ฝ่ายค้านรับฝาก
ชำแหละณัฏฐพล
พท.ขู่ถอด4รมต.

เพื่อไทยรุกอีก เตรียมยื่นถอดถอน 4 รัฐมนตรีหลังจบศึกอภิปราย ยันข้อมูลชัด ส่งศาลรัฐธรรมนูญ-ศาลอาญา-ป.ป.ช.ฟันซ้ำ ดักคอส.ส.รัฐบาลเตรียมประท้วงตั้งแต่เปิดญัตติ วอนดูเนื้อหาก่อน อย่าทำแค่เอาใจใคร พปชร.ป่วน รัฐมนตรีเปิดศึกเลื่อยขากันเอง ปชป.ย้ำ ‘จุรินทร์-นิพนธ์’ ไม่โกง ไม่กลัวถูกซักฟอก เล็งใช้โอกาสโชว์ผลงานกลางสภา ยันหนุนโหวตแก้รัฐธรรมนูญใช้เสียง 2 ใน 3 โดยไม่กำหนดเงื่อนไขต้องมีส.ว.เห็นด้วยกี่เสียง จับตารัฐสภาถกญัตติส่งตีความ 9 ก.พ. ‘ไพบูลย์’ ยอมถอนญัตติหรือไม่ ฝ่ายค้านหวั่นแก้รธน.สะดุด

พท.หวั่นแก้รธน.สะดุด

วันที่ 7 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงญัตติที่ขอให้รัฐสภาลงมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ที่จะเข้าสู่ระเบียบที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 9 ก.พ.นี้ จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุดหรือไม่ ว่าฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายว่าไม่เห็นด้วยต่อประเด็นของนายไพบูลย์ และอยากให้รัฐสภารับฟังเหตุผลก่อน เพราะสิ่งที่เสนอไม่ได้เกินเลยและเสนออยู่ในพื้นฐานความเป็นจริง อยากให้สมาชิกทุกคนฟังเหตุผลก่อนตัดสินใจโหวต อย่าทำแบบพวกมากลากไป เพราะจะทำให้ประเทศเสียหายได้

ทั้งนี้ หากมีมติให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญจริงจะทำให้กระบวนการแก้ไขรับธรรมนูญสะดุด เพราะทำให้การพิจารณาล่าช้าลงไปอีก จากเดิมที่มีไทม์ไลน์กำหนดไว้แน่นอน และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับปากไว้ ว่าจะให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะมันเลื่อนไป มากแล้ว ตนไม่อยากให้สิ่งที่ประชาชนรอคอยทอดนานออกไปอีกอย่างไม่มีเหตุผล

ลั่นมีข้อมูลฟัน 4 รมต.

นายประเสริฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมตัวพร้อมแล้ว ทั้งข้อมูลและตัวส.ส.ผู้อภิปราย เบื้องต้น กำหนดไว้ 15 คน ซึ่งบางคนอาจต้องขึ้นพูด 2 ครั้ง เนื่องจากการอภิปรายมีทั้งหมด 19 ครั้งในจำนวน 15 คนนี้ วันนี้พรรค เพื่อไทยมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อถามถึงหลักฐานเตรียมยื่นเอาผิดรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ แล้ว เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญา และป.ป.ช. โดยได้เตรียมแต่ละกรณีไว้แล้ว รัฐมนตรีแต่ละคนมีกรณีที่ไม่เหมือนกัน เบื้องต้นคาดว่าจะยื่นได้ประมาณ 4 คน เนื่องจากมีหลักฐานที่ชัดเจน

เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะบูรณาการกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างไร เพราะแต่ละพรรคยังไม่เปิดรายละเอียดเนื้อหาที่จะอภิปราย นายประเสริฐกล่าวว่า วันนี้แต่ละพรรคส่งหัวข้อและประเด็นมาแล้วเพียงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเนื้อหา คณะทำงาน วงเล็กได้รวบรวม ซึ่งเพื่อไทยได้ประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคแล้ว ตอนนี้แม้จะเป็นประเด็นเดียวกันแต่มีรายละเอียดไม่เหมือนกัน เพราะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเราคุยกันตลอด สัปดาห์หน้าจะคุยกันอีก

วอนรบ.อย่าประท้วงเพื่อเอาใจใคร

เมื่อถามว่าเตรียมการรับมือการประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายประเสริฐกล่าวว่า มีวอร์รูมและเตรียมทีมส.ส.ในสภาไว้ตอบโต้กรณี ส.ส.รัฐบาลประท้วงไม่มีเหตุผลหรือประท้วงเพื่อเอาใจใครบางคน การประท้วงจะมีการหักเวลาใครเวลามัน ตนอยากให้ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัด เพราะทราบว่าขณะนี้มีหลายประเด็นที่ยังไม่ทันอภิปรายก็เตรียมการประท้วงแล้ว จึงอยากให้ฟังฝ่ายค้านก่อนว่าจะอภิปรายเรื่องใดบ้าง เราจึงใช้ความพยายามตกลงกันว่าจะให้เกิดการประท้วงน้อยที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้รับฟังเนื้อหามากที่สุด เพราะหากมีการประท้วงการอภิปรายจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จึงขอเรียกร้องฝ่ายรัฐบาลด้วยว่าขอให้การประท้วงมีเหตุผลและเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่ใช่อยากประท้วงก็ประท้วงจนทำให้ ผู้อภิปรายไม่สามารอภิปรายต่อไปได้ทั้งที่ไม่มีเหตุอันควร

เมื่อถามย้ำว่า กรณีญัตตินายกฯที่มีการพาดพิงไปถึงสถาบันหลายฝ่ายกังวล จะมีการกำชับเรื่องเนื้อหาที่จะพูดหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า คิดว่าไม่ เพราะญัตติบรรจุในระเบียบวาระแล้ว ถือว่ามีความถูกต้อง เมื่อเปิดการอภิปรายแล้วผู้นำฝ่ายค้านจะเป็นผู้แถลงญัตติ แสดงว่าญัตตินั้นมีความสมบูรณ์แล้ว และประธานสภาได้ลงนามรับรองแล้ว ดังนั้น ถ้าจะประท้วงตั้งแต่เปิดญัตติตนมองว่าไม่มีเหตุผล ขอให้รอไปประท้วงช่วงที่เป็นเนื้อหา หากฝ่ายค้านอภิปรายเกินเลยไปจะดีกว่า

ปชป.หนุนโหวตแก้รธน. 2 ใน 3

เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค แถลงถึงการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในชั้นกมธ.พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติม ว่า พรรคมี นโยบายชัดเรื่องนี้ และขณะนี้มีความชัดเจนว่าการแก้ไขรฐธรรมนูญจะตัดเสียงในส่วนของ ส.ว.ในการโหวต วาระ 1 และ วาระ 3 คือให้ใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา โดยไม่ได้กำหนดเสียงของ ส.ว.มาเป็นเงื่อนใขสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ รายมาตรามีโอกาสมากขึ้น แต่ก็ไม่ง่ายเกินไป การแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศการกำหนดให้ใช้มติ 2 ใน 3 ถือว่ามีความเหมาะสม

ในส่วนสมาชิกส.ส.ร.ก็จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้ง 200 คน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ การไม่ปิดกั้นสมาชิกพรรคการเมืองในการเข้ามาเป็น ส.ส.ร. เพราะถือว่าการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และจะไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองหลังเป็น ส.ส.ร.เมื่อไม่มีข้อห้ามในส่วนต่างๆ เหล่านี้ก็จะทำให้คนที่สนใจการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญถือว่าเราได้เดินมาไกลพอสมควรแล้ว พรรคก็จะเดินหน้าผลักดันวาระที่ 2 และ วาระที่ 3 ต่อไป เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ

จับตาไพบูลย์-ถอนญัตติตีความรธน.

ส่วนกรณีญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภาใน วันที่ 9 ก.พ. เพื่อขอมติสมาชิกรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น พรรคมีแนวทางที่ชัดเจนมาตั้งแต่ ส.สของพรรคลงลายมือชื่อในญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วว่าญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมาย พรรคมีมติไปแล้วจึงไม่กังวล และอยากให้นายไพบูลย์พิจารณา

และขอจับตาดูว่านายไพบูลย์จะถอนญัตตินี้ออกจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาหรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านวาระสามแล้ว และเห็นการแก้ไขไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นส.ส.หรือส.ว. ก็สามารถเข้าชื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้อยู่แล้ว

ยันรมต.ไม่โกง-ไม่กลัวซักฟอก

นายราเมศแถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 16-20 ก.พ.ว่า รัฐมนตรี ของพรรคที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบฝ่ายบริหารจากฝ่ายค้าน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่ตอบข้อซักถาม ชี้แจง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในทางการเมือง ไม่มีอะไรน่ากังวล เพียงแต่ฝ่ายค้านต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่อยากให้มีการนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาเชื่อมโยงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะจะเข้าตัวฝ่ายค้านได้ การอภิปรายโดยยึดหลักการข้อบังคับอย่างตรงไปตรงมา ก็จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเชิงสร้างสรรค์

รัฐมนตรีของพรรคพร้อมชี้แจงใน ทุกประเด็น ชัดเจน ตรงไปตรงมา ที่อยากจะย้ำคือเมื่อการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ยึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ตั้ง ก็จะเป็นเกราะคุ้มกันและเป็นคำตอบได้ดีที่สุด ไม่ได้โกงก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลหรือกลัว และจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการทำงานที่เกิดผลสำเร็จนับไม่ถ้วนในทุกเรื่องประชาชนได้ประโยชน์อย่างมากมาย และจะนำความจริงที่เป็นผลงานไปพูดในสภา สื่อให้ประชาชนเข้าใจ

การประชุมส.ส.พรรค 2 ก.พ.ที่ผ่านมาพรรคได้ตั้งทีมสนับสนุนข้อมูลให้กับรัฐมนตรีของพรรค โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรค เป็นหัวหน้าทีม และตนเป็นหัวทีมในการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน หากฝ่ายค้านบิดเบือนข้อมูล

มั่นใจซ่อมส.ส.นครฯ

นายราเมศแถลงถึงการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ที่พรรคมีมติส่งนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ลงสมัครว่า จากที่นายจุรินทร์ เรียกประชุมส.ส.อดีตส.ส.ในภาคใต้และภาคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความประสงค์ช่วยหาเสียง โดยพูดคุยเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการหาเสียง และกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดความสุจริตในการหาเสียง นำเสนอนโยบายและผลงานที่เกิดขึ้นเป็นประจักษ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบ โดยเฉพาะโครงการประกันราคายางพารา ราคาปาล์ม ซึ่งเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จ และพี่น้องเกษตรกรชื่นชอบ เชื่อว่าผลสำเร็จในการทำงานของพรรคที่ไปทำหน้าที่ในรัฐบาลแทนประชาชน จะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจของพี่น้องในเขตเลือกตั้งที่ 3

นอกจากนั้นหัวหน้าพรรคย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนทุกรุ่น เรามีคนรุ่นใหญ่ รุ่นอาวุโส รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าเราพร้อมทำงานให้ประชาชนทุกคนทุกรุ่น และ โดยส่วนตัวของนายพงศ์สินธุ์ ก็จะได้เปรียบกว่าคนอื่น ที่คลุกคลีอยู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาตลอด ทำงานให้กับประชาชนมามากด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท ถือเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ในการเมืองระดับชาติ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ประชาชนในเขต 3 ไว้วางใจ

ถกกรอบหาเสียงเลือกซ่อมนครฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้า พรรค ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเลือกตั้งซ่อมดังกล่าว จะเป็นการพิสูจน์ 3 ศรัทธาของประชาชน คือ ศรัทธาต่อรัฐบาล ศรัทธาต่อพรรค และศรัทธาต่อผู้สมัคร ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์จะยึดกติกาการเลือกตั้งบนแนวทางสุจริตยุติธรรม มุ่งนำเสนอวิสัยทัศน์นโยบายและผลงานทั้งระดับชาติและจังหวัดในยุคทำได้ไว ทำได้จริง ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค

ตนนัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรควันที่ 11 ก.พ.นี้ เวลา 14.00 น. เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานสนับสนุนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.ครั้งนี้ โดยเน้นการเข้าถึงประชาชน ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ นำเสนอ วิสัยทัศน์ใหม่ๆ และผลงานพรรคจากอดีต ปัจจุบันและอนาคต อาทิ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ โครงข่ายถนน 4 เลน, รถไฟ 4 รางทางคู่ทั่วประเทศ

2.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตและกระจายโอกาสลดเหลื่อมล้ำ เช่น โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, เริ่มต้น ค่าตอบแทน อสม.เดือนละ 600 บาท 3.การพัฒนาท้องถิ่นชนบทและพัฒนาประชาธิปไตยฐานราก โดยนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ยกฐานะสภาตำบลเป็นอบต. สุขาภิบาลเป็นเทศบาล เลือกตั้งนายกอบจ.และสมาชิกสภาโดยตรง 4.การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิตอล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5.ลดความเหลื่อมล้ำ โดยกระจายการถือครองที่ดินให้เกษตรกรและชุมชนโดยมาตรการโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน และการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร 6.การปฏิรูปภาคเกษตรด้วยโครงการประกันรายได้เกษตรกร อนาคตของนครศรีฯ เป็นหนึ่งเดียวกับอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด และเป็นอีกครั้งที่ประชาธิปัตย์จะขอโอกาสในการทำงาน ด้วยวิสัยทัศน์และการทำงานแนวใหม่โดยคนรุ่นใหม่คือนายพงศ์สินธุ์

พปชร.ป่วน-จี้ปรับครม.

ส่วนการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายรัฐบาลและรัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่เป็นกังวล เพราะคาดว่าฝ่ายค้านไม่มีใบเสร็จหรือไม้เด็ดที่จะนำเสนอจนถึงขั้นล้มรัฐบาลได้จริง แต่พรรคพลังประชารัฐเป็นห่วงกลไกภายใน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่อาจมีปัญหาภายในกันเอง ส่งผลต่อคะแนนโหวตลงมติที่เสียงอาจไม่เท่ากัน สำหรับพลังประชารัฐ เริ่มเห็นความขัดแย้งรอบใหม่ จากแกนนำระดับรัฐมนตรีบางคนที่พยายามชิงการนำในพรรค และต้องการได้คะแนนไว้วางใจมากกว่าคนอื่น เพราะมองไปถึงการปรับครม.หลังการอภิปราย ซึ่งอาจไปถึงขั้นขยับชั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ

โดยมีการล็อบบี้ให้ส.ส.ในพรรคให้งดออกเสียง หรือถึงขั้นโหวตสวนไม่ไว้วางใจ ซึ่งอาจจะทำให้มีเสียงส่วนต่างของส.ส.ที่โหวตมากถึง 30 คน รวมไปถึงพวก ส.ส.งูเห่าในฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนหน้านั้นส.ส.บางส่วน จะโหวตไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ หรือไม่ลงมติรัฐมนตรีบางรายตามใบสั่ง การเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อหวังให้กระแสสังคมกดดันไปถึงปรับครม. ด้วยผลคะแนนไม่ไว้วางใจที่น้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่น

ก้าวไกลชี้เป้า-รมต.ถูกเลื่อยเก้าอี้

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงรายงานข่าวที่ระบุรมช.ในพลังประชารัฐบางราย เดินเกมล็อบบี้คะเเนนโหวตซักฟอก หวังให้รัฐมนตรีบางคนหลุดจากตำแหน่งในการปรับครม.หลังจบศึกซักฟอก ว่า เดาไม่ยากว่าคือนาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และไม่เเปลกใจที่มีข่าวทำนองนี้ เพราะที่ผ่านมา ส.ส.ต่างพรรคเจอหน้ากันในสภา พอถอดหัวโขนออกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงการทำงานของนายณัฐพล บางคนตำหนิอย่างเเรง โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษาที่ส.ส.เเต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดส่งไปให้ช่วยแก้ไข อาทิ ความทุกข์ยากของครู การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม การแก้โควิด-19 ระบาด และการเเสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของนักเรียน แต่นายณัฏฐพล ไม่ตอบรับ ขนาดเป็นส.ส.พลังประชารัฐ ฟากเดียวกันเองยังส่ายหน้า ไม่เหมือนกับรัฐมนตรีบางคนเเม้เเต่ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่งให้ช่วยเเก้ไข ยังช่วยแก้ทันท่วงที

“ไปอวดดี เที่ยวคุยโวว่าเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ เคยถามส.ส.พลังประชารัฐ หรือไม่ว่าเขาหมั่นไส้ประโยคนี้หรือเปล่า เข้ามาในสภา อันดับส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่สำคัญขึ้นอยู่กับผลงาน ถ้าเป็นจริงตามข่าวต่อให้ผู้ใหญ่จะวิ่งเคลียร์ให้ ก็ไม่ไหว ส.ส.พลังประชารัฐ เขารอเห็นวันนี้มานานเเล้ว มาเเอบกระซิบผมให้อภิปรายจัดหนักๆ ผมบอกให้ก็ได้ว่า ข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เตรียมไว้ บางส่วนผมได้มาจากส.ส.พลังประชารัฐหลายคน ดังนั้น นายวิโรจน์ ขอทำนายไว้ล่วงหน้าเลย ว่ารัฐมนตรีศึกษาธิการ จะได้คะเเนนไว้วางใจน้อยที่สุดในศึกซักฟอกรอบนี้” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ยังกล่าวถึงกรณีรายงานข่าวระบุ ส.ส.ขาใหญ่ในพลังประชารัฐ เลี้ยงดูงูเห่าฝ่ายค้านอยู่ด้วยหลายคน ว่า งูเห่าพรรคไหน มี ไม่มี ไม่รู้ แต่ถ้าเจอหรือมีงูเห่าสีส้มเมื่อไรก็ตีตายเมื่อนั้น จะเห็นว่าอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยให้ใครมาฝากเลี้ยง ไม่เคยดองงูเก็บเอาไว้ ถ้าการกระทำชัดเจน พรรคก็จะมีมติขับออกจากพรรค

ลงพื้นที่ – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะลงพื้นที่หมู่ 12 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน และชาวบ้านเกี่ยวกับกฎหมายพืชกระท่อม เพื่อนำข้อเสนอมาเป็นข้อมูลร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม เมื่อ 7 ก.พ.

‘สมศักดิ์’ตรวจหมู่บ้านนำร่อง‘พืชกระท่อม’

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ไปยังหมู่ที่ 12 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน และ ชาวบ้าน รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายพืชกระท่อม เพื่อนำข้อเสนอและความคิดเห็นต่างๆ ไปเป็นข้อมูลในการร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม

นายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ตนได้พบกับผู้นำชุมชน และชาวบ้านพูดคุยหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายพืชกระท่อม เพื่อนำข้อเสนอและความคิดเห็นต่างๆ ไปเป็นข้อมูลในการร่าง พ.ร.บ. พืชกระท่อม ซึ่งเป็นกฎหมายรองของ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…)พ.ศ. … หรือกฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อม ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และกำลังเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา โดยหมู่บ้านแห่งนี้เมื่อ 2 ปีก่อนเคยมีคดีและมีการจับกุมเกี่ยวกับเรื่องพืชกระท่อม เพราะมีการปลูกกันอยู่หลายร้อยต้น ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านนำร่อง 135 แห่ง โดยจัดตั้งคณะกรรมการพืชกระท่อมตำบลและหมู่บ้าน เพื่อรายงานผลการนำร่องในพื้นที่ ทั้งการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้เสพและผู้ครอบครองพืชกระท่อมผ่านระบบสารสนเทศ การจัดทำธรรมนูญชุมชนและ แผนปฏิบัติการควบคุมพืชกระท่อม จัดทำประชาคม เป็นต้น

“ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ควบคุมให้แต่ละบ้านยังคงพืชกระท่อมที่เคยปลูกไว้ได้ครัวเรือนละ 3 ต้น หากกฎหมายพืชกระท่อมประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มเติมได้ เพราะพืชกระท่อมสามารถนำมาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ทำเป็นยาได้ แต่จะต้องควบคุมการปลูก เพราะหากปลูกมากจนเกินไป ราคาจะตกมากจนราคาถูก ตรงนี้จะต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจเรื่องกลไกการตลาดให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับชาวบ้าน นายสมศักดิ์ เดินดูต้นกระท่อมที่ชาวบ้านได้ปลูกไว้ พร้อมสอบถามถึงวิธีการดูแล ระยะห่างการปลูกแต่ละต้น และยังทดลองตัดทาบกิ่งต้นกระทุ่มที่เป็นพืชที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกระท่อม เพื่อศึกษาวิธีการปลูกและการขยายพันธุ์ นำไปเป็นข้อมูลในการร่างกฎหมายต่อไป

คิดเพื่อทำ – พรรคเพื่อไทยเปิดตัวโครงการ ‘The Change Maker คิด เพื่อ ทำ’ แพลตฟอร์ม THINK – คิด เพื่อไทย โดยพรรคเพื่อไทยเพื่อระดมความคิดเห็นกับผู้ร่วมโครงการทั่วประเทศ ที่บริเวณ Think Lab ชั้น 1 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน