เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางล่องเรือเข้าไปยังอ่าวที่เกษตรกรชาวบ้านผู้เลี้ยงปลากดคังหมู่ที่ 2 บ้านปิล็อกคี่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เกือบ 30 ราย ได้รับความเดือดร้อนจากปลากดคังในกระชังที่เลี้ยงมากว่า 3 ปี ได้ตายลอยทั้งหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว จนต้องเร่งเก็บปลาขึ้นฝั่งไปกองรวมอยู่ริมตลิ่งยาวนับเป็นกิโลเมตรเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วคุ้งน้ำแล้ววอนหน่วยงานภาครัฐเร่งช่วยไม่เช่นนั้นสิ่งตามมาคือเชื้อโรค เนื่องจากปลานับ 100 ตัน ได้นำขึ้นมากองไว้ริมตลิ่ง ยังไม่ทราบจะทำอย่างไร หากปล่อยให้อยู่ในน้ำอาจจะทำให้น้ำเสียได้ เจ้าของกระชังปลาเร่งเก็บกู้ขึ้นฝั่งมาเป็นวันที่สี่แล้ว ยังไม่หมด
นางนิ่มนภา ตุมรสุนทร เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ในพื้นที่บริเวณอ่าวพระธาตุ โบอ่อง ได้กล่าวพร้อมกับดมยาดมตลอดเวลาว่า ชุดนี้เลี้ยงมา 4 ปี และที่จับไม่ได้เพราะติดโควิด 19 นัดจะมาจับช่วงปีใหม่ ไม่คาดจะเจอแบบนี้ลงเต็มที่หมดทุนไปเกือบ 10 ล้าน กะว่าจับครั้งนี้จะมีเงินเหลือจากใช้หนี้สินแล้วนำไปปลูกบ้าน ทุกวันนี้ยังเช่าเขาอยู่ สุดท้ายปลาตายหมดทั้งอ่าวเลยที่เลี้ยง เกษตรกรเลี้ยงมีประมาณ 30 เจ้า เป็นหมด นับ 100 กระชัง หากขายปลาหน้ากระชังแต่ละช่องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท กระชังหนึ่งมี 10 ช่อง บางครั้งได้ช่องละเกิน 1 ล้านบาท ทั้งหมดเกิน 10 ล้านบาท ของตนมีทั้งหมด 30 กระชัง 30 ช่อง ตอนนี้ล่มสลายทั้งหมด
ลูกเขยนางนิ่มนภา กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุการณ์ตนเองไม่อยู่ไปรับอาหารมาให้ปลา และทราบว่าเกิดปรากฏการณ์น้ำพลิกกลับทำให้น้ำในอ่างเกิดขุ่นมีกลิ่นเหม็น หลังจากนั้นแรกๆ ปลาในกระชังก็เริ่มตายลอยเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว จนวันนี้ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน หากรัฐช่วยบ้างก็ดีเพื่อนำทุนมาดำเนินการกับชีวิตต่อไปเพราะเวลานี้ก็ไม่เหลืออะไรแล้ว

ตายเกลื่อน – ปลากดคัง ที่เลี้ยง ในกระชัง บริเวณอ่าว พระธาตุโบอ่อง เหนือเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ตายเกลื่อนนับ 100 ตัน หลังเกิดปรากฏการณ์น้ำพลิกกลับ เกษตรกรถึงกับหมดตัว เมื่อ 23 ม.ค.