ตั้งวอร์รูมในสภา
สู้รบ.ศึกซักฟอก
ฝ่ายค้านคึกคักตั้งวอร์รูมในสภาลุยศึกซักฟอก เตือน ‘บิ๊กตู่’ อย่าคิดทำตัวสบายๆ ระวังล้มได้ง่ายๆ เพื่อไทยวางตัว 15 ส.ส.ล็อกเป้าถล่ม 5 รัฐมนตรี ‘ยุทธพงศ์’ โหมโรงโชว์ถลก ‘ณัฏฐพล’ แทรกแซงข้าราชการกระทรวงศึกษาฯ ส่วนก้าวไกลจองกฐิน 6 รัฐมนตรี กกต.ดีเดย์ 8 ก.พ. เปิดรับสมัครเลือกตั้งเทศบาลวันแรก ปชป.คิกออฟหาเสียงเลือกซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช มั่นใจ ‘พงศ์สินธุ์’ น้องเทพไทเข้าวิน

ยังฟิต – นายทักษิณ ชินวัตร โชว์ฟิตชกมวยในบ้านพักที่ดูไบ โดยแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก โพสต์ภาพลงอินสตาแกรม ในวันครบรอบ 16 ปี 6 ก.พ.2548 ที่นายทักษิณนำพรรคไทยรัก ไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย
ฝ่ายค้านตั้งวอร์รูมซักฟอก
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. ลงมติ วันที่ 20 ก.พ. มีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย 10 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะตั้งวอร์รูม ที่ห้อง 309 อาคารรัฐสภา มีหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมทั้งที่ปรึกษาของแต่ละพรรค ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ มาร่วม ติดตาม แก้ไขสถานการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมพร้อมผู้ที่จะอภิปรายทั้งการเพิ่มข้อมูล ประเด็นตอบโต้ รวมทั้งการแถลงข่าวโต้ในเรื่องต่างๆ ถือเป็นการติดตามสถานการณ์การอภิปรายแบบเรียลไทม์ โดยทุกคนจะสแตนด์บายเตรียมพร้อม ยืนยัน ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดไม่มีการแบ่งแยก ทุกพรรคจะรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว
ขู่‘บิ๊กตู่’อย่าชิลชิล-จะล้มได้ง่ายๆ
นายประเสริฐกล่าวว่า ส่วนของการจัดสรร เวลาอภิปรายให้แต่ละพรรคก็ไม่มีปัญหา เพราะจัดสรรอย่างลงตัว ทุกฝ่ายยอมรับ ขอเพียงแค่ผู้อภิปรายแต่ละพรรคอย่าอภิปราย เกินเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งทุกพรรค ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล หากคิด จะประท้วงเพื่อให้ฝ่ายค้านอภิปรายสะดุดหรือหวังป่วนกันนั้นอย่าทำ ขอให้ประท้วงอย่างมีเหตุมีผล และยึดตามข้อบังคับ หากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลประท้วงฝ่ายค้านจนการอภิปรายต่อไม่ได้ ประชาชนจะได้รับรู้ และตัดสินใจได้เองว่าใครเป็นอย่างไร ขณะที่ ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมนั้น เชื่อว่าทุกท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางอยู่แล้ว
“ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คราวนี้ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาของตัวเองและรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล อย่าคิดทำตัวสบายๆ คิดว่าไม่เป็นไร งานนี้ระวังจะล้มได้ง่ายๆ” นายประเสริฐ กล่าว
เพื่อไทยจัด15ส.ส.ถล่ม5รมต.
นายประเสริฐกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 19 ชั่วโมง 45 นาที มี ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปราย 15 คน อภิปรายรัฐมนตรี 5 คน แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเป็นรัฐมนตรีคนไหนบ้าง โดยมี ส.ส.บางคนที่อภิปรายรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน เบื้องต้นได้คุยกับ ส.ส.ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีไว้บ้างแล้ว โดยในวันที่ 10 ก.พ. ทางพรรคจะมีการประชุมผู้อภิปรายเพื่อ จัดเรียงลำดับการอภิปราย มั่นใจว่าข้อมูล ที่จะใช้ในการอภิปรายครั้งนี้มีหลักฐานชัดเจน และไม่มีการซ้ำประเด็น เนื้อหาตรงจุด ไม่มีออกนอกเรื่องแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายในครั้งนี้ อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เป็นต้น สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลารวมทั้งสิ้น 42 ชั่วโมง
‘เสี่ยโจ้’เปิดแผล‘ณัฏฐพล’
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม แถลงว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีการใช้อำนาจแแทรกแซงข้าราชการประจำ ออกคำสั่งเพื่อให้ พวกพ้องเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ว่า กระทรวงศึกษาธิการแบ่งการบริหารงานเป็นสี่แท่ง แต่ละหน่วยงานห้ามก้าวก่ายกัน แต่ในวันที่ 7 ม.ค.2564 นายณัฏฐพลออก คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.11/2564 เพื่อทำแผนบูรณาการด้านการศึกษา เพิ่มศักยภาพการศึกษาของโรงเรียน จึงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการของแต่ละจังหวัด มีผู้กำกับนโยบาย คือปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แค่ออกหนังสือฉบับนี้ก็ถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากหัวหนังสือเป็นคำสั่ง สพฐ.แต่ไปสั่งแท่งอื่นในกระทรวงได้อย่างไร และเมื่อไปดูผู้รับผิดชอบการดำเนินการในแต่ละจังหวัด ที่จะล้อกับประเด็นในญัตติใช้อำนาจ แทรกแซงข้าราชการเพื่อเอื้อประโยชน์ พวกพ้อง จะเห็นว่านางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ที่มีพื้นฐาน จ.ปราจีนบุรี แต่ไปดูแล จ.บุรีรัมย์ จะเข้าใจพื้นที่ได้อย่างไร
ชวนครู-น.ร.เลวฟังอภิปราย
ส่วนนายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เมื่อไปตรวจสอบประวัติแล้ว เป็นเพียงไฮโซ เคยมีแฟนเป็นดารา และเป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร ได้ไปกำกับ การศึกษาใน จ.ภูเก็ต ทั้งหมด แล้วจะมีความรู้ ด้านการศึกษาได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีอำนาจใหญ่กว่าผู้ว่าราชการจังหวัดในด้านการศึกษา จึงขอเชิญชวนนักเรียนเลวและบรรดาครูอาจารย์ร่วมฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้
การอภิปรายครั้งนี้ทุกอย่างเป็นความลับ มีเพียง ส.ส.ในตำแหน่งเท่านั้นที่ดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะถูกครหาว่าข้อสอบรั่วเหมือนครั้งที่ผ่านมา และขอชี้แจงว่าการอภิปรายครั้งที่แล้วรัฐบาลเพิ่งข้ามาบริหารประเทศ เพียงไม่นานก็มีการอภิปราย งบประมาณก็ยังไม่ได้ใช้ จึงอภิปรายได้จำกัด แต่ครั้งนี้ประเทศมีวิกฤต รัฐบาลบริหารมาได้ครึ่งเทอม มีทั้งวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจและสังคม
“ถ้าพรรคฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลคงไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้ถึง 10 คน และทุกวันนี้ยังตกลงเรื่องของเวลาอภิปรายไม่ได้ เพราะข้อมูลแน่น จึงขอให้มั่นใจ ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่าการแถลงข่าวของตนเป็นการเฉลยการบ้านนั้น งานนี้เป็นเพียงแอพพิไทเซอร์หรือเรียกน้ำย่อย ขอให้รอดูเมนคอร์ส มันแน่ๆ” นายยุทธพงศ์กล่าว
ซัดกทม.ขึ้นค่าตั๋วสายสีเขียว
นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะขึ้นราคาวันที่ 16 ก.พ. ในราคา 104 บาทว่า เป็นราคาที่แพงเว่อร์ ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. แต่ยังเงียบ ไม่มีสัญญาณใดๆ
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. บีทีเอสทำหนังสือทวงหนี้ กทม. 3 หมื่นล้านบาท และให้จ่ายภายใน 60 วัน เป็นหนี้ค่าจ้างวิ่งรถ 3 ปี 9 เดือนตั้งแต่ เม.ย.2560 ประมาณ 9,600 ล้านบาท และหนี้ค่าซื้อระบบเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) 2 หมื่นกว่าล้านบาท หากไม่จ่ายจะฟ้อง กทม. ถามว่าทำไมเป็นหนี้เยอะแยะ เพราะกทม.ไม่ได้จ้างบีทีเอสวิ่งโดยตรง แต่ให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่งอีกทอด
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีทุนจดทะเบียนแค่ 50 ล้านบาท เป็นหนี้ 3 หมื่นกว่าล้านบาทได้อย่างไร แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส และเมื่อไปดูต้นทุนบีทีเอสได้กำไรโดยเฉพาะในช่วงสถานีที่เป็นไข่แดง เพราะมีปริมาณผู้โดยสารมาก ขณะที่ กทม.จ้างบีทีเอสวิ่งรถถึง 3 พันล้านบาทต่อปี แต่ทางบีทีเอสวิ่งรถเองแค่ 2 พันล้านบาท ทำให้บีทีเอสกำไรมหาศาล
“ส่วนที่ พล.ต.อ.อัศวินบอกว่าไม่สนใจ ให้ตนไปฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เลย ก็ไม่แปลกเพราะท่านเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้เพราะหัวหน้า คสช.ตั้งมา เป็นมรดกบาปของ คสช. หัวใจเลยไม่ได้อยู่กับประชาชน ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิดก็ทำคนเดือดร้อนทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ยังจะขึ้นราคาค่าโดยสารอีก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์มัวไปทำอะไรอยู่”
ก้าวไกลจองกฐิน6รัฐมนตรี
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้มากนัก แต่เบื้องต้นวางตัวผู้อภิปรายไว้ประมาณ 10 กว่าคน และจะอภิปรายรัฐมนตรี 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ นายนิพนธ์ นายณัฏฐพล และนายสุชาติ
ส่วนการจัดสรรเวลาการอภิปราย จากเดิม พรรคร่วมฝ่ายค้านอยากจะได้เวลาอภิปราย 45 ชั่วโมง แต่ได้เพียง 42 ชั่วโมง จึงต้องมีการ ตัดเนื้อหาการอภิปรายบางส่วน ตามสัดส่วนเวลาของแต่ละพรรค พรรคก้าวไกลได้เวลา 10 กว่าชั่วโมง โดยเวลาที่ได้มาทำให้เบียดการอภิปราย แต่เรายังคงจำนวนผู้อภิปรายและเนื้อหาเท่าเดิม แต่ต้องทำให้กระชับขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีปัญหาการแบ่งเวลาเหมือนการอภิปรายเมื่อปี 2563 ที่ทำให้พรรคก้าวไกล ต้องออกไปแถลงนอกสภาหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า การจัดสรรเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่น่า มีปัญหา แต่หากเกิดปัญหาจริงๆ คงจะไม่ได้มาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเอง คงมาจาก ฝ่ายรัฐบาลมากกว่า
ส่วนการอภิปรายครั้งนี้จะเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม ก็ให้ผู้ฟังตัดสิน เพราะหากเป็นเรื่องการทุจริต เรามีหลักฐานที่จะนำมาแสดงในสภา หากเป็นเรื่องการบริหารราชการที่ล้มเหลว ก็สามารถชี้แจงมีที่มา ที่ไปได้แน่นอน เรามีความพยายามจัดเรียงผู้อภิปรายของแต่ละพรรคให้เรื่องราวแต่ละวันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้แต่ละวันมีไฮไลต์ให้น่าติดตาม
‘แรมโบ้’สวนกลับโฆษกเพื่อไทย
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ตำหนิรัฐบาลคิดไม่รอบคอบโครงการ ‘เราชนะ’ กำหนดสิทธิคนเข้าถึงจากฐานรายได้ปี 2562 ซึ่งโควิดยังไม่ระบาด และยังมีช่องโหว่ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ลงทะเบียนคนละครึ่งไว้ก่อนหน้านี้กลับได้สิทธิ โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าที่ต้องใช้ฐานข้อมูลปีภาษี 2562 เนื่องจากในขณะนี้ ข้อมูลของปีภาษี 2563 ยังอยู่ในขั้นตอนของการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงยังไม่มีฐานข้อมูลของปีภาษี 2563 ที่ครบถ้วน และยังยืนยันแล้วว่าผู้ที่ว่างงานปี 2563 ที่ไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากมีรายได้พึงประเมิน 3 แสนบาทนั้น สามารถลงทะเบียนได้อีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. เพื่ออัพเดตข้อมูล เมื่อมีข้อมูลแล้วยืนยันได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ลงทะเบียนคนละครึ่งไว้ก่อนหน้านี้ที่ได้สิทธิในโครงการเราชนะ กระทรวงการคลังได้ระบุแล้วว่าหากกดรับสิทธิเราชนะ จะถูกเรียก เงินคืนในภายหลัง ส่วนกลุ่มเปราะบางที่ไม่มี สมาร์ตโฟน ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยในวันที่ 15 ก.พ.
อย่าดีแต่ตำหนิ-ระวังชาวบ้านเบื่อ
“แสดงให้เห็นว่านายกฯและรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนทุกคนไม่เลือกปฏิบัติ เพราะนายกฯเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนดี ซึ่งแม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ได้พยายามอย่างเต็มที่ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ปล่อยผ่าน โฆษกพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องกังวลว่านายกฯและรัฐบาลจะทอดทิ้งประชาชนในยามที่บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน เพราะนายกฯ ไม่ใช่คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หรือพวกพ้องของตัวเอง ที่ผ่านมาก็ได้ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดไม่หยุดพัก” นาย สุภรณ์กล่าว
นายสุภรณ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าโฆษกพรรคเพื่อไทยหรือบรรดาคนในพรรค ไม่ควรออกมาตำหนินายกฯ หรือรัฐบาล เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่าย เนื่องจากเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีปากเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ คนอื่นไปทั่วแต่ไม่ได้ลงมือทำประโยชน์อะไรให้กับประชาชนเลยแม้แต่เรื่องเดียว
กกต.พร้อมเลือกตั้งเทศบาล
วันเดียวกัน นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในวันที่ 28 มี.ค.ว่า ขณะนี้กกต.ได้ประสานกับกกต.แต่ละจังหวัด เรียบร้อยแล้ว โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นกฎหมาย กำหนดว่าให้ทางกกต.มอบหมายให้ทาง ท้องถิ่นเป็นคนจัดการการเลือกตั้ง
สำหรับการป้องกันการทุจริต ทางกกต.จะควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย และโปร่งใส แน่นอนว่าในแต่ละจังหวัดจะมีคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนและหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เมื่อได้รับเบาะแสก็จะเข้าไปทันที ขณะเดียวกับจะกำชับท้องถิ่นให้ช่วยกัน ดูแล ส่วนการตั้งผู้ตรวจการหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประชุมของกกต.
8ก.พ.เปิดรับสมัครวันแรก
ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ขณะนี้ทางกกต.ได้ประสานกับกกต.ในแต่ละจังหวัดแล้ว ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครวันแรกในวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.ไปจนถึงวันที่ 12 ก.พ. ส่วนจะมีการตั้งผู้ตรวจการ ในการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ต้องรอมติของทางกกต.อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ทางกกต.ได้เปิดให้บุคคลที่จะลงสมัคร สามารถยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง ที่สำนักงานกกต.ประจำจังหวัดได้ เพราะหากยื่นสมัครแล้ว ตรวจสอบพบภายหลังว่าคุณสมบัติไม่ครบหรือมีลักษณะต้องห้าม ลงสมัครรับเลือกตั้ง ความผิดจะสำเร็จขึ้นทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิลงสมัคร
ปชป.มั่นใจ‘พงศ์สินธุ์’ซิวส.ส.
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราชแทนนายเทพไท เสนพงศ์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ เพิกถอนสมาชิกภาพส.ส. จากคดีทุจริต เลือกตั้นายกอบจ.นครศรีธรรมราช ว่า พรรคย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักสุจริต ในการหาเสียง การนำเสนอนโยบาย แนวคิด ของผู้สมัครและพรรคการเมือง เป็นกระบวนการที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกคนที่จะมา เป็นส.ส.
พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่ง นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เป็นผู้สมัคร ส.ส. เพื่อลงแข่งขัน เป็นคนที่ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ มาเป็นเวลานาน ประชาชนในพื้นที่จะทราบดี พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมือง ของคนทุกรุ่น ที่มีบุคคลที่ร่วมทำงานมีทุกช่วงวัย มีนโยบายชัดเจนและยั่งยืน ที่สำคัญมีความสำเร็จในการทำงานให้กับประชาชนและประเทศ การหาเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีการนำนโยบายของพรรคเพื่อสื่อสารให้คนในพื้นที่เลือกตั้งได้รับทราบมากยิ่งขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจ
“ไม่มีความกังวลใจว่าจะมีพรรคใดส่งบ้าง เพราะท้ายที่สุดต้องว่ากันตามกระบวนการเลือกตั้ง แข่งขันกันตามปกติ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้จะได้มีการกำหนดแผน การทำงานเพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้ง มีประสิทธิภาพต่อไป และพรรคมั่นใจว่า จะสามารถคว้าชัยชนะในเขตนี้ได้อย่างแน่นอน” นายราเมศกล่าว
คิกออฟหาเสียง-ชูพรรคของเรา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติส่งนายพงศ์สินธุ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว วันที่ 6 ก.พ. เป็นการเบิกฤกษ์หาเสียงวันแรก โดยการปล่อยขบวนรถแห่โฆษณาหาเสียง 10 คัน เพื่อประชาสัมพันธ์มติของพรรคในการส่ง นายพงศ์สินธุ์ เป็นตัวแทนพรรค ลงแข่งขันเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ พระพรหม, เฉลิมพระเกียรติ, จุฬาภรณ์ และชะอวด โดยใช้แนวทางการหาเสียง “พรรคของเรา คนของเรา” กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีความผูกพัน อยู่คู่กับพี่น้องภาคใต้มายาวนานถึง 75 ปี รับใช้พี่น้องประชาชนมาทุกยุคทุกสมัย เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเริ่มขบวน การหาเสียงอย่างต่อเนื่องเต็มรูปแบบ จะจัดรถเวทีปราศรัยย่อย เพิ่ม 4 คัน เพื่อรองรับ ส.ส.ของพรรคและผู้บริหารของพรรค ในการ ลงพื้นที่ ปราศรัยพบปะกับพี่น้องประชาชน พูดถึงอุดมการณ์ นโยบาย และผลงานของพรรคที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เลือกนายพงศ์สินธุ์ ให้เป็น ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ต่อไป
ยธ.ประมูลโมเดล-ยึดจากคดียา
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการจัดงาน “การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ไม่เหมาะสมจะเก็บรักษา ครั้งที่ 1/2564” จากการยึดทรัพย์คดียาเสพติด ประเภทตุ๊กตาโมเดล 286 รายการ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานประมูลจำนวนมาก ท่ามกลางมาตรการควบคุมโควิด-19 เว้นระยะห่างและ มีจุดตรวจคัดกรองก่อนเข้างานอย่างเข้มงวด
นายสมศักดิ์กล่าวว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ไม่เหมาะจะเก็บรักษา เป็นการดำเนินการ ต่อทรัพย์สินของนักค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการกับทรัพย์สินของนักค้ายาและกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อตัดวงจรทางการเงิน วันนี้ทรัพย์สินประเภทตุ๊กตาโมเดลที่ตรวจยึดไว้ในคดียาเสพติดรายสำคัญ ที่นักค้ายาเสพติดนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายยาเสพติดไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สินดังกล่าว
“เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินได้แล้ว จะยึดและเก็บรักษาเงินที่ได้จากขายทอดตลาด เอาไว้โดยนำฝากกับสถาบันการเงิน หากศาลมีคำสั่งยกฟ้องในคดีอาญาหลัก หรือยกคำร้องริบทรัพย์สินจะพิจารณาคืนทรัพย์สินแก่เจ้าของทรัพย์สิน พร้อมดอกเบี้ยคืนให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน หากศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จะส่งมอบเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นให้แก่กองทุนเพื่อนำไปดำเนินการบริหารจัดการต่อไปหากศาลให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของกองทุน เราจะนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการสนับสนุนงบประมาณในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลดค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้วางเป้าหมายในการยึดทรัพย์สินในปี 2564 ไว้ 6,000 ล้านบาท ไตรมาสแรก ยึดทรัพย์ได้ 1,044 ล้านบาทแล้ว ” นายสมศักดิ์กล่าว
ซึ่งการประมูล รายการแรกเป็นการประมูล โมเดล ลูฟี่ จากการ์ตูนวันพีซ ขนาดเท่าตัวจริง โดยผู้ชนะการประมูลได้ไปด้วยราคา 111,000 บาท ผู้ที่ประมูลลู่ฟี่ ได้ไปเป็นคู่คุณพ่อ กับลูก อาชีพนักธุรกิจจาก กทม. โดยลูฟี่เป็นตัวที่ตั้งใจมาเอาตั้งแต่แรก เพราะสะสมอยู่แล้ว

ออร์เดิร์ฟ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมด้วยน.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย และนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี โหมโรงซักฟอกกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมเชิญชวนครูและนักเรียนติดตามการอภิปราย ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 ก.พ.