ตู่นัดติวเข้มสู้ซักฟอก
ฝ่ายค้านขู่ถอด5รมต.
ฝ่ายค้านลั่นตรวจสอบรัฐบาลต้องทำให้สุด เล็งยื่นถอดถอน 5 รัฐมนตรีหลังจบศึกซักฟอก ยันจำเป็นต้องอภิปรายประเด็นแอบอ้างสถาบันสร้างความขัดแย้ง เพื่อกระตุกรัฐบาล พปชร.จี้แก้ญัตติ ห้ามอภิปรายพาดพิงสถาบัน ยันให้เวลารวม 52 ชั่วโมง เท่ากับครั้งก่อนเมื่อปี 63 ‘บิ๊กตู่’ บอกมีหน้าที่ปกป้องสถาบัน สั่งรัฐมนตรีเตรียมข้อมูลชี้แจงฝ่ายค้าน ‘ป้อม’ ย้ำพร้อมแจงปมผู้มีอิทธิพล พปชร.ส่อวุ่น ส.ส.โพล่งถามกลางวงประชุมพรรค โหวตสวนมติพรรคได้หรือไม่
ป้อมย้ำไม่ห่วงซักฟอก
วันที่ 26 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ถึงการประชุมพรรคเพื่อเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทางพรรคจะไปดำเนินการเรื่องนี้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ห่วง ผมไม่ได้มีอะไร”
เมื่อถามย้ำว่าจะชี้แจงข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุในญัตติเรื่องการเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็เขากล่าวหาจะให้ผมทำอย่างไร ก็ไม่รู้ต้องไปถามเขาดู เขากล่าวหาผมไม่ใช่ผมกล่าวหาตัวเอง” เมื่อถามว่าพร้อมชี้แจงทุกเรื่องใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ต้องเตรียมพร้อมนะ” เมื่อถามว่าดูเป็นข้อกล่าวหาที่เกินจริงไปหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า “ก็ไม่รู้คุณก็ต้องไปดูว่าจริงหรือไม่”
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านยื่นซักฟอกนายกรัฐมนตรีและครม.รวม 10 คน ต้องเป็นติวเตอร์ให้หรือไม่ โดยเพียงอมยิ้มก่อนเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ไปในทันที
สุชาติขู่ฝ่ายค้านระวังแฉกลับ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กก.บห.พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมชี้แจงประเด็นที่ถูกฝ่ายค้านซักฟอกว่า หลักน่าจะมี 2 เรื่อง คือ เรื่องแรงงาน ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการลับลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว และข้อกล่าวหาว่าตนปลุกปั่นยุยงให้คนออกมาชุมนุมต่อต้านกลุ่มเห็นต่าง ซึ่งตนพร้อมชี้แจงทุกเรื่องและมีเหตุผลหักล้างตอบได้ ยืนยันว่าไม่หนักใจ ชี้แจงได้แน่นอนบนพื้นฐานของความจริง ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านไม่มีน้ำหนักที่ต้องกังวล
ส่วนที่ฝ่ายค้านมั่นใจมีหมัดเด็ดน็อกรัฐบาล นายสุชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของฝ่ายค้านต้องพูดแบบนี้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่มีเรื่องทุจริตฝ่ายค้านก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะปกติรัฐบาลที่อยู่ไม่ได้ไม่ใช่จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มักมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น แต่รัฐบาลนี้ไม่มี เมื่อถามว่าพปชร.ต้องประชุมเตรียมความพร้อมหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ถ้าอภิปรายนอกประเด็นหรือกล่าวหากันโดยไม่มีเหตุผลก็จะมีสมาชิกประท้วง ซึ่งเป็นสิทธิ์ ดังนั้น ฝ่ายค้านต้องเตรียมข้อมูลให้ดี เพราะจากที่เป็นผู้กล่าวหาก็อาจถูกแฉข้อมูลกลับก็ได้
ป้องป้อมมีบารมีไม่ใช่อันธพาล
เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านพูดเรื่องไม่จริงจะดำเนินคดีหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ เราต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความเป็นจริง การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นความสวยงามตามรัฐธรรมนูญ เมื่อฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตกล่าวหารัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจง สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าข้อมูลของใครเป็นเท็จ ไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อถามว่าได้เตรียมแผนดูแลและปกป้อง พล.อ.ประวิตร อย่างไร นายสุชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าโจมตี พล.อ. ประวิตร เพราะเป็นศูนย์รวมของพรรค เหมือนกล่องดวงใจ แต่เท่าที่ดูข้อกล่าวหาไม่มีประเด็นน่าเป็นห่วง มั่นใจว่า พล.อ.ประวิตร ตอบได้ ข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นผู้มีอิทธิพล ต้องตีความให้ดี คำนี้ไม่ใช่เรื่องของอันธพาลแต่เป็นผู้มีอิทธิพลทำให้การเมืองแข็งแรง เป็นอิทธิพลเรื่องมีบารมี ทำให้การเมืองแข็งแรงมากกว่า
ตู่ขอร่นมาลงมติ 19 ก.พ.
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า ในครม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานวิปรัฐบาล รายงานถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม วิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านหารือกันว่า จะมีขึ้นวันที่ 16-19 ก.พ. ลงมติ 20 ก.พ. โดยนาย พุทธิพงษ์อยากจะให้ลงมติตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 ก.พ. ไม่ลากยาวถึงวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. สอดคล้องกับพล.อ.ประยุทธ์ จึงให้นาย พุทธิพงษ์ ไปประสานกับวิปรัฐบาล
โดยนายกฯ ระบุว่า “อยากให้วิปรัฐบาลกำชับฝ่ายค้านว่าอยากจะพูดอะไรให้เคารพเวลา ใช้เวลาน้อยลง ทุกคนต้องรักษากติกา อย่าพูดเรื่องซ้ำๆ เพราะเวลานี้รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารราชการแผ่นดิน และรู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านจะพูดอะไร ส่วนที่ฝ่ายค้านตั้งญัตติอภิปรายตนเรื่องศีลธรรมจริยธรรมนั้น เคยโดนมาหลายดอกแล้ว เรื่องจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนมีจริยธรรม”
สั่งรมต.เตรียมความพร้อม
พล.อ.ประยุทธ์ยังขอให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเตรียมตัวและเตรียมทีม ทั้งด้านข้อมูล เอกสาร แผ่นชาร์ตให้พร้อม คิดว่าจะถูกอภิปรายประเด็นใดให้เตรียมพร้อมชี้แจงให้ครบถ้วน ให้ทั้งคนที่โดนอภิปรายและไม่โดนช่วยกันสนับสนุนข้อมูล ส่วนตัวเชื่อมั่นทุกคนอยู่แล้วว่าทำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต ใครโดนก็ชี้แจงให้ได้ ใครไม่โดนก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ส่วนตนมั่นใจว่าชี้แจงได้ ใกล้ๆ วันอภิปรายจะนัดหารือกันอีกครั้ง
และระหว่างประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ได้เปิดวีดิทัศน์อธิบายขั้นตอนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 พร้อมย้ำว่าแอสตราเซเนกาเป็นผู้คัดเลือกบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลไม่มีพันธะอะไร ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ พอใจกับวีดิทัศน์ดังกล่าวและสั่งให้นายอนุทินนำวีดิทัศน์นี้ไปชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย แต่ในส่วนของสถาบันนั้นถึงอย่างไรตนก็มีหน้าที่ปกป้อง
ขณะที่ นายวิษณุชี้แจงว่าการอภิปรายจะเริ่มวันอังคารที่ 16 ก.พ. จึงต้องเลื่อนการประชุม ครม.มาเป็นวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.แทน
ฝ่ายค้านยันซักฟอกอย่างน้อย 5 วัน
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเปิดซักฟอกว่า ฝ่ายค้านได้พูดคุยเรื่องกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ข้อสรุปว่าเมื่อจำนวนผู้อภิปรายเพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เวลาอภิปรายน่าจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน 80 เปอร์เซ็นต์ คราวที่แล้วอภิปราย 3 วัน ลงมติ 1 วัน คราวนี้ต้องเป็น 5 บวก 1 หรือ 6 บวก 1 อย่างต่ำสุดก็น่าจะเป็น 5 บวก 1 ถึงจะทำงานได้ ส่วนเรื่องเนื้อหาไม่ว่าเรื่องความล้มเหลว ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม คุยกันว่าเรื่องเดียวกันจะแบ่งเนื้อหาให้อภิปรายรับลูกกันอย่างไร การประเมินสถานการณ์ในการประชุมจะมีประท้วงมากน้อยหรือไม่ และลำดับการอภิปรายว่าจะใช้รูปแบบเดิม หรืออภิปรายรัฐมนตรี 2 คนให้จบคราวเดียวกัน หรือต้องขึ้นอภิปราย 2 ครั้ง รวมทั้งกำชับผู้อภิปรายทุกคนให้เน้นเรื่องข้อมูลให้ดีที่สุด เรื่องโวหาร สำนวนขอให้ลดลง
เมื่อถามว่าวิปรัฐบาลยืนยันให้เวลาอภิปรายเท่าปี 2563 นายสุทินกล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าให้เวลาแค่นั้นเหมาะหรือไม่ เมื่อผู้อภิปรายมีจำนวนมาก ข้อหาเยอะและรัฐบาลทำงานมานาน ความผิดเยอะแล้วจะให้เวลาอภิปรายเท่าเดิม อธิบายได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องเหตุและผล ในอดีตเคยอภิปรายกัน 7 วัน 7 คืน ซึ่งต้องพูดคุยอีกครั้งหลังจากประธานสภาบรรจุวาระแล้ว
ต้องกระตุกรบ.-อ้างสถาบัน
เมื่อถามว่าในญัตติมีข้อกล่าวหารัฐบาลนำสถาบันมาสร้างความขัดแย้ง ฝ่ายค้านมีกรอบอภิปรายอย่างไรเพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว นายสุทินกล่าวว่า ทุกคนตระหนักว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและต้องพูดถึงเท่าที่จำเป็น และใช้วุฒิภาวะขั้นสูงที่จะพูดเรื่องนี้ แต่จะไม่พูดเลยก็ไม่ได้เพราะมีความเสียหายอยู่จริง ถ้ารัฐบาลทำความเสียหายให้สถาบันแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่มาก กระทบอีกมาก ถ้าไม่กระตุ้น เตือน กระตุก ติง หรือต้องคาดโทษกัน เกรงว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นการชินชาที่จะปฏิบัติ ก็จำเป็นต้องพูด เชื่อว่าอาจถูกประท้วงมาก ซึ่งคนประท้วงก็ต้องระวังเหมือนกันถ้าประท้วงไม่ดีจะกลายเป็นว่าตัวเองทำผิดเสียเอง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องใช้วุฒิภาวะขั้นสูงระมัดระวังที่สุด
เมื่อถามว่าเรื่องสถาบันนำมาอภิปรายได้ใช่หรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า อภิปรายได้ แต่อยู่ที่ความเหมาะสม ซึ่งมีข้อบังคับว่าให้พูดเท่าที่จำเป็น และพูดอย่างไรให้เข้าใจกันโดยไม่เสียหายและไม่กระทบข้อบังคับ บางครั้งไม่พูดตรงๆ ก็พอจะรู้เรื่อง
เล็งยื่นถอดถอนรมต. 5 ราย
เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายจะไปยื่นถอดถอนรัฐมนตรีต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย นายสุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องถ้ามีทุจริต พบความผิด เรื่องไหนต้องทำให้จบครบถ้วนก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นจะถูกครหาว่าฝ่ายค้านทำไม่สุด ดังนั้น การดำเนินการกับผู้กระทำผิดต้องทำทั้งในสภาและกระบวนการยุติธรรม จากหลักฐานมีรัฐมนตรีที่ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 5 คน แต่จากนี้จนถึงวันอภิปรายต้องสกรีนข้อมูลอีก
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานชี้ชัดความผิดใช่หรือไม่ ไม่ใช่แค่พิธีกรรม ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีข้อมูล และทุกครั้งที่อภิปรายเสร็จก็ไปยื่นถอดถอน แต่ยื่นไปแล้วก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าเราทำหน้าที่สมบูรณ์ทุกครั้ง ไม่ใช่พูดในสภาเปล่าๆ
พปชร.จี้ฝ่ายค้านแก้ญัตติซักฟอก
เวลา 15.00 น. ที่ทำการ พปชร. นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค เป็นประธานประชุมส.ส. เตรียมความพร้อมในการประชุมสภา 27-29 ม.ค.และเตรียมพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงผลประชุม ว่า ไม่สบายใจเนื้อหาในญัตติเรื่องการใช้ถ้อยคำว่า “โดยพฤติการณ์เรื่องที่จะอภิปรายดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ” เป็นวาทกรรมตัวหนังสือที่ต้องการกล่าวให้ร้ายด้วยความดุเดือด ใช้ภาษานำสถาบันมาเขียนในญัตติ และจากที่ถามผู้รู้กฎหมายเห็นว่าถ้าไม่นำไปแก้ไขจะเป็นปัญหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องการให้ฝ่ายค้านแก้ไขและนำส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันออกไปทั้งหมด โดยเฉพาะที่กำหนดว่า “นำสถาบันเป็นข้ออ้างในการแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันมาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรมและสิทธิมนุษยชน”
ลั่นตามประท้วงตั้งแต่เริ่ม
วิปรัฐบาลได้ประสานไปทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่าญัตตินี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเชื่อว่าพรรครัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน และหากอภิปรายยืนยันว่าจะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าเป็นไปได้ขอให้พรรค การเมืองฝ่ายค้านตัดออก
ส่วนกรอบเวลาการอภิปราย พรรคร่วมรัฐบาลยอมจัดสรรเวลาให้ตามกรอบเดียวกับปี 63 คือ เวลารวม 52 ชั่วโมง แบ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน 26 ชั่วโมง รัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล 24 ชั่วโมง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในที่ประชุม 2 ชั่วโมง โดยวิปรัฐบาลจะคุยกับฝ่ายค้านอีกครั้งหลังจากที่ครม. ตอบรับเรื่องวันและเวลา ความพร้อมในการชี้แจงต่อสภา ที่เบื้องต้นกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ.และลงมติวันที่ 20 ก.พ.
เมื่อถามว่าพปชร.จะดูแลรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกอภิปรายทั้ง 6 คนอย่างไร นายวิรัชกล่าวว่า ต้องดูแลรัฐมนตรีหมดทั้ง 10 คน ส่วนรัฐมนตรี 6 คนของพรรคก็จะช่วยดูเรื่องการเตรียมข้อมูล และน่าเห็นใจเพราะในญัตติเป็นวาทกรรมที่มีข้อกล่าวหารุนแรง หากถามว่าห่วงใครก็ต้องห่วง พล.อ.ประวิตร เพราะเป็นหัวหน้าพรรค แต่มั่นใจว่าพล.อ.ประวิตร ชี้แจงได้เพราะตอบคำถามสื่อทุกวัน เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร เจอข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล นายวิรัชกล่าวติดตลกว่า ในพรรคมีอิทธิพล แต่เป็น นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ส่วนหัวหน้าพรรคไม่มีอิทธิพล หากมีอิทธิพลจะมาถูกอภิปรายได้อย่างไร และถ้าฝ่ายค้านมีใบเสร็จก็ให้เอาออกมา นำเอกสารหลักฐานที่จะชี้ถึงการทุจริตของรัฐมนตรีมาแสดงได้เลย
ยันเสียงรัฐบาลปึ้ก
นายวิรัชกล่าวว่า สำหรับจำนวน ส.ส.ในสภาตอนนี้มีอยู่ 487 คน กึ่งหนึ่งคือ 244 เสียง ยืนยันเสียงส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีพร้อมลงมติ ไม่น้อยกว่า 270 เสียง แต่จะลงคะแนนอย่างไร ขึ้นอยู่กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันประชุมด้วย
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองเลขาธิการพปชร. กล่าวว่า จากญัตติอะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พาดพิงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ให้พูดอยู่แล้ว ตนรวมถึงสมาชิกทุกคนจะคอยดูแลไม่ให้ฝ่ายค้านผิดข้อบังคับ จะนำสถาบันที่อยู่เหนือการเมือง มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่สามารถทำได้ ขอให้หยุด อย่าดึงลงมาเลย เราไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นในสภาแน่นอน
พปชร.ส่อวุ่น-ส.ส.เสียงแตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประชุมมีการเสนอให้ตั้งองครักษ์พิทักษ์ 6 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ. ประวิตร นายสุชาติ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โดยส.ส.กลุ่มหนึ่งมอบให้ นายสิระ เจนจาคะ เป็นตัวแทนตั้งคำถามว่า การลงมติไม่ไว้วางใจต้องทำตามมติพรรคหรือไม่ หากโหวตสวนมติพรรคจะมีบทลงโทษหรือไม่ เรียกเสียงฮือฮาในที่ประชุม แต่นายอนุชา ไม่ตอบ และตัดบทไปพูดเรื่องอื่นแทน การตั้งคำถามมาจากส.ส.ไม่พอใจบทบาทการทำงานของรัฐมตรีบางคนที่ถูกอภิปราย อาจโหวตสวนมติพรรคได้
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาที่พรรค แต่ไม่ได้เข้าประชุม แต่เรียกส.ส.บางส่วนไปพบที่ห้องทำงาน ซึ่งมีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ. ประวิตร เรียกส.ส.กทม.เข้าไปทีละคน พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ขอให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.
สภายันญัตติยังไม่ถึงมือ‘ชวน’
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา แถลงว่า ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มี ส.ส.เข้าชื่อ 208 คนนั้น ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ตรวจสอบพบว่ามีรายชื่อไม่ตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้กับสำนักงาน 1 รายชื่อ จึงติดต่อเจ้าของลายมือชื่อได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้เสนอจริง ขณะนี้ ญัตติอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานประธานสภา ซึ่งจะเสนอต่อ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องญัตติได้พิจารณาต่อไป ดังนั้นญัตติดังกล่าวจึงยังไม่ผ่านมาถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภา แม้นายชวน จะรับทราบญัตติแล้วก็ตาม แต่การเสนอญัตติต้องเป็นไปตามขั้นตอน ยืนยันว่ายังไม่มีคำสั่งใดๆ จากนายชวน
ส.ว.ตั้ง‘วสันต์ ภัยหลีกลี้’นั่งกสม.
เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานประชุม พิจารณาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ที่กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ พิจารณาเสร็จแล้ว คือ 1.น.ส.รัชดา ไชยคุปต์ และ 2.นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ หลังลงคะแนนลับ นายวสันต์ ได้รับความเห็นชอบ 206 เสียง ไม่เห็นชอบ 7 เสียง ไม่ออกเสียง 3 เสียง น.ส.รัชดา เห็นชอบ 33 เสียง ไม่เห็นชอบ 162 เสียง ไม่ออกเสียง 21 เสียง
พล.อ.สิงห์ศึก แจ้งที่ประชุมว่า นายวสันต์ ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ ไม่น้อยกว่า 125 คะแนน จึงเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กสม. ทั้งนี้ นายวสันต์ เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของไทยเป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ส่วนน.ส.รัชดา คะแนนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงไม่ได้รับความเห็นชอบ
นายวสันต์กล่าวว่า ตนจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีอยู่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อว่าจะทำงานร่วมกับกสม.คนอื่นได้ เพราะการทำงานด้านนี้ต้องทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว
ส.ว.ผ่าน3วาระรวด-กม.ทำแท้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานผลการประชุมวุฒิสภา วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา วาระร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งสภาผู้แทนฯลงมติเห็นชอบว่าด้วยการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการทำแท้ง แบบ 3 วาระรวด โดยตั้งกมธ.พิจารณาแบบเต็มสภา หลังมีมติรับหลักการแล้วด้วยเสียง 187 ต่อ 5 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง
การพิจารณาวาระ 2 มาตราที่แก้ไข โดยมาตรา 301 ว่าด้วยหญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นแท้งลูก ขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่ประชุมไม่ติดใจอภิปรายหรือขอแก้ไข ส่วนมาตรา 305 ว่าด้วยเงื่อนไขบทยกเว้นการรับโทษของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา กรณีการทำแท้งให้หญิงที่ตั้งครรภ์ ใน 5 กรณี ที่ประชุมให้ตัดออก เพราะไม่สอดคล้องมาตรา 301 และมองว่าเป็นการส่งเสริม จากนั้นลงมติรายประเด็นที่ส.ว.เสนอแก้ไข ทั้งมาตรา 305 (2), (3) และ (5) ซึ่งเสียงข้างมากยืนยันให้คงไว้ตามร่างเดิมที่รับมาจากสภา จากนั้นลงมติวาระสาม เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 165 ต่อ 7 เสียง งดออกเสียง 21 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
สำหรับร่างกฎหมายนี้เป็นการแก้ไขมาตราว่าด้วยการทำแท้ง ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และต้องให้มีผลบังคับใช้ก่อน 12 ก.พ. ทั้งนี้ เดิมการทำแท้งเกือบทุกกรณีเป็นความผิด แต่ตามฉบับแก้ไขนี้ กำหนดให้การทำแท้งได้หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ หรือหากเกินแต่ไม่ถึง 20 สัปดาห์ทำได้แต่มีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด