อย.ชี้สรรพคุณเกินจริง
โทษหนักทั้งจำคุก-ปรับ
อย.ฟันแล้ว‘ถั่งเช่า’โฆษณาเกินจริง ห้ามออกอากาศ ดำเนินคดีทั้งผู้ผลิต-โฆษณา ดารา-พรีเซ็นเตอร์ โทษทั้งจำคุก-ปรับ ขณะที่ 2 ช่องทีวีดาวเทียม โดนปรับ 5 แสน รองเลขาฯอย.เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เสียเงินแล้วยังตัดโอกาสรักษาโรค ย้ำผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่ อย.อนุญาต มีสรรพคุณเพียงบำรุงร่างกาย รักษาโรคไม่ได้ ถั่งเช่าที่ อย. อนุญาตมี 2 กลุ่มคือ ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีถั่งเช่าเป็นส่วนประกอบ สรรพคุณเพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้น รมต.แฮงค์ขานรับนายกฯ สั่งสคบ.ลงดาบ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่โฆษณาเกินจริงว่า เรื่องผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าเป็นประเด็นสำคัญของสังคม ที่นายกฯ ได้มอบหมายสคบ.ไปตรวจสอบ เพราะส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง และวันนี้ทางผู้แทนคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่าได้มีการวิจัยถั่งเช่าที่มี 2 ชนิด โดยเฉพาะที่ขายในประเทศไทยจะมีผล กระทบต่อไตและสภาพร่างกายอย่างไร เพราะมีผลออกมาพอสมควรแล้ว ซึ่งเป็นผลเชิง ไม่ดี ถ้าใครได้รับผลกระทบ ทางสบค.สามารถเป็นตัวแทนเรียกร้องหรือเยียวยาค่าเสียหายได้ ขณะนี้เรากำลังบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริงจนส่งผลกระทบต่อประชาชน
เมื่อถามว่าขณะนี้ยังสามารถโฆษณาขายถั่งเช่าอยู่ได้หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่สามารถขายได้ หากใครโฆษณาอยู่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เพราะการที่จะโฆษณาได้ต้องขออนุญาตที่อย. และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องเป็นผู้ควบคุมเรื่องการออกอากาศ ต้องขออนุญาตก่อน
ด้านเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการอย. กล่าวว่า ตามที่อย. บูรณาการร่วมกับกสทช. จัดการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ถั่งเช่ารายหนึ่งที่มีดารา นักร้อง เป็นพรีเซ็นเตอร์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรคทางสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการรักษาโรคอย่างถูกต้องนั้น ในส่วนของ อย.ได้ตรวจสอบสื่อโฆษณาดังกล่าว พบการโฆษณาที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ดังนี้
1.การโฆษณาผลิตภัณฑ์ถั่งเช่า ผสม มัลติวิตามิน บี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดถั่งเช่า ผสม ยูซี-ทู (เครื่องหมายการค้า ลีฟเนส) ทางเว็บไซต์บริษัทผู้ผลิต ด้วยข้อความ เช่น “สรรพคุณของถั่งเช่าต่อร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด เสริมสมรรถภาพทางเพศ ฟื้นฟูระบบการทำงานของไต ไตวายเรื้อรัง รักษามะเร็งปอด ภูมิแพ้ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้แพร่กระจาย กำจัดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส”
2.การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดถั่งเช่า ผสม ยูซี-ทู (เครื่องหมายการค้า ลีฟเนส) ทางช่องโทรทัศน์ที่ กสทช. ตรวจพบ ออกอากาศในลักษณะรายการสัมภาษณ์ มีแขกรับเชิญที่เป็นพรีเซ็นเตอร์มาเล่าประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ว่า ทำให้สดชื่น หลับเต็มอิ่ม หายจากอาการปวดข้อเข่า กลับมานั่งพับเพียบได้ แนะนำให้ผู้สูงอายุที่มีโรคข้อเข่ารับประทาน และสัมภาษณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีโรคประจำตัว เช่น นอนหลับ ไม่สนิท ปวดตามข้อ เมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์แล้วอาการที่เป็นอยู่ดีขึ้น”
เภสัชกรหญิงสุภัทรากล่าวต่อว่า โฆษณาทั้ง 2 ช่องทาง เป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอันเป็นเท็จ หลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร มีบทลงโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอย.ได้สั่งระงับการโฆษณา พร้อมดำเนินมาตรการทางปกครองกับบริษัทผู้ผลิตอาหาร ผู้ทำการโฆษณารวมถึงพรีเซ็นเตอร์ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และมีหนังสือถึงตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของ กสทช. อย.ได้รับการประสานจาก พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกสทช.ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีมติลงโทษปรับทางปกครองต่อสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 2 ช่อง กรณีโฆษณาผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าโอ้อวด หลอกลวง เกินจริง รายละ 5 แสนบาท และตรวจสอบพบสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมอีก 1 ช่อง ที่จะเข้าสู่การพิจารณาลงโทษปรับ 5 แสนบาท เช่นกัน
ทั้งนี้มีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมกว่า 10 ราย และสถานีวิทยุอีกกว่า 150 ราย ที่ได้รับคำสั่งเตือนให้ระงับการโฆษณาไปแล้ว กสทช. จะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากตรวจพบว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็จะถูกลงโทษปรับอีก แม้จะเปลี่ยนไปโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น หากเข้าลักษณะโอ้อวด หลอกลวง เกินจริง ก็ถือได้ว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีสิทธิ์ถูกพิจารณาลงโทษปรับได้ และขอเตือนไปยังผู้ให้บริการโครงข่ายกล่องดาวเทียมต่างๆ ด้วยว่า หากช่องรายการที่อยู่ในโครงข่ายนั้นมีความผิด ทางโครงข่ายจะต้องรับโทษไปด้วย ซึ่งมีตั้งแต่การเตือนและโทษปรับแบบเดียวกับช่องรายการ เพื่อมิให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมต่อไป
“ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่ อย.อนุญาตมี 2 กลุ่ม ได้แก่ ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีถั่งเช่าเป็นส่วนประกอบ สรรพคุณเพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้น ดังนั้น การโฆษณาในลักษณะข้างต้นขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ผู้ที่รับประทานผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าอย่าคาดหวังว่าจะช่วยรักษาโรคได้ นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจเสียโอกาสในการรักษาโรคอย่างถูกวิธีอีกด้วย หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์โอ้อวดเกินจริง หรือไม่ได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค สามารถแจ้งร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย.1556” เภสัชกรหญิงสุภัทรากล่าว