ตร.รู้ผลพิสูจน์
เครื่องจับเท็จ!
‘ลุงพล-ป้าแต๋น’ รุดไปรับ ‘ทนายตั้ม’ ถึงสนามบิน ต่างโอบกอดกันชื่นมื่น อุ่นใจที่มาเคียงข้าง แต่ทนายคนดังยังไม่เข้าพื้นที่มุกดาหาร เพราะต้องถูกกักตัว 14 วัน แต่พร้อมช่วยเหลือเรื่องคดี ขณะที่ลุงพลเชื่อคนร้ายตัวจริงที่ฆ่า ‘น้องชมพู่’ คงนอนไม่หลับ ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจจับกุมตัวได้โดยเร็ว มั่นใจการมาของทนายตั้มจะทำให้คดีกระจ่างขึ้น ด้าน ‘บิ๊กปั๊ด’ ผบ.ตร. เผยผลเครื่องจับเท็จออกมาแล้ว
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่หน้าบ้านนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ลุงของน้องชมพู่ ด.ญ.วัย 4 ขวบที่เสียชีวิตปริศนา บ้านกกกอก ต.กกตุม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ในช่วงเช้านายไชย์พล ชวนยูทูบเบอร์เปิดเพลงเต้นอย่างสนุกสนานที่หน้าบ้าน โดยลุงพลกล่าวว่าสบายใจ ไม่เครียด จึงชวนกลุ่มยูทูบเบอร์เต้น และทำความสะอาดหน้าบ้านรอรับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่จะมารับว่าความคดี ส่วนการเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม เพื่อรับทราบข้อหาคดีครอบครองไม้หวงห้ามนั้น จะรับสารภาพ หรือปฏิเสธต้องรอปรึกษาทนายตั้มก่อน
นายไชย์พลกล่าวต่อถึงกรณีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องให้ทนายตั้มกักตัว 14 วัน เนื่องจากเดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร พื้นที่ควบคุมสูงสุดโควิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทนายตั้มทำตามขั้นตอน และวันที่ 26 ม.ค. จะเดินทางขึ้นภูเหล็กไฟพร้อมกับทนายตั้ม และหมอนิติเวชคนหนึ่ง ที่ทนายตั้มพามาลงพื้นที่ด้วย ซึ่งทนายตั้มและหมอนิติเวชเชื่อว่าน้องชมพู่อาจจะเดินไปเสียชีวิตด้วยตัวเอง
ต่อมาลุงพลนำกลุ่มยูทูบเบอร์กว่า 30 คน ที่มาถ่ายติดตามชีวิตลุงพล เดินเข้าพบเจ้าหน้า ที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ดงหลวง สืบเนื่องจากกรณีชาวบ้านร้องเรียนว่าถูกกลุ่มยูทูบเบอร์สร้างความเดือดร้อนรำคาญ โดยระหว่างนั้นลุงพลบอกกับยูทูบเบอร์ว่าห้ามยูทูบเบอร์ทุกคนถ่ายคลิป ถ่ายภาพชาวบ้าน หากใครไม่เชื่อฟังจะถูกย้ายออกจากหมู่บ้าน การเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อรักษาสิทธิ์ของพวกเรา ยืนยันความบริสุทธิ์ของยูทูบเบอร์ว่าไม่ได้ละเมิด หรือคุกคามใคร
จากนั้นนายประหยัด คุณมี ปลัดอาวุโส อ.ดงหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.กกตูม และผู้ใหญ่บ้าน เชิญกลุ่ม ยูทูบเบอร์เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน 5 ข้อ คือ 1.สร้างความวุ่นวายในหมู่บ้าน 2.ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 3.คุกคามพระสงฆ์ 4.กังวลเรื่องการแพร่ระบาดของ โควิด และ 5.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยปลัดอาวุโสชี้แจงเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านให้ลุงพล ป้าแต๋น ภรรยาลุงพล และตัวแทนยูทูบเบอร์ 4 คน ก่อนจะให้ยูทูบเบอร์แบ่งกลุ่มเข้าชี้แจง
โดยหนึ่งในยูทูบเบอร์ชี้แจงว่าที่ผ่านมาไม่เคยละเมิดสิทธิชาวบ้าน ยูทูบเบอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านลุงพล และบริเวณลานพญานาค ส่วนกรณีที่มียูทูบเบอร์ไลฟ์สดในลักษณะข่มขู่คุกคามชาวบ้านนั้น ไม่ใช่กลุ่มยูทูบเบอร์บ้านลุงพล ขณะที่ลุงพลระบุว่ายูทูบเบอร์แต่ละคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และยังไม่ได้แต่งตั้งหัวหน้า หรือประธานกลุ่มยูทูบเบอร์เข้า มาดูแล
ต่อมาลุงและป้าแต๋นเดินทางไปรับทนายตั้มที่สนามบินสกลนคร โดยทนายตั้มกล่าวว่า จากการประสานกับสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร หากเข้าพื้นที่ จ.มุกดาหาร อาจต้องถูกกักตัว 14 วัน สำหรับวันนี้จะขอคุยกับ ลุงพลก่อน ยังไม่เข้าไปบ้านลุงพล ตามแผนเดิมเมื่อมาถึงจะเข้าบ้านกกกอกพบกับครอบครัวลุงพลพูดคุยกันก่อน และวันที่ 26 ม.ค. จะขึ้นไปดูพื้นที่บนภูหินเหล็กไฟ พูดคุยกับพยาน แต่ตอนนี้แผนคงต้อง เปลี่ยนแล้ว
ขณะที่ลุงพลกล่าวว่า ได้ทนายตั้มมาเสริมในช่วงนี้ก็อุ่นใจได้บ้าง มีอะไรเราก็ยังจะมีที่ปรึกษาได้ ส่วนพยานใหม่ก็ยังไม่มี คงมีแต่เพียงพยานเดิมในชุมชนกกกอกเท่านั้น
จากนั้นลุงพลพานายษิทรา หรือทนายตั้ม ไปพักที่โรงแรมโชคดีเพลส จ.สกลนคร พร้อมทั้งเปิดแถลงข่าว โดยนายษิทรากล่าวว่าหากไปหมู่บ้านกกกอกจะต้องกักตัว 14 วัน เพราะมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องทำตามกฎหมายและคำสั่งของจังหวัด แต่ตนเองไม่สามารถกักตัวได้ เพราะยังมีคดีที่ต้องทำอีกจำนวนมาก จึงตัดสินใจไม่เข้า จ.มุกดาหาร จนกว่าจังหวัดจะคลายล็อก
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากหมายจับออกก่อนวันที่ 14 ก.พ. แล้วลุงพลจะทำอย่างไร นายษิทรากล่าวว่าพร้อมช่วยเหลือเรื่องคดีให้ก่อน แม้ว่าจะอยากลงพื้นที่ค้นหาความจริง ก่อนจะรับทำคดีอย่างเต็มตัว ส่วนกรณีที่ตำรวจใช้เวลากว่า 8 เดือนในการรวบรวมพยานหลักฐาน มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หลักฐานบางอย่าง เช่น กรณีตำรวจบอกว่าเส้นผมของน้องชมพู่ถูกตัดนั้น ส่วนตัวได้พูดคุยกับนักวิชาการแล้ว ยืนยันว่าในประเทศไทยยังไม่มีเครื่องมือที่จะตรวจสอบ หรือยืนยันได้ว่าเส้นผมถูกตัด หรือขาดเองโดยธรรมชาติ สุดท้ายแล้วคนที่เป็นผู้ชี้ขาดคือศาล
ส่วนลุงพลกล่าวว่ายังเชื่อว่าคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าน้องชมพู่คงนอนไม่หลับ ตนไม่ขอระบุว่าเป็นคนใกล้ชิด หรือเป็นคนในหมู่บ้านหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สุดท้ายอยากให้กำลังใจตำรวจในการทำคดีนี้จับกุมคนร้ายได้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่คดีนี้ล่วงเลยมา 7-8 เดือนยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ การมาของนายษิทราครั้งนี้ จะทำให้คดีนี้กระจ่างขึ้น
ขณะที่ทีมแพทย์หนึ่งในคณะทำงานนาย ษิทราระบุว่า การตรวจสอบสภาพศพของน้องชมพู่นั้น ตำรวจใช้วิทยาศาสตร์เทียม โดยไม่ได้อ้างอิงถึงการผ่าศพมาประกอบ แต่นำผลแวดล้อมมาประกอบ เช่น การเพาะไข่แมลงวันที่พบในศพน้องชมพู่ ซึ่งคดีแบบนี้ควรใช้การผ่าศพมาเป็นตัวยืนยัน ไม่ใช่ใช้สภาพแวดล้อมของศพ ส่วนเรื่องเส้นผมที่พบก็ไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าน้องชมพู่จะถูกฆาตกรรม หรือขึ้นไปเสียชีวิตเอง เพราะเส้นผมอาจจะถูกตัด หรือหลุดร่วงระหว่างที่เก็บศพก็เป็นไปได้ เพราะไม่ได้เจอทันทีที่พบศพ แต่เจอหลังจากพบศพไปแล้ว 1 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการแถลงข่าวเป็นไปด้วยความอบอุ่น ลุงพล ป้าแต๋น และทนายตั้มโอบกอดกัน โดยลุงพลบอกว่ารู้สึกอุ่นใจที่มีนายษิทรามาเคียงข้าง คอยให้ คำแนะนำ แม้ว่าตำรวจจะยังไม่ออกหมายเรียก หรือหมายจับใคร โดยในวันที่ 26 ม.ค. ลุงพล ป้าแต๋น จะพานายษิทราไปสักการะพระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยถึงผลการตรวจพิสูจน์ผ่านเครื่องจับเท็จ นายไชย์พล หรือลุงพล, นาง สมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ครอบครัว น้องชมพู่ และ ชาวบ้านบ้านกกกอก ว่าขณะนี้ผลออกมาแล้ว