอง จังหวัดละ 3 ราย ราชบุรี นครพนม พระนครศรีอยุธยา ตาก และปทุมธานี จังหวัดละ 1 ราย 2.การค้นหาเชิงรุก 23 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 20 ราย และ กทม. 3 ราย และ 3.เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 2 ราย ไอร์แลนด์ ปากีสถาน มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย และเยอรมนี ประเทศละ 1 ราย

เชื้อลาม 62 จว.-นครพนมไข่แตก

จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรวมเป็น 62 ราย โดยนครพนมเป็นจังหวัดใหม่ เป็นผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ติดจากกทม.และเดินทางไปเยี่ยมญาติ ส่วนแนวโน้มการติดเชื้อของแต่ละจังหวัด พบว่า จากเดิมที่พบผู้ติดเชื้อในสัปดาห์ที่ 2 ของปี 64 พบการติดเชื้อใน 30 จังหวัด แต่สัปดาห์นี้ลดลงเหลือ 18 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อมาในช่วง 7 วัน เพิ่มเป็น 37 จังหวัด โดยวันนี้เป็นวันที่ 3 ของสัปดาห์ที่ 3 จากตัวเลข 973 กว่าราย อาจรู้สึกว่าสูง แต่ทิศทางกราฟยังคงปักลงเป็นที่น่าพอใจ

“กทม.มีการติดเชื้อไปในวงที่ 2 และ 3 เนื่องจากคนที่มีความเสี่ยงไม่ได้กักตัว และยังเดินทางไปหลายพื้นที่ ทำให้เราเจอคลัสเตอร์ใหม่ๆ จึงขอความร่วมมือติดตามข้อมูลและความเสี่ยง ยิ่งถ้ามีแอพพลิเคชั่นหมอชนะจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีว่ามีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือติดตามว่าไปในพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อมีที่ไหนบ้างในจังหวัดของท่าน สิ่งสำคัญคือเมื่อรับรายงานพบว่าเป็นผู้เสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือไปพื้นที่เสี่ยงสูง ต้องรีบไปรายงาน ร.พ.ใกล้บ้าน” พญ.อภิสมัยกล่าว

ผู้ว่าฯมหาชัยวิกฤตอีก

วันเดียวกัน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวถึงความคืบหน้าอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ว่า ขณะนี้อาการกลับมาวิกฤตซ้ำอีกครั้ง ต้องติดตามอาการชั่วโมงต่อชั่วโมง เนื่องจากพบการติดเชื้อแบคทีเรียที่ปอด และพบปัญหาการดื้อยาหลายชนิด ตอนนี้ได้ปรับยาปฏิชีวนะตัวใหม่ที่คาดว่าจะให้ผลดี ไวกับเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ ซึ่งต้องรอดูอาการอีก 72 ชั่วโมงว่าจะตอบสนองต่อยาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีการเฝ้าระวังในอวัยวะคู่ขนานด้วย ซึ่งตอนนี้ระบบการทำงานทุกอย่างปกติ โดยให้ยานอนหลับ เพื่อไม่ให้ผู้ว่าฯ มีการต้านเครื่องช่วยหายใจ และปรับระดับออกชิเจนอย่างเต็มที่ เพราะได้กลับมาให้เครื่องช่วยหายใจทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนการติดเชื้อโควิดถือว่ายุติลดลง หลังได้รับการรักษา และตรวจไม่พบเชื้อถึง 2 ครั้ง แต่ผลกระทบจากโควิด ส่งผลต่อการทำงานของปอด และแบคทีเรียยังก็ทำลายเนื้อปอดได้เหมือนกัน

“สิ่งที่ต้องทำคือการให้ยาปฏิชีวนะ และการนำเสมหะไปเพาะเชื้อ และการดูดเสมหะออกให้มากที่สุด เพื่อลดเชื้อในร่างกาย ส่วนเรื่องการทำงานของสมอง ยอมรับมีผลกระทบแน่นอน เพราะเดิมผู้ว่าฯ มีอายุเยอะและมีโรคประจำตัวทางหลอดเลือดสมอง ในคนปกติหากต้องนอน ร.พ.นานๆ สมองก็จะสั่งการช้าอยู่แล้ว แต่เมื่อมีอาการทางสมองก็อาจจะช้ากว่าคนปกติ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าศิริราชไม่เคยบอกว่าสู้ไม่ไหว มีแต่ทำเต็มที่ แต่ไม่ใช่ทำทุกรายว่าจะชนะ แต่พยายามทำทุกอย่างเต็มที่” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

‘บิ๊กตู่’สั่งตรวจโควิด‘สื่อทำเนียบ’

เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ประสานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ให้กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบ

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมอบให้สำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯ ประสานกระทรวงสาธารณสุข จัดเจ้าหน้าที่จากสถาบันบําราศนราดูรมาตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แก่สื่อมวลชนประจำทำเนียบ ด้วยวิธีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก หรือ สวอป แล้วจะทราบผลตรวจในวันที่ 21 ม.ค.

น.ส.นัทรียากล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจเจ้าหน้าที่และข้าราชการในทำเนียบ เพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อ ซึ่งทุกคนมีผลเป็นลบ ในส่วนของสื่อก็ถือว่าทำงานในทำเนียบเช่นกัน อีกทั้งยังทำงานใกล้ชิดกับนายกฯ รองนายกฯ และข้าราชการ นายกฯ ก็มีความเป็นห่วงสื่อมวลชนที่ไปทำงานหลายพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยง จึงประสานงานไปยังสำนักโฆษกฯ เพื่อคัดกรองสื่อมวลชนด้วย เราจึงประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้มาตรวจหาเชื้อ เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน ให้เกิดความสบายใจในการทำหน้าที่ หากได้ผลมาทางสถาบันจะแจ้งมาทางสำนักโฆษกฯ โดยจะแจ้งผลตรวจเป็นรายบุคคล และการตรวจในวันนี้ไม่ได้เกิดจากความสงสัยว่าสื่อท่านใดติดเชื้อ แต่ถือเป็นมาตรการเชิงรุก กรณีหากมีผู้ติดเชื้อ ก็จะนำปรึกษาผู้บริหาร เพื่อออกมาตรการต่อไป แต่จะไม่ให้ทุกคนได้รับ ผลกระทบในการทำงาน

โควิด – ‘ดีเจมะตูม’เตชินท์ พลอยเพชร โพสต์เฟซบุ๊กระบุติดเชื้อโควิด-19 แจ้งเพื่อนที่เคยใกล้ชิดให้กักตัว ขณะที่ ‘แต้ว’ณฐพร เตมีรักษ์ นางเอกสาวคนดัง ที่ใกล้ชิดดีเจมะตูมระยะนี้ ได้เข้าตรวจเชื้อแล้วลุ้นรอผลอีก 4 วัน

‘ดีเจมะตูม’เผยติดโควิด

เมื่อเวลา 19.00 น. นายเตชินท์ หรือ มะตูม พลอยเพชร “ดีเจมะตูม” ดีเจและดาราหนุ่มชื่อดัง โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @dj_matoom แจ้งว่า ตนเองติดโควิด-19 โดยมีเนื้อหาว่า “สวัสดีทุกคนนะครับ เมื่อคืนมะตูมไปตรวจโควิดมากับคุณแม่นะครับ ซึ่งผลของคุณแม่ออกมาเป็นลบ แต่ว่าผลของมะตูมเป็นบวกนะครับ ตอนนี้ทางโรงพยาบาลกำลังจะเอารถมารับมะตูมไปรักษาตัว”

“มะตูมต้องขอโทษด้วยที่อาจจะแบบโทร.แจ้งหรือบอกเพื่อนคนใกล้ตัวที่เจอตูมภายในระยะเวลา 14 วัน อาจจะไม่ครบ เลยต้องขออนุญาตแจ้งผ่านทางไอจีก่อนนะครับ ยังไงต้องขอโทษและขออภัยในความไม่สะดวกมาก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ”

ทั้งนี้หลังจากดีเจคนดังเผยแพร่คลิป ดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก

ด้านผู้จัดการส่วนตัวของดีเจมะตูมเผยว่า “ทุกคนไม่ได้เจอ ดีเจมะตูม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึง “ต้นหอม-ศกุนตลา” เดินทางไปตรวจโควิด-19 มาแล้ว ผลเป็นลบ”

‘ดีเจต้นหอม’ผลตรวจเป็นลบ

ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ เพื่อนสนิทของดีเจมะตูม โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า วันนี้งดรายการพุธทอล์กพุธโทร เพราะตึกแกรมมี่จะฉีดยาฆ่าเชื้อ ส่วนเรื่องที่ดีเจมะตูมเพิ่งประกาศติดโควิดไป และคนที่เพิ่งร่วมงานกับตน ตนเข้าใจว่ากำลังกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งร่วมงานไป แล้วก็คนที่กำลังจะร่วมงาน ขอชี้แจงว่า ตนเจอกับดีเจมะตูม ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.64 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย”

“ไทม์ไลน์ในการติดโควิดของมะตูมน่าจะอยู่ในวันที่ 9 ม.ค.64 อีกทั้งต้นหอมเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลจากการท้องเสีย และเพิ่งตรวจโควิดมา โดยผลออกมาเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ว่าเป็นลบ ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่เพิ่งร่วมงานกับหอม หรือกำลังจะร่วมงาน สบายใจได้ เพราะหอมไม่ได้เจอกับมะตูมเลย หรือถ้าใครที่ร่วมงานและเจอกับมะตูมแล้วกังวลใจก็ให้ไปตรวจ” ดีเจสาวชื่อดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา มีภาพดีเจมะตูมเพิ่งจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดไป โดยมีเพื่อนและคนสนิทเข้ามาร่วมงานจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมา ยังพบมีดารานักแสดงระดับนางเอก และดีเจชื่อดังมาพบเจอดีเจอมะตูมด้วย ทำให้บุคคลทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อ

‘แต้ว’ลุ้นผลตรวจอีกรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ นางเอกชื่อดัง เป็นหนึ่งในดาราที่เจอดีเจมะตูม เมื่อวันที่ 19 ม.ค.

ด้านแม่ของนางเอกชื่อดังเปิดเผยว่า แต้วบอกตนว่าไปเจอมะตูมเมื่อวาน เมื่อเช้ามะตูมโทร.มาบอกว่ามีน้องในงานวันเกิดที่ติดโควิด เขาจึงจะไปตรวจ ซึ่งแต้วไปด้วยพร้อมกัน ปรากฏว่า มะตูมผลออกมาเป็นบวก ส่วนผลของแต้วเป็นลบ แต่ก็ยังไม่โอเค จากนั้นแต้วโทร.ไปปรึกษาหมอที่ดูแลกันอยู่ ซึ่งบอกว่าให้แต้วกักตัวอีก 4 วัน นับจากวันที่ผลตรวจออก แล้วให้กลับไปตรวจอีกครั้ง เพราะครั้งแรกอาจจะตรวจไม่พบก็ได้

“ตอนนี้แต้วกับแม่แยกกันอยู่ แม่คงจะต้องไปอยู่โรงแรมปิด เพราะว่าจะไปอยู่บ้านญาติก็จะมีผู้ใหญ่ซึ่งก็ไม่สะดวก แต่ยังไม่ทราบว่าจะไปอยู่โรงแรมไหน ส่วนแต้วอยู่บ้าน จริงๆ พรุ่งนี้แต้วมีถ่ายละคร แต่ส่งไลน์ไปบอกทีมงานว่าขอกักตัวอีก 4 วัน เพื่อรอผลการตรวจอีกครั้ง” แม่นางเอกดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต้วมีอาการเครียดหรือกังวลหรือไม่ แม่นางเอกดังกล่าวว่า ไม่เครียด ถ้าเป็นก็รักษา มะตูมที่โทร.มาหาก็โทร.มาขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน แต้วก็ไม่ได้โกรธอะไร มันเป็นเรื่องของการเจ็บป่วย ใครเป็นก็ต้องรักษา

ดารา‘แต้ว’แจงไทม์ไลน์

เมื่อเวลา 20.15 น. “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ นางเอกชื่อดัง ซึ่งเพิ่งเจอกับดีเจมะตูมที่ได้ออกมาแจ้งว่าติดโควิด ได้ไลฟ์ผ่านอินสตา แกรมส่วนตัว ว่า “สวัสดีค่ะ แต้วจะเริ่มต้นกักตัว หลายคนอาจจะได้ข่าวจากมะตูมแล้วว่ามีผลเป็นบวก จะมาอธิบายให้ฟัง เพื่อให้คนที่เจอแต้วเมื่อวานได้ระวังตัว”

“เมื่อวานแต้วไปเจอดีเจมะตูม ไปไลฟ์ แบรนด์เอ็มซีเอ็ม มีการถอดแมสก์อยู่ในห้องด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน ยังพูดเล่นกันอยู่ว่าในวงการใครจะติดเป็นคนแรก ระหว่างไลฟ์ก็ทำกิจกรรมอย่างที่เห็นกัน หลังออกจากห้องแต่งตัวก็ใส่แมสก์ตามปกติ หลังจากนั้นแต้วประชุมอีกงานหนึ่ง แล้วก็กลับบ้าน พอกลับบ้าน มะตูมโทร.มาบอกว่าเขาค่อนข้างกังวลใจว่าเพื่อนติดโควิด มีการใกล้ชิดกันเมื่อวันที่ 9 ม.ค. มะตูมตรวจเมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค. ผลก็น่าจะออกประมาณวันนี้ แต้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปกติจะนอนกับคุณแม่ แต่เมื่อคืนก็แยกกันนอนคนละห้อง เช้าวันนี้ประมาณ 10 โมง แต้วไปตรวจที่ร.พ.รามคำแหง ผลก็ออกมาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ผลเป็นลบ จึงปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าอาจจะติดก็ได้ เพราะเชื้อจะมีการฟักตัว 4-5 วัน”

“พอผลแต้วเป็นลบก็บอกมะตูม พอมาทราบว่ามะตูมเป็นบวก พรุ่งนี้มีถ่ายละครจึงบอกทางกองขอกักตัว 14 วัน และก็ต้องไปตรวจอีกใน 5 วันข้างหน้า ตอนนี้แยกกันอยู่กับทุกคนในบ้าน ปรึกษากับคุณหมอ แยกใช้ห้องน้ำ ฝากเป็นกำลังใจให้หนูและมะตูมแล้ว”

“สำหรับทุกคนที่แต้วไปพบปะมา ไม่มีใครที่เสี่ยง หรือผลกระทบ แต้วไปประชุม และคุณเป็นผู้เสี่ยงต่ำ ทุกคนก็จะไปทำหน้าที่ในการดูแลตัวเอง สังเกตตัวเอง 14 วัน แต้วเป็นผู้เสี่ยงสูง คาดว่าจะไม่ติด ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพด้วย เราไม่รู้ว่าจะมาตอนไหน ขอบคุณค่ะ” นางเอกคนดังกล่าว

หนุ่มปทุมฯติด‘โควิด’

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี รายงานว่า พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 73 ของการระบาดระลอกใหม่ ใน จ.ปทุมธานี โดยผู้ป่วยเป็นชาย อายุ 29 ปี ชาวอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สำหรับไทม์ไลน์มีดังนี้ วันที่ 1-3 ม.ค. อยู่บ้านเช่าตลอด เวลา 15.00-16.00 น. ไปเดินซื้อของตลาดนัด ซอย 3 แถวบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

วันที่ 4 ม.ค. เวลา 13.00 น. เดินทางกลับบ้านที่จ.ชัยภูมิ โดยนั่งรถแท็กซี่ออกจากบ้าน (จำสีรถและทะเบียนไม่ได้) และขึ้นรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-บ้านค่าย ในรถมีผู้โดยสาร 3 คน นั่งโซนแถวหน้าขาว แยกกับผู้โดยสารคนอื่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

วันที่ 5-16 ม.ค. อยู่บ้านที่จ.ชัยภูมิ ไม่ได้ออกไปไหน เวลา 18.00-18.30 น. วิ่งที่สนามกีฬาโรงเรียนชุมพลสวรรค์วิทยา ต.บ้านค่าย 2-3 วัน จำวันที่แน่นอนไม่ได้ ไปคนเดียว ขณะวิ่งไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีคนอื่นมาวิ่งมาสนามด้วย มีแต่คนที่เตะฟุตบอลในสนาม

วันที่ 17 ม.ค. เวลา 10.30-15.00 น. นั่งรถโดยสารประจำทางของ บริษัท เทียนชัย จาก บขส.ชัยภูมิ-กรุงเทพฯ มีผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งเต็มที่นั่ง ใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง ลงรถที่หน้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เวลา 15.00 น. โดยสารรถแท็กซี่กลับบ้านพัก (จำป้ายทะเบียนรถไม่ได้) หลังจากถึงบ้านพักไม่ได้ไปไหน วันที่ 18 ม.ค.ไปตรวจโควิด เพื่อต้องการใบรับรองแพทย์ในการเดินทางข้ามจังหวัดไปทำงานที่จ.ชัยนาท ไม่มีอาการใดๆ และวันที่ 19 ม.ค. ผลพบเชื้อ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

6 เดือนติดเชื้อ-กทม.ป่วยอีก 28

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกทม. โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า สรุปกทม.พบผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63-20 ม.ค.64 รวม 619 ราย จากการสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อถึงวันที่ 19 ม.ค.64 รวม 593 ราย เป็นคนต่างจังหวัดที่แอดมิตในโรงพยาบาลในพื้นที่ กทม. 142 ราย และเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ กทม. 464 ราย

การติดเชื้อในประเทศส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า การไปสถานบันเทิง/สถานที่ชุมชน และการตรวจเชิงรุกในตลาด และชุมชน โดยไทม์ไลน์แถลงไปแล้ว 518 ราย และวันนี้มีไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อที่อยู่ใน กทม. ซึ่งสอบสวนโรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพิ่มอีก 28 ราย

สำหรับไทม์ไลน์ที่น่าสนใจคือด.ญ.วัยเพียง 6 เดือน พบอาศัยอยู่กับพี่เลี้ยงในย่านบางขุนเทียน และบางวันมีญาติช่วยเลี้ยง จากนั้นช่วงค่ำพ่อแม่จะมารับกลับไปบ้าน ต่อมาพ่อแม่ไปตรวจหาโควิด-19 พบติดเชื้อ โดยยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่โรงพยาบาล กระทั่งมาตรวจ และพบหนูน้อยรายนี้ติดโควิด-19 เช่นกัน

มหาชัยติดเชื้ออีก 92 คน

เมื่อเวลา 17.00 น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 92 ราย โดยพบจากการตรวจค้นหาเชิงรุกรวม 29 ราย เป็นคนไทย 3 ราย และคนต่างด้าว 26 ราย ขณะที่พบจากการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลอีก 63 ราย เป็นคนไทย 19 ราย และคนต่างด้าว 44 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 4,921 ราย เป็นคนไทย 1,045 ราย และคนต่างด้าว 3,876 ราย

ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เป็นคนไทยอยู่ระหว่างการรักษา 137 ราย ต่างด้าว 194 ราย และผู้ที่อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 1,332 ราย เป็นคนต่างด้าวทั้งหมด ด้านผู้ที่รักษาหายจากโรงพยาบาลกับผู้ที่เฝ้าสังเกตอาการจนครบกำหนดแล้วไม่พบเชื้อสามารถกลับบ้านได้รวมทั้งหมด 3,257 ราย นอกจากนี้ในส่วนของผู้เสียชีวิตยังคงที่ 1 ราย

สำหรับการค้นหาเชิงรุกทั้งหมด 2,385 ราย ยอดสะสมจากการค้นหาเชิงรุกรวม 51,502 ราย ผลการตรวจแล็บ 447 ราย พบเชื้อ 29 ราย ยอดสะสมจากการตรวจแล็บรวม 46,418 ราย ยอดสะสมผู้พบเชื้อ 3,830 ราย

ได้วัคซีนเพิ่ม 1.5 แสนโดส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์หลัง ไปร่วมสังเกตการณ์แถลงสถานการณ์โรค โควิด-19 ถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพ ที่มา และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า รัฐบาลไทยไม่เคยเอาอะไรที่ไม่ดี สธ.ไม่มีวันเอาอะไรที่เป็นอันตรายหรือไม่เป็นประโยชน์มาให้กับประชาชน และตนจะเป็นคนฉีดคนแรก โดยมีศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และที่ปรึกษาสถานการณ์โควิด-19 เป็นผู้ฉีดให้ สิ่งที่เรานำเข้ามา เราต้องมั่นใจ ล่าสุดวันนี้ ตัวที่เข้ามาตัวแรก คือแอสตราเซนเนกา เพราะซิโนแวคยังรอการขึ้นทะเบียนในประเทศจีน ดังนั้นหากจะมีการฉีดเข็มแรกในไทย แนวโน้มน่าจะเป็นแอสตราเซนเนกา ซึ่งก็ดีเพราะเป็นยี่ห้อเดียวกัน สูตรเดียวกันกับที่กำลังผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

“วันนี้แอสตราเซนเนกาคอนเฟิร์มมาแล้วว่า 50,000 โดสแรกจะเข้ามาต้นเดือนก.พ. จริงๆ คอนเฟิร์มมา 1.5 แสนโดส แต่ที่จะมาต้นก.พ. ก่อนคือ 50,000 โดส เป็นวัคซีนสำเร็จรูปล็อตที่ผลิตในต่างประเทศ ที่เหลือจะทยอยมาในเดือน มี.ค. และ เม.ย.” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าล็อตที่จะนำเข้ามารวมอยู่ใน 26 ล้านโดส ที่ผลิตในไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รวมกัน ขอให้แยกอีก 1.5 แสนโดส เพราะเราขอไป 2 แสนโดส เราซื้อเหมือนปกติ

เมื่อถามถึงราคา นายอนุทินกล่าวว่า ราคาเท่าเดิม ตามสัญญาที่ซื้อ 26 ล้านโดส คือ 5 เหรียญสหรัฐ เราก็ยังไม่ได้คุยต่อว่า หากเราจะซื้อเพิ่มอีก ส่วนงบประมาณครอบคลุมอยู่แล้ว ของพวกนี้ไม่ใช่ไปซื้อของถูกที่สุด เพราะแต่ละยี่ห้อก็มีคุณสมบัติต่างกัน ผลิตจากที่ต่างกัน ที่สำคัญคือเน้นความปลอดภัยและทั่วถึงประชาชน และจะมาต้นเดือนก.พ. มาอย่างไรรวมค่าส่งหรือไม่เป็นรายละเอียดขอให้สอบถามไปยังสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

เมื่อถามว่าเมื่อเป็นวัคซีนที่พร้อมฉีด และส่งเข้ามาในประเทศไทย จะต้องผ่านกระบวนการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย.จะต้องมีกระบวนการ และคิดว่าขณะนี้อยู่ขั้นสุดท้ายของการพิจารณาขึ้นทะเบียนแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ว่าสถานการณ์ฉุกเฉินหรือปกติ ก็ต้องผ่าน อย.

‘คนละครึ่ง’ 10 นาทีหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” รอบเก็บตก ผ่าน www.คนละครึ่ง.com จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ เมื่อเวลา 06.00 – 23.00 น. วันที่ 20 ม.ค. โดยเวลาผ่านมาเพียง ไม่ถึง 10 นาที จำนวนสิทธิ์ คงเหลือ 0 สิทธิ์

ด้านน.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การลงทะเบียนคนละครึ่งรอบเก็บตกอีก 1.34 ล้านสิทธิ์ ในวันที่ 20 ม.ค. เวลา 06.00 น. ยังมีประชาชนสนใจมาลงทะเบียนจำนวนมาก เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเข้ามารอในระบบลงทะเบียนมากกว่า 3 ล้านคน จึงมีผู้ที่พลาดลงทะเบียนในรอบนี้เกือบ 2 ล้านคน

ส่วนกรณีที่มีผู้ลงทะเบียน ได้รับหมายเลข OTP ล่าช้า จากการสอบถามทางธนาคารกรุงไทย ได้รับการชี้แจงว่า ระบบไม่มีปัญหา ระบบมีความต่อเนื่อง แต่อาจจะหน่วงอยู่บ้าง จากระบบของผู้ให้บริการมือถือมีปริมาณผู้มาลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก

น.ส.กุลยากล่าวว่า การแจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 3,500 บาทผ่านคนละครึ่งเฟส 1-2 จะไม่มีการขยาย หรือ รับลงทะเบียนเพิ่มอีก โดยสิ้นสุดครบ 15 ล้านคน สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค. นี้ โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใหม่อีก 1.34 ล้านราย จะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. และต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 14 วัน เพื่อป้องกันถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน

คลังเล็งต่อคนละครึ่งเฟส 3

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า การพิจารณาโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จะต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด และดูว่าเศรษฐกิจในประเทศว่ามีความคึกคักแค่ไหนควบคู่กัน หากเศรษฐกิจในไตรมาสสองยังไม่ดีเท่าที่อยากเห็น คลังอาจพิจารณาให้ เพราะการใช้จ่ายของประชาชนคิดเป็น 50% ของจีดีพีประเทศ หากประชาชนออกมาใช้จ่ายได้ก็ช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนดีขึ้น

“การเปิดลงทะเบียนเราชนะ คิดว่าจะมีคนมาไม่มากเหมือนคนละครึ่ง เพราะประชาชนส่วนหนึ่งที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และใช้คนละครึ่ง เรามีข้อมูลอยู่แล้วไม่ต้องมาลงทะเบียน ที่สำคัญโครงการเราชนะ จะเปิดให้ลงได้นานถึง 2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องแย่งกันเหมือนโครงการคนละครึ่ง เพราะไม่มีเต็ม โดยเริ่มลงได้ตั้งแต่ 29 ม.ค.นี้”

ส่วนกรณีรัฐบาลไม่แจกเงินสดให้ 3,500 บาท เนื่องจากก่อนหน้านี้เรามีประสบการณ์จากโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งมีประชาชนแออัดต่อคิวถอนเงินจากธนาคารและตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก จนอาจเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด และทำให้ตู้เอทีเอ็มมีปัญหาได้ รัฐบาลจึงต้องการลดการสัมผัสเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ โดยเลือกวิธีโอนเงินเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์แทน นอกจากจะสะดวกปลอดภัยแล้ว ยังสนับสนุนสังคมไร้เงินสดด้วย เพราะวันนี้ภาคเอกชนใช้กันหมดแล้ว จ่ายค่าทางด่วน ค่ารถ ก็ไม่ใช้เงินสด ถ้าเราไม่ใช้เทคโนโลยีก็จะเชย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน