‘บิ๊กบี้’สวนกลับฝ่ายค้าน
ปชป.อัดพปชร.สามหาว
‘บิ๊กบี้’ ไม่ยุ่งสถานการณ์ในเมียนมาทำรัฐประหาร ย้ำเรื่องทำรัฐประหารไม่เคยมีอยู่ในหัว สวนกลับฝ่ายค้านจี้หั่นงบซื้ออาวุธ เปรียบเหมือนกระดาษทิชชูถ้าไม่ให้ซื้อแล้วเข้าห้องน้ำจะใช้อะไร ‘ชวน’ ชี้ฝ่ายค้านไม่ต้องเปิดข้อสอบซักฟอก เพื่อไทยเตือนทีมองครักษ์รัฐมนตรีอย่าใช้วิธีโบราณ จ้องแต่ดิสเครดิต กมธ.มีมติเพิ่มเสียงเห็นชอบขอแก้รธน.เป็น 2 ใน 3 ของสมาชิกสองสภา จากเดิมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เปิดกว้างส.ส.ร. ดำรงตำแหน่งการเมืองได้ ปชป.ซัดกลับเด็กพปชร.สามหาว ปมชิงส.ส.นครศรีฯ
รบ.ตีปี๊บสัญญาณศก.ไทยดีขึ้น
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยขณะนี้ถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีรายงานจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่า ช่วงเดือนธ.ค.2563 ตัวเลขต่างๆ ถือว่าดี เช่น การขยายการส่งออก มีการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 8 เดือน อยู่ที่ร้อยละ 4.7 อัตราเงินเฟ้อต่ำ ทุนสำรองสูง ผ่านพ้นจุดที่ตกต่ำมาแล้ว และในปี 2564 ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ จะดีขึ้น อีกทั้งสำนักงาน บลูมเบิร์ก ประเมินมุมมองอนาคตเศรษฐกิจของไทยปี 2564 ว่า เป็นประเทศที่น่าสนใจอันดับ 1 ใน 17 ประเทศของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทำให้มีแรงดึงดูดจากเงินทุนต่างประเทศ รวมทั้งดัชนีสุขภาพของไทยติด 1 ใน 10 ประเทศแรกของโลก
ส่วนการจัดเก็บรายได้ของไทยระหว่างปี 2557-2563 ถือว่าขยายตัวร้อยละ 2.1 ต่อปี มีเพียง 3 ปี ที่จัดเก็บลดลงจากปีก่อนหน้า คือ 2557, 2560 และ 2563 โดยปี 2563 สาเหตุที่จัดเก็บภาษีได้น้อยที่เกิดผลประทบจากโควิด-19 ที่รัฐบาลออกมาตรการภาษีช่วยเหลือประชาชน และมาตรการช่วยผู้ประกอบการต่างๆ จึงจัดเก็บรายได้น้อยลง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ชี้แจงว่าสภาพเงินคงคลัง มีเพียงพอในการดำเนินนโยบาย และการลงทุนต่างๆ โดยเงินคงคลังปลายงวดปี 2563 มากกว่าเงินคงคลังปลายปี 2562 ร้อยละ 49.5 และหนี้สาธารณะไม่เกินกรอบที่กฎหมายร้อยละ 60
แจงเหตุคะแนนปชต.ลด
นายอนุชากล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ Economist Intelligence Unit (EIU) ของนิตยสารระดับโลก The Economist เผยแพร่ดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2020 โดยระบุว่าไทยได้คะแนนความเป็นประชาธิปไตย 6.04 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 อยู่ในอันดับที่ 73 เมื่อเทียบกันแล้วคะแนนของไทยลดลงจากปีก่อนหน้าที่ได้ 6.32 คะแนน
ทั้งนี้ได้มีพรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง ได้นำตัวเลขนี้ไปแถลง เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่สร้างสรรค์ สร้างอคติให้กับรัฐบาล เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยลดลง สืบเนื่องมาจากดัชนีประชาธิปไตยมีการประมวลคำตอบโดย ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ จำนวน 60 คำถาม แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กระบวนการเลือกตั้ง 2.เสรีภาพของประชาชน 3.การทำหน้าที่ของรัฐบาล 4.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 5.วัฒนธรรมทางการเมือง
หากพิจารณากลุ่มต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่ามีเรื่องของเสรีภาพของประชาชนรวมอยู่ด้วย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าเฉลี่ยลดลง เพราะหลายรัฐบาลทั่วโลกมีมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ดังนั้นเสรีภาพของประชาชนจึงลดลงไป เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีการล็อกดาวน์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 และไม่ให้ประชาชนรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ จึงไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ได้คะแนนลดลง
“การที่มีนักการเมืองบางกลุ่มออกมาแถลงว่า คะแนนความเป็นประชาธิปไตยของไทยที่ลดลง เป็นเหตุทำให้ต่างชาติเกิดความไม่เชื่อถือ และไม่มาลงทุน จึงคิดว่าเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและเป็นการสร้างอคติให้กับรัฐบาล ยืนยันปัจจุบันยังมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนอยู่ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทั้งหมด” นายอนุชากล่าว
‘ชวน’ชี้ไม่ต้องเปิดข้อสอบซักฟอก
เวลา 08.10 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณียังไม่สามารถตกลงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ว่า นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา นัดไว้แล้วในวันที่ 5 ก.พ. แต่ยังไม่มีแผนรองรับหากตกลงกันไม่ได้ ขอให้พูดคุยกันก่อน อย่าเพิ่งไปสมมติฐานว่าจะมีปัญหา ไม่ว่าใครจะรู้สึกอะไรก็ตามแต่ในสภา จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย
ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุหากมีบางประเด็นที่สุ่มเสี่ยงก็ประชุมลับได้นั้น นายชวน กล่าวว่า การประชุมมีกฎเกณฑ์ สมาชิกทุกคนรับรู้กระบวนการ เพราะเป็นปีที่ 2 ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนทราบดีว่าอะไรพูดได้หรือไม่ได้ และเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ขอให้ฝ่ายค้านนำหลักฐานเอกสารและคลิปวิดีโอที่จะอภิปรายมาแสดงก่อน ทำให้ฝ่ายค้านกังวลว่าข้อสอบจะรั่ว นายชวนกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องนำมาแสดงเพราะมีข้อบังคับอยู่แล้ว แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งสำคัญใครที่ทำอะไรเกินขอบเขต ประชาชนจะรับรู้ แค่สมาชิกพูดเกินเวลา คนเขาก็ส่งข้อความมาวิจารณ์แล้วเพราะเขาติดตามพฤติกรรมของส.ส.อยู่
องครักษ์ขู่แจ้งจับมาตรา 112
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี คณะทำงานสนับสนุนผู้ถูกอภิปราย (ทีมวอร์รูม) กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายชวน ที่เตือนฝ่ายค้านว่าหากอภิปรายเกินขอบเขตต้องรับผิดชอบเอง และในวันที่ 8 ก.พ. เวลา 10.00 น. ตนพร้อมผู้ช่วยรัฐมนตรี จะประชุมทีมวอร์รูม ร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ที่ห้องประชุม ศูนย์บริการประชาชน (ก.พ.) เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ
หากพบว่าพรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายพาดพิง จาบจ้วง บิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จต่อสถาบัน จะแจ้งความดำเนินคดีในมาตรา 112 ทันที ดังนั้น ควรระมัดระวังอย่าพาดพิดพิงถึงสถาบันเด็ดขาด ขอเตือนสติไว้ก่อนจะโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เพื่อไทยเย้ยอย่าใช้วิธีโบราณ
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวกรณีพรรคร่วมรัฐบาล ประกาศตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี รวมทั้งดิสเครดิตฝ่ายค้านว่า อยากเตือนฝ่ายรัฐบาลว่า ไม่จำเป็นต้องมานั่งลดความน่าเชื่อถือฝ่ายค้าน เอาเวลาไปทำข้อสอบ ทำการบ้านเพื่อมาตอบคำถามของฝ่ายค้านดีกว่า สิ่งที่รัฐบาลทำมาเสียเวลาเปล่าๆ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ประชาชนรอฟังความบกพร่องของรัฐบาล อยากเตือนองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีว่าให้ไปทำการบ้านให้เตรียมตัวตอบคำถามของผู้อภิปราย
ทั้งนี้ ไม่อยากให้รัฐบาลทำการเมืองแบบโบราณ เพราะโลกยุคใหม่แล้ว รัฐมนตรีควรฟังข้อมูลแล้วมาตอบคำถามของฝ่ายค้าน ส่วน ส.ส.รัฐบาลที่มีหน้าที่ยกมือประท้วงเพื่อเอาใจนาย ก็ให้คิดให้ดี เพราะประชาชนจับตามองอยู่ หากทำไม่ดีก็ไปตอบคำถามประชาชนเองว่าเป็น ส.ส.เพื่ออะไร
“ฝ่ายค้านขออภิปราย 5 วันและลงมติในวันที่หก แต่รัฐบาลให้เพียง 4 วันและลงมติ 1 วัน คาดว่าจะมีการยื่นข้อเสนอไปที่นายชวน อีกครั้ง ส่วนบางคนที่ออกมาโจมตีฝ่ายค้านก็เป็นเพียงต้องการพื้นที่สื่อ และเอาใจเจ้านายที่มีอำนาจเท่านั้น ไม่ได้สนใจในเนื้อหาสาระ อย่าเล่นการเมืองแบบโบราณเลย ไม่เกิดประโยชน์กับรัฐบาลและประชาชน” นายสมคิดกล่าว
ผบ.ทบ.เปรียบซื้ออาวุธเหมือนทิชชู
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านพูดเรื่องชะลอ 3 โปรเจ็กต์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในปี 2565 วงเงินรวมกว่า 6,152 ล้านบาทว่า ไม่ชี้แจง เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลและสภา ทุกอย่างจะต้องชี้แจงในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ในสภาอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ายุทโธปกรณ์มีความจำเป็นที่ต้องจัดซื้อหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่มีความจำเป็น เพราะทุกอย่างก็เหมือนของในบ้าน เหมือนบ้านคุณ คุณมีของใช้ว่าต้องมีอะไรบ้าง ก็ใช้ตามระยะเวลา พอถึงเวลาเสื่อม ก็ต้องซื้อใหม่
สำหรับแนวทางในสถานการณ์อย่างนี้ ซึ่งตนได้มอบนโยบายว่าเราจะลด ปีนี้ที่จะเสนอโครงการส่วนใหญ่จะเป็นการซ่อมบำรุง เหมือนของใช้ในบ้านเรา ยังบำรุงได้อีกนิดหนึ่ง เอามาทำเอง พึ่งพาตนเอง ทำให้ใช้ได้อีกระยะหนึ่ง ฉะนั้นทุกอย่างเหมือนของใช้ในบ้านเรา เหมือนกับกระดาษทิชชู คุณเข้าห้องน้ำก็ต้องใช้ทิชชู คุณบอกว่าทิชชูห้ามซื้อปีนี้ ก็ถามว่าเมื่อคุณเข้าห้องน้ำคุณจะใช้อะไร
งบปี 65 ปรับลดตามเหมาะสม
ด้านพล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก แถลงแผนการปฏิรูปกองทัพบกว่า ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแผนการจัดหายุทโธปกรณ์ ด้วยการลดการจัดหายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ซึ่งในปี 2564 ไม่ได้จัดหาอาวุยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมอะไร มีเพียงการซ่อม ลดการซื้อ 5-6 เปอร์เซ็นต์ เช่น ปีงบประมาณ 2564 มีโครงการปรับเปลี่ยนอากาศยานการเดินทางของผู้บัญชาการและบุคคลสำคัญ มาเป็นอากาศยานลำเลียงขนาดกลางรุ่น C295 นอกจากใช้สำหรับผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังปรับภารกิจมาใช้ในการลำเลียง เพื่อช่วยภัยพิบัติและการฝึกศึกษา ซึ่งลำเลียงคนได้มากกว่า 70 คน แต่ราคาไม่ได้ลดลงมาก ใกล้เคียงกับของเดิม แต่การใช้ประโยชน์จะได้มากกว่า
ส่วนที่ฝ่ายการเมืองย้ำว่าปัจจุบันประเทศยังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 จึงขอให้ชะลอไปก่อน พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณปี 2565 อยู่ในขั้นตอนวาระ 1 ในสภา เชื่อว่าจะปรับลดตามความเหมาะสม
กมธ.เพิ่มเสียงเห็นชอบแก้รธน.
ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะโฆษกกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม แถลงว่า ที่ประชุมมีมติ ดังนี้ มาตรา 256 (1) ว่าด้วยจำนวนสมาชิกในการเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามร่างเดิมที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ คือ กำหนดให้ใช้ 1 ใน 5 ของสมาชิกสองสภา
มาตรา 256 (3) (6) ว่าด้วยการออกเสียงเห็นชอบในวาระ 1 รับหลักการ และวาระ 3 ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้เสียงเห็นชอบต้องไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา จากเดิมรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา และมาตรา 256 (7) ที่ประชุมเห็นชอบให้คงไว้ตามร่างเดิมของรัฐบาล คือ เมื่อมีการลงมติในวาระ 3 แล้วให้รอไว้ 15 วัน จึงนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ และให้นำความในมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สำหรับการประชุมในวันที่ 5 ก.พ. เวลา 09.30 น. กมธ.จะเชิญสมาชิกรัฐสภาผู้ขอแปรญัตติ ประกอบด้วย ส.ว. 8 คน และส.ส. 101 คน รวม 109 คน โดยจะจัดกลุ่มเพื่อเข้าชี้แจงเหตุผลรายละเอียดประกอบคำแปรญัตติ คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในวาระ 2 ระหว่างวันที่ 24-25 ก.พ.
ไฟเขียวสสร.ดำรงตำแหน่งการเมือง
นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า หลังจาก กมธ.มีมติให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากเลือกตั้ง 200 คนแล้ว ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง คือการกำหนดข้อห้าม ส.ส.ร. ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลังจากทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ซึ่งเสียงข้างมากเห็นว่าไม่ควรกำหนดข้อห้ามดังกล่าว เพื่อเปิดกว้างให้มีผู้สมัคร ส.ส.ร.จำนวนมาก ขณะที่เสียงข้างน้อยเห็นควรให้กำหนด ข้อห้ามดังกล่าว เพื่อป้องกันข้อครหาว่าร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตนเองหรือมีผลประโยชน์ ทับซ้อน ซึ่งรายละเอียดข้อถกเถียงนั้น เชื่อว่าจะมีการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาและนำไปสู่การลงมติตัดสินอีกครั้ง
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า กมธ.ไม่ควรไปกำหนดข้อห้ามของส.ส.ร. เพราะอาจย้อนแย้งได้ว่า กมธ.ไปกีดกันเขา เนื่องจากส.ส.ร.ที่มาจากเลือกตั้ง 200 คน ต้องให้สิทธิเขาพิจารณาเอง หากกรณีนี้จะมีคนครหาว่าส.ส.ร.เขียนกติกาเพื่อตัวเองนั้น เชื่อว่าตามระบบ กติกา และการตรวจสอบทางสังคมจะจับตา
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาที่กมธ.เขียนเพิ่มเติมจากบทบัญญัติที่เสนอ คือ มาตรา 256 (9) ว่าด้วยก่อนนายกฯนำร่างรัฐธรรมนูญกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ให้สิทธิ ส.ส.หรือ ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เข้าชื่อเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 3 กรณีคือ 1.ขัดมาตรา 255 2.มีลักษณะที่แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 หมวด 2 หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรืออำนาจหน้าที่ของศาล องค์กรอิสระ หรือทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ และ 3.หากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นไปไม่ถูกต้องชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ปชป.ซัดเด็กพปชร.สามหาว
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงส.ส.พรรคพลังประชารัฐอ้างความชอบธรรมด้วยการส่งนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ที่เคยได้อันดับสองในการเลือกตั้งเดือนมี.ค.2562 ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทนนายเทพไท เสนพงศ์ ที่หลุดเก้าอี้เพราะคดีทุจริต ว่า หลักการที่ดีในการอยู่ร่วมกัน คือต้องให้เกียรติกันบนพื้นฐานของความถูกต้อง การ ติติงบุคคลทำได้ แต่การมาบิดเบือนใส่ร้ายอย่างนี้ไม่ถูกต้อง
ความจริงการส่งผู้สมัครของแต่ละพรรคทำได้อยู่แล้ว แต่การมาบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าโดยมารยาท พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรส่งลงในเขตนี้ อ้างเคยทุจริตนั้น เป็นการบิดเบือนเพราะนายเทพไทถูกตัดสิทธิ์เป็นคดีศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีอาญาที่ศาลตัดสิน เป็นการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ปี 2556 และคดียังไม่ถึงที่สุด อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ คดีจึงไม่เกี่ยวกับพรรค และไม่เกี่ยวกับคดีเลือกตั้งในเขต 3 นครศรีธรรมราช
ส่วนที่ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนบอกว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทุจริตการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐก็ได้ที่หนึ่งในเขตนี้ไปแล้ว ถือว่าบิดเบือนใส่ร้ายพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาในเขตนี้ ไม่มีการทุจริต ถ้าทุจริต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่ปล่อยมาถึงทุกวันนี้ ประเด็นนี้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย ดังนั้น อย่าเล่นการเมืองแบบสามหาว ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐควรเตือนบุคคลเหล่านี้ด้วย ส่วนจะดำเนินคดีหรือไม่นั้น ยังมีเวลาพอสมควรที่จะดูเรื่องนี้ ส่วนการส่งนาย พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ลงสมัครนั้น กระบวนการของพรรคจะเสร็จสิ้นในวันที่ 5 ก.พ.
อย่าดูถูกประชาชน
ด้านน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนาย สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 นครศรีธรรม ราช พรรคพลังประชารัฐ ระบุการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ควรเลิกตีตราจองว่า อย่าดูถูกประชาชน หากประชาชนไม่เอาด้วยก็ไม่มีทางได้รับความไว้วางใจ และใน จ.นครศรีธรรมราช มีหลายเขตต้องดูกันยาวๆ อย่ายกหาง กลองที่ตีเสียงดังดีคือหนังแท้ กลองที่ตีได้ครั้งเดียวคือหนังเปื่อย
ส่วนเรื่องฮั้วกันทางการเมือง พรรคที่เป็นสถาบันจะทราบดี และเมื่อถึงวันเลือกตั้งจะรู้ว่าใครฮั้วกับพรรคไหน ซึ่ง 74 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักให้กับประเทศ มุ่งมั่นทำงาน เคารพเสียงประชาชน ดังนั้นอย่าดูถูกความรักความศรัทธาของประชาชน ในอนาคตจะมีอีกหลายพรรคที่เราจะรู้ได้ว่า เป็นพรรคที่ยั่งยืนหรือฉาบฉวย
พปชร.เคาะส่ง‘อาญาสิทธิ์’ชิงส.ส.
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค มีนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค และกก.บห.เข้าร่วมพร้อมเพรียง เพื่อพิจารณาสรุปเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เขต3 นครศรีธรรมราช ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ในที่ประชุมได้ให้กก.บห.แสดงความคิดเห็นหากจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัคร จากนั้นใช้วิธีโหวตลงมติด้วยการลงคะแนนลับ โดยพล.อ.ประวิตร ได้ออกจากห้องประชุม เพื่อให้กก.บห.ตัดสินใจเอง ซึ่งที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ส่งนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเห็นว่าต้องรักษาพื้นที่ฐานเสียงของพรรคเอาไว้ ขณะที่เสียงโหวตไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าเพราะต้องการเสถียรภาพการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลให้คงอยู่อย่างราบรื่น
เสรีรวมไทยเปลี่ยนผู้สมัคร
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) เปิดเผยว่า นายจำเริญ เสนากัสป์ อดีตผู้สมัครส.ส. นครศรีธรรมราช ขอสละสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราชในครั้งนี้ เพื่อไปลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับอื่น พรรคจึงจะส่งผู้สมัครคนใหม่คือ นายอภิวิชญ์ รยนตรีกาล อดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคมา 1 ปีแล้ว แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ก็พร้อมสู้เต็มที่ ขอให้ชาวนครศรีธรรมราช คิดกันเองว่าจะเลือกเผด็จการหรือประชาธิปไตย
ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องวินิจฉัยถอดถอน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เหตุเคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวัน มีความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง แต่ตีตกคำร้องขอให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่มีเอกสารแสดงหลักฐานว่าคดีถึงที่สุดแล้วว่า ตนจะพยายามหาหลักฐานว่าคดีถึงที่สุดแล้ว โดยวันที่ 4 ก.พ. จะร่างหนังสือถึงศาลแขวงปทุมวัน เพื่อขอหลักฐานยืนยัน หากหาหนังสือรับรองว่าคดีถึงที่สุดแล้วไม่ได้ ศาลต้องยืนยันมาว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
‘กรณ์’ท้าชนทุกพรรค
วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่พบปะประชาชนตลาดชะอวด พบผู้นำชุมชนในพื้นที่ ล่องเรือสำรวจแม่น้ำชะอวด พรุควนเคร็ง และแหล่งท่องเที่ยว โดยให้คำแนะนำการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่
นายกรณ์กล่าวว่า พรรคกล้าพร้อมเต็มที่ในศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ และหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ให้โอกาสนายสราวุฒิ เป็นตัวแทนประชาชน เข้าไปทำงานในฐานะส.ส.ของพรรค ส่วนคู่แข่งที่มีทั้งผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเสรีรวมไทยนั้น พรรคกล้าพร้อมส่ง ผู้สมัครลงแข่ง ไม่ว่าคู่แข่งในพื้นที่จะเป็นอย่างไร หรือมาจากพรรคใด และขอย้ำว่า เสียงของชาวนครศรีธรรมราช เขต 3 ไม่ใช่มรดกของคนตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง

ศาลไต่สวน – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า มาเบิกความศาลไต่สวน กรณีขอให้เพิกถอนคำสั่งปิดกั้นการเผยแพร่คลิปวิดีโอไลฟ์เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด ตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ ยื่นคำร้องต่อศาล หลังไต่สวนศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 8 ก.พ. ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 4 ก.พ.
‘ธนาธร’มาศาลคดีไลฟ์สดวัคซีน
เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมทนาย เดินทางมาฟังนัดไต่สวนคำร้องคัดค้านของคณะก้าวหน้า ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาล สั่งลบลิงก์ตามคำขอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในการเผยแพร่ภาพและคลิปเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 พาดพิงสถาบัน ผ่านเพจคณะก้าวหน้า ทั้งในช่องทางเฟซบุ๊ก ยูทูบ
ต่อมาเวลา 10.00 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพร้อมสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้ร้องเสนอให้พิจารณาลับ แต่ศาลพิจารณาแล้วไม่เข้าองค์ประกอบการพิจารณาลับ จึงอนุญาตให้พิจารณาเปิดเผย และศาลระบุถึงการไต่สวนวันนี้เป็นการพิจารณาเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 จากนั้นได้เปิดคลิปไลฟ์สด ดังกล่าวของนายธนาธร หัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน : ใครได้ใครเสีย?” ให้ชมในห้องพิจารณาคดีตั้งแต่ต้นจนจบ
จากนั้นนายธนาธรขึ้นเบิกความ ชี้แจงเหตุผลที่ออกมาไลฟ์สด เพราะเป็นห่วงเรื่องการจัดการวัคซีนของไทย ควรฉีดให้กับประชากรอย่างทั่วถึงรวดเร็ว กลยุทธ์การจัดการวัคซีนของรัฐบาลไม่เหมาะสม ครอบคลุมประชากรน้อยเกินไป แผนการฉีดวัคซีนล่าช้า
นัดฟังคำตัดสิน 8 ก.พ.
ขณะที่ศาลได้ถามถึงการใช้คำว่าวัคซีนพระราชทาน นายธนาธรชี้แจงว่า ตอนแรกคนเข้าใจเรื่องนี้ว่าเป็นวัคซีนพระราชทาน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพูด และหน่วยงานรัฐเป็นคนใช้คำนี้ ตนไม่ได้เป็นผู้เริ่มใช้ การที่หน่วยงานรัฐนำคำนี้มาใช้จึงไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ถ้าเกิดความผิดพลาดจะกระทบสถาบันได้
ต่อมาข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการของดีอีเอส พยานฝ่ายผู้ร้องขึ้นเบิกความ สรุปที่มาของการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากมีผู้ไปแจ้งความกับตำรวจ ปอท. ให้ดำเนินคดีนายธนาธร ในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเมื่อพิจารณาข้อมูลต่างๆ แล้วได้รับอนุมัติจากรมว.ดีอีเอส ให้นำพยานหลักฐานต่างๆ มายื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลอาญามีคำสั่งระงับปิดกั้นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง 3 URL โดยเห็นว่าการไลฟ์สดของนายธนาธร ชี้นำให้ประชาชนตั้งคำถามกับในหลวงให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือหุ้นบริษัท มีผลกระทบทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นในสื่อสาธารณะ
หลังการไต่สวนคำคัดค้านเสร็จสิ้นแล้ว ศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งคดีนี้ในวันที่ 8 ก.พ. เวลา 10.00 น. โดยนายธนาธรเปิดเผยว่า ไม่ได้วิตกกังวล ศาลจะวินิจฉัยตัดสินอย่างไรก็เป็นอำนาจของศาล เราทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ได้ชี้แจงเหตุผลและพยานหลักฐานต่างๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
‘หมอวรงค์’เตือนทำการบ้านให้ดี
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากบอกนายธนาธรว่า ที่บอกว่าตนเองบริสุทธิ์ใจนั้น ขอให้พยายามทำการบ้านให้ดี เพราะสิ่งที่คุณบริสุทธิ์ใจกลายเป็นบิดเบือนทั้งสิ้น ที่สำคัญเป็นการจงใจบิดเบือน ให้ร้ายสถาบันเบื้องสูง ดูแล้วน่าจะรอดยาก
จำไว้ด้วยว่า ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะนำเสนออะไร เพราะเสรีภาพในการแสดงออกนั้น ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ใช่อยากจะไปกล่าวให้ร้ายใครก็ได้ เพราะการไปกล่าวให้ร้ายคนอื่นเสียหาย เขาไม่เรียกเสรีภาพ เขาเรียกดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาท เข้าใจไหม อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 1 วัน มีประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านแก้ไขมาตรา 112 ได้ 50,000 แล้ว
‘ไมค์’ฟ้องเรียกค่าเสียหายตำรวจ
ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และนายณัฐชนนท์ พยัฆพันธ์ หรือนนท์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนภาคตะวันออก จ.ระยอง ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ293/2564 กรณีถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังจับกุมที่ จ.ระยอง เหตุชูป้ายถาม นายกฯ ต่อมาตรการโควิด-19 ที่หละหลวม โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
สืบเนื่องจากวันที่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 15.45 น. นายภาณุพงศ์ และนายณัฐชนนท์ เดินทางมาบริเวณฝั่งตรงข้ามโรงแรมดีวารี ดีว่า เซ็นทรัลระยอง และได้ยืนถือป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องถามหาความรับผิดชอบนายกฯ ต่อกรณีอนุญาตให้กลุ่มคนยกเว้นพิเศษเข้ามาในประเทศ และปล่อยปละละเลยให้นายทหารสัญชาติอียิปต์ออกจากพื้นที่กักตัวโดยไม่เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด ต่อมามีเจ้าพนักงานตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ควบคุมตัวทั้งสองไปจากบริเวณที่ทำกิจกรรม โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา
ทั้งสองจึงขอยื่นฟ้องต่อศาล เรียกค่าเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของเจ้าพนักงานตำรวจ อันเป็นการละเมิดต่อทั้งสองคน ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จากความเสียหายแก่เสรีภาพในการชุมนุม, ความเสียหายแก่สิทธิในร่างกาย เสรีภาพในการเดินทาง และความเสียหายจากการใช้กำลังขืนใจ กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เกิดความกลัว รวมเป็นเงินคนละ 500,000 บาท
‘บิ๊กบี้’ลั่นรปห.ไม่อยู่ในหัว
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังชายแดนด้านตะวันตกป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองของ เมียนมาข้ามแดนหลังเกิดเหตุรัฐประหารว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่มาตรการคุมเข้มชายแดนด้านตะวันตกได้ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวถึงวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งเรากังวลเรื่องนี้อยู่ อาจจะมีพวกฉวยโอกาส จึงคุมเข้มกันเต็มที่ โดยกองกำลังชายแดนสามารถสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ทุกวัน ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา จับกุมได้หลายร้อยคน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง 5 กองร้อยที่เตรียมการไว้เพื่อซีลชายแดนเพิ่มเติม เพราะขณะนี้สถานการณ์คงที่ สามารถดูแลและรับมือได้
ส่วนจุดยืนของกองทัพต่อการรัฐประหารในเมียนมา พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เราอาศัยหลักการอาเซียนเหมือนเช่นรัฐบาล เราเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็ใช้หลักการนั้น เรื่องภายในของเขาเป็นเรื่องรัฐบาลคุยกับกองทัพเราเป็นส่วนราชการหนึ่งของรัฐบาล แต่ส่วนความสัมพันธ์ทางทหารยังเหมือนเดิม เพราะปฏิบัติการทางทหาร ความมั่นคงตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด การดูแลประชาชนตามแนวชายแดนสองฝั่ง การเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด ร่วมมือกันดีมาตลอด มีหมู่บ้านคู่ขนานที่ทำงานคู่กันมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาทหารไทยปฏิวัติหลายครั้ง พอเห็นเมียนมารัฐประหารรู้สึกอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า “ผมไม่มีความรู้สึก บอกแล้วว่าคำนี้ไม่มีอยู่ในหัวผม และไม่มีมานานแล้ว จะเห็นว่ามันหายไปนานแล้ว สื่อไปขุดคำนี้มาเอง พอตรงโน้นทำ พวกเราก็ไป ขุดคำนี้ขึ้นมา ผมไม่มีอยู่แล้ว” เมื่อถามว่ากลุ่มการเมืองในไทยนำเหตุการณ์รัฐประหารใน เมียนมามาเป็นประเด็นในการจุดกระแส เหมือนตีวัวกระทบคราด พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า นักข่าวสายทหารควรถามเรื่องทหาร เมื่อไรถามเรื่องการเมืองก็จบข่าว