ป้อมลั่นผมยังอยู่
พปชร.ไม่มีแตก
‘บิ๊กตู่’ ส่งหนังสือแสดงความยินดีถึงประธานาธิบดี ‘ไบเดน’ ระบุไทยพร้อมทำงานกับสหรัฐอย่างใกล้ชิด ด้าน‘บิ๊กป้อม’ยันพลังประชารัฐไร้รอยร้าว ลั่นถ้า ‘ผมยังอยู่ไม่แตก’ ยังกั๊กไม่มีใครในใจชิงผู้ว่าฯกทม. แต่พปชร.ไม่ส่งผู้สมัคร ด้าน‘ณัฏฐพล’ดักพบหัวหน้าป้อม ดันภรรยา‘ทยา’ลงสนาม ขณะที่‘พนิต’เผยปชป.ป้องกันแชมป์แน่ จี้พรรคการเมืองหยุดเล่นเกม-เลิกฮั้ว ส่วนเพื่อไทยเตือน‘บิ๊กตู่’ตั้งสติสู้ซักฟอกในสภา ขู่เชือดปมถลุงงบหลายแสนล้าน
‘บิ๊กตู่’ส่งหนังสือยินดี‘ไบเดน’
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ส่งหนังสือแสดงความยินดีถึงนายโจเซฟ อาร์. ไบเดน จูเนียร์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า ในนามของประชาชนและรัฐบาลไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะแสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อท่าน ในโอกาสที่ท่านเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 อย่าง เป็นทางการ ชัยชนะของท่านด้วยคะแนน เสียงสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางความท้าทายมากมายในปัจจุบัน สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และความหวังที่ชาวอเมริกันมอบให้กับท่าน
ด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี และในฐานะประเทศหุ้นส่วนคู่สนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย ไทยมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ในความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของเราซึ่งพัฒนาผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน และความร่วมมือระหว่างกันที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อไทยและสหรัฐอเมริกา และประชาชนของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค
ดังที่ท่านได้กล่าวไว้อย่างคมคายในวันก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีว่า ‘ในการที่เราจะเยียวยาได้ เราจำเป็นต้องจดจำ’ โลกต้องให้ความสนใจกับคำพูดของท่าน เพื่อที่เราจะได้เริ่มแก้ไข เยียวยา และสมานความแตกร้าวเจ็บปวด ทุกประเทศต่างต้องเผชิญกับปัญหาความแตกแยก ความขัดแย้ง และความเสียหาย ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถูกซ้ำเติมด้วยภัยจากโรคระบาด เราทุกคนต่างพยายามแสวงหาหนทางที่ดีที่สุดภายใต้บริบท และสถานการณ์เฉพาะของตน เพื่อเชื่อมช่องว่างที่แยกห่าง หาทางออกให้ความแตกต่าง และเพื่อกลับมายืนหยัด เหนือปัญหา
ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิด
จากวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ได้สอนบทเรียนบางอย่างแก่เรา บทเรียนนั้นก็คือในขณะที่ โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทุกคนคือการหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมมือ มิใช่หันหลังให้กัน ไทยในฐานะประเทศคู่ภาคีสนธิสัญญาประเทศแรกและเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย พร้อมที่จะเดินเคียงข้างท่านในการเดินทางครั้งนี้
ผมมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับท่านและรัฐบาลของท่าน เพื่อเสริมสร้างพลวัตของความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และระดับโลก ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ ผมขอเรียนเชิญท่านและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เยือนกรุงเทพฯ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสได้ต้อนรับท่านในอนาคตอันใกล้นี้
ในโอกาสที่ท่านเข้ารับหน้าที่ซึ่งเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรตินี้ ผมขออำนวยพรให้ท่านมีสุขภาพที่ดีและประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกประการที่รออยู่เบื้องหน้า
ทำเนียบโล่ง-นักข่าวไร้เชื้อโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข ให้จัดเจ้าหน้าที่จากสถาบันบําราศนราดูร ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก แก่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ต่อมาเช้าวันที่ 21 ม.ค. น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งสื่อมวลชนที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง 170 คน ว่าทั้งหมดมีผลเป็นลบ และขอให้ทุกคนรับสติ๊กเกอร์ Covid-Test
น.ส.นัทรียากล่าวว่า สติ๊กเกอร์ Covid-Test สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจคัดกรองและมีผลเป็นลบ ขอให้ติดไว้ที่มองเห็นได้ง่าย ต่อไปผู้ที่มารอสัมภาษณ์ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีสติ๊กเกอร์นี้เท่านั้น และขอให้ทุกคนระวังผู้ที่ยังไม่มีสติ๊กเกอร์ ซึ่งได้แจ้งผลการตรวจให้ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้ใหญ่ทุกคนทราบแล้ว เพราะทุกคนห่วงช่างภาพ สื่อมวลชน แม้จะผ่านการตรวจคัดกรองครั้งนี้แล้ว แต่ยังต้องระมัดระวัง และเป็นไปได้ว่าอีก 14 วัน จะตรวจคัดกรองอีกครั้ง
‘บิ๊กป้อม’ยันไม่ส่งชิงผู้ว่าฯกทม.
เวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อวางแนวทางส่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ว่า ยังไม่ได้คิด และยังไม่ได้คุยกับกก.บห. ต้องนัดประชุมก่อนและเวลานี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม เนื่องจากมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวมีชื่อนางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.และภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลงสมัครชนกับ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. ที่มีข่าวจะลงสมัครอิสระ แต่มีพรรคพลัง ประชารัฐสนับสนุน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ตอนนี้ยังไม่มีชื่อใครเลย
ลั่น‘ผมยังอยู่พปชร.ไม่แตก’
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตามมาตรา 34 แห่งพ.ร.บ.การการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กำหนดห้ามไม่ให้ข้าราชการการเมือง ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น หรือ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ฉะนั้น พรรคจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการส่งผู้สมัครไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย แนวทางของพรรคควรจะเหมือนเลือกตั้งอบจ. คือไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค
ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะไม่ส่ง ผู้สมัครในนามพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ รอคุยกับกก.บห.ก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่มีชื่อตามกระแสข่าวจะลงในนามอิสระแทนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้ แต่เดี๋ยวจะมาบอกว่า ตนไม่รู้ๆ อีก เมื่อถามถึงข่าวมีชื่อทั้งนางทยาและพล.ต.อ. จักรทิพย์ จะสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มี พรรคเป็นเอกภาพดี รับรองในพรรคไม่มีอะไรแตก อย่าไปคิดว่าแตก ผมยังอยู่ไม่มีแตก”
‘ณัฏฐพล’แจ้ง‘ทยา’ขอลงสนาม
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดกระแสข่าวนายณัฏฐพล นัดส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ บางส่วน ส.ก.และอดีตผู้สมัครส.ส.ประชุมเพื่อให้สนับสนุนนางทยา ลงสมัครชิงผู้ว่าฯกทม. ซึ่งสวนทางกับพล.อ.ประวิตร ที่สนับสนุน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ลงสมัคร
ล่าสุดนายณัฏฐพลได้มารอพบพล.อ. ประวิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยเรื่อง ดังกล่าว นานประมาณ 20 นาที โดยยืนยันว่าข่าวที่ออกมาเป็นความจริง นางทยาตัดสินใจขอเสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และมั่นใจว่ามีโอกาสที่จะชนะ จึงเสนอตัวทำงาน ซึ่งพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ว่าอะไร เพียงรับทราบตามที่นายณัฏฐพลมาบอกกล่าว
ส่วนความชัดเจนของพรรคพลังประชารัฐในการส่งผู้สมัคร คงใช้สูตรเดียวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)คือไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่ให้การสนับสนุน ผู้สมัครที่มีอุดมการณ์และแนวทางการทำงานเหมือนกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในข้อกฎหมายหากพรรคจะส่งผู้สมัคร เพราะพรรคสำคัญที่สุด โดยจะต้องมีการประชุมกก.บห.เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้
‘พนิต’จี้เลิกเล่นเกม-อย่าฮั้ว
นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าฯกทม. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ช่วงนี้หลายคน ทั้งนักการเมือง ทั้งข้าราชการ เริ่มมีการพูดถึงหรือเริ่มมีกระแสของการลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งตนยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากพรรคการเมืองหรือกลุ่มอิสระใดที่จะเปิดตัวก่อนเป็นคนแรก ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 19 ม.ค.ตนได้เข้าร่วมประชุมพรรค และได้มีการยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครแน่นอน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครและกำลังเตรียมนโยบายอยู่ แน่นอนว่าผู้สมัครสำคัญ แต่สิ่งที่ตนมองว่าสำคัญกว่าคือนโยบายพรรค และในฐานะแชมป์เก่า เรารู้ปัญหากทม.ดี และสามารถเสนอแนวทางต่างๆ ได้ อย่างเช่น ปัญหาปากท้องของคนกทม. เป็นต้น
ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญของคนกทม. ในการกำหนดคุณภาพชีวิตของเขา พรรคการเมืองต้องหยุดเล่นเกมการเมือง อย่าตบตาคนกรุงเทพฯ เลิกฮั้ว และส่งคนที่มีความสามารถ พร้อมนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคน กทม. ซึ่งกทม.เป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองหลวงที่มีความหลากหลาย ผู้บริหารเมืองต้องมีความลื่นไหลปรับตัวง่าย แก้ปัญหาได้ทันท่วงที
ผมขอตั้งคำถามว่าจริงแล้วผู้ว่าฯ กทม.ควรเป็นคนที่สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าพรรคการเมืองเป็นการรวมตัวกันของคนที่มีอุดมการณ์หรือความคิดเหมือนกัน เราอาจจะได้ผู้ว่าฯ ที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับชาติ มีพลังทางการเมืองสูง หรือผู้ว่าฯ อิสระ ที่มีความคล่องตัวทำงานได้อย่างเต็มที่ มองมุมที่แตกต่างที่สดใหม่ ลงมือทำนโยบายที่คิดและลงมือทำด้วยตนเอง แบบไหนกันที่เหมาะสมกับ กทม. มากกว่ากัน
‘วันชัย’โวมิติใหม่ทำประชามติ
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ แถลงว่า กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ไปมากพอสมควรแล้ว ทันต่อการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทราบว่าสภาเตรียมเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 17-18 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติวาระ 2-3 จะเป็นมิติใหม่ของการออกเสียงประชามติครั้งแรกในยุคประชาธิปไตย เนื่องจากการทำประชามติ 2 ครั้ง ปี 2550 และ2560 ไม่ได้อยู่ในยุคประชาธิปไตย มีข้อครหามาก ถูกกล่าวหาปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ. ประชามติครั้งนี้ จึงเพิ่มข้อความคำว่า “เสรี เสมอภาค” ในมาตรา 9 เพื่อให้การออกเสียงประชามติ มีเสรีภาพ ความเสมอภาค
ขณะเดียวกัน เรื่องการรณรงค์แสดงความคิดเห็นต่อการทำประชามติ กมธ.เพิ่มเนื้อหา เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อออกเสียงประชามติ ให้ทำได้อย่างเสรีเท่าเทียม ไม่ว่าฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เปิดโอกาสให้ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน กลุ่มต่างๆ ทุกกลุ่ม ได้แสดงความเห็นเต็มที่ ไม่ปิดกั้นเหมือนการทำประชามติที่มีข้อกล่าวหาที่ผ่านมา
กมธ.แก้รธน.จ่อถกที่มาส.ส.ร.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย(พท.) โฆษกกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..)พ.ศ…(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1) แถลงภายหลังการประชุมว่า กมธ. จะพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และนำเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาวาระ 2 ในสมัยประชุมสามัญนี้ ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งกมธ.จะเร่งรัดดำเนินการ โดยอาจเพิ่มวันประชุมเป็นวันอังคารด้วย จากตอนนี้ประชุมพฤหัสฯและศุกร์
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 256 ภายใต้บังคับ มาตรา 255 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้พิจารณามาตรา 256 (7) (8) และ (9) รวมถึงการประชุมกมธ.ก่อนหน้านี้ได้เน้นการแก้ไข หมวด 15 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และในวันที่ 22 ม.ค.จะพิจารณามาตรา 256/1 ในเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ซึ่งเป็นเรื่องหลัก จากนั้นจะพิจารณาคุณสมบัติ และการทำงานของส.ส.ร.
“ความเห็นในกมธ.แต่ละคนอาจมีสะดุดบ้าง แต่เชื่อว่าทุกความเห็นจะถูกแขวนไว้ จะไม่มีความเห็นที่ไม่จบไม่สิ้น และสรุปครั้งสุดท้าย จะลงมติในกมธ. ทุกมาตราจนจบ เพื่อเร่งรัดให้เกิดความรวดเร็ว” นายสมคิดกล่าว
พท.เตือน‘บิ๊กตู่’ตั้งสติสู้ซักฟอก
นายสมคิดยังกล่าวในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ท้าทายฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ บริหารราชการไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส การอภิปรายครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายงบหลายแสนล้าน ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน มีทุจริตในทุกขั้นตอน ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้เอกชนใกล้ชิดรัฐบาล
ฝ่ายค้านจะอภิปรายให้ประชาชนชนรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล ขอพล.อ. ประยุทธ์ตั้งสติและรับฟังการอภิปราย รวมทั้งตอบให้ตรงประเด็น อย่าโวยวายหรือใช้ ส.ส. พรรครัฐบาลยกมือประท้วงจนเสียเวลาสภา ขอเตือนว่าประชาชนจับตาดูอยู่ หากพล.อ. ประยุทธ์ไม่อายประชาชนก็ควรอายตัวเองบ้าง
นโยบายการแจกเงินที่พล.อ.ประยุทธ์ภูมิใจว่า รัฐบาลนี้แจกเงินประชาชนมากที่สุด เป็นแนวคิดที่ผิดพลาดมาก เป็นการประจานตัวเอง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้ การแจกเงินผ่านแอพพลิเคชั่น ยิ่งแจกมากประชาชนยิ่งได้รับผลกระทบมาก หลายล้านคนไม่ได้รับเงินที่รัฐบาลแจก ยิ่งมีโครงการแจกเงินมาก ประชาชนก็ด่ารัฐบาลมากขึ้น ดังนั้นนโยบายแจกแหลกจึงไม่ช่วยให้ภาพของรัฐบาลดีขึ้นในสายตาประชาชน
‘เต้’ขู่‘ประวิตร’เตรียมตัวให้ดี
ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทย ศรีวิไลย์ แถลงกรณีรัฐบาลให้เงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน วงเงิน 2.1 แสนล้านบาทจากผลกระทบโควิด-19 ว่า อยากวิงวอนให้การเยียวยาครอบคลุมบุคคลตามมาตรา 33, 39 และมาตรา 40 ให้ได้รับสิทธิ์ด้วย เพราะพวกเขาไม่มีรายรับส่วนอื่น ส่วนนักเรียน นักศึกษา ประมาณ 14 ล้านคน เป็น กลุ่มคนที่จ่ายภาษีผ่านการใช้จ่ายส่วนตัว จึงน่าจะหาช่องทางเยียวยาด้วย รวมถึงนักโทษในเรือนจำ และพระภิกษุ 3 แสนกว่ารูปด้วย
เงินนี้ไม่ใช่ของรัฐบาล แต่เป็นเงินภาษี จะกู้เพิ่ม ตนไม่ว่า แต่ขอให้ประชาชนอยู่ได้ อย่าลืมว่าการแพร่ระบาดของโควิดรอบนี้ เพราะการควบคุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงกลาโหมทำได้ไม่ดี ทำให้เกิดการระบาดที่ จ.สมุทรสาคร รัฐบาลจึงบ่ายเบี่ยงไม่ได้ ต้องดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน หากไม่ดำเนินการ ตนอาจนำเรื่องนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
“วันนี้ผมจะร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกับพรรครวมฝ่ายค้าน คร่าวๆอาจได้เวลาอภิปราย 15-20 นาที แต่ต้องดูเนื้อหาก่อน เพราะผมมีข้อมูลของทุกกระทรวง ส่วนจะอภิปรายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น หากเกี่ยวข้อง ก็ต้องอภิปราย และขอให้พล.อ.ประวิตร เตรียมตัวให้ดี อย่าบอกว่าไม่รู้” นายมงคลกิตติ์กล่าว
กกต.ไม่เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน วาระพิจารณารับทราบรายงานผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2561 ส.ส.ส่วนใหญ่ ตั้งคำถามถึงบทบาทการทำงานของกกต. รวมทั้งการเลือกตั้งที่ส่อมีการซื้อสิทธิขายเสียง และส่อทุจริตเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก แต่เอาผิดหรือจับคนผิดได้น้อย
นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สอบถามกรณีที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยื่นเรื่องให้ กกต.พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งเทศบาลออกไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนกกต. กล่าวชี้แจงว่า จากการได้รับฟังการอภิปรายมารู้สึกหูอื้อ ตาลาย เรื่องการ ซื้อเสียง กกต.พยายามทุกวิถีทางให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก เพื่อลดอำนาจเงิน พร้อมให้ความรู้กับประชาชนและมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส่วนกรณีสมาคมสันนิบาตฯยื่นขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น ได้แจ้งให้ กกต.รับทราบแล้ว และการประชุม กกต.เมื่อช่วงเช้า ที่ผ่านมา กกต.หารือกันแล้วว่าจะให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งเทศบาลไปตามที่กำหนดไว้
จ่อเฟ้น 4 ผู้ทรงคุณวุฒิสมานฉันท์
นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสมานฉันท์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์ เลือกนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน และประธานรัฐสภาลงนามในประกาศรัฐสภา แต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทำงาน ด้านการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 4 คน ซึ่งคณะกรรมการ มีหน้าที่คัดเลือกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยแต่ละคนจะต้องพิจารณาหารายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตามแนวทาง คือ ผู้หญิงไม่น้อยกว่า 2 คน และสื่อมวลชน 1 คน พร้อมมอบหมายให้กรรมการหาแนวทางในการได้มาซึ่งกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนผู้แทนฝ่ายผู้ชุมนุมและผู้แทนฝ่ายอื่น ฝ่ายละ 2 คน มาเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 25 ม.ค. เวลา 13.30 น.
ส่วนที่ส.ส.ฝ่ายค้านยังไม่ได้เสนอรายชื่อตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น นายคุณวุฒิ กล่าวว่า คณะกรรมการสมานฉันท์ทำงานในลักษณะแสวงหาความคิดเห็น และความร่วมมือจากทุกฝ่าย หาก ส.ส.ฝ่ายค้านจะเสนอรายชื่อตัวแทนมาเป็นกรรมการ ก็ยินดีร่วมกันทำงาน เพื่อระดมความคิดเห็นสร้างปรองดองสมานฉันท์