มติรัฐสภา366ต่อ316
พรรคร่วมโหวตสวน
ปปช.แถลงฟันปารีณา
โยงรุกป่า-ส่อหลุดสส.

พปชร.จับมือส.ว.ผลักดัน รัฐสภามีมติ 366 ต่อ 316 เสียง ส่งศาลฯ วินิจฉัยตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีส.ส.ร. ขณะที่ 3 พรรคร่วมรัฐบาล ‘ภท.-ปชป.-ชทพ.’ โหวตสวน ชี้ดึงแก้รัฐธรรมนูญให้ล่าช้า ฝ่ายค้านฉะตัดตอนอำนาจสภา-ประชาชน แช่แข็งประเทศไทย หวั่นปลุกม็อบลงถนน ‘ชวน’ ยันวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เปลี่ยนแปลง ยังไม่บรรจุญัตติด่วนของไพบูลย์ ที่เสนอส่งตีความญัตติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ‘ป้อม’ โต้หวังคว่ำการอภิปราย ‘บิ๊กตู่’ ตบอก ลั่นพร้อมรับมือฝ่ายค้านทุกวัน ป.ป.ช.ชี้มูล ‘ปารีณา’ ผิดจริยธรรมร้ายแรงคดีรุกป่า ส่งศาลฎีกาตัดสินต้องพ้นส.ส.หรือไม่

รัฐสภาถกวาระตีความแก้รธน.

เวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาวาระให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) ต่อการตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ ที่นายไพบูลย์ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. เป็นผู้เสนอ

นายไพบูลย์ เสนอเหตุผลว่า การยื่นญัตติเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด หากไม่มีการดำเนินการให้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจหรือไม่ ห่วงว่า ส.ว.อาจเกรงว่ามีปัญหา การลงมติวาระ 3 อาจไม่กล้าให้ความเห็นชอบ งดออกเสียง ทำให้ได้เสียงเห็นชอบผ่านร่างรัฐธรรมนูญไม่เพียงพอ จึงควรส่งญัตติวินิจฉัยโดยด่วน ซึ่งญัตติไม่ได้ขอให้คุ้มครองชั่วคราวหรือให้ชะลอการพิจารณา ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังดำเนินต่อไปได้ หากศาลระบุว่าทำได้จะทำให้ส.ว.สบายใจ การลงมติวาระ 3 ไม่มีปัญหา แต่หากวินิจฉัยรัฐสภาไม่มีอำนาจจัดทำฉบับใหม่ และแก้ไขรายมาตราเท่านั้น ผมเสนอให้ตั้งกมธ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ของรัฐสภา ซึ่งจะแก้ไขกว่า 100 มาตราได้ เชื่อว่าจะไม่เสียเวลาและงบประมาณหมื่นล้านบาท” นายไพบูลย์กล่าว

ฝ่ายค้านฉะตัดตอนอำนาจปชช.

จากนั้นสมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็น ส.ว.ส่วนใหญ่ อาทิ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นายเสรี สุวรรณภานนท์ อภิปรายสนับสนุนญัตติ โดยเชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียเปล่าหรือการแก้รัฐธรรมนูญล่าช้า

ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้าน รวมถึงส.ส.ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา ต่างอภิปรายไม่เห็นด้วย มองว่าจะดึงให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า อีกทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมโดยให้มีส.ส.ร. สามารถทำได้ตามมาตรา 256

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล กล่าวว่า รัฐบาลเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่เป็นระยะ แม้จะอ้างไม่ใช่ถ่วงเวลา แต่ดูแล้วเป็นญัตติที่เลวร้ายยิ่งกว่า นี่คือการหาหนทางตัดทอนอำนาจของรัฐสภาและประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปตลอดกาล เป็นความพยายามแช่แข็งประเทศไทย ให้รัฐธรรมนูญของคสช.เป็นฉบับนิรันดร ถ้ายอมรับการตีความแบบนี้ เท่ากับยอมรับรัฐธรรมนูญใหม่ ด้วยการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญอย่างเดียวใช่หรือไม่ หากยังดื้อดึงจะพาไปสู่ทางตัน ขอให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องปกติพื้นฐาน ทำได้ในสภา อย่าทำให้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ต้องทำผ่านการรัฐประหารอีกเลย

พปชร.เสียงแตก

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายว่า กังวลว่าการยื่นตีความสร้างความสุ่มเสี่ยงนำไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญได้ หากศาลตีตกการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะกลายเป็นรัฐสภาเปิดทางให้องค์กรอื่นเข้ามาตัดหน้า ขัดขวางการตัดสินใจของประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญ นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงครั้งใหม่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศกำลังยากลำบาก

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. อภิปรายว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเพราะไม่ได้แก้ทั้งฉบับ การยื่นตีความจึงมองไม่เห็นว่าจะขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร และขอให้คำนึงถึงความรู้สึกประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน จะเอาเหตุผลทางกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ แม้รัฐธรรมนูญมีสิ่งดีเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่ทหารเป็นผู้ร่าง ทำให้ประชาชน นักศึกษาออกมา บอกว่าอยากได้รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ไม่ใช่ร่างโดยคสช. จึงไม่ควรยื่นคัดค้านการแก้ไข การยื่นญัตติครั้งนี้ไม่ใช่ส.ส.พปชร.จะเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ ตนและเพื่อนส.ส.อีกไม่น้อยเห็นตรงกันข้าม

ปชป.ซัดญัตติให้ตีความส่อขัดรธน.

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่ผ่านมาชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ส่วนญัตติของนายไพบูลย์นั้น ตนไม่แน่ใจว่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะไม่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 156 ที่ต้องนำมาพิจารณา คนมีความหวังกันมากว่า เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้การจัดทำร่วมกันของตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง หากความหวังนี้ต้องล่มสลายไป น่าเสียดายว่าหากเมื่อไรคนในประเทศนี้รู้สึกว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำได้ โดยการรัฐประหารประการเดียวเท่านั้น ประชาชนเจ้าของประเทศไม่มีโอกาส ความไม่เป็นมงคลย่อมเกิดขึ้นกับระบบการเมืองไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น ด้วยเหตุผลทางกฎหมายและทางการเมือง ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้

เสี่ยงล้มกระดานลามสู่ถนน

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าฝ่ายที่อยากให้ยื่นตีความเพราะวิตกกังวลว่าสิ่งที่ทำจะขัดรัฐธรรมนูญ และโดนเล่นงานเอาผิดภายหลัง การวิตกบนเหตุผลที่บางเบาหรือไม่ควรจะเกิดเรียกว่าวิตกจริต อ้างความรอบคอบก็เกินงามจนเสียงาน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝง การแก้รัฐธรรมนูญเกิดจากเสียงเรียกร้องของประชาชนนำสู่การตั้งกมธ. รายงานกมธ.เสนอแก้โดยตั้งส.ส.ร. ต่อมารัฐสภารับหลักการนำไปสู่การตั้งกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ขณะนี้กำลังเข้าสู่วาระ 2 และวาระ 3 เป็นกระบวนการใช้วิจารณญาณรอบคอบ ซึ่งการแอบแฝงครั้งนี้เดิมพันด้วยปัญหาของสังคมและบ้านเมือง

แม้บอกว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องอย่าไปวิตกกังวลว่าจะสะดุด ใครรับประกัน ใครคาดหมายหรือบอกแทนศาลได้ว่ากระบวนการแก้ไขจะไม่สะดุด นั่นคือความเสี่ยงที่จะล้มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสี่ยงเกิดความไม่เข้าใจกันของคนในสังคม เมื่อกระบวนการที่รอคอยมันล้ม ใครจะรับประกันได้อีกว่ามันจะไม่ใช่กระบวนการกลางถนน

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ภท. ลุกอภิปราย ซึ่งต่างไม่เห็นด้วยกับการส่งตีความ ก่อนที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หนึ่งในผู้เสนอญัตติอภิปรายสรุปว่าอยากเห็นการแก้รัฐธรรมนูญที่รอบคอบ ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วง เพราะการพิจารณาของกมธ.ก็ดำเนินการไปตามปกติ

มติส่งตีความ 366 ต่อ 316

จากนั้นที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ 366 ไม่เห็นด้วย 316 งดออกเสียง 15 เสียง โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา รองประธานรัฐสภา แจ้งว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบส่งญัตติดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และในทันที นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พท. ลุกขึ้นเสนอว่าให้ประธานใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเปิดเผยการลงมติว่าสมาชิกรัฐสภาคนใดมีมติอย่างไรโดยด่วนที่สุด เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลผลการลงมติผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกระบวนการต่อจากนี้ เมื่อสภายื่นเรื่องมายังศาลแล้ว สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมตุลาการเพื่อพิจารณารับหรือไม่รับพิจารณาวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว หากมีมติรับพิจารณาวินิจฉัย การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหยุดหรือเดินหน้าต่อขึ้นอยู่กับศาลว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

พปชร.-สว.ผนึกเสียงจนสำเร็จ

สำหรับผลการลงมติเห็นชอบ พบว่านอกจากพรรคพลังประชารัฐแล้ว ยังมีพรรคขนาดเล็ก ประกอบด้วย พลังท้องถิ่นไท, รวมพลังประชาชาติไทย, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พลังไทยรักไทย, ไทยรักธรรม, ประชาธรรมไทย, ประชาธิปไตยใหม่, ประชาภิวัฒน์, พลเมืองไทย, พลังชาติไทย, พลังธรรมใหม่ รวมถึงส.ว. ลงมติเห็นชอบกับญัตติดังกล่าว แต่มีส.ว.งดออกเสียง 7 คน คือนายคำนูณ สิทธิสมาน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นายอำพล จินดาวัฒนะ, นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล, นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล, นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย และนายพิศาล มาณวพัฒน์

คนที่ไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย พรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ได้แก่ เพื่อไทย, ก้าวไกล, เสรีรวมไทย, ประชาชาติ, เพื่อชาติ, พลังปวงชนไทย, รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ ชาติไทยพัฒนา, ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์ ยกเว้น นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ โหวตลงมติเห็นด้วย

นอกจากนี้ ส.ส.ชาติพัฒนาทั้ง 4 คนงดออกเสียง ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่เสียงแตก มีผู้ลงมติเห็นด้วย 1 คน ได้แก่ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรค งดออกเสียง 4 คน และลงมติไม่เห็นด้วย 1 คน คือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

น่าสังเกตว่า ส.ส.ฝ่ายค้านที่มักโหวตสวนมติพรรค ได้แก่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมลงมติดังกล่าว

6 พรรคซัดพาประเทศสู่ทางตัน

เวลา 14.45 น. ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านสภา นายพิธาพร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมแถลงหลังรัฐสภามีมติส่งตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ ที่ร่วมโหวตคัดค้านทำเต็มที่แล้ว ญัตติที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าเพื่อยื้อให้การแก้ไขยาวออกไปหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่งชัดว่าไม่เห็นด้วยในการแก้ไข จึงอยากให้สื่อมวลชนเผยแพร่ว่าพรรคที่เห็นด้วยกับญัตติคือใคร คาดว่าจะมีส.ว.และส.ส.พลังประชารัฐ รวมถึงพรรคที่เคยรับปากประชาชนจะพิสูจน์ว่าใครจริงใจและต้องการยื้อให้ยาว หรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข

นายพิธากล่าวว่า การลงมติชัดเจนรัฐธรรม นูญไทยฉีกง่ายกว่าแก้ และผลโหวตชัดเจนว่าเกิดจากผลพวงรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งต่างจากฉบับอื่น หากมีความขัดแย้งระหว่างองค์กร เช่น รัฐสภากับครม. ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหน่วยงานนั้น แต่ฉบับ 60 กลับบอกว่าแม้ไม่มีข้อขัดแย้งก็ยื่นฝ่ายตุลาการวินิจฉัยอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติได้ การกระทำดังกล่าวคือการพาประเทศสู่ทางตัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลคะแนนชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์พูดต่อรัฐสภา ธ.ค. 63 ว่าจะแก้ให้เสร็จสิ้นในปี 2564 หรืออย่างช้าไม่เกินม.ค. 65 แต่เห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้ทำสิ่งที่รับปากไว้กับประชาชน ที่นายกฯ พูดเป็นแค่ลมปาก เราผิดหวังมาก

‘ตู่’ตบอก-พร้อมแจงซักฟอก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีวิปรัฐบาลนัดติวกับ 10 รัฐมนตรี ที่ถูกซักฟอกวันที่ 13-14 ก.พ.ว่า ตนคงไปติวให้เขามากกว่า ซึ่งข้อมูลชี้แจงไปหมดแล้วใครทำอะไรไว้ คิดดีๆ แล้วชี้แจง เขาว่ามาก็ชี้แจงไป เชื่อว่าชี้แจงได้ในหลายๆ เรื่อง เพราะอยู่ที่ผลงานมากกว่า ส่วนเรื่องกฎหมายก็ให้ว่ากันมา และต้องทนเพราะในสภาเขาพูดอะไรก็ได้ แต่ระวังอย่าให้มีปัญหาก็แล้วกัน

เมื่อถามกรณีนายไพบูลย์เสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนฯ มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่ของสภาในการอภิปรายไม่ ไว้วางใจ สืบเนื่องจากญัตติของฝ่ายค้านนำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ให้ไปถามนายไพบูลย์ เมื่อถามว่าอาจถูกมองเป็นการคว่ำการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ส่ายหน้ากล่าวเพียงว่า “ผมพร้อมจะอภิปราย” เมื่อถามย้ำ พล.อ.ประยุทธ์ รีบกล่าวว่า ไม่มีความเห็น เขาทำได้หรือไม่ ใครทำได้ก็ทำไป ถ้าเขาไปยื่นศาลก็ฟังศาล แต่ตนไม่มีปัญหากับการไม่ไว้วางใจไว้วางใจ ก่อนตบที่หน้าอกตัวเองแล้วยืนยันว่า “พร้อมตลอด พร้อมทุกวัน”

จากนั้นนายกฯ เป็นประธานประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งมีรัฐมนตรี 2 คน เข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบด้วย เพื่อรายงานประเด็นที่คาดว่าฝ่ายค้านจะอภิปราย คือนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ รายงานการแก้ปัญหาเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อน และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพปชร.

ยันพรรคร่วมเหนียวแน่น

เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. กรณีส.ส.พลังประชารัฐเตรียมโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อกดดันให้ปรับครม.ว่า ตนตรวจสอบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค แล้วก็ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ เป็นเรื่องของพรรคว่ากันไป เมื่อถามว่าความสามัคคีภายในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังคงเหนียวแน่น เหนียวแน่นด้วยการทำงาน เราเหนียวแน่นว่าทำให้ประชาชนอย่างไร ทำเพื่อชาติอย่างไร ดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลัก

เมื่อถามว่าในวันเสาร์อาทิตย์นี้จะไปร่วมติวเข้มเพื่อรับศึกการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่ทำท่าชกลมโชว์

ส่งศาลรธน. – ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามญัตติด่วนที่นายไพบูลย์นิติตะวัน ส.ส.พลังประชารัฐ กับนายสมชาย แสวงการ ส.ว.เสนอ ที่อาคารรัฐสภา เมื่อ 9 ก.พ.

กำชับรมต.เป็นหนึ่งเดียว

รายงานข่าวจากครม. แจ้งว่า นายกฯ กำชับครม.ว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นในนามรัฐบาล ไม่ใช่ 10 รัฐมนตรี ดังนั้นมีอะไรชี้แจงได้ก็ชี้แจงและอยากเห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุการอภิปรายนายกฯ อาจพาดพิงถึงกระทรวงต่างๆ ดังนั้น รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงต้องเตรียมข้อมูลและอยากให้ช่วยชี้แจงด้วย

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯพยายามสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ เพิ่มเติมจากที่ทำอยู่ และเป็นไปได้ที่จะสื่อสารผ่านแอพ tictok หากทุกคนอยากเห็น TikTok เป็นอีกแนวทางหนึ่ง อีกทั้งช่วงที่ผ่านมารองโฆษกรับบาลได้ทำไปแล้ว

รายงานข่าวเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะประเดิม TikTok คลิปแรก เพื่อต้อนรับเทศการตรุษจีนนี้ ส่วนการพูดคุยผ่าน PodCast เพจไทยคู่ฟ้านั้น จะมีออกมาเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะก่อนญัตติซักฟอก และช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ส่วนจะทำต่อเนื่องหรือไม่นายกฯยังไม่ได้ตัดสินใจ

ป้อมหนุนตีความญัตติซักฟอก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีนายไพบูลย์ เสนอญัตติด่วนให้สภาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความญัตติซักฟอกของฝ่ายค้านว่า ที่ยื่นเพราะเขากังวลว่าจะนำสถาบันเข้ามายุ่งการเมือง แต่ไม่ทราบว่ายื่นทันหรือไม่ เรื่องนี้นายไพบูลย์ทำของเขาเอง ไม่ได้มาปรึกษา ส่วนตัวก็เห็นว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วง จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความดีกว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การคว่ำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่อาจจะเลื่อนออกไปเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญดู ก่อน ส่วนการนัดติวรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พปชร.นัดกันไว้วันที่ 13-14 ก.พ.นี้ ตนจะไปเข้าร่วมด้วย

หลังประชุมครม. พล.อ.ประวิตร ตอบคำถามกรณีนายกฯ กำชับรัฐมนตรีเป็นพิเศษเกี่ยวกับการอภิปรายที่จะมีขึ้นหรือไม่ว่า ไม่ต้องพิเศษ เพราะทุกคนต้องเตรียมการของตัวเอง เมื่อถามว่านายกฯให้กำลังใจรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องเชื่อมั่น จะไม่เชื่อมั่นได้อย่างไร

เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้คุยกับนาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ถึงกระแสข่าวขัดแย้งในพรรคอย่างไร พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร เมื่อถามว่าคุยเรื่องพรรคพลังประชารัฐแบ่งเป็นสามก๊ก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใครสามก๊ก ใช่ที่ไหน มีที่ไหน

ณัฏฐพลยันไม่หวั่นไหว

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีผลถึงปรับครม.หรือไม่ว่า คงต้องดูในการอภิปราย และไม่มีอะไรต้องคุยกับพล.อ.ประวิตร เมื่อถามว่ามีข่าวว่าส.ส.บางส่วนอาจไม่โหวตให้ นายณัฏฐพลกล่าวว่า ไม่รู้สึกหวั่นไหว ระบบรัฐสภาเป็นกระบวนการตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้ยังไม่มีการอภิปราย แต่เท่าที่ทราบในพรรคมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีข้อกังวลอะไร

เมื่อถามว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ในพรรคเกิดสามก๊ก นายณัฏฐพลกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ความเห็นไม่ตรงกันมีอยู่แล้วในพรรคการเมือง ไม่น่าจะเป็นอะไรที่น่ากังวล เราทำหน้าที่ในสภา และไม่รู้สึกน้อยใจอะไร เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อถามว่ามีข่าวว่ารมช.ในพรรคอยู่เบื้องหลัง เกิดมาจากปัญหาในพรรคหรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า ไม่มี ตอนนี้ทำงานตามปกติ ความต่างทางความคิดเห็นสามารถพูดคุยกันได้ ยืนยันข่าวที่ออกมาไม่เกี่ยวกับการที่ตนสนับสนุนนางทยา ทีปสุวรรณ ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. เพราะเป็นคนละเรื่อง

‘ชวน’ยังไม่ได้บรรจุญัตติไพบูลย์

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีพลังประชารัฐเสนอญัตติด่วนให้สภามีมติส่งตีความญัตติซักฟอกของฝ่ายค้าน ว่า ตนเพิ่งทราบว่ายื่นมาแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการในการบรรจุญัตติเข้าวาระการประชุม ส่วนจะทันวันที่ 10-11 ก.พ.ตามที่อ้างอิงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ที่รับผิดชอบก่อนมาถึงประธานสภาพิจารณา เบื้องต้นวาระการประชุมสัปดาห์นี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รอการตรวจสอบจากรองประธานสภาแล้วจะชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนอีกครั้ง และจากนี้การอภิปรายการไม่ไว้วางใจยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหาเช่นนี้ กรณีญัตติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กก.บห.พลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป้าหมายไม่ได้ต้องการล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือทำให้เลื่อนออกไป เพราะวันนี้ยังไม่สามารถบรรจุญัตตินี้เข้าระเบียบวาระพิจารณาได้ จึงเชื่อว่าการอภิปรายจะไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่เราต้องส่งเพื่อย้ำว่าญัตติของฝ่ายค้านไม่ถูกต้อง เป็นการป้องปรามว่าญัตติของฝ่ายค้านไม่สมควรและมิบังควร ไม่ใช่เกมการเมือง หวังว่าตอนอ่านญัตติฝ่ายค้านจะอ่านข้ามไป เพื่อความสงบสุขการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พท.เย้ยรัฐบาลจนมุม

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กระทำของพปชร.ไม่ดี วันนี้ประชาชนและสังคมจดจ่ออยู่ที่วันอภิปรายแล้ว การยื่นญัตติจะทำให้สะดุดทั้งการทำงานและอารมณ์สังคม แต่เป็นสิทธิ์ที่ยื่นได้ ผู้ยื่นต้องคิดด้วยว่าญัตติบรรจุเป็นระเบียบวาระแล้ว ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบของทีมกฎหมายสภาและประธานสภาว่าถูกกฎหมาย ผู้ยื่นต้องเคารพประธานสภาและความเห็นข้างต้น ต้องรอดูสภาจะว่าอย่างไร ความจริงยื่นตรงต่อศาลได้เลย ส่วนการอ่านญัตติถ้าไม่ขัดแย้งก็ไม่จำเป็นต้องอ่านข้าม แต่ตอนอภิปรายขอความร่วมมือกันได้ คนอภิปรายก็ต้องคำนึงและระมัดระวังอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามองการยื่นญัตตินี้ของฝ่ายรัฐบาลอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า เป็นความวิตกกังวลของรัฐบาลที่อาจตอบไม่ได้ นายกฯอาจจนมุม หรือแก้ปัญหาขัดแย้งในรัฐบาลยังไม่จบ จึงงัดทุกอย่างออกมา อยากฝากว่าอย่านำปัญหาภายในของรัฐบาลมาเป็นปัญหาของสภาและประชาชน

ปปช.ชี้มูล‘ปารีณา’ผิดจริยธรรม

รายงานข่าวจากป.ป.ช. เผยว่า วันนี้ที่ ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณากรณีกล่าวหาบุกรุกที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พปชร. ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ส่งเรื่องมายังป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่า น.ส.ปารีณา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกที่ดิน กรณีจงใจกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช.ฉบับใหม่ ซึ่ง ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมือง

โดยที่ประชุม มีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณา ผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อด้วยกัน เช่น ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์, ผลประโยชน์ขัดกัน โดยจะสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ทั้งนี้ โฆษกป.ป.ช.จะแถลงข่าวโดยละเอียดในวันที่ 10 ก.พ. เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานป.ป.ช.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี สำหรับโทษข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรงคือ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. โดยเมื่อศาลฎีการับฟ้อง จะต้องพิจารณาตัดสินว่าพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

พร้อมชก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โชว์การ์ดมวย ระหว่างเดินไปประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ลั่นพร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านช่วงวันที่ 16-19 ก.พ.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน