จัดตัว38ขุนพล
อู๊ดด้าเบรกปชป.
เลิกห้าวพปชร.
รัฐบาล-ฝ่ายค้านจัดสรรเวลาศึกซักฟอกลงตัว 4 วัน 16-19 ก.พ. โหวตชี้ชะตา 20 ก.พ. ฝ่ายค้านจัดทัพ 38 ขุนพลถล่ม 10รัฐมนตรีได้คิวชำแหละ 42 ชั่วโมง ‘มงคลกิตติ์’ โผล่แจม ‘บิ๊กตู่’ ไม่หนักใจ ขออภิปรายสร้างสรรค์ ‘บิ๊กป้อม’ ชิ่งตอบ ปมเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช ‘จุรินทร์’ สั่งลูกพรรคปชป. เลิกเปิดศึกพปชร. กกต.แย้มไทม์ไลน์ คาดมิ.ย.เลือกตั้งอบต. ส่วนก.ย.-ต.ค.เลือกผู้ว่าฯกทม.-เมืองพัทยา 7 องค์การคนพิการเข้าชื่อยื่น ‘ชวน’ ลงโทษ ‘ปารีณา’ บูลลี่คนพิการ ลั่นเรื่องนี้จบที่ศาล ‘วิษณุ’ ยันคดีจำนำข้าว ทุกคดียังไม่หมดอายุความ
‘บิ๊กตู่’ยันไม่หนักใจศึกซักฟอก
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 5 ก.พ. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เล่าเรื่องผ่านแอพพลิเคชั่น พอดแคสต์ (PODCAST)ไทยคู่ฟ้าว่า ยินดีและดีใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสที่ได้มาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ รับฟังถึงบ้านแบบสบายๆ ตนไม่ได้เล่าว่าได้ทำอะไรบ้าง แต่อยากมาเล่าว่าทุกคนได้รับอะไรไปแล้วบ้างที่ตนและรัฐบาลได้ทำ โดยในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นนั้น รัฐบาลจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
“ผมยังไม่มีอะไรหนักใจในตอนนี้ ก็ขอให้เป็นการอภิปรายในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆในการที่จะทำให้เกิดผลกระทบในหลายหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งทุกคนทราบดี ขอให้ทุกคนช่วยกันติดตามชม จะได้เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ เผื่อจะมีคนเอาไปบิดเบือน ก่อนหน้านี้ในเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย อันนี้เป็นคนละเรื่องคนละเวลาทั้งหมด”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนมีความสุขปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินและดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงนี้ อยากให้ทุกคนใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาใช้ในช่วงนี้ คือเมื่อเรามีรายได้น้อยเราก็จะต้องใช้น้อยลง สิ่งใดที่สิ้นเปลือง ที่ไม่จำเป็น ขอให้ลดละเลิกไปก่อนจนกว่าจะมีรายได้เป็นปกติเช่นเดิม ที่ผ่านมาตนเข้าใจถึงความยากลำบาก ขอให้ทุกคนมีความสุข
วิปสองฝ่ายเคาะวันลงตัว 4+1
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เชิญตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล นายชาดา ไชยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.)
ตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล
ตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณากำหนดกรอบระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยตกลงกันได้ว่าจะอภิปราย 4 วัน และลงมติในวันรุ่งขึ้น
ฝ่ายค้านจ้อ 42 ชม.-โหวต 20 ก.พ.
นายสุชาติแถลงภายหลังการประชุมว่า ข้อสรุปเรื่องวันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะเริ่มประชุมตั้งแต่วันอังคารที่ 16 ก.พ. เวลา 09.00 น. ถึงประมาณเวลาตี 1 ของทุกวัน คาดว่าจะจบการอภิปรายในวันศุกร์ที่ 19 ก.พ. และโหวตในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. โดยฝ่ายค้านจะได้เวลาประมาณ 42 ชั่วโมง ขณะที่รัฐบาลได้ตกลงกันว่าจะใช้เวลาพอประมาณในการชี้แจง โดยให้อยู่ในเวลา 4 วันของการอภิปราย ซึ่งจะเป็นการอภิปรายรายบุคคล ค่อยๆ เรียงตามลำดับชื่อไปเรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถใช้สไลต์ประกอบการอภิปรายหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ข้อบังคับไม่ได้ห้ามไว้ เพียงแต่เลขาธิการสภา ขอความร่วมมือเนื่องจากกลัวมีภาพสุ่มเสี่ยงหลุดออกไป แต่หากฝ่ายค้านยืนยันว่าต้องเปิด ประธานซึ่งทำหน้าที่การประชุมอยู่ขณะนั้นก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งชื่อว่าส.ส.ทุกคคนล้วนแต่มีวุฒิภาวะรู้ว่าสิ่งไหนควรไม่ควร
‘สุทิน’ชี้ยืดเวลา-โยงเป้ารองได้
ด้านนายสุทินกล่าวว่า ในเวลา 42 ชั่วโมงของฝ่ายค้านนั้นเบื้องต้นจะพยายามให้จบใน 4 วันและโหวตวันที่ 20 ก.พ. แต่คำว่าพยายามคือทั้งสองฝ่ายพยายามบริหารเวลาร่วมกัน ถ้ามีเหตุสุดวิสัยจริงๆ โดยที่ทุกฝ่ายได้พยายามบริหารเวลาแล้วก็ต้องขยายเวลาออกไป การอภิปรายรัฐมนตรีถ้าใครเป็นเป้าหมายหลักก็ถูกอภิปรายไป แต่สามารถโยงไปถึงเป้าหมายรองได้ เช่น เมื่ออภิปรายนายกฯ แล้วพูด ถึงด้านสาธารณสุขก็สามารถโยงไปถึงรมว.สาธารณสุขได้ หรือเมื่ออภิปรายถึงนายกฯ ด้านเศรษฐกิจก็สามารถโยงไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าหากเป็นไปตามที่ตกลงกันนี้การอภิปรายจะเป็นไปอย่างราบรื่น
นายวิรัชกล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องใช้เวลาอภิปรายอย่างน้อยวันที่ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ได้ครบกำหนดเวลา 42 ชั่วโมงที่ได้รับ แต่การอภิปรายหากอภิปรายนายกฯ สามารถพาดไปได้หลายกระทรวง แต่หากอภิปรายรัฐมนตรีหลัก เมื่ออภิปรายแล้วก็ถือว่าจบแล้วจบเลย
พรรคฝ่ายค้านจัดทัพ 38 ขุนพล
ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมประชุมเพื่อแบ่งเวลาและจำนวนผู้อภิปรายในสัดส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในที่ประชุมกำหนดผู้อภิปรายทั้งสิ้น 38 คน พรรคเพื่อไทย มีผู้อภิปราย 15 คน เวลา 1,185 นาที พรรคก้าวไกล มีผู้อภิปราย 13 คน เวลา 710 นาที พรรคเสรีรวมไทย มีผู้อภิปราย 5 คน เวลา 160 นาที พรรคประชาชาติ อภิปราย 1 คน เวลา 80 นาที พรรคเพื่อชาติ อภิปราย 1 คน เวลา 40 นาที พรรคพลังปวงชนไทย อภิปราย 1 คน เวลา 80 นาที พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปราย 1 คนคือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เวลา 60 นาที พรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปราย 1 คนคือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ 30 นาที ซึ่งเป็นการหารือในกรอบเวลาเบื้องต้นเท่านั้น ยังปรับเพิ่มหรือลดเวลาและผู้อภิปรายของแต่ละพรรคได้อีกเล็กน้อย
สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมี 10 คน ดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
‘องอาจ’เชื่อรัฐมนตรีผ่านฉลุย
ที่สำนักงานกกต. นักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) จัดสัมมนาหัวข้อ “การเมืองไทยปี 64 ไปต่ออย่างไร” โดยมีผู้เสวนา ได้แก่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
นายองอาจกล่าวว่า แม้พรรคร่วมรัฐบาลมีการแย่งชิงพื้นที่ เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่เชื่อว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา และเห็นว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ควบคุมพรรคพลังประชารัฐได้ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยที่มีส.ส.มากเป็นอันดับสอง แม้จะมีข่าวปีนเกลียวกันกับพรรคพลังประชารัฐจากปัญหารถไฟฟ้า หรือ พรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาทำให้รัฐบาลเดินต่อไปไม่ได้ ประกอบกับกองทัพ ก็เดินร่วมกับรัฐบาลโดยไม่มีความแตกแยก และการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านก็ไม่น่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงเชื่อว่าการเมืองจะเดินต่อไปได้
โอกาสสูงรัฐบาลอยู่ครบเทอม
ด้านนายจาตุรนต์กล่าวว่า การเมืองไทยจะอยู่ได้หรือไม่ ต้องดูจากรัฐบาล รัฐสภา และภาคประชาชน ซึ่งในปี 2563 เกิดกระแสอยากเปลี่ยนรัฐบาล เพราะเห็นว่ารัฐบาลมีปัญหาทั้งการบริหาร ปกป้องพวกพ้อง และทุจริต จนเริ่มมีการชุมนุม แต่เกิดโควิด-19 และมีการ นำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ใช้ควบคุมโควิด-19 มาใช้กับผู้ชุมนุม จากนี้จึงต้องดูว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร เรื่องใหญ่มากคือความล้มเหลวในการแก้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดซื้อวัคซีนล่าช้า นอกจากนี้ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องจับตาดูว่าฝ่ายค้านจะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและอภิปรายได้ดีกว่าครั้งที่แล้วหรือไม่
นายยุทธพรกล่าวว่า การเมืองนอกสภาก้าวหน้า แต่การเมืองในสภาล้าหลัง ขณะนี้มีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่มีใครการันตีได้ว่าจะผ่านหรือไม่ และยังมีข้อถกเถียงว่าการแก้ไขมาตรา 256 เป็นการเปิดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือบางมาตราเท่านั้น ขณะที่กลไกในสภาฝ่ายค้านก็อ่อนแรงเนื่องจากมีปัญหาภายใน โอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ครบอีก 2 ปีมีเยอะมาก ส่วนการเมืองนอกสภาขณะนี้ การเคลื่อนไหวเข้าสู่โลกออนไลน์มากกว่าการชุมนุมบนท้องถนน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และแกนนำถูกจับ แต่รัฐบาลจะมองว่าการชุมนุมอ่อนแรงไม่ได้ เพราะในโลกโซเชี่ยล รัฐบาลไม่สามารถควบคุมข้อมูลที่มีหลากหลาย ที่มีทั้งจริงและเท็จได้
‘บิ๊กป้อม’รูดซิปปมร้อนเลือกตั้ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช จะทำให้กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยพล.อ. ประวิตร หยุดฟัง และเดินออกจากวงสัมภาษณ์อย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นรถยนต์และเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 4 ก.พ.พรรคพลังประชารัฐได้มีมติส่งนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ลงสมัครในนามพรรคแล้ว โดยกก.บห.เสียงข้างมากโหวตในที่ประชุมว่าควรส่งผู้สมัคร เนื่องจากเห็นว่าต้องรักษาพื้นที่ฐานเสียงของพรรคไว้ ขณะที่เสียงโหวตไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า ต้องการเสถียรภาพการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลให้คงอยู่อย่างราบรื่น
‘อู๊ดด้า’สั่งลูกพรรคเลิกฟัดพปชร.
เวลา 09.45 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิ ปัตย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ร่วมกับคณะส.ส.ภาคใต้ เพื่อพิจารณารับรองการส่งนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 3 นครศรีธรรม ราช แทนนายเทพไท เสนพงศ์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินพ้นสมาชิกภาพจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรรมราช
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเตรียมพร้อมรณรงค์หาเสียง และเปิดตัวนายพงศ์สินธุ์ เย็นวันที่ 5 ก.พ. ซึ่งจะเน้นนำเสนอนโยบายและผลงานต่างๆ ของพรรคที่ดำเนินการแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนที่ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐโจมตีกันไปมาจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกันหรือไม่นั้น ตนได้ขอให้ส.ส.เราเบาลงแล้ว ให้พูดเท่าที่จำเป็น ลดการกระทบกระทั่งกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับสัมพันธภาพระหว่าง 2 พรรคหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันแล้วว่าจะใช้แนวทางหาเสียงเน้นการพูดถึงเรื่องของเราเอง ไม่พาดพิงพรรคใด ไม่ว่าคู่แข่งจะมาจากพรรคใด ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐพาดพิงคนของพรรคเกี่ยวข้องทุจริตเลือกตั้งนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายได้ออกมาชี้แจงแล้ว
ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา
ต่อมาเวลา 17.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กก.บห.มีมติส่งนายพงศ์สินธุ์ ให้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช หลังจากผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งดังกล่าว และผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคแล้ว ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการหาเสียงเลือกตั้งจะมีการกระทบกระทั่งกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการประชาธิปไตย เราก็หาเสียงไปตามปกติ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหาหรือขัดแย้งกัน
รายงานข่าวจากที่ประชุมส.ส.ภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์ในวันเดียวกันนี้ เปิดเผยว่า ได้มีการหารือถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.นครศรี ธรรมราช โดยได้แบ่งการทำงาน และขอให้ส.ส.ภาคใต้ของพรรคทุกคนผนึกกำลังกันเป็นสะตอฝักเดียวไปช่วยกันหาเสียงซึ่งส.ส.และ ผู้บริหารพรรคจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ภายหลังจากปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งจะเหลือเวลา 1 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง
สำหรับการรับสมัครวันแรกในวันที่ 11 ก.พ. พรรคมอบหมายให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ภาคใต้ พร้อมด้วยอดีตส.ส.นครศรีธรรมราช นำนายพงศ์สินธุ์ไปสมัคร เชื่อว่าจะเอาชนะได้ แต่อาจเหนื่อยและหนักกว่าการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมา
กกต.คาดมิ.ย.เลือกตั้งอบต.
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี วันที่ 28 มี.ค. กกต.จะอำนวยความสะดวกเปิดให้บุคคลที่จะลงสมัคร สามารถยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง ที่สำนักงานกกต.ประจำจังหวัดได้ เพราะหากยื่นสมัครแล้ว ตรวจสอบพบภายหลังว่าคุณสมบัติไม่ครบหรือมีลักษณะต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ความผิดจะสำเร็จขึ้นทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิลงสมัคร ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ยืนยันว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่
ปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้ง เมื่อเสร็จการเลือกตั้งเทศบาล ทางกระทรวงมหาดไทยคงนับเวลาตามที่ตกลงกันไว้ 3 เดือน ช่วงมิ.ย.อาจจะเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และช่วงเดือนก.ย.ไม่เกินต.ค. จะเป็นผู้ว่าฯกทม.และเมืองพัทยา
“ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ทราบว่าจะมีเรื่องประชามติร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาอีก เท่าที่ฟัง อาจจะมีประชามติถึง 3 รอบ ซึ่งต้อง เตรียมการไว้ อีกทั้งยังได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากทราบว่าจะมีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง มีอะไรที่คาดการณ์ว่าเกิดก็ต้องเตรียมความพร้อมรองรับไว้” พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
กมธ.เชื่อส.ว.ให้ผ่านแก้รธน.
เมื่อเวลา 13.00 ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เเก้ไขเพิ่มเติม เเถลงความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าหลังจากวันที่ 4 ก.พ. ได้มีการลงมติจนสมบูรณ์ทั้งฉบับเเล้ว ในวันที่ 5 ก.พ. เป็นการพิจารณาเอกสารที่คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับเเต่งข้อความ เเละถ้อยคำ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เเละมีการเชิญส.ส. เเละส.ว.ที่แปรญัตติมาชี้เเจง
ส่วนในวันที่ 8 ก.พ. จะมีการประชุมอีกครั้ง เพื่อตรวจญัตติให้เรียบร้อย จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 2 วันที่ 24-25 ก.พ. หากผ่านก็จะทิ้งไว้ 15 วัน เเละให้รัฐสภาดำเนินการนำเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 3 วันที่ 16-17 มี.ค. หากผ่านทั้งหมดจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 18 เดือน ถ้าไม่มีอะไรสะดุดเลย
สำหรับประเด็นเกณฑ์การใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาตัดสินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระแรก เปลี่ยนแปลงจาก 3 ใน 5 เป็นใช้เสียง 2 ใน 3 นั้น แม้จะเป็นจำนวนที่มากขึ้น เเต่ขออย่ามีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว เพราะเชื่อว่าส.ว.จะโหวตเพื่อประโยชน์ของประชาชน

คนพิการจี้สอบ – ตัวแทน 7 องค์การคนพิการแห่งชาติ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สอบจริยธรรมน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พูดพาดพิงผู้พิการในทางไม่เหมาะสม ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
คนพิการยื่นสภาเชือด‘เอ๋’
เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา ตัวแทน 7 องค์การคนพิการ นำโดยนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภา ขอให้ตรวจสอบและลงโทษทางจริยธรรม น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีใช้ถ้อยคำกระทบสภาพบุคคลหรือกระทบความพิการ เปรียบเทียบดารานักแสดงคนหนึ่งกับคนออทิสติก ซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่ไม่เคารพหลักการความเป็นสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นายชูศักดิ์กล่าวว่า เราได้รับการร้องขอจากคนพิการ ไม่อยากเห็นการใช้คำเปรียบเทียบความพิการให้เป็นการต่อว่ากันทางสังคม จึงจำเป็นต้องยื่นให้ประธานสภา ตรวจสอบเพื่อเป็นบรรทัดฐาน เยาวชนจะได้เข้าใจว่าการสื่อสารพูดจาต้องเคารพความเป็นมนุษย์
ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความและผู้ปกครองที่มีลูกเป็นผู้พิการ กล่าวว่า องค์การคนพิการได้รับการกระทำที่ไม่เป็นธรม เช่น กรณี น.ส.ปารีณา ถือว่าเราเป็นผู้มีส่วนได้เสีย สามารถไปยื่นร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ และแจ้งความคดีอาญาได้ เราป้องกันสิทธิของเรา แต่ น.ส.ปารีณากลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับพวกเรา กล่าวหาว่าตนเอาความเป็นเลิศด้านความประพฤติของลูกตนไปเปรียบเทียบกับตัวเองทำให้ด้อยค่า
ลั่นแค่ยกแรก-จบกันที่ศาล
นายอนันต์ชัยกล่าวว่า อยู่ๆ มีผู้ทรงเกียรติมาบูลลี่ เราต้องปกป้องสิทธิ ขอขอบคุณประชาชน ชาวบ้าน และคนพิการที่ร่วมกันลงชื่อ ตอนนี้มี 2,927 คน และยังมีผู้ร่วมลงชื่ออยู่เรื่อยๆ ซึ่งรายชื่อนี้เป็นเหมือนเสบียงของ 7 องค์กร ที่นำมาซึ่งการร้องเรียนและต่อสู้ในศาล และสุดท้ายคือสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อยากฝากบอกส.ส.คนดังกล่าวว่าต้องมีเสบียงเหมือนกัน เพราะตนมีเสบียง 3 ล้าน คือคนพิการทั้งประเทศ สู้คุณได้สบายมาก พอร้องเรียนเสร็จ จะไปแจ้งความที่ จ.ราชบุรี พยานตนมี 2 หมื่นคน วันนี้เป็นโอกาสดีของคนพิการ และปลื้มใจมากที่เป็นตัวแทนของพ่อ
“การบูลลี่คนของน.ส.ปารีณา ต้องเป็นบรรทัดฐานและตัวอย่าง ซึ่งหวังว่าสภาแห่งนี้มีเกียรติ คนที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ควรมีเกียรติ เคารพสิทธิกันและกัน คุณต้องให้เกียรติเราเมื่อเราตักเตือนก็ต้องขอโทษ แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น ยังไปไล่ว่าคนอื่น และกฎหมายปี 2560 ไม่ได้ให้อำนาจเราถอดถอนไว้ แต่เราจะใช้มาตรการทางสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่ร้องเรียนที่สภา ยังมีอีก 4 หน่วยงานที่เราต้องทำ เรื่องไม่จบแค่นี้ นี่เป็นการขึ้นชกยกแรก ผมมั่นใจว่าสไตล์ของนายชวนไม่เหมือนคนอื่น เชื่อว่าท่านเร็วแน่นอน น.ส.ปารีณาไม่เคยขอโทษใคร ขอโทษก็เสียฟอร์ม ก็ไปจบกันที่ศาล จบกับผม ผมจะฟ้องเขา” นายอนันต์ชัยกล่าว
นายสมบูรณ์กล่าวว่าคณะทำงานจะนำเรื่องเสนอให้ประธานสภาในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภา ที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมสภา ทำหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ขอให้มั่นใจว่าสภาจะเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนได้ และจะทำงานให้ตามที่ประชาชนต้องการ
เซ็นตั้งอนุกก.จริยธรรมสภา
เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมสภา แถลงว่า ประธานสภา ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมสภา 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธาน 2.พล.ต.อ.วิรุฬห์ ฟื้นแสน 3.พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง 4.พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ 5.นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ 6.นายจตุสิทธิ์ ลางคุนนท์ 7.นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม 8.นายศราวุฒิ ประทุมราช และ 9.นางนรรัตน์ พิมเสน
นายนิกรกล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนรอการพิจารณา 23 เรื่อง แบ่งเป็นปี 2562 จำนวน 4 เรื่อง ปี 2563 จำนวน 13 เรื่อง และปี 2564 จำนวน 6 เรื่อง โดยคณะกรรมการจริยธรรมจะได้ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของส.ส.และจะมอบให้คณะอนุกรรม การ พิจารณาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามกรอบเวลาที่กำหนด และเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ
‘พิชัย’รอดถูกคสช.ฟ้องคดีกบต้ม
วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับหนังสือเลขที่ 0026.(12)3/169 ลงวันที่ 29 ม.ค.2564 จากกองกำกับ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ลงนามโดย พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผู้กำกับการ 3 บก. ปอท. แจ้งว่า พนักงานอัยการมีหนังสือที่ อส 0009.3/0171 ลงวันที่ 28 ต.ค.2563 มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องตนในคดีอาญาเลขที่ 0051/2560 ที่ คสช.ฟ้องตนในคดี “กบต้ม” เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริง แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ในขณะนั้น น่าจะไม่มีความรู้ จึงได้ให้คนมาฟ้องตน
ต้องขอขอบคุณสำนักอัยการที่ให้ความเป็นธรรมกับตนอีกครั้ง หลังจากที่สั่งไม่ฟ้องคดีรูปปกนิตยสารไทม์และรูปการดูด ส.ส. 4.0 ที่สำนักอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ คดีทั้งหมดน่าจะเป็นความพยายามที่จะให้ตนหยุดวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์จารึกความพยายามของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ที่จะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพราะตนโดนเรียกทั้งหมด 12 หน ปรับทัศนคติ 8 หน เรียกดำเนินคดีอีก 4 หน และต้องขอขอบคุณนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่ได้ช่วยเหลือ ว่าความแก้ต่างให้ในคดีต่างๆ ตลอดมา จนไม่มีคดีใดๆ ค้างอยู่อีกต่อไป
‘วิษณุ’ยันคดีข้าวยังไม่ขาดอายุ
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวคดีรับจำนำข้าว หมดอายุความ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา ยังไม่ขาดอายุความ รวมทั้งคดียึดทรัพย์และการบังคับคดีก็ยังไม่ขาดอายุความ ซึ่งอายุความบังคับคดีคือ ถ้ายึดไม่ได้ภายใน 10 ปี ยึดมาได้เท่าไรก็เท่านั้น ที่เหลือยังไม่ขาดอายุความ บางคดีที่ต้องยึดทรัพย์เวลานี้ ยังไม่นับหนึ่งด้วยซ้ำ ส่วนคดีแพ่งได้ฟ้องไปหมดทุกคดีแล้ว เมื่อฟ้อง อายุความก็จะหยุด
ส่วนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าว มี 1,188 คดี ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการ ยังไม่มีคดีใดขาดอายุความ สำหรับคดียึดทรัพย์บังคับคดี ได้ยึดทรัพย์ไปแล้วจำนวนมากและยังต้องตามยึดต่อ เพราะไม่รู้ว่าทรัพย์อยู่ที่ไหน เท่าที่ทราบได้ยึดบ้านและรถ และกำลังจะนำขายทอดตลาด ส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ยึดไปแล้วจำนวนหนึ่ง ที่เหลือที่คิดว่าใช่นั้นไม่ใช่ทรัพย์เขา ยังมีเวลาตรวจสอบ ยังไม่ขาดอายุความ และมีที่ต้องยึดต่ออีกเยอะ โดยคดีความที่จะหมดอายุความเร็วที่สุดคือปี 2565 เช่น คดีเกี่ยวกับโรงสี เมื่อดำเนินการอะไรแล้ว อายุความนั้นก็จะไม่หมด
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าปิดประตูเดินทางกลับบ้านแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ปิด กลับมาได้ไม่มีปัญหา การยึดทรัพย์กับการกลับบ้าน คนละเรื่องกัน มีลูกหนี้เยอะแยะที่เวลานี้ถูกตามยึดทรัพย์ แต่ยังอยู่ ไม่มีปัญหา