‘บี’อ้างศาลสั่ง
ลบคลิปธนาธร
วิจารณ์‘วัคซีน’
กกต.สั่งดำเนินคดีอาญา ‘เกศการดา-ดามพ์ ดัสกร’ 2 ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐและพรรคเพื่อชาติ ถือหุ้นสื่อ ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติแต่ลงสมัครเลือกตั้ง เพื่อไทยลั่นศึกซักฟอกครั้งนี้มีอาฟเตอร์ช็อก ไม่จบแค่ในสภา เย้ยครม.รีบถอนเรื่องนิคมจะนะ ผวาโยงถลก ‘บิ๊กป้อม’ วอร์รูมรัฐบาลนัดถกรับมือ คาดพุ่งเป้าปมเศรษฐกิจพ่วงโควิด-19 ส.ว.คนดัง ทำนายอีก 2 เดือนบ้านเมืองสงบ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ดวงแข็ง อยู่ยาวครบเทอม ‘ไพบูลย์’ ยันไม่ถอนญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขู่หากถูกตีตก ระวังร่างรธน.ไม่ผ่านวาระ 2-3 ดีอีเอสเผยศาลสั่งระงับคลิป‘ธนาธร’พูดวัคซีนโควิด เหตุ กระทบความมั่นคง คณะก้าวหน้าแจงเนื้อหาแค่วิจารณ์ความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล
เพื่อไทยอัด‘บิ๊กตู่’แก้ศก.ล้มเหลว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า วันนี้รัฐบาลล้มเหลวทุกเรื่อง มีประเด็นพริกเม็ดละ 1 บาท คำถามคือรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บริหารประเทศอย่างไรคนเดือดร้อนไปหมด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ บอกมีผลงานประทับใจ ตนคิดว่าประทับใจมากจริงๆ ราคาพริกขึ้นมาถึง 4 เท่าจากเดือนม.ค.2563 แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจ ไม่มีมาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าให้ประชาชน
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ซึ่งนายกฯ บอกว่าจะดูแลแก้ปัญหาแต่ก็แก้ไม่ได้ ถามว่านายกฯในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ปัญหาลอตเตอรี่ยังแก้ไม่ได้แล้วจะไปแก้อะไรได้ ขอเรียกร้องให้นายกฯแก้ปัญหาเรื่องนี้
เย้ยรบ.ผวานิคมจะนะโยง‘ป้อม’
นายยุทธพงศ์กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแบบรายบุคคลว่า การอภิปรายรอบนี้รัฐบาลหนักแน่นอน เพราะหลังจากฝ่ายค้านยื่นญัตติ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้ถอนเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ออกจากวาระการประชุม เนื่องจากฝ่ายค้านเคยยื่นเรื่องนี้ไว้ และนายกฯยังมอบหมายให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีเจ้าสัวโรงปูนให้นักการเมืองไปกว้านซื้อพื้นที่สีเขียว และใช้อิทธิฤทธิ์เปลี่ยนเป็นพื้นที่สีม่วง ที่จะใช้ทำนิคมอุตสาหกรรมในภายหลัง โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ทำให้โยงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ควบคุมดูแลศอ.บต. ทำให้นายกฯถึงกับเต้น หากไม่มีมูลเรื่องนี้ คงเข้าสู่การพิจารณาของครม.วันที่ 26 ม.ค.ไปแล้ว
ชี้ซักฟอกไม่จบแค่ในสภา
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พท. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลที่จะเกิดขึ้น ก่อให้รัฐบาลสืบทอดอำนาจวิตกจริต ซึ่งข้อกล่าวหาในญัตติที่ระบุนายกฯ คนนี้ไร้ภูมิปัญญา ไร้ภาวะผู้นำ ไร้สำนึกความรับผิดชอบนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เกินเลย
“เปิดอภิปรายเมื่อใด ประชาชนจะได้เห็นความจริงชัดตามข้อกล่าวหา แม้การลงมติไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านอาจจะพ่ายแพ้เพราะมีเสียงน้อยกว่า แต่อาฟเตอร์ช็อกหลังการอภิปราย จะส่งผลให้เกิดการรวมตัวอภิปรายนอกสภาของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่นำโดยคณะราษฎรตามมาอย่างมิหยุดยั้ง โดยเฉพาะหากฝ่ายความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรมยังไม่ตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบให้บรรยากาศของบ้านเมืองเป็นสภาพที่ประชาชนเชื่อว่า ประเทศนี้มีการปกครองที่เป็นธรรม รับรองว่าการรวมตัวขับไล่รัฐบาลของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเร็วเกินคาด จนรัฐบาลไม่อาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป” พล.ท.ภราดรกล่าว
วอร์รูมรบ.นัดถกรับมืออภิปราย
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้ตอบรับเข้าร่วมทีมวอร์รูมรัฐบาลแล้ว ซึ่งทราบว่าคณะทำงานชุดนี้จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน โดยมีทั้งการเก็งข้อสอบว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายประเด็นใดบ้าง และควรหาข้อมูลมาชี้แจงตอบโต้อย่างไร เพื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย สามารถชี้แจงได้ทันท่วงที โดยคณะทำงานจะประชุมหารือและแบ่งหน้าที่ร่วมกันในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล คาดว่าตนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดผล กระทบกับเศรษฐกิจรุนแรง รวมถึงมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชนที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
วันชัยฟุ้งอีก 2 เดือนบ้านเมืองสงบ
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ดวงเมือง ดวงพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ดวงเมือง ดวงพล.อ.ประยุทธ์ ช่วงนี้เห็นหมอดูหลายสำนักออกมาพยากรณ์ว่าจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2564 จะเกิดภัยพิบัติรุนแรง มีความขัดแย้งในบ้านเมือง จะเกิดเหตุวุ่นวายต่างๆ เพราะดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่ ฟังแล้วทำให้รู้สึกหดหู่สิ้นหวัง เหมือนซ้ำเติมความรู้สึกประชาชน ตนติดตามเรื่องนี้และเคยบอกแล้วว่าดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่อีก 2 ปีครึ่ง จะออกในวันที่ 8 มี.ค.2566 ช่วงนี้เป็นการสู้กันระหว่างดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ในราศีมังกร พอถึงวันที่ 29 มี.ค. 2564 เข้าราศีกุมภ์ บ้านเมืองก็จะเริ่มลงตัว เป็นปฐมบทของการแก้ปัญหาไปสู่แนวทางที่ดี ดาวมฤตยูหมายถึงเลขศูนย์ เป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ คือ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ใครที่คิดล้มเจ้า ต้องการเปลี่ยนแปลง จะถูกทับถูกล้มด้วยอิทธิพลของดาวมฤตยู ไม่มีใครเอาด้วย ในที่สุดก็จะจบไปเอง ซึ่งดูจากสถานการณ์และดวงดาวแล้วเดือนนี้และเดือนต่อๆ ไปเราจะมีวัคซีนเข้ามา จะทำให้ความรู้สึกของประชาชนดีขึ้น มั่นใจต่อการดำรงชีวิตกันมากขึ้น และเชื่อว่าโควิดคงจะเบาบางลง
ชี้‘บิ๊กตู่’ดวงแข็ง-อยู่ครบเทอม
นายวันชัยระบุด้วยว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านก็ไม่ค่อยได้เสียงตอบรับจากประชาชน ฝ่ายค้านคงทำอะไรไม่ได้ เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 และเข้าสู่วาระ 3 ในเดือนมี.ค. จากนั้นเป็นเรื่องการทำประชามติ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 200 คน บ้านเมืองคงไม่มีอะไร เพราะรัฐบาลได้แสดงความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เป้าหมายอยู่ที่จะแก้รัฐธรรมนูญกันอย่างไร แบบไหน ใช้เวลาอีกเกือบ 2 ปีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ก็หมดวาระ พร้อมส่งต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้กับการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ส.ว.ระบุว่า ระหว่างนี้การเมืองไม่น่ามีอะไรรุนแรง อยู่ที่เมื่อโควิดสงบแล้วรัฐบาลแก้ปัญหาให้ประชาชนได้หรือไม่ เป็นที่พอใจหรือเปล่า แม้จะมีเหตุการณ์ชุมนุมใดๆ ขึ้นก็ไม่ถึงขั้นรุนแรง การปฏิวัติรัฐประหารใดๆ ไม่มีทางเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ยังจะประคองรัฐบาลไปได้ ส่วนพรรคฝ่ายค้านยังโดนดาวมฤตยูและดาวเสาร์เล่นงานอยู่ ไม่สามารถรวมพลังกันได้แข็งแกร่ง ด้วยสถานการณ์และดวงดาวและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังทำให้พล.อ.ประยุทธ์นำพารัฐนาวานี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง
โพลหนุนแก้การเมืองในสภา
สำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เผยผลสำรวจเรื่อง “สภา หรือ ลงถนน” จากประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,677 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25-30 ม.ค. ถึงประเด็นสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่าร้อยละ 99.7 อยากเห็นการเมืองใหม่ที่สร้างสรรค์ในสภามากกว่านี้ ร้อยละ 98.8 ยังมองไม่ชัดในเป้าหมายของการอภิปรายว่าจะเกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน ร้อยละ 98.1 ยังไม่เห็นดาวเด่นของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และร้อยละ 97.5 รับรู้ถึงความขัดแย้งของฝ่ายค้านระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลที่จะอภิปรายรัฐบาล
ประเด็นที่ต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ร้อยละ 67.8 ระบุการแพร่ระบาดของยาเสพติด ร้อยละ 57.3 ระบุ บ่อนพนัน ร้อยละ 55.3 การทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 54.9 การขนแรงงานเถื่อน ร้อยละ 50.1 การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ร้อยละ 46.5 การปฏิรูประบบราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการปล่อยปละละเลย และร้อยละ 40.6 ระบุการปล่อยปละละเลยให้เกิดการล่วงละเมิดคุกคามสถาบันหลักของชาติ
ส่วนจุดยืนการเมืองของประชาชน ร้อยละ 38.0 สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งมากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีอยู่ร้อยละ 14.1 และ ร้อยละ 47.9 เป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ ทั้งนี้ ร้อยละ 99.1 เชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหาในสภามากกว่าการพาคนลงถนน
กมธ.แก้รธน.นัดถกปมประชามติ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ…. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) รัฐสภา กล่าวว่า กมธ.พิจารณาเนื้อหาทั้งฉบับเสร็จแล้ว และวันที่ 4 ก.พ.จะพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง รวมถึงการลงมติในประเด็นที่รอพิจารณา ได้แก่ มาตรา 256 ว่าด้วยมติของสมาชิกรัฐสภา ในชั้นรับหลักการที่มีผู้สงวนความเห็น 3 ประเด็นคือ ใช้เสียง 3 ใน 5, ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และใช้เสียง 2 ใน 3
นอกจากนั้นยังมีประเด็นว่าด้วยการส่งทำประชามติในมาตรา 256 (8) ตามร่างของส.ส.รัฐบาล ที่ระบุให้นำไปทำประชามติ หากเนื้อหาแก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรืออำนาจหน้าที่ศาลหรือองค์กรอิสระหรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติหน้าที่หรืออำนาจได้
ไพบูลย์ยันไม่ถอนญัตติส่งตีความ
นายไพบูลย์กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. เพื่อพิจารณาญัตติขอให้รัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210(2) ที่ตนและนายสมชาย แสวงการ ส.ว.เป็นผู้เสนอว่า ยังไม่มีบุคคลใดขอให้ตนถอนญัตติดังกล่าว และเชื่อว่ารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติตัดสิน ซึ่งตนไม่ติดใจหากเสียงข้างมากเห็นว่าไม่ควรส่งศาลวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าหากมติรัฐสภาไม่ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ส.ว.ไม่สบายใจ และส่งผลต่อการลงมติในวาระ 2 และวาระ 3 ได้
“ผมยืนยันว่าญัตติดังกล่าวไม่มีผลกระทบให้รัฐสภายุติการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การลงมติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐสภา แต่ผมมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่รัฐสภาต้องดำเนินการ และการแก้ไขแบบรายมาตราของรัฐสภานั้นจะทำให้เวลาการแก้รัฐธรรมนูญรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลามากเหมือนกับการให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ดำเนินการ เชื่อว่าจะใช้เวลาเกือบ 2 ปี เพราะหลังจากมีส.ส.ร.ต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องทำประชามติ และเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านแล้วต้องออกกฎหมายลูก ซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่ทันใช้ในการเลือกตั้งรอบที่จะมาถึงแน่นอน” นายไพบูลย์กล่าว
ฝ่ายค้านพอใจภาพรวมแก้รธน.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพอใจภาพรวมของร่างแก้ไขทั้งหมด โดยกมธ.พิจารณาสาระหลักของร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เหลือแค่ลงมติประเด็นที่ถูกแขวนไว้ ซึ่งจะโหวตในการประชุม กมธ.วันที่ 4 ก.พ. มีประเด็นสำคัญคือ มาตรา 256 ว่าด้วยมติของสมาชิกรัฐสภาในชั้นรับหลักการการแก้รัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านเสนอใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ฝ่ายรัฐบาลให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ดูแนวโน้มแล้วน่าจะจบที่การใช้เสียง 3 ใน 5 เพราะเสียงของฝ่ายค้านสู้ไม่ได้ ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญวาระรับหลักการ ต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภาสนับสนุน 500 เสียงขึ้นไป จาก 750 เสียง ยังต้องอาศัยเสียง ส.ว.อยู่
นายสมคิดกล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.พ. กมธ.จะให้ ส.ส.และส.ว. 109 คน ที่เสนอแปรญัตติแก้รัฐธรรมนูญมาชี้แจงรายละเอียดต่อ กมธ. คาดว่ากมธ.จะสรุปรายงานเป็นรูปเล่มเสร็จในวันที่ 10 ก.พ. เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาได้กลางเดือนก.พ. เพื่อบรรจุเข้าระเบียบวาระพิจารณาวาระ 2 ในวันที่ 24-25 ก.พ. หลังจากนั้นต้องพักไว้ 15 วัน เพื่อลงมติวาระ 3 ช่วงกลางเดือนมี.ค. จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อลงมติวาระ 3
จี้ส.ส.รัฐบาลตีตกญัตติไพบูลย์
เมื่อถามถึงกการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 ก.พ. จะพิจารณาญัตติให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยอำนาจแก้รัฐธรรมนูญ นายสมคิดกล่าวว่า ตนจะคัดค้านไม่ให้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่านายไพบูลย์ และนายสมชาย ในฐานะผู้ยื่นญัตติ จะไม่ถอนญัตติดังกล่าว ดังนั้น ต้องแสดงเจตนาคัดค้าน ขอเรียกร้องให้ส.ส.ฝั่งรัฐบาลแสดงความจริงใจ ต่อการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
“คนของรัฐบาลเป็นคนเสนอญัตติ ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในกมธ.ได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรครัฐบาลมาพิจารณา ดังนั้น หากญัตติดังกล่าวถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าเป็นการเล่น 2 หน้า และรัฐบาลเองไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” นายสมคิดกล่าว
กกต.ดำเนินคดี 2 ผู้สมัครถือหุ้นสื่อ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. กรณีมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 รวม 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.เกศการดา อินช่วย ผู้สมัครส.ส.เขต 16 กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42(3) จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทก้าวไกล ครีเอท จำกัด ซึ่งมีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าประกอบกิจการสื่อมวลชน โดยในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
อีกรายคือ นายดามพ์ เผด็จดัสกร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กาญจนบุรี พรรคเพื่อชาติ มีการ กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42(3) จากกรณีเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทวิชั่นคาวบอย เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งมีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าประกอบกิจการสร้างภาพยนตร์และละครทีวี อันเป็นกิจการสื่อมวลชน ซึ่งได้สมัครรับเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
กกต. จึงมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาแก่ น.ส.เกศการดา และนายดามพ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42(3) และมาตรา 151 สำหรับฐานความผิดตามมาตรา 151 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
ประกาศพรฎ.เลือกตั้งเมืองคอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งส.ส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้ประธานกกต.รักษาการตามพ.ร.ฎ.นี้ และพ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับพ.ร.ฎ.ดังกล่าว เป็นการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงของนายเทพไท เสนพงศ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ส.ส.กรณีถูกศาลพิพากษาจำคุก ซึ่ง กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน โดยคาดว่า กกต.จะมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 7 มี.ค. 2564 และเปิดรับสมัครในวันที่ 11-15 ก.พ.
ศาลสั่งระงับคลิปวัคซีนโควิด
เพจคณะก้าวหน้า เผยแพร่ข้อความระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่าศาลอาญาได้ตรวจสอบพบเว็บไซต์และโซเชี่ยลมีเดียของคณะก้าวหน้า มีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร จากกรณีไลฟ์สดกรณี “วัคซีนพระราชทาน:ใครได้ใครเสีย” จำนวน 3 ลิงก์คือ 1.เว็บไซต์คณะก้าวหน้า https://progressivemovement.in.th/article/3258/ 2.คลิปในยูทูบ https://youtu.be/Oq7KPO5TBc8 และ 3.เฟซบุ๊กไลฟ์ https://www.facebook.com/ThailandProgressiveMovement/videos/714409899244690
ศาลจึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) ประกอบมาตรา 20 มีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ การไลฟ์สดของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เนื่องจากเห็นว่ากระทบต่อความมั่นคง จึงสั่งระงับการทำให้แพร่หลาย 3 ลิงก์ดังกล่าว
ก้าวหน้ายันยิ่งปิดกั้น-คนยิ่งอยากรู้
คณะก้าวหน้ายังไม่ได้รับคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ทราบว่ามีรายละเอียดของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำสั่งว่าให้ใครปฏิบัติอย่างไรบ้าง คลิปดังกล่าวเป็นเพียงการวิจารณ์แผนการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดหาและบริหารวัคซีนโควิดที่ช้าและน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปกติได้ทันการณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ
เราขอยืนยันถึงหลักสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่ควรมีใครถูกสั่งห้ามหรือถูกลงโทษจากการใช้เสรีภาพแสดงความเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ เราอยากฝากบอกรัฐบาลว่า ยิ่งปิดกั้น ยิ่งเปิดกว้าง เพราะธรรมชาติของมนุษย์ยิ่งอยากรู้สิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมให้รู้ เหมือนปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนี้ เหมือนกับที่คุณเคยทำกับเว็บไซต์ต่างๆ ที่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ ตรงกันข้ามทำให้ผู้คนยิ่งถวิลหามากยิ่งขึ้นไปอีก
3ม็อบนัดชุมนุมจี้เยียวยาโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจราษฎร โพสต์ระบุว่า ในวันที่ 1 ก.พ. จะมีการจัดการชุมนุมขึ้น 3 กลุ่มด้วยกัน ราษฎรขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เรียกร้องให้รัฐเยียวยาถ้วนหน้าเพื่อทุกคน ใกล้ที่ไหน สะดวกเวลาใด ไปเจอกัน ดังนี้ เวลา 10.00 น. กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรีฯ ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ประตู 4, สมาคมคราฟท์เบียร์ หน้ากระทรวงสาธารณสุข เวลา 12.00 น. และ กลุ่มนักร้อง นักดนตรีอาชีพอิสระ เวลา 13.00 น. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
ทั้ง 3 กลุ่มต่างมาใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อเรียกร้องการชดเชยที่สมเหตุสมผล กรณีถูกสั่งให้พักงาน หยุดงาน งดการจำหน่ายแอลกอฮอล์ รวมถึงผลกระทบอื่นๆ เนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไร้ประสิทธิภาพมาตลอด

ตู่ล้มเหลว – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย แถลงชี้ความล้มเหลวการบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้แต่พริกยังราคาแพง ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 31 ม.ค.